3 มกราคม 2551 22:58 น.

หนาว.....ไม่เข้าใจ

พงษ์ศักดิ์ สิงห์ขจร

     สายลมหนาว ลูบไล้กาย เย็นจับจิต
ชวนให้คิด หาคู่ครอง ยามลมหนาว
อยู่คนเดียว แสนเปล่าเปลี่ยว ทุกเรื่องราว
มองหาสาว มาแนบชิด ยามหนาวกาย

     จะมีไหม สาวใจดี มาเคียงข้าง
ร่วมกันสร้าง รั้วกำแพง ให้หนาวหาย
ป้องทั้งลม กันทั้งแดด อีกมากมาย
หนาวสลาย กายอบอุ่น แสนสุขใจ
				
5 ตุลาคม 2550 23:40 น.

ช้างพลัดถิ่น

พงษ์ศักดิ์ สิงห์ขจร

   เสียงเพลง บรรเลงก้อง
ร่ำร้อง สะเนาะหู
ร่มรื่น อยู่กลางภู
ยืนอยู่  ลำเนาไพร
 
   เกือบปี มาอยู่ดง
ดำรง อยู่แดนไกล
พลัดถิ่น ศรีวิไล
หัวใจ ครวญคำนึง

   สายลม เคล้าเสียงเพลง
บรรเลง บทเพลงซึ้ง
ทุกช่วง ยังตราตรึง
คิดถึง ถิ่นจากมา

   สุรินทร์ คือถิ่นจาก
พลัดพราก เฝ้าห่วงหา
ทุกช่วง ของเวลา
ห่วงหา ทุกนาที

   พ่อแม่ เป็นไงบ้าง
อยู่ห่าง ดวงชีวี
จำจาก เพราะหน้าที่
ดวงฤดี เศร้าเหลือเกิน



แด่....เพื่อนที่พลัดถิ่นจากบ้านไกล   
ไปใช้ชีวิตอยู่ที่ระนองในเขตชายแดน				
15 กรกฎาคม 2550 23:52 น.

ในคืนหนึ่ง..คะนึงหา

พงษ์ศักดิ์ สิงห์ขจร

   สายลมโชย ผลัดกลิ่น ดอกคัดเค้า
ชั่งยั่วเย้า กลิ่นหอม น่าหลงใหล
สายลมพัด กลิ่นหอม ยั่วยวนใจ
ช่างทำให้ นึกถึง น้องนวลนาง

   ยามแนบชิด กลิ่นกาย ชั่งหอมหวน
ดั่งโซ่ตรวน ตรึงใจ จนรุ่งสาง
กลิ่นยั่วเย้า เคล้าตรึง มิจืดจาง
ไม่อยากห่าง นางน้อง ครองใจเดียว

   เคยสัญญา กันไว้  เป็นมั่นเหมาะ
ไม่ฉอเลาะ แบ่งใจ แม้เพียงเสี้ยว
จะมีพี่ จะมีน้อง รักกลมเกลียว
จะไม่เปลี่ยว อุรา พาเศร้าตรม

   ความแน่นอน หามี ในโลกนี้
ดวงฤดี มีใจ ไม่สุขสม
ความคิดเริ่ม แปรเปลี่ยน ทุกข์ระทม
ความขื่นขม เข้าแทรก ระหว่างเรา

   น้องไปทาง พี่ไปทาง ทางเลือกใหม่
สองดวงใจ แยกกัน พี่คงเหงา
ไม่มีน้อง ไม่มีพี่ ไม่มีเรา
แต่มีเขา เข้ามาแทรก แปรเปลี่ยนไป
				
15 กรกฎาคม 2550 17:25 น.

สงสัยเรื่อง..ไก่

พงษ์ศักดิ์ สิงห์ขจร

ตื่นขึ้นมาตอนเช้า............ได้ยินไก่ขัน
เป็นช่วงพระจันทร์..............ลาลับ
แสงอาทิตย์สีส้มฉับพลัน......ฉันเห็น
แสงจันทร์หายวับ................แสงใหม่เรืองรอง

แปรงฟันล้างหน้าอาบน้ำ......ใจยังคิด
ทำไมไก่โก่งคอนำ...............ถึงขัน
คิดอยู่เรื่องเดิมซ้ำซ้ำ............ทำไม
สะดุ้งตื่นจากฝัน...................ปาเข้าเที่ยงวัน

				
9 กรกฎาคม 2550 15:44 น.

ลูกชาวนา 2

พงษ์ศักดิ์ สิงห์ขจร

     จูงเจ้าทุยเดินลุยในทุ่งหญ้า
วันที่ฟ้าแจ่มใสไร้เม็ดฝน
พ่อแบกไถขึ้นบ่าหนักพอทน
แต่ก็ปนด้วยยิ้มที่พิมใจ

     แม่หาบข้าวหาบน้ำเดินตามพ่อ
น้องบอกรอได้ไหมเดินไม่ไหว
พ่อหันหลังส่งยิ้มเดินไวไว
เดี๋ยวรีบไปเล่นน้ำที่ทุ่งนา

     ในหนองน้ำมีปลาทั้งน้อยใหญ่
ลอยวนไปเวียนมาน่าหรรษา
ปลาลูกคอกฝูงใหญ่ในท้องนา
ชื่นอุราดูมีสุขสนุกดี


*** ปลากลูกคอก  คือ ลูกปลาช่อนที่อยู่กันรวมเป็นฝูง
				
Lovers  0 คน เลิฟพงษ์ศักดิ์ สิงห์ขจร
Lovings  พงษ์ศักดิ์ สิงห์ขจร เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพงษ์ศักดิ์ สิงห์ขจร
Lovings  พงษ์ศักดิ์ สิงห์ขจร เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพงษ์ศักดิ์ สิงห์ขจร
Lovings  พงษ์ศักดิ์ สิงห์ขจร เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงพงษ์ศักดิ์ สิงห์ขจร
>