หยกในหิน

อินทนนท์(คนเชียงใหม่)

หยกในหิน
มีก้อนหยกถือกำเนิดเกิดในหิน
เป็นก้อนดินสิ้นคุณค่าราคาของ
ไม่มีใครเอาใจใส่อยากได้ครอง
เพียงแค่มองของต่ำค่าราคาดิน
เมื่อทุบหินจึงจะเห็นเป็นก้อนหยก
เพราะดินรกปรกคุณค่าราคาหิน
พอหินแตกก็แยกหยกตกลงดิน
จึงเห็นหินกินก้อนหยกที่ตกตาม
ถึงแม้นเห็นว่าเป็นหยกตกตรงหน้า
แต่คุณค่าหาใช่เป็นเช่นคำถาม
หยกที่เปรอะเลอะด้วยดินสิ้นความงาม
ต้องใช้น้ำชำระล้างอีกทางทำ
เปรียบเช่นคน..ตนไหนดูคล้ายหิน
คล้ายก้อนดินสิ้นคุณค่าดูน่าขำ
โดนดูถูกว่ารูปชั่วเนื้อตัวดำ
ไม่อาจนำล้ำหน้ากว่าผู้ใด
เมื่อรู้ตนชนชาติปามาตรต่ำ
แต่เฝ้าทำตามจิตนิมิตรหมาย
พัฒนาตัวตนฝึกฝนไป
จึงเปรียบคล้ายสลายหินที่กินตน
ฝึกแค่ตนใช่หลุดหล่นพ้นไปหมด
จะหมดจดต้องฝึกจิตสัมฤทธิ์ผล
มีธรรมะคอยขัดถูคู่ใจตน
สิ้นกังวลว่าตนต่ำอย่างคำใคร
หินก็คล้ายอย่างกายนอกที่บอกเล่า
หยกคือใจข้างในกล่าวว่าเท่าไหน
หากกายนอกเป็นหยกทำตรงข้ามใจ
แต่ข้างในกลายเป็นหินก็สิ้นดี
จึงฝากกลอนก้อนหินที่กินหยก
เพื่อหยิบยกหยกคือใจในวิถี
หินอยู่นอกหยกอยู่ในไร้ราคี
คนจะดีหยกจะเด่นก็เช่นกัน
อินทนนท์ 
6 กุมภาพันธ์ 2555				
comments powered by Disqus
  • อัศวินตีนสะพาน

    16 กุมภาพันธ์ 2556 23:40 น. - comment id 1156086

    ก่อนจะเกิดเป็นทารกในอกแม่
    ก็มีแต่แพรที่ปรกเป็นรกกั้น
    ส่วนชั้นนอกเป็นเนื้อหนังคนตั้งครรภ์
    เมื่อครบวันก็กำเนิดเกิดมาดู
    พอเกิดมาก็สรรหาผ้ามาห่อ
    เห็นเพียงคอพอแลเห็นเป็นคุณหนู
    พอโตมาก็ไล่หาเสื้อผ้าดู
    ที่เป็นอยู่ก็คือแน่อย่าแก้ตัว
    
    กายภายนอกบอกเล่าไม่เท่าจิต
    คอยลิขืตเขียดเขียนให้เวียนหัว
    เขาเปรียบหยกเป็นคนดีไม่ชี้ตัว
    อย่าคิดชั่่วตัวจิตคิดไปเอง
    แสดงตัวว่าตนเด่นเป็นเช่นปราญ์
    แต่ยังขาดอิทธิบาทมารตข่มเหง
    มองทุกคนจนรู้แจ้งกว่าตนเอง
    มิได้เกรงมีได้กล้าหน้าเอ็นดู
    
    เปลือกสำคัญอยู่ที่ใช้อะไรคิด
    อยู่ที่จิตอยู่ที่ใจอะไรถู
    ว่าเขาไปใช้สีข้าง ข้างๆคู
    ไม่เคยรู้ไม่เคยพ้นจากตนเอง
    เปรียบเหมือนบัวตัวต่ำยังพร่ำบ่น
    อยู่ในโคลนมิเคยพ้นยังข่มเหง
    ไม่รู้รสบทกวีที่บรรเลง
    ไม่รู้เพลงไม่รู้ปี่่ไม่มีกลอง
    
    บทกวียังเขียนไปแค่ได้สัก
    ไม่รู้จักไม่รู้จดเป็นบทคล้อง
    ไม่รู้ศิลปไม่รู้สายร่ายทำนอง
    แค่สนองลองกำหนัดเพื่อขัดใจ
    หากไม่ชอบขออย่าตอบขอบคุณมาก
    จะเดินจากลงแผ่นดินถิ่นอาศัย
    หรือจะบินอยู่บนฟ้าเรื่องของใคร
    ช่้างปะไรใม่เคยสนพวกคนพาล
    
    
    
    
    
    25.gif25.gif25.gif25.gif
  • แจ๋วเอง

    6 กุมภาพันธ์ 2556 20:09 น. - comment id 1163660

    อ่านแล้ว รู้สึกดีขอบคุณสำหรับบทกลอน
    ดีๆ
  • ดอกบัว

    6 กุมภาพันธ์ 2556 18:16 น. - comment id 1254791

    29.gif29.gif29.gif
  • น้องมะกรูด:)

    6 กุมภาพันธ์ 2556 18:35 น. - comment id 1254793

    สวัสดีค่ะ  คุณอินทนนท์
    
    -.jpg
    
       ๏เปลือกนอกหินห่อหุ้ม     หลบตา
    ปิดซ่อนมีราคา                    มากไซร้
    พราวแสงส่องหยกหนา        เจิดแจ่ม งามนา
    เปรียบดุจเกาะบังไว้            ปกป้องคนดี...
    
    คนจีนเชื่อกันว่า หยกคือสัญลักษณ์ของความดีงาม ปัญญา และความยุติธรรม
    
    สบายดีนะคะ  รู้สึกดีที่ได้อ่านกลอนของปี้เน้อ
  • อินทนนท์

    6 กุมภาพันธ์ 2556 23:32 น. - comment id 1254808

    สวัสดีครับคุณ ดอกบัว 
    
    ขอบคุณคุณมะกรูดครับ ขอบคุณคุณแจ๋วครับ แวะมาให้กำลังใจกันเสมอ กลอนนี้แต่ไปตามอารมณ์น่ะครับ คำที่ใช้ก็ธรรมดามาก แต่ก็ดิบดีครับ ไม่ได้ปรุงแต่งอะไรมาก ชอบแต่กลอนที่มีการเปรียบเทียบคิดว่าผู้ที่ได้อ่านกลอน อาจได้สิ่งใดติดใจไปบ้างน่ะครับ เลยชอบเขียนกลอนแบบนี้ครับ ขอบคุณครับแล้วพบกันใหม่31.gif31.gif31.gif
  • ไร้รูป ไร้นาม

    7 กุมภาพันธ์ 2556 13:37 น. - comment id 1254874

    เป็นเพียงแค่เปลือกนอกที่ห่อหุ้ม
    แต่ความจริง.สิแสนยุ่งการหุ้มห่อ
    เที่ยวคอยหมกซ้อนเร้นเสียจริงหนอ
    แล้วเที่ยวบอกว่าในนอกนั้นของจริง...///
  • ฤกษ์(ไม่ได้ล๊อกอิน)

    10 กุมภาพันธ์ 2556 21:55 น. - comment id 1255154

    หลงว่าตนเป็นหยกหมกในหิน
    แท้เป็นเพียงก้อนดินให้หินปรก
    เป็นดินกรวดปวดแปลบแอบในรก
    เอาหินปกคลุมกายหลอกสายตา
    
      อะไร ๆ ก็อ้างสิ่งที่ห่อหุ้มตัวอย่างเดียว

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน

>