26 กันยายน 2550 09:41 น.

ฉันอ่านบทกวี

ผีเสื้อปีกบางฯ

ฉันอ่านบทกวี
ในยามที่อุษารุ่งฟุ้งสีสัน
แก้วน้ำค้างแวววับรับตาวัน
เห็นดอกฝันของใครนี่เริ่มคลี่บาน

ฉันอ่านบทกวี
ของใบไม้หลากสีที่หวามหวาน
ใจสองดวงดื่มด่ำฉ่ำกว่าตาล
รอยจดจารกลางใจไม่ลืมเลือน

ฉันอ่านบทกวี
ของความเหงายามที่ไม่มีเพื่อน
ใครคนนั้นแน่วแน่ไม่แชเชือน
เปรียบเสมือนสายลมรักยังทักทาย

ฉันอ่านบทกวี
คลอเคล้าเสียงดนตรีมีความหมาย
ฝากคำหวานไว้ข้างแก้มอย่าแย้มพราย
หวังคนนั้นยิ้มได้คลายกังวล.....				
24 มกราคม 2549 09:01 น.

นกแขกเต้ากับชาวนา

ผีเสื้อปีกบางฯ

๑......นมนานกาลก่อนเก่า..........มีเรื่องเล่าสืบกันมา
ยังมคธนัครา.............................ที่ชายป่าบนยอดเขา   

๒......ป่างิ้วที่กล่าวนี้...................ยังคงมีนกแขกเต้า         	
พักพิงใต้ร่มเงา.........................ไม่เคยเหงาห้าร้อยตัว

๓......รุ่งเช้าออกหากิน...............พากันบินไม่หวั่นกลัว
ตั้งแต่ฟ้าสลัว.............................มุ่งหน้านาข้าวสาลี

๔......พากันลงจิกกิน.................แล้วร่อนบินหลังอิ่มพี
ย้อนกลับรังถิ่นที่........................เป็นเช่นนี้ทุกวันไป

๕......แต่เหตุดูแปลกแยก...........เจ้านกแขก(เต้า)ตัวโตใหญ่
พญานกนี้ไซร้.............................ทำแปลกใจไม่เคยเจอ

๖......ชาวนาคิดแผนจับ...............วางกับดักยามนกเผลอ
จับได้แล้วถามเธอ.......................ว่า "นี่เออเจ้านกไพร"

๗......นกอื่นหลังอิ่มแล้ว..............รีบบินแจวกลับป่าใหญ่
ปากว่างไม่มีอะไร........................แต่เจ้าไม่เคยเพียงพอ

๘......คาบอีกสามรวงข้าว.............เป็นเพราะเจ้ามียุ้งรอ
หรือต้องไปกินต่อ........................เราอยากขอให้ตอบที

๙......หรือเรามีเวรกรรม..............เคยกระทำกับเจ้านี้
หรือเจ้าไปใช้หนี้..........................หรือเจ้ามีที่ฝังไว้

๑๐.....พญานกแขกเต้า................ว่ารวงข้าวที่เอาไป
รวงหนึ่งเอาไปใช้.........................หนี้เก่าไงต้องชี้แจง

๑๑.....หนี้เก่าคือพ่อแม่.................ยามท่านแก่ไร้เรี่ยวแรง
ตัวเราต้องแสดง...........................กตัญญูด้วยรู้คุณ

๑๒.....รวงสองเอาให้เขา...............ที่นอนเนาในรังอุ่น
คือลูกต้องเจือจุน..........................หวังผลบุญในบั้นปลาย

๑๓.....ลูกจะคอยดูแล....................ยามเราแก่จนชีพวาย
ให้เขาเราสบาย.............................จนสุดท้ายของชีวี

๑๔.....รวงสามเอาไปฝัง.................อยากให้ฟังเป็นเช่นนี้
เป็นการทำความดี.........................กับนกที่ป่วยชรา

๑๕.....บัณฑิตท่านกล่าวไว้..............ทำบุญไปเหมือนกับว่า
เราฝังทรัพย์เงินตรา.......................ใช้ภายหน้าคราจำเป็น

๑๖.....ชาวนาจิตเลื่อมใส.................เริ่มเข้าใจในประเด็น
พญานกชี้ให้เห็น............................คุณธรรมย้ำจิตใจ

๑๗.....จึงปล่อยพญานก..................พร้อมกับยกนาข้าวให้
พญานกให้อภัย..............................แล้วจึงให้โอวาทมา

๑๘.....ขอท่านสั่งสมบุญ...................ไปเป็นทุนในภายหน้า
พ่อแม่แก่ชรา.................................ขอชาวนาจงดูแล

๑๙.....ชาวนาได้คติ........................คิดตรองตริตั้งใจแน่
สร้างกุศลไม่ผันแปร......................จวบจนแก่ตลอดไป

๒๐.....แขกเต้าผู้ปัญญา.................นั้นรู้ว่าทำอย่างไร
กับทรัพย์ที่หาได้............................สุขกายใจตลอดกาล

๒๑.....คนเราทุกวันนี้....................นกแขกชี้ให้ชื่นบาน
เก็บทรัพย์มาเนิ่นนาน...................ควรรู้การใช้ทรัพย์สิน

๒๒.....ใช้ทรัพย์ทำกุศล..................สร้างบุญผลชนยลยิน
เกิดคุณค่าชีวิน..............................จวบจนสิ้นอายุขัย........				
21 กรกฎาคม 2548 08:47 น.

..... จดหมายจากปลายฟ้า .....

ผีเสื้อปีกบางฯ

.... ส่งจดหมาย  จากปลายฟ้า  มาถึงพี่
หวังคนดี ได้รับ  ก่อนหลับไหล
อักษรแทรก  รอยยิ้ม  พริ้มละไม
แทนสายใย  ไออุ่น  ที่คุ้นมา

.... แหงนมองฟ้า  คราใด  ไม่เหงาหงอย
ยินเสียงคอย  ปลอบขวัญ  ให้หรรษา
เหมือนตัวพี่  อยู่ใกล้  แม้นไกลตา
อีกฝั่งฟ้า  รู้ดี.....ที่ห่วงใย

....ดูลิบลิบ  วิบวับ  ประดับฟ้า
ดวงดารา  ถักทอ  ล้อแสงใส
ดาวกระซิบ  รินร่ำ  พร่ำความนัย
"รู้ใช่ไหม  พี่คิดถึง  คะนึงครวญ"

.... ความเหน็ดเหนื่อย  หนักใจ  ในวันนี้
ก็คลายคลี่  มลายไป  ไม่ปั่นป่วน
รอยยิ้มแต้ม  แก้มใส  คล้ายเชิญชวน
ให้พี่หวน  มาจุมพิต  ก่อนนิทรา.............				
20 กรกฎาคม 2548 15:22 น.

.... ไม่นานเกินรอ ....

ผีเสื้อปีกบางฯ

....อยากด้นผจญภัย
ท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง
ผีเสื้อเจ้าปีกบาง
ต้องแรมร้างห่างมาไกล

....บินร่อนเพียงลำพัง
ด้วยความหวังที่ฟ้าใส
เคยยินจากใครใคร
รุ้งตัวใหญ่ที่ปลายทาง

....คิดถึงทั้งพ่อแม่
คงชะแง้ตอนฟ้าสาง
รอลูกไม่จบจาง
ส่งข่าวบ้างเป็นอย่างไร

....เฝ้านับวันกลับบ้าน
อีกไม่นานกาลผ่านไป
เปรมปรีด์เปี่ยมหัวใจ
วันนั้นไม่นานเกินรอ......				
22 มิถุนายน 2548 22:25 น.

กลับบ้าน....ลานกวี

ผีเสื้อปีกบางฯ

......มารำพันพร่ำเพ้อ..........อีกคน นะพี่ 
อยากใคร่ยินและยล.............สักครั้ง 
โคลงหวานแว่วดังดล..........จิตร่ำ 
เสียงพี่เรียกเรายั้ง.............กลับบ้านลานกวี 

.......คราจรจากห่างบ้าน......เคยเนา 
ดวงจิตมิบรรเทา...............ทุกข์ร้อน 
คิดถึงเมื่อคราเรา...............วอนว่า กลอนนา 
เคยพร่ำคำออดอ้อน...........ห่อนเว้นลืมเลือน				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟผีเสื้อปีกบางฯ
Lovings  ผีเสื้อปีกบางฯ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟผีเสื้อปีกบางฯ
Lovings  ผีเสื้อปีกบางฯ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟผีเสื้อปีกบางฯ
Lovings  ผีเสื้อปีกบางฯ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงผีเสื้อปีกบางฯ
>