6 สิงหาคม 2556 10:28 น.

เราเรียนไปเพื่ออะไรใครบอกที ?

ประภัสสุทธ

ฉันเป็นนักศึกษาปัญญาชน

ท่ามกลางทางสับสนคนแบ่งสี

หลอมหล่อและล่อหลอกหลายคัมภีร์

ถูกบ่มในเบ้านี้ "มหาลัย"

 

"มหาลัย มหาหลอก" กลอกกลับคำ

จับจองจำกับตำราน่าสงสัย

ครุ่นคำถามนิยามตามจิตใจ

" เราเรียนไปเพื่ออะไรใครบอกที ? "

 

เพื่อก้าวผ่านประสบการณ์กร้านความคิด

เพื่อพ้นพรากจากชีวิตโง่งมนี้

เป็นนักปราชญ์ปราดเปรื่องปัญญาดี

แหละกดขี่คนโง่โตต่อไป

 

เพื่อสำเร็จเสร็จได้ใบกระดาษ

ประกาศโชว์โอ่สังคมนิยมใหญ่

สมัครงานผ่านสบายหมายมั่นใจ

มีรายได้ใช้จ่ายถ่ายชีวิต

 

เพื่อประโยชน์โพดโผยผลผู้เกื้อ

เพื่อเป็นเนื้อเชื้อเพลิงผู้ผลิต

เป็นแถวทาสนายทุนตุ๋นความคิด

สู่สายพานการผลิตติดกับดัก

 

  เพื่อรับใช้ไฟฝันฝั่งมวลชน

สละตนติดดินสิ้นยศศักดิ์

สานฝันอุดมการณ์ด้วยความรัก

ยืนปักหลักชัยใน "หมู่บ้าน"

 

หรือเรียนเพียรเขียนอ่านตามระบอบ

ท่องตำราบ้าสอบตอบโวหาร

จดบันทึกทุกคำจำหลักการ

จมปลักดักดานอ่านหนังสือ

 

คำตอบมอบให้เธอบำเรอคิด

ค้นหาทั้งชีวิตที่เธอถือ

อีกทางคือวางปล่อยลอยตามสื่อ

" คำตอบฉันชอบคือ จุด จุด จุด "

 

                                                      4 สิงหาคม 2556

14 มิถุนายน 2556 19:19 น.

ยอดหญ้าเบนเอนไหวในความว่าง..

ประภัสสุทธ

สงบเย็นเห็นโลกโบกศานติ

ชั่วขณะสมาธิสติตั้ง

ละเลื่อมเงาเทาแสงแสดงพลัง

ฉายมนต์ขลังหยั่งยอดหญ้าระย้างาม

 

สดใหม่ใสกระจ่างสว่างจิต

ความคิดดิ้นติดกับกับคำถาม

จะหยุดยื้ออย่างไรไว้ในความงาม

ทุกโมงยามยอดหญ้ายังงามอยู่

 

ลองหยุดย้อนความถามตนก่อน

คำสอนเรื่องความงามตามความรู้

ถูกถกความตามสังคมชมเชิดชู

ต่างตีความตาม "ตัวกู" รู้ว่างาม

 

งามงดหมดจดจิตบรรเจิด

พิเลิศเพลิดเพลินเกินมองข้าม

ขาวใสไร้ริ้วรอยพลอยเพ้อตาม

นี่คือความงดงามตาม "จิตกู"

 

ลองหยุดย้อนความถามตนก่อน

กาพย์กลอนสอนใจใยถึงรู้

ดั่งภาษิต " กูคิด จึงมีอยู่ "

จิตจึ่งกระโจนสู่การยึดติด

 

ชั่วขณะถนัดนึกตึกตรองชัด

กระบวนทัศน์สลัดทิ้งพึ่งพิงจิต

ปล่อยปลด ลด ละ วาง สางความคิด

สิ่งใดใดใช่ถูกผิดจิตปล่อยวาง

 

๏ ปล่อยวางว่างห่างจากตัวตน

เลิกหาล่าเหตุผลมาก่นอ้าง

เผชิญพบทบทวนด่วนปล่อยวาง

อย่าเก็บกักถักถ่างทางอารมณ์

 

แล้วโลกจะสงบพบสันติ

ชั่วขณะสมาธิที่เหมาะสม

ผลิโผล่โตเติบจากเปือกตม

จักบานบ่มห่มโลกให้ร่มเย็น

 

ยอดหญ้าอ้าบานเบ่งเร่งเหี่ยวเฉา

สีสันบั่นบรรเทาทุกสายเส้น

แตกตายสลายรวงร่วงกระเด็น

ความงามที่แลเล่นล้วนลวงเรา

 

จึงจับจิตจดจ่อปัจจุบัน

สติสงบมั่นกลั่นความเขลา

สว่างสัจธรรมนำร่มเงา

เปิดม่านบ้านจิตเก่าเกิดสุขเย็น

 

สงบเย็นเห็นโลกโบกศานติ

ชั่วขณะสมาธิจิตชัดเด่น

ละเลื่อมเงาเทาแสงแสดงเล่น

ยอดหญ้าเบนเอนไหวในความว่าง !!!

18 มีนาคม 2556 16:02 น.

เขียนถึง...

ประภัสสุทธ

๏ เขียนถึงฟากฟ้าทะเลกว้าง		
ทุกอย่างกางไกลเหมือนเธอไหม 
คลี่คลุมพุ่มตึกลึกถึงไพร			
ก้อนกรวดอวดผาใหญ่ ใจมนุษย์
๏ อ้อมโอบอบอวลม้วนละมุน		
กลั่นหยดเจือจุนมหาสมุทร
เคลื่อนค่ำต่ำฟ้าดาวเดือนผุด		
ยื้อหยุดฉุดใจให้เฝ้ามอง

๏ เขียนถึงแม่น้ำลำธารใส		
หล่อเลี้ยงสิ่งใดในบึงหนอง
ห้วยหาดลาดตลิ่งบิ้งลำคลอง		
อาบเอ่อทดลองเลี้ยงสิ่งใด
๏ ชุ่มชื่นฉ่ำโชกโศลกเย็น			
หลอมเลี้ยงเส้นเอ็นทุกเส้นใย
ดินป่านาเขาลำเนาไพร			
วิถีใจ ความคิด จิตวิญญาณ

๏ เขียนถึงธรรมชาติสะอาดสวย		
คนจน คนรวย คนกล้าหาญ
สูงต่ำดำขาวสาวแก่ยาน			
ทั่วฐานหนทางต่างตรงไหน
๏ ผู้คน เกิด แก่ แลเจ็บ ตาย		
ความหมายคลี่คลายสลายไป
นิเวศน์ชีวิตลิขิตไว้			
" ธรรมชาติ " ย่อยสลายทุกชีวิต

๏ เขียนถึงมนุษย์ปุถุชน			
แหวกว่ายเวียนวนหลงยึดติด
สิ่งใดไขว่นำทำความคิด			
บั้นปลายท้ายชีวิตคิดสิ่งใด
๏ หรือหวังตามหวังทั้งสังคม		
หรือบ่มสังคมตามหัวใจ
หรือเพียง เลี้ยงหัว ตัวรอดไว้		
ตามยุคทุกสมัยของสังคม

๏ ฉันถามเพื่อหวังให้คิดต่อ		
หลอกล่อต่อคำร่ำระดม
รึโลกทุกอย่างสร้างเหมาะสม		
ปล่อยปละคละเปือกตมชะตากรรม

ประภัสสุทธ
13 มีนาคม 2556				
15 มีนาคม 2556 20:56 น.

ท่ามกลางป่าหนังสือ

ประภัสสุทธ

๏ ร่อนเร่ท่ามกลางป่าหนังสือ
กำแพงภายในคือรั้วขอบ
ร่ำเรียนแล้วก็เรียน แล้วสอบ
ชีวิตเวียนวนรอบสี่ปี

๏ หนังสือคือบทเพลง ผูกมัด
เกียรติบัตรคัดพวกมี ภาษี
เพื่อขันแข่งแย่งตำแหน่ง ดีดี
สู่วิถีฤดีกาล (ร) ศึกษา

๏ สีเหลืองเจ้าคือ นกขมิ้น
เจ้าบินแล้วก็บิน เกลื่อนฟ้า
ไร้หวังที่จะคอย พึ่งพา
เพราะไม่ลงถลา เหยียบดิน

๏ " ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง
ตะลึงถึงสีสัน ทั้งสิ้น
ในนั้นมีความฝัน มันลิ้น
ทั้งเสียง สี กลิ่น ตรึงฉัน "

๏ บัดนี้อุดมการณ์ เจ้าเลือน
โบราณเจ้าเสมือน เพื่อนฝัน
คอยขับกล่อมบทเพลง โรมรัน
ต่อสู้ความคับขัน สังคม

๏ " ฉันเหนื่อยเพราะเรียนหนัก มานาน "
สำนึกไม่เบ่งบาน เหมาะสม
อุดมการณ์สานฝันอันนิยม
อย่ายกย่องชื่นชมบ่มเรื่องราว "

๏ กี่ปีเจ้าถึงจะกลับมา
ร่อนลงจากฟากฟ้า สีขาว
ขับเพลงแห่งเสรี ยาว ยาว
สี่ปีจะคอยข่าว เจ้าคืน

ประภัสสุทธ
28 ตุลา 49 ถึง 14 มีนา 56				
14 มีนาคม 2556 19:20 น.

เมื่อแดดยังออก สองขายังเดิน..(Rewrite)

ประภัสสุทธ

๏ เมื่อใดที่มองฟ้ายังเห็นดาว
เมื่อใดที่ตีนเปล่าก้าวเดินผ่าน
เนื้อตัวห่อหุ้มผิวอันหยาบกร้าน
สะพายอุดมการณ์ปาดเหงื่อหลั่ง

๏ แสงแดดระอุอุ่นตะวันรอน
เงาทาบถนนร้อนทิ้งเบื้องหลัง
ย่ำเดินบนดินแล้งแตกผุพัง
เหนื่อยกายสายใจยังหลั่งลุกไหม้

๏ หนาวเย็นจนเหน็บกายยามหมดแดด
มิดมืดเสียงลมแผดกระพือไหว
คร่ำเคร่งอยู่กับงานสะท้านใจ
ใต้กลิ่นละอองไออุดมการณ์


ประภัสสุทธ
1 สิงหา 48 ถึง 14 มีนา 56				
ไม่มีข้อความส่งถึงประภัสสุทธ
>