15 กันยายน 2546 17:27 น.

ผู้กำกับฯหนังดังเผย“แฟนฉัน”แหกกฎคนทำหนัง เชื่อ!ขายได้

นิติ

เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา ทีมงานภาพยนตร์เรื่อง แฟนฉัน จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์หนังเรื่องนี้ก่อนฉายทั่วประเทศ ที่ศูนย์บริการกลาง(msuplaza) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม งานนี้มีกิจกรรมให้ร่วมสนุกตั้งแต่เวลา 11.00 น. พอถึงเวลา 14.00 น.เริ่มฉายภาพยนตร์รอบพิเศษ ไม่เก็บค่าบัตรผ่านประตู โดยมี นายจิระ   มณีกุล ผู้อำนวยการผลิตภาพยนตร์เรื่องนี้ และผู้กำกับภาพยนตร์  2 คน จาก 6 คน ร่วมพูดคุยตอบข้อซักถามผู้ชม หลังภาพยนตร์เรื่องนี้จบ
	นายจิระ  มณีกุล กล่าวว่า หนังเรื่องนี้ชอบตั้งแต่อ่านโครงเรื่องแล้ว และคนที่เสนอโครงเรื่องมานั้น  เป็นลูกศิษย์ผมเอง สมัยเป็นอาจารย์พิเศษเมื่อหลายปีก่อน สอนเกี่ยวกับการทำภาพยนตร์ อยู่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เห็นความตั้งใจในการทำงานของเขา มีมุมมองที่น่าสนใจ เมื่อตอนทำหนังสั้นแล้ว  จึงตัดสินใจให้ทำภาพยนตร์เรื่องนี้  โดยให้เขารวมกลุ่มที่เคยทำหนังสั้นด้วยกันมาทำ ดังนั้น จึงมีผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ถึง 6 คน ตอนที่จะให้ทุนทำหนังเรื่องนี้ ทางบริษัทผู้ให้เงินหนักใจอยู่เหมือนกันว่า จะขายไหม เพราะในแวดวงคนทำหนังเข้าใจดี หนังเกี่ยวกับ เด็ก,กระเทยและสัตว์ มีความเสี่ยงต่อการขาดทุนเพราะคนไทยยังนิยมชมมากนัก โดยเฉพาะหนังเรื่องนี้ นักแสดงสำคัญเป็นเด็กทั้งหมด  ผมได้อธิบายเพิ่มว่า หนังที่ตีแผ่ความเป็นกระเทยอย่าง สตรีเหล็ก1-2 ประสบความสำเร็จสูง จึงเป็นความเสี่ยงที่คุ้มค่า และเชื่อมั่นในตัวผู้กำกับฯที่สามารถเสนอแง่มุมวัยเด็กให้กินใจผู้ชมได้
	หนังเรื่องนี้มีบริษัท ฮับ หัว  ฮิน ฟิล์ม เป็นผู้สร้างภาพยนตร์ โดยมี บริษัท ไท เอนเตอร์เมน จำกัดให้ทุนในการสร้าง และบริษัท จีเอ็มเอ็ม พิคเจอร์  จำกัดดูแลด้านเพลงประกอบภาพยนตร์และโปรโมทภาพยนตร์  ซึ่งจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ วันที่ 3 ตุลาคมนี้.				
10 กันยายน 2546 20:43 น.

กฎหมายลิขสิทธิ์และพรบการพิมพ์ สมควรเปลี่ยนหรือยัง

นิติ

เปรียบเทียบ พรบ.การพิมพ์ พ.ศ.2484 กับ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 มาตรา 34 ,39และ41 ว่าเป็นอย่างไร
มาตรา34 กล่าวถึง การมีสิทธิได้รับการคุ้มครอง เกียรติยศ ชื่อเสียง ความเป็นส่วนตัวของบุคคล ในเรื่องการแพร่ภาพ ข้อความต่อสาธารณชน เว้นแต่เพื่อประโยชน์ต่อสาธารณชน
จึงหมายความว่า การเขียนข้อความหรือแพร่ภาพที่มีประโยชน์ต่อประชาชน แสดงว่าไม่ผิดกฎหมาย
ซึ่งจะอ้างพรบ.การพิมพ์ พ.ศ.2484 มาตรา9 มาปิดหนังสือพิมพ์ เพราะเสนอข่าวขัดต่อความสงบเรียบร้อยไม่ได้   ด้วยเหตุผลตามรัฐธรรมนูญ ที่ว่ามีประโยชน์ต่อประชาชน ด้านให้ความรู้ ระวังภัยเหตุร้าย ช่วยให้ระมัดระวังตัว
มาตรา39 กล่าวถึง เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เขียน โฆษณา และสื่อความหมายโดยวิธีอื่น การสั่งปิดโรงพิมพ์ สถานีวิทยุกระจายเสียง สถานีวิทยุโทรทัศน์ เพื่อลิดรอนเสรีภาพตามมาตรานี้จะกระทำไม่ได้
จึงหมายความว่า การสั่งปิดกิจการสื่อ เพื่อกำจัดเสรีในการเสนอความคิดเห็นจึงทำไม่ได้
ฉะนั้นจะอ้างพรบ.การพิมพ์ พ.ศ.2484 มาปิดโรงพิมพ์ไม่ได้ เพราะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ถ้าต้องการปิดโรงพิมพ์ ต้องอาศัยศาลรัฐธรรมนูญสามารถชี้ขาด หรือกฎหมายอื่นบังคับใช้
มาตรา41 กล่าวถึง พนักงานหรือลูกจ้างของเอกชนที่ประกอบกิจการ หนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรศัพท์ ย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าวและแสดงความคิดเห็นตามข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญ
จึงหมายความว่า คนที่ทำงานด้านสื่อ ควรได้รับสิทธิเสรีภาพเต็มที่ แต่อยู่ใต้กรอบรัฐธรรมนูญ กำหนดเท่านั้น
การใช้พรบ.การพิมพ์ พ.ศ.2484  มาลงโทษคนทำงานด้านนี้ หรือตีกรอบเสรีภาพความคิดไม่ได้ เพราะเป็นการขัดรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดข้อพิพาท พรบ.การพิมพ์พ.ศ.2484 ไม่สามารถสู้กฎหมายแม่อย่างรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งควรปรับแก้เพื่ออำนวยความสะดวกให้ตรวจสอบสังคมได้ มากกว่าจะกีดกั้นเสรีภาพสื่อที่พบเห็นในปัจจุบัน				
10 กันยายน 2546 18:17 น.

“มีชัย”แนะร่างพรบ.มมส เน้นกันคนอู้ชูคนขยัน!

นิติ

ระหว่างวันที่ 22-24 สิงหาคมที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) จัดการประชุมปฏิบัติการเพื่อระดมความคิดเห็นการจัดทำร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่โรงแรมภูแก้วฮิลล์รีสอร์ท อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ มีการบันทึกเทปไว้ด้วย โดยศูนย์พัฒนาทรัพยากรการศึกษาของมหาวิทยาลัย ทางศูนย์ดังกล่าว จึงได้นำเทปมาแพร่ภาพและเสียงผ่านเว็บไซด์ประจำสถาบันwww.msu.ac.th ด้วยระบบวีดีโอดีมานด์ โดยมีผู้บริหารและตัวแทนหลายฝ่าย เข้าร่วมประชุม  มีผู้นำการประชุมคือ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ นายกสภามหาวิทยาลัย รศ.ดร.ภาวิช ทองโรจน์ ที่ปรึกษาอธิการบดีและอดีตอธิการบดี และ ศ.นพ.อดุลย์  วิริยเวชกุล(ราชบัณฑิต) อธิการบดี เป็นต้น
            นายมีชัย กล่าวถึงร่าง พรบ.มมส. ฉบับใหม่ว่า ตอนที่ยกร่างฉบับนี้ มีการว่างกรอบ ระเบียบการทำงานของฝ่ายบริหารไว้เป็นอย่างดี มีการกำหนดบทบาทหน้าที่ฝ่ายต่างๆของมหาวิทยาลัย ให้รุดหน้ากว่ามหาวิทยาลัยอื่นๆ แต่พอมาถึงวันนี้ ร่างพรบ.เริ่มจะเหมือนหรืออาจด้อยกว่าร่างพรบ.ของมหาวิทยาลัยอื่นๆแล้ว ซึ่งควรจะคุยกัน เพราะถ้าได้วางกรอบไว้ดีแล้วจะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนา แต่ถ้าวางกรอบไว้ไม่ดีจะเป็นเหมือนโซ่ตรวนถ่วงความเจริญของมหาวิทยาลัย เพราะต้องเข้าใจว่า มหาวิทยาลัยมีการบริหาร 2 ระบบที่ใกล้เคียงกัน คือมีทั้งในระบบ หมายถึงการบริหารแบบราชการ และนอกระบบ หมายถึงการบริหารไม่ใช่แบบราชการ ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยจัดการบริหารแบบนอกระบบเหมือนระบบราชการ ทั้งที่ความจริงการบริหารแบบนอกระบบ มีความเป็นอิสระ มหาวิทยาลัยสามารถคิดกลวิธีใดก็ได้ แต่ไม่เห็นมีใครคิดถึงจุดนี้ เมื่อใดก็ตามมีคนคิดบริหารนอกระบบที่ดีเป็นรูปธรรม และสามารถเป็นแนวทางในการพัฒนามหาวิทยาลัยที่ดีได้ สภามหาวิทยาลัยพร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่ 
            นากยกสภามหาวิทยาลัยได้เปรียบเทียบร่างพรบ.มมส.กับร่างพระราชกฤษฎีกาวิธีการบริหารบ้านเมืองที่ดี ที่รัฐบาลจะประกาศใช้ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ควรไปในแนวทางเดียวกัน เพราะเป็นร่างกฎหมายที่ดี และยังกล่าวเพิ่มเติมว่า  พรก.วิธีการบริหารบ้านเมืองที่ดี จะเป็นตัวกระตุ้นการทำงานตัวเป็นเกลียว เพราะต้องมีแผนก่อนทำงานว่ามีอะไรบ้าง เพื่อบีบบังคับคนที่ชอบเอางานมาผ่านโต๊ะตัว โดยที่ไม่ได้เสนออะไร ซึ่งจะเห็นกันมาก เช่น หนังสือถึงอธิการฯ จะมีคนเซ็นหนังสือมาเยอะ แล้วถามว่าเมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นมา คนที่เซ็นหนังสือเหล่านี้  มักบอกว่า ก็ผมไม่ได้ว่าอะไร ฉะนั้นผมก็ไม่ควรมีความผิด  เมื่อไม่มีความผิด คนก็ชอบเซ็นกัน แล้วนับเป็นผลงาน นับเป็นวาระงาน  ดังนั้นในร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ เขาจึงกำหนดว่าต่อไปนี้ ใครก็ตามมีชื่อเซ็นแม้เพียงนิดเดียว แม้ไม่พูดอะไรเลย เกิดเสียหาขึ้นมา คนนั้นต้องรับผิดชอบด้วย ถ้าเสียหายไปร้อยล้านก็เอามาเฉลี่ยกัน หวังไว้ว่าจะสามารถช่วยตัดคนที่ไม่มีหน้าที่อะไร แต่อยากเซ็นออกไป
          รศ.ดร.ภาวิช กล่าวว่า หลัง พรบ.มมส. ประกาศใช้ บุคลากรที่เข้ามาใหม่ จะถูกเรียกรวมๆว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งจริงๆแล้วข้าราชการก็เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐอยู่แล้ว แต่จะใช้ให้เรียกเป็นคำเฉพาะไม่ใช่คำสามัญ อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อยุติในด้านกฎหมาย ทางนายกรัฐมนตรีได้ให้ทางออกว่า ถ้าใครอยากใช้คำว่าข้าราชการก็เรียกข้าราชการ อาจไม่เหมือนข้าราชการพลเรือนหรือมหาวิทยาลัย แต่เป็นข้าราชการตามด้วยชื่อหน่วยงาน ขณะนี้เริ่มนำไปใช้บ้างแล้ว เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียกว่า ข้าราชการจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ มมส. เองยังใช้คำว่าพนักงานวิชาการ และถ้าจะแก้ไขสามารถแก้ไขได้ เพราะยังเป็นแค่ร่าง พรบ.อยู่
          ศ.นพ.อดุลย์ กล่าวตอนท้ายว่า ต้องดูโดยรวมของมหาวิทยาลัยก่อนจะดำเนินการสิ่งใด เพื่อป้องกันการหลงทาง หลุดออกจากกระแสโลกาภิวัฒน์ไป และต้องสามารถตอบสนองความต้องการทางการบริการวิชาการแก่ลูกค้า นั่นคือนิสิตนั่นเอง  การดูโดยรวมต้องเริ่มดูตัวเราเองก่อน ซึ่งในปี 2547 มมส.มีงบดำเนินการ 68 ล้านบาท งบลงทุน 239ล้านบาท เป็นสิ่งที่น่ายินดีเพราะมีมหาวิทยาลัยของเราและ ม.ทักษิณเท่านั้น ที่ได้งบเพิ่มขึ้น ส่วนมหาวิทยาลัยอื่นๆนั้นถูกปรับงบลดลง ซึ่งถ้าปีต่อไปอาจจะถูกปรับงบลดลงบ้าง ก็อย่าได้เสียใจหรือวิตกกังวล เป็นเรื่องธรรมดา ฉะนั้นมหาวิทยาลัยจึงควรหารายได้ส่วนอื่นๆ เพื่อรองรับอนาคตวันข้างหน้า อย่างก็ตามในระหว่างปี 2545-2546ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง54 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบรายได้ปีก่อนหน้านั้น ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีบุคลากร 1,471 คน มีลูกจ้างชั่วคราวมากที่สุดเมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยอื่นๆราว 700 คน ซึ่งรับเข้ามาทำงานในแบบอุปการะคุณ มีตำแหน่งทางวิชาการ ระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์มีจำนวนพอสมควร ระดับรองศาสตราจารย์ 31 คน ส่วนศาสตราจารย์ประจำคณะต่างๆมีน้อยมาก ซึ่งจะต้องส่งเสริมให้มีในสัดส่วนที่สมดุลกัน และจำนวนนิสิตทั้งหมดเกือบ 20,000 คน ภาคปกติประมาณ 6,000คน ภาคพิเศษราว 14,000 คน การมีนิสิตภาคพิเศษอัตราสูง ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ทำให้มหาวิทยาลัยขยายตัวได้เร็วขึ้นเช่นกัน
             การประชุมครั้งนี้ ยังมีรองอธิการบดีฝ่ายต่างๆ ตัวแทนจากสภาคณาจารย์ ข้าราชการสาย ข-ค และหน่วยในสังกัดของมหาวิทยาลัยเข้าร่วมอภิปรายร่างพรบ.มหาวิทยาลัยมหาสารคามอย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อให้ได้ร่างพรบ.ที่ดีที่สุด ก่อนที่จะส่งให้ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติพิจารณาต่อไป.				
10 กรกฎาคม 2546 19:02 น.

one-2-call Young Webmaster Camp

นิติ

ถึงบางแสน มีงานสำคัญ คือ 48 ปี วันสถาปนามหาวิทยาลัยบูรพา ในวันที่ 5-8กรกฎาคม มีซุ้มต่างๆรายรอบตลอดทางเข้ามหาวิทยาลัย พอลงจากรถ คณาจารย์คณะวิทยาศาสตร์กับสำนักคอมพิวเตอร์ ต้อนรับขับสู้จนทุกอย่างเข้าทีเข้าทาง เวลา 4 โมงเช้าได้ นายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย คือ พ.ต.อ.ญาณพล  ยั่งยืน  กล่าวถึงวัตถุประสงค์และผู้บริหาร one-2-callกล่าวเสริม  ฝ่ายรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวต้อนรับและเปิดงานในครั้งนี้
      เวลาประมาณ 5 โมงเช้า อภิปรายประเดิมด้วย  เจาะใจ : เว็บมาสเตอร์มืออาชีพ  ช่วงนี้มือใหม่ไฟแรงหลบก่อน คนบุกเบิกทำเว็บเล่าความหลังครั้งใจรักอยากทำแรกๆ  คุณวันฉัตร ผดุงรัตน์ pantip.com  แจ้งว่าเริ่มทำเพราะอินเตอร์เน็ตเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาในประเทศไทย ลองผิดลองถูกทำดู ด้วยติดใจ ทำไมมีแต่ภาษาอังกฤษเต็มเว็บเลย แล้วภาษาไทยทำได้หรือเปล่า ข้อสงสัยกลายเป็นความสนใจในที่สุด จึงเป็น pantip.com เว็บที่คนไหนไม่เคยได้ยินชื่อคงเชยระเบิดในโลกอินเตอร์เน็ต ยังมี คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุจากthaisecondhand.com  วิทยากรท่านนี้รวยแบบรู้เรื่องธุรกิจและเล่าประการณ์การตลาดการทำเว็บให้มีกำไรทำกันอย่างไร อีกคนคือ คุณณัฏฐะพันธุ์ เลิศพงศ์พิรุฬห์ ทำเว็บเฉพาะทางเกี่ยวกับ palm กับเว็บ Mr.palm.com  จนมีตังค์มั่งมีศรีสุขก็ว่าได้
   ช่วงใกล้เที่ยงก่อนรับประทานข้าว ก็พูดถึง  หนทางสู่เว็บมาสเตอร์  มีคุณ ปรเมศวร์ มินศิริ ผู้ก่อตั้ง sanook.com  แต่เดี่ยวนี้ดูแลหลายเว็บเลยขายsanook.com ให้ฝรั่งตั้งหลายล้าน มี คุณเฉลิมรัฐ นาควิเชียร จากnetdesign.ac.th  
เล่าวิธีออกแบบเว็บให้สวย  คุณกิตติวัฒน์  มโนสุทธิจากHostpacific  
บอกพูดถึงการพัฒนาเว็บเพื่อรักษาข้อมูลต่างๆ
     พอบ่ายมาแยกกลุ่มตามที่ตนเองเลือกมา 
web marketing พี่ภาวุธ พงษ์วิทยภานุจากthaisecondhand.com อธิบายการตลาดการทำเว็บเจาะกลุ่มย่อย
web designer พี่เฉลิมรัฐ นาควิเชียร จากnetdesign.ac.th อธิบายในกลุ่มย่อยถึงการออกแบบให้ดึงดูดคนชมเว็บ
web centent พี่ณัฏฐะพันธุ์ เลิศพงศ์พิรุฬห์เว็บ Mr.palm.com พูดถึงการเลือกข้อมูลในกลุ่มนี้
web developerพี่กิตติวัฒน์  มโนสุทธิจากHostpacific กล่าวถึงการสร้างระบบข้อมูล และการพัฒนาเว็บ
หลังจากนั้นก็แบ่งผู้เข้าร่วมโครงการทั้ง 4 สาขา เป็น 10 กลุ่ม กลุ่มละ 8 คน ทำเว็บ 5 ประเภท คือ
1.teens community ทุกอย่างที่วัยรุ่นสนใจ
2.portal web เกี่ยวกับแหล่งข้อมูล ร่วมlink
3.government unit เว็บหน่วยงานราชการ
4.private business site เว็บองค์กรธุรกิจทั่วไปขาย-บริการ สินค้า
5.SMEs business site เว็บองค์กรธุรกิจทั่วไปขาย-บริการ สินค้าขนาดเล็กขนาดย่อม
โดยทุก 2 กลุ่มจะได้หัวข้อเดียวกัน จึงครบ 10 กลุ่มพอดี เริ่มลงมือปฏิบัติ ตั้งแต่ บ่าย 3 โมงเย็น จน ถึง เกือบเที่ยงคืน ระหว่างนี้มีกิจกรรม- อาหารคั้นเป็นระยะ กว่าจะได้นอนประมาณตี 1 ทุกคนดูสนุกสนานกับงานกลุ่ม ด้วยเวลาที่กระชันชิด และหลับใหลด้วยความเพลียเพื่อจะได้ตื้นไปทำเว็บให้เสร็จในวันรุ่ง
     6 กรกฎาคม เสียงเพลงมหาวิทยาลัยดังขาดๆหายๆ เตือนให้รู้รีบลุกทำกิจธุระให้เสร็จ เพื่อเข้าฟังสัมมนาเรื่อง จริยธรรมเว็บมาสเตอร์ตอน 3 โมงเช้า โดยผู้ที่ดูแลเรื่องนี้อย่าง คุณกฤษดา ตำราเรียงและคุณภูมิจิต ญอง ผู้ทรงคุณของสมาคม พูดถึงสิ่งใดควรทำและละเว้นในการประกอบวิชาชีพนี้
     4 โมงเช้าแบ่งกลุ่มเพื่อเตรียมงานและเว็บ นำเสนอ ในห้องสัมมนา ทุกกลุ่มดูกระตือรือร้นเพื่อจะได้รางวัลเล็กน้อยติดมือกลับบ้าน 
พอเวลาบ่ายเสนอผลงานของแต่ละกลุ่มย่อย ในกลุ่มใหญ่ เวลา บ่าย 3 โมง สรุปการสัมมนา โดยอุปนายกสมาคม แล้วเดินทางกลับบ้านแต่ละที่ ที่มากันโดยสวัสดิภาพ
     ภาพประทับจับใจบนการเรียนรู้ ได้พบเจอเพื่อนๆที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน มันค้านกับงานวิจัยบางชิ้นและคำพูดเสียดสีบางคำว่า คนที่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์วันละไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมงเป็นคนที่อยู่ร่วมสังคมกับคนอื่นๆไม่ได้ ชอบหลีกหนีมีกิจกรรมทำอยู่คนเดียว รอยยิ้มความตั้งใจในงานวันนั้นพิสูจน์ อะไรบางของคนหัวใจไอทีได้ อย่างน้อยก็ผมหล่ะคนหนึ่งที่คิดถึงพี่ๆเพื่อนๆทุกคน งานนี้ สนุกแน่ และสนุกจริงๆ ขอบคุณครับ				
13 กุมภาพันธ์ 2546 17:31 น.

“14 กุมภา” จุดเริ่ม…จุดเชื่อม…จุดดับแห่งรัก?

นิติ

เทศการนี้คงเกิดขึ้นไม่ได้ต้องขอบคุณ นักบวชในคริตส์ศาสนาที่ชื่อว่าวาเลนไทน์ ปรากฏชื่อในสมัยคริสตศวรรษที่ 3   คุณรู้ไหมนักบวชคนนี้ทำอะไรถึงดัง?      ขณะนั้นองค์จักรพรรดิ เคลาดิอุสที่ 2   แห่งกรุงโรม  เห็นว่าในบรรดาเหล่าทหารหาญของพระองค์ เมื่อเปรียบเทียบแล้ว ชายโสดจะมีประสิทธิภาพในการรบเยี่ยมยอดมากกว่า ชายที่แต่งงานแล้ว พระองค์เลยมีvisionหรือวิสัยทัศน์ (ตามนักการเมืองนักวิชาการไทยชอบใช้ศัพท์นิยม) จึงประกาศว่า  การแต่งงาน ของเด็กวัยรุ่นนั้นเป็นความผิดอย่างยิ่ง 
     แต่นักบวชวาเลนไทน์  บอกว่าไม่เห็นด้วยกับมาตรการนี้ และยังคงประกอบพิธีแต่งงานตามศาสนาแบบลับๆจนกระทั้งการประกอบพิธีดังกล่าวถูกจับได้ 
 จักรพรรดิเคลาดิอุสมีรับสั่งให้นำนักบวช วาเลนไทน์ไปประหารชีวิต  นับตั้งแต่นั้นมาชาวบ้านต่างเล่าขานการกระทำเพื่อเชิดชูความรักของนักบวชวาเลนไทน์  จนบัญญัติเอาคำว่า วาเลนไทน์ชื่อของนักบวชคนนี้ เรียกเทศกาลแห่งความรักในเดือนกุมภาพันธ์ทุกปี
        สัญลักษณ์แทนความหมายแห่งรัก  หนีไม่พ้นดอกกุหลาบ ทั่งชายและหญิงต่างเลือกซื้อให้คนอันเป็นรัก ดอกกุหลาบในช่วงนี้ราคาแพงขึ้นหลายเท่าตัว แต่ก็อย่างว่าอยากได้อะไรต้องลงทุนกันหน่อย  อยากได้ความรัก ต้องลงทุนตามกระแสนิยมบ้าง ถือเป็นจุดเริ่มต้นของหลายคนต้องการให้ความสัมพันธ์ใกล้ชิดยิ่งขึ้น  
        ส่วนคนงบน้อย ลองเอาตัวเลือกอื่นดีไหม?  อย่างผมขอส่งการ์ดความหมายดีๆ ผ่านอินเตอร์เน็ตไปอีเมล์คนที่อยากให้ดีกว่า แบบว่า ลงทุนน้อยแต่ต่อยหนัก(ส่งข้อความซึ้งสุดๆ)     
คลิกไปคลิกมา เจอเว็บเด็ดเหมาะกับช่วงเทศกาลพอดี  จีบสาว.คอม  (http://www.jeebsao.com)
เลยแวะเยี่ยมชมเสียหน่อย จะได้เป็นวิทยาทานแก่ตัว
       คุณอาจจะเคยถามตัวเองมาหลายครั้งหลายหนแล้วว่าทําไม? 
ทําไมคุณจีบสาวไม่ติดซะที? ไม่ว่าคุณจะทําอะไรก็ดูเหมือนมันจะไม่สําเร็จไปหมด 
คุณไม่รู้เลยว่าจริงๆแล้วผู้หญิงต้องการอะไรกันแน่ทั้งๆ ที่คุณทําดีกับพวกเธอทุกอย่างเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทําให้ได้ แต่สุดท้ายสาวๆเหล่านั้นก็
ทิ้งคุณไปหาคนอื่น มันเหมือนกับว่าคุณไม่สามารถที่จะเข้าใจพวกเธอได้ คุณได้แต่นั่งกลุ้มใจ เศร้าซึมและคิดว่าชาตินี้คุณคงไม่มีทางจีบสาวสวยได้สําเร็จ 
เวลาคุณไปเดินเที่ยวตามห้างต่างๆ คุณเห็นคนอื่นเขาเดินกับแฟนจูงมือกันกระหนุงกระหนิง มันบาดลึกเข้าไปในหัวใจ คุณแทบไม่อยากจะหันหน้าไปมองเลย
คุณรู้สึกว่าโลกนี้ช่างโหดร้ายเสียเหลือเกิน ไม่มีความยุติธรรม คุณอาจจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวไปตลอดกาล มันช่างเป็นความรู้สึกที่เลวร้ายจริงๆ
      ฟังคำพูดของเว็บมาสเตอร์  กล่าวทักทายในหน้าแรกกับผู้เยี่ยมชม  ผมความรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวขึ้นแล้วสิ ไม่ใช่ปวดหัวหรือตัวร้อนแต่ พูดแทงใจดำคนไม่มีแฟนได้ถึงใจ จนอดเปิดดูหน้าต่อไปไม่ได้
     ผมเริ่มต้องตั้งใจอ่านมากยิ่งขึ้น  ประมาณว่า พันธุ์หมาบ้า  นวนิยาย เรื่องเยี่ยมของ ชาติ กอบกิตติวางไว้ก่อน  ความน่าจะเป็น รับรางวัลซีไรต์ที่ผ่าน ของ  ปราบดา หยุ่น  น่าจะเป็นได้เพียงหมอนหนุนในช่วงเวลานั้น  จะไม่ให้กล่าวข้างต้นอย่างนั้นได้อย่างไรเพราะ  ผมอ่านเจอบทเรียน การจีบสาว มีแบบแผนและเว็บมาสเตอร์กล่าวสำทับอีกว่า จนในที่สุด วันหนึ่งชีวิตผมก็เปลี่ยนไป มันไม่น่าเชื่อ!!! จากคนที่ไม่เคยจีบสาวติด ผมกลายเป็นคนที่มีสาวๆมาสนใจมากมาย   ตั้งแต่วันนั้นผมรู้ได้เลยว่าผมได้ค้นพบสุดยอดเคล็ดลับในการจีบสาว!!! เป็นเคล็ดลับที่ผู้ชายทั้งหลายพยายามค้นหามานานแสนนาน และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทําให้ผม ได้ทําเว็บ นี้ขึ้นมา เพื่อที่จะให้คุณได้สัมผัสกับมันด้วยตัวเอง !!!
     ผมลงทะเบียนเรียนด้วยหัวใจของตนเองเป็นที่ตั้ง  ถึงเสียเวลาอ่านบ้างแต่ก็รู้ไว้ใช่ว่าใส่บาแบกหาม  
บทเรียนแรก เบสิค อันนี้สำคัญ เป็นเรื่องง่ายที่ผู้ชายควรรู้ 
้ ทําความเข้าใจทัศนคติและความคิดของตัวเอง และเขาให้ใกล้เคียงกัน
     บทเรียนต่อไปมุ่งเน้น ด้านการปรับตัวเข้าหาสาว เรียนรู้การเอาใจ อีกบทหนึ่งก็ว่า เสน่ห์ดึงดูดใจ  การยิ้มเป็นเรื่องสำคัญ เลื่อนเมาท์ลงไปเจอบทที่ว่าเรื่องราวจากประสบการณ์จริง จากเว็บมาสเตอร์ประสบความสำเร็จด้วยตัวเอง ขอบอก  ขอบอก!! และบทสุดท้ายให้ความสำคัญเกี่ยวกับการสนทนาของทั่งสองคน  หยอกนิดแซวหน่อย  อร่อยกับน้ำคำหวานๆ ซึ่งกันและกัน แบบนี้เธอคงประทับใจบ้างหล่ะไม่มากก็น้อยที่สำคัญรักแน่ไม่หน่อยง่ายเป็นพอ
    แวะกลับมาเว็บคุ้นเคย กลอนไทย www.thaipoem.com  เลือกเอากลอนที่เข้ากับท่วงทำนองดนตรี แต่งกลอนเองเสียหน่อย 
                                                     เพลงรักที่ไม่ฟัง
เสียงเพลงเบาๆเอาพอเศร้า  
ท่วงทำนองเหงาๆเอาพอคิดถึง
เนื้อร้องคำรักแผ่วๆคิดแล้วชวนรำพึง     
บวกเสียงคนร้องซึ้งๆให้เธอเข้าใจ
บอกความในไปกับเพลงคุ้นหู   
ให้รับรู้คนอยู่ตรงนี้คิดยังไง
เป็นความรู้สึก ลึก ลึก ความนัย
ฝากสายลมไหว พัดไปถึงเธอ
จะร้องคลอเบาๆเงาฝีปาก
ลมผ่านปากจากหัวใจไปเสนอ
มันเรียกร้องก้องอยู่ในใจละเมอ
เริ่มล้นเอ่อต้องบอกเธอรับรู้ไป
โปรดรับไว้ในห้วงคิดคะนึง
จะรู้ถึง ห่วงหา ขนาดไหน
แทบจะดับชีวิต ถ้าไม่ติดใน
ความอาลัยในรักเธอ ที่เฝ้ารอ
เสียงเพลงแผ่ว จะแผ่วลง คงห่างหาย
ถ้าไม่ได้รับคำตอบ ว่าชอบหนอ
ทำนองเพลงคงเศร้าและทดท้อ
รักไม่พอหรือมากไปใจคนเจียม
      ถึงจะไม่ค่อยได้ความเท่าไหร่ แต่ตั้งใจปาฏิหารย์ในรักก็เกิดขึ้นได้ เพราะทุกห้องใจมีแต่รักเธอ
คลิกส่ง! ! !.				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟนิติ
Lovings  นิติ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟนิติ
Lovings  นิติ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟนิติ
Lovings  นิติ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงนิติ
>