30 มกราคม 2549 14:31 น.

รอยต่อของลมหายใจ

พี่ดอกแก้ว

จิตชำแรกแทรกลมผสมห้วง 
สร้างผลพวงสืบกรรมนำเส้นสาย 
หายใจเข้าหายใจออกฟอกร่างกาย 
ที่เวียนว่ายสังสารมานานเนา 

อกุศลก่อผลทุคติ 
เพราะดำริกอปรกิจด้วยจิตเขลา 
ทั้งโลภโมโทสันปัญญาเบา 
ผลร้อนเร่าตามมาคร่าชีวี 

ส่วนกุศลก่อผลสุคติ 
เพราะดำริกอปรบุญหนุนราศี 
ละโลภโมโทสันในฤดี 
ผลจึงมีแต่งามติดตามมา 

เป็นมนุษย์สุดประเสริฐกำเนิดกุศล 
ควรหรือที่ทำตนสร้างบาปหนา 
ลมหายใจแห่งกุศลที่ได้มา 
คุ้มหรือที่นำพาไปก่อเวร 

ลมกุศลหมดไปในอกุศล 
ก็คือคนรักเกลือกว่าพิมเสน 
มีของดีย่ำยีจมโคลนเลน 
เพราะจัดเจนกิเลสกล้ากว่าเรื่องบุญ 

ลมกุศลต่อทุนหนุนกุศล 
ก็คือคนเสริมกำไรใฝ่อุดหนุน 
มีภพภูมิของมนุษย์เป็นต้นทุน 
ทำสิ่งคุณสมภูมิปิดปูมอบาย 

ลมหายใจแสนสั้นต้องหมั่นคิด 
รู้ผิดชอบกอปรกิจก่อนจะสาย 
หากกุศลพ้นร่างเมื่อวางวาย 
ลมที่หายใจใหม่จะได้ดี 				
12 มกราคม 2549 10:58 น.

เริ่มต้น

พี่ดอกแก้ว

สายน้ำลัดดินเลาะเซาะพื้นหน 
ผ่านหน้าฝนหลายคราวทอดยาวสาย 
จากลำธารผ่านลุ่มพุ่มไม้ราย 
จึงกลับกลายเป็นแม่น้ำงดงามแดน 

ไม่ต่างเลยกับสร้างทุนบุญกุศล 
ด้วยฝึกฝนสละทรัพย์ที่หวงแหน 
เริ่มแรกนั้นศรัทธาอาจคลอนแคลน 
เหมือนน้ำเริ่มซับแดนเพื่อล่องธาร 

ครั้นนานไปน้ำใจมากไหลริน 
บริจาคทั่วถิ่นอย่างกล้าหาญ 
ทั้งน้ำท่วมภัยแล้งแห้งกันดาร 
สร้างศีลทานคล่องกระแสแผ่กำลัง 

แม้เรื่องการฝึกใจให้สงบ 
แรกอาจพบแรงต้านการปลูกฝัง 
เพราะฟุ้งซ่านเคยชินในรักชัง 
การฉุดรั้งไร้ผลจนท้อใจ 

แต่ถ้าหากเชื่อแรงแห่งศรัทธา 
พร้อมความเพียรอุตส่าห์เปลี่ยนนิสัย 
เหมือนสายน้ำผ่านหินในถิ่นไพร 
ยังคงไหลล่องธารผ่านพนา 

นี่แค่เพียงสายน้ำไร้ความคิด 
แต่คนเรามีจิตรู้ศึกษา 
ต้องฝึกฝนอดทนสร้างชีวา 
อุปสรรคนานาต้องฝ่าฟัน 

เริ่มต้นนั้นอย่าฝันถึงผลล้ำ 
หวังเพียงทำให้บ่อยคอยกวดขัน 
ก้มหน้าทำตั้งใจไม่รำพัน 
แล้วสักวันเงยพักตร์พบหลักชัย 				
2 มกราคม 2549 09:14 น.

เผลอตัว

พี่ดอกแก้ว

ยืนชมสวนมวลไม้ไหวลมพลิ้ว 
ทุ่งสีเขียวเป็นทิวขับพฤกษา 
ให้โดดเด่นด้วยสีที่งามตา 
สุขอุราแจ่มใสในอารมณ์ 

หมดอึดอัดขัดข้องที่หมองจิต 
เพราะเพลิงพิษพ่ายแพ้ความงามสม 
ใจปลดเปลื้องเรื่องร้ายคลายช้ำตรม 
เพราะชื่นชมภาพงามได้ตามใจ 

ครั้นเผลอตัวมัวเพลินเจริญตา 
ไม่รู้ว่านกน้อยจากทิศไหน 
ถ่ายมูลรดศีรษะแล้วจากไป 
ในทันใดใจโกรธโทษนกพลัน 

มาทำเสียอารมณ์ชื่นชมทัศน์ 
โทษว่าสัตว์แกล้งตนจนน่าขัน 
นกหรือรู้จักใครที่ไหนกัน 
ความผิดนั้นจึงไม่ผิดคิดให้ดี 

แต่เพราะเราขาดจิตคิดสุขุม 
ความโกรธจึงเร้ารุมจนสุขหนี 
ทิวทัศน์เดิมแต่ที่เปลี่ยนคือฤดี 
สุขทุกข์จึงอยู่ที่จิตของตน 

เป็นฉากหนึ่งให้ซึ้งกับไตรลักษณ์ 
ที่ประจักษ์ในความไม่เที่ยงผล 
จิตผกผันเปลี่ยนไปให้วกวน 
อารมณ์จับจิตคนจนไหวแปร 

ในความสุขก็มีทุกข์มาบีบคั้น 
ไม่อาจวางใจมั่นในกระแส 
ต้องตื่นจิตรับรู้คอยดูแล 
อย่าให้แผลอารมณ์เกิดถมทรวง				
Calendar
Lovers  1 คน เลิฟพี่ดอกแก้ว
Lovings  พี่ดอกแก้ว เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพี่ดอกแก้ว
Lovings  พี่ดอกแก้ว เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพี่ดอกแก้ว
Lovings  พี่ดอกแก้ว เลิฟ 0 คน
สบายดีค่ะ ขอบคุณมากค่ะที่ยังไม่ลืมกัน
คิดถึงพี่ดอกแก้วจัง สบายดีมัยคะ ------namsai----
>