30 มกราคม 2549 07:38 น.

พ.เพี้ยน

พ. เพี้ยน

ไม่รู้ว่าเริ่มแบบไหน
ไม่รู้ว่าจะจบลงเช่นไร
และไม่รู้ไม่รู้ไม่รู้เลย
อยากจะลองทำนองตล้องนิราศ
จะกี่บทมากบาทช่วยเฉลย
จะต้องยีดสิ่งใกไว้ชมเชย
ขอช่วยเผยความบอกไขตวามที
เพราะตัวเราก็ไร้พรสวรรค์
จะบรรจงสร้างสานงานหลากสี
หลากลีลาหลากรสที่พาที
ให้ผู้อ่านนี้มีจิตคิดติดตาม
แต่คราวนี้จิตมุ่งใจสมัคร
ด้วยมานะรักคนอ่านทุกเขตขาม
จึงอยากเขียนเป็นรายงายได้ติดตาม
ให้คิดถามว่า พ.เพี้ยน อยู่หนใด
...................

สัมผัสผิด ๆ ถูก ๆ นะครีบขอโทษด้วย				
22 พฤษภาคม 2548 10:08 น.

.....ลดาดาว.....

พ. เพี้ยน

สายฝนหล่นร่วงรางระโรยลิ่ว
สายลมปลิวทิวยอดต้นไม้ใหญ่
เพียงยอดหญ้าท้าลมฤาสมใจ
จะได้ทานทัดแรงแข่งแรงลม
ลมยิ่งพัดโหมแรงให้แรงคลื่น
สายลมกลืนคลื่นหายมิได้สม
ดั่งความรักจากไกลมิได้ชม
ไม่สุขสมอารมณ์สมอุรา
เมื่อยามรักจากไกลให้ขมขื่น
น้ำตารื้นรื่นเคล้านัยน์ตาพร่า
แม้ว่าเธอจากกันไปไกลตา
ยังโหยหาห่วงให้อาลัยเธอ
นับจากนี้จวบจวนจับวันไหน
ที่ในใจยังมีเธอเสมอ
จะนับวันรอคืนไว้พบเจอ
รอพบเธออีกครา "ลดาดาว"				
19 พฤษภาคม 2548 05:36 น.

ก็อย่างเคย.......

พ. เพี้ยน

................................................

    ต้องคอยตอบกับใจอยู่เสมอ
ว่ากับเธอเป็นได้แค่เพียงฝัน
แค่ได้เห็นได้เจออยู่ทุกวัน
ได้แค่นั้นฉันก็เป็นสุขใจ
แค่แอบเห็นแอบมองอยู่อย่างนี้
ก็พอที่ให้ฉันนั้นยิ้มได้
แค่ได้เห็นเธอนั้นเป็นสุขใจ
สุขกับใครมันก็สิทธิ์ของเธอ
ก็เพราะฉันแค่คนธรรมดา
ไม่ใช่คนคนนั้นที่พร่ำเพ้อ
ฉันไม่ใช่คนที่เธออยากเจอ
ใจของเธอไม่ใช่ฉันที่ต้องการ
อีกเป็นเพราะฉันช้ำมาพอแล้ว
รับ´ทานแห้วบ่อยครั้งน่าสงสาร
อีกใจว่าทุเรศเหลือประมาณ
จึงเขียนสารบรรยายถ้อยร้อยคำกลอน
จากจิตใจดวงหนึ่งดวงน้อยนี้
ถึงคนดียาหยีศรีสมร
ได้อ่านรสอ่านถ้อยร้อยเรียงกลอน
แม่งามงอนคงพอจะเข้าใจ
ว่ามีใจน้อยหนึ่งพึงมามอบ
เธอจักตอบรับรักไว้หรือไม่
ถ้าเธอตอบตกลงก็ดีไป
แต่ถ้าไม่คงเศร้าร้าวอุรา
ก็ช่างเถิดปล่อยมันไปโอ้ความรัก
จะลงหลักยากเข็ญเท่าใดหนา
มีรักบ้างมีช้ำบ้างแค่กามา
จะพาเราสุดทางสักเท่าใด
อันความรักฤาหวงระเริงรื่น
ให้ชื่นมื่นขมขื่นฤาไฉน
อันความรักฤาช้ำทุกคราวไป
ฤาไฉนใดรักจึงทุกข์ทน
     อัครามหาบุรุษไม่หยุดรัก
     แม้ประจักษ์รักลวงสักกี่หน
     ไม่ยอมแพ้แม้ทางจะมืดมน
     จะดั้นด้นไขว่คว้าหาต่อไป

..............................................				
22 กุมภาพันธ์ 2548 17:20 น.

ก็เพียง........

พ. เพี้ยน

รจนากลอนน้อยด้อยค่านัก
ให้ประจักษ์ถึงใจใครคนนั้น
ที่คอยคิดคอยระลึกทุกคืนวัน
ผู้ที่ฝันถึงเธอยามนิทรา
หนทางไกลแสนไกลเท่าใดนัก
ก็จะหาญหักไปสู่ทิศา
แม้หนทางสู่ใจดวงดารา
แสนเหนื่อยล้าเท่าใดก็จำทน
ก็รักเองแล้วนี่จะทำไม
มีใครขอให้รักหรือชักสับสน
ก็รักเองช้ำเองในใจตน
นี่แหละคนมีรักมอบให้ไป
ไม่จำเป็นต้องรู้เท่าใดนัก
ว่าฉันรักเธอมากขนาดไหน
เพียงแค่รู้รักเธอหมดทั้งใจ
สักแค่ไหนก็คงไม่สำคัญ
เธอก็คงพานพบคนที่ดี
มีชีวีที่แสนเกษมสันต์
ฉันก็ดีมีสุขชื่นชีวัน
เห็นเธอนั้นมีสุขเต็มอุรา
ทางของฉันมันอาจจะผิดแผก
อาจแตกแยกไปคนละสาขา
กับฝันของแม่เจ้าดวงดารา
เหมือนทิวาข้ามกันกับราตรี
แต่เพราะฉันฝันถึงเธออยู่อย่างนี้
จึงมีแต่สุขใจให้สุขศรี
ขอฉันฝันถึงเธอทุกราตรี
ให้ฉันมีเธออยู่แค่ข้างเดียว

.............. มกุฏคีรีวัน...........
            5 / 02 02548
บทนี้แต่งก่อน บทที่แล้ว 5 นาที ฮะ

เศร้าเนอะ เพียง แค่ มี รักมาให้ มี หัวใจ มา ฝาก แต่ เธอ ไม่ต้องการ ซะนี่ ก็ เก็บกลับ ไปเหอะ .........

ไม่เป็นไร   บอกเลยไม่เป็นไร     
นํ้าตาจะใหลก็ไม่เสียดายหรอกหนา
เก็บมานาน      เก็บจนล้นจนรินจากตา  
ปล่อยมันใหลมาเพราะใจเหนื่อยล้าเกินไป
นํ้าตาก็ดีเหมือนกัน   ให้มันมาคอยล้างใจ       
เหนื่อยแค่ทางกายก็ให้เหงื่อมันล้าง
แล้วใจที่เหนื่อยกับความรัก ขอระบายกันบ้าง 
เหงื่อใหลเป็นทางออกมาจากสองตา
จะเป็นไร    ก็เปรียบดังเล่นกีฬา   
ถึงคราวอ่อนหลามีเหงื่อท่วมตัวมากมาย
เหนื่อยมานาน  เหนื่อยในรักในเกมส์แห่งใจ   
อ่อนแรงล้มไปนํ้าตาก็ใหลเป็นทาง
รักมันก็เป็นแค่เกมส์   แค่เกมส์อะไรซักอย่าง     
เจ็บชํ้าครวญครางไม่นานก็หาย
เมื่อใจยังอยู่ในเกมส์รัก   แพ้ไม่ใช่เรื่องใหญ่   
 เหนื่อยเข้าทีไรมันก็มีนํ้าตา

........................................................

....เมื่อไหร่มันจะจบซักที....				
22 กุมภาพันธ์ 2548 17:00 น.

ฤาฟ้า

พ. เพี้ยน

ท้องฟ้ากว้างทางฝันยังไกลนัก
หนทางรักก็มากนักปัญหา
ทางเดินใจแน่นหนักเต็มอุรา
ด้วยปัญหาต่างต่างเข้าประดัง
 โลกียะนำทางสู่ความเศร้า
ต่างรุมเร้านำพาซึ่งทุกขัง
รู้ทั้งรู้ทุกสิ่งอนิจจัง
แต่ใจยังยึดติดน่าเศร้าใจ
 ลืมเสียบ้างทางเกิดโลกียะ
เข้าพบอุตตระทางสกใส
ใช้พระธรรมนำแสงส่องทางไป
ขจัดจัยความมืดมิดชั่วนาน


.............. มกุฏคีรีวัน...........
            5 / 02 02548

................................................

 ไม่ได้เข้ามานานมากไม่รู้ยังจะจำกันได้ รึเปล่า บทนี้ แต่งตอน อยู่บนหอกลอง
ที่ วัดมกุฏคีรีวัน เขาใหญ่ ฮะ ซึม เศร้า  เหงา เครียด ก็ ระบาย มาอาจไม่ค่อยดี นะฮะ แต่ ก็ ....เท่าที่ แรงใจเหลือหล่ะฮะ...				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพ. เพี้ยน
Lovings  พ. เพี้ยน เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพ. เพี้ยน
Lovings  พ. เพี้ยน เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟพ. เพี้ยน
Lovings  พ. เพี้ยน เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงพ. เพี้ยน
>