31 กรกฎาคม 2554 14:13 น.

เรื่องของรัฐธรรมนูญ

ฤกษ์ ชัยพฤกษ์

รัฐธรรมนูญ แห่งราชอณาจักรไทย ฉบับปี ๒๕๕๐  
หมวด ๒ พระมหากษัตริย์  
  
   
   
   
   
   
   
   
   
   
 
มาตรา ๘   องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้ 
 
มาตรา ๙   พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ และทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก 
 
มาตร ๑๐  พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย 
 
มาตรา ๑๑  พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะสถาปนาฐานันดรศักดิ์และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 
 
มาตรา ๑๒  พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและทรงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธารองคมนตรีคนหนึ่งและองคมนตรีอื่นอีก ไม่เกินสิบแปดคนประกอบเป็นคณะองคมนตรี 
คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวง ที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญนี้ 
 
มาตรา ๑๓  การเลือกและแต่งตั้งองคมนตรีหรือการให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานองคมนตรีหรือให้ประธานองคมนตรี พ้นจากตำแหน่ง ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งองคมนตรีอื่นหรือให้องคมนตรีอื่นพ้นจาก ตำแหน่ง 
 
มาตรา ๑๔  องคมนตรีต้องไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา กรราการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลปกครอง กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ หรือสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง และต้องไม่แสดงการฝักใฝ่ในพรรคการเมืองใด ๆ 
 
มาตรา ๑๕  ก่อนเข้ารับหน้าที่ องคมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคำดังต่อไปน ี้ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่าข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ
 
มาตรา ๑๖  องคมนตรีพ้นจากตำแหน่งเมื่อตาย ลาออก หรือมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง 
 
มาตรา ๑๗  การแต่งตั้งและการให้ข้าราชการในพระองค์ และสมุหราชองครักษ์พ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตาม  พระราชอัธยาศัย 
 
มาตรา ๑๘  ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักรหรือจะทรงบริหารพระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม จะได้ทรงแต่งตั้งผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนแทนพระองค์ และให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ 
 
มาตรา ๑๙  ในกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา ๑๘ หรือในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่สามารถทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพราะยังไม่ทรงบรรล ุนิติภาวะหรือเพราะเหตุอื่น ให้คณะองคมนตรีเสนอชื่อผู้ใดผู้หนึ่งซึ่งสมควรดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อรัฐสภา เพื่อขอความเห็นชอบ เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ประธานรัฐสภาประกาศในพรปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ แต่งตั้งผู้นั้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ 
ในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบ ให้วุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภาในการให้ความเห็นชอบตามวรรคหนึ่ง 
 
มาตรา ๒๐      ในระหว่างที่ไม่มีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๑๙ ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพรางก่อน 
ในกรณีที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๑๙ ไม่สารถปฎิบัติหน้าที่ได้ ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน 
ในระหว่างที่ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามวรรคหนึ่ง หรือในระหว่างที่ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามวรรคสอง ประธานองคมนตรีจะปฎิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นประธานองคมนตรีมิได้ ในกรณีเช่นว่านี้ ให้คณะองคมนตรีเลือกองคมนตรีคนใดคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่ประธานองคมนตรีเป็นการชั่วคราวไปพรางก่อน 
 
มาตรา ๒๑ ก่อนเข้ารับหน้าที่ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๑๙     ต้องญาณว่า ข้าพเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ (พระปรมาภิไธย)และจะปฎิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฎิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ 
ในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือหภาผู้แทนราษฎรถูกยุบให้วุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภาตาม   มาตรานี้ 
 
มาตรา ๒๒ ภายใต้บังคับมาตรา ๒๓ การสืบราชสมบัติให้เป็นไปโดยนัยแห่งกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗
การแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์พระพุทธศักราช๒๔๖๗เป็นพระราชอำนาจของ พระมหากษัตริย์โดยเฉพาะเมื่อมีพระราชดำริประการใดให้คณะองคมนตรีจัดทำร่างกฎมณเฑียรบาลแก้ไขเพิ่มเติม กฎมณเฑียรบาลเดิมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อมีพระราชวินิจฉัยเมื่อทรงเห็นชอบและทรงลงพระปรมาภิไธย แล้วให้ประธานองคมนตรีดำเนินการแจ้งประธานรัฐสภาเพื่อให้ประธานรัฐสภาแจ้งให้รัฐสภาทราบและให้ประธานรัฐสภา ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการและเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้ 
ในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือหภาผู้แทนราษฎรถูกยุบให้วุฒิสภาทำหน้าที่ รัฐสภาในการรับทราบตามวรรคสอง 
 
มาตรา ๒๓ ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้ตาม กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันติวงศ์ พระพุทธสักราช ๒๔๖๗ แล้ว ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภา เรียกประชุมรัฐสภาเพื่อรับทราบ และให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมสภาเพื่อรับทราบและให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์พระรัชทายาท ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป แล้วให้ประธานรัฐสภาประกาศให้ประชาชนทราบ
ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลง และเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้ตามวรรคหนึ่ง ให้คณะองคมนตรีเสนอพระนามผู้สืบราชสันติวงศ์ตามมาตรา ๒๒ ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อเสนอต่อรัฐสภาเพื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบ ในการนี้จะเสนอพระนามพระราชธิดาก็ได้ เมื่อรัฐสภาเห็นชอบแล้ว ให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป แล้วให้ประธานสภาประกาศให้ประชาชนทราบ
ในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบให้วุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภา ในการรับทราบตามวรรคหนึ่ง หรือให้ความเห็นชอบตามวรรคสอง 
 
มาตรา ๒๔    ในระหว่างที่ยังไม่มีประกาศอัญเชิญองค์พระรัชทายาทหรือองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ขึ้นครองราชย์เป็น พระมหากษัตริย์ตามมาตรา ๒๓ ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน แต่ในกรณีที่ราชบัลลังก์ว่างลงในระหว่างที่ได้แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ไว้ตามมาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๑๙ หรือระหว่างเวลาที่ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์นั้นๆ แล้วแต่กรณีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อไป ทั้งนี้ จนกว่าจะได้ประกาศอัญเชิญองค์พระรัชทายาท หรือองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ 
ในกรณีที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งไว้และเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์   ต่อไปตามวรรคหนึ่งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามวรรคหนึ่ง หรือทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการชั่วคราวไปพลางก่อน 
ในกรณีที่ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามวรรคหนึ่ง หรือทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวตามวรรคสอง ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๒๐ วรรคสาม มาใช้บังคับ 
 
มาตรา ๒๕  ในกรณีที่ คณะองคมนตรีจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๙ หรือมาตรา ๒๓ วรรคสอง หรประธานองคมนตรีจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๐ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง หรือมาตรา ๒๔              วรรคสองและอยู่ในระหว่างที่ไม่มีประธานองคมนตรี หรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะองคมนตรีที่เหลืออยู่เลือกองคมนตรีคนหนึ่งเพื่อทำหน้าที่ประธานองคมนตรี หรือปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๐ วรรคหนึ่งหรือวรรคสองหรือตามมาตรา ๒๔ วรรคสามแล้วแต่กรณี  
                    
  
 
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐/หมวด ๒ พระมหากษัตริย์
1 มาตรา ๘
2 มาตรา ๙
3 มาตรา ๑๐
4 มาตรา ๑๑
5 มาตรา ๑๒
6 มาตรา ๑๓
7 มาตรา ๑๔
8 มาตรา ๑๕
9 มาตรา ๑๖
10 มาตรา ๑๗
11 มาตรา ๑๘
12 มาตรา ๑๙
13 มาตรา ๒๐
14 มาตรา ๒๑
15 มาตรา ๒๒
16 มาตรา ๒๓
17 มาตรา ๒๔
18 มาตรา ๒๕
 

มาตรา ๘องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้

 มาตรา ๙พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ และทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก

[ มาตรา ๑๐พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย

มาตรา ๑๑พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะสถาปนาฐานันดรศักดิ์และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

 มาตรา ๑๒พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและทรงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรีคนหนึ่ง และองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบแปดคนประกอบเป็นคณะองคมนตรี

คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจ ทั้งปวงที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญนี้

[มาตรา ๑๓การเลือกและแต่งตั้งองคมนตรี หรือการให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย

ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานองคมนตรีหรือให้ประธานองคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง

ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งองคมนตรีอื่นหรือให้องคมนตรีอื่นพ้นจากตำแหน่ง

 มาตรา ๑๔องคมนตรีต้องไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลปกครอง กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือ เงินเดือนประจำ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ หรือสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง และต้องไม่แสดงการฝักใฝ่ในพรรคการเมืองใด ๆ

 มาตรา ๑๕ก่อนเข้ารับหน้าที่องคมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ ด้วยถ้อยคำดังต่อไปนี้

"ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ"
มาตรา ๑๖องคมนตรีพ้นจากตำแหน่งเมื่อตาย ลาออก หรือมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง

 มาตรา ๑๗การแต่งตั้งและการให้ข้าราชการในพระองค์และสมุหราชองครักษ์พ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย
มาตรา ๑๘ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือ จะทรงบริหารพระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม จะได้ทรงแต่งตั้งผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

มาตรา ๑๙ในกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา ๑๘ หรือในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่สามารถทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เพราะยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะหรือเพราะเหตุอื่น ให้คณะองคมนตรีเสนอชื่อผู้ใดผู้หนึ่งซึ่งสมควรดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบ เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ประธานรัฐสภาประกาศในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ แต่งตั้งผู้นั้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบ ให้วุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภาในการให้ความเห็นชอบตามวรรคหนึ่ง

 มาตรา ๒๐ในระหว่างที่ไม่มีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๑๙ ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน

ในกรณีที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๑๙ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน

ในระหว่างที่ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามวรรคหนึ่ง หรือในระหว่างที่ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามวรรคสอง ประธานองคมนตรีจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นประธานองคมนตรีมิได้ ในกรณีเช่นว่านี้ ให้คณะองคมนตรีเลือกองคมนตรีคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่ประธานองคมนตรีเป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน
 มาตรา ๒๑ก่อนเข้ารับหน้าที่ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๑๙ ต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมรัฐสภาด้วยถ้อยคำดังต่อไปนี้

"ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ (พระปรมาภิไธย) และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ"

ในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบให้วุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภาตามมาตรานี้

มาตรา ๒๒ภายใต้บังคับมาตรา ๒๓ การสืบราชสมบัติให้เป็นไปโดยนัยแห่งกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสัตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗

การแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะ เมื่อมีพระราชดำริประการใด ให้คณะองคมนตรีจัดทำร่างกฎมณเฑียรบาลแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลเดิม ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อมีพระราชวินิจฉัย เมื่อทรงเห็นชอบและทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว ให้ประธานองคมนตรีดำเนินการแจ้งประธานรัฐสภาเพื่อให้ประธานรัฐสภาแจ้งให้รัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภาลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ และเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้

ในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบให้วุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภาในการรับทราบตามวรรคสอง

 มาตรา ๒๓ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ แล้ว ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อรับทราบและให้ประธานรัฐสภาอันเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป แล้วให้ประธานรัฐสภาประกาศให้ประชาชนทราบ

ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้ตามวรรคหนึ่ง ให้คณะองคมนตรีเสนอพระนามผู้สืบราชสันตติวงศ์ตามมาตรา ๒๒ ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อเสนอต่อรัฐสภาเพื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบ ในการนี้ จะเสนอพระนามพระราชธิดาก็ได้ เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์ผู้สืบราชสันติวงศ์ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป แล้วให้ประธานรัฐสภาประกาศให้ประชาชนทราบ

ในระหว่างที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบให้วุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภาในการรับทราบตามวรรคหนึ่งหรือให้ความเห็นชอบตามวรรคสอง
 มาตรา ๒๔ในระหว่างที่ยังไม่มีประกาศอัญเชิญองค์พระรัชทายาทหรือองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ตามมาตรา ๒๓ ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน แต่ในกรณีที่ราชบัลลังก์ว่างลงในระหว่างที่ได้แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ไว้ตามมาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๑๙ หรือระหว่างเวลาที่ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามมาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง ให้ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์นั้น ๆ แล้วแต่กรณี เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อไป ทั้งนี้ จนกว่าจะได้ประกาศอัญเชิญองค์พระรัชทายาทหรือองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์

ในกรณีที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งได้รับการแต่งตั้งไว้และเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อไปตามวรรคหนึ่งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน

ในกรณีที่ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามวรรคหนึ่ง หรือทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวตามวรรคสอง ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๒๐ วรรคสาม มาใช้บังคับ
 มาตรา ๒๕ในกรณีที่คณะองคมนตรีจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๑๙ หรือมาตรา ๒๓ วรรคสอง หรือประธานองคมนตรีจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๐ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง หรือมาตรา ๒๔ วรรคสอง และอยู่ในระหว่างที่ไม่มีประธานองคมนตรีหรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้คณะองคมนตรีที่เหลือออยู่เลือกองคมนตรีคนหนึ่งเพื่อทำหน้าที่ประธานองคมนตรี หรือปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๒๐ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง หรือตามมาตรา ๒๔ วรรคสาม แล้วแต่กรณี

ท่านผู้อ่านเปรียบเทียบดูเอาเองแล้วกัน				
13 กรกฎาคม 2554 00:09 น.

เชื่อหรือไม่

ฤกษ์ ชัยพฤกษ์

ขึ้นชื่อว่าพ่อลูกคือดวงใจ  ทำทุกอย่างได้เพื่อลูก  ตั้งแต่รู้ว่ามีลูกของตัวกำเหนิดขึ้นพฤติกรรมเริ่มเปลี่ยน  ที่เคยกร้าวแข็งก็อ่อนโยน สิ่งใดจะเป็นโทษภัยต่อลูกจะหลีกเลี่ยง เมื่อลูกเกิดขึ้นมาพ่อจะรักและประคบประหงมยิ่งกว่าไข่ในหินสิ่งที่ดีที่สุดจะหาให้ลูก เมื่อรู้ความก็จะสอนสั่งแต่สิ่งที่ดีทั้งมารยาท ศิลธรรม วิชาการ จะหาโรงเรียนที่ดีที่สดตั้งแต่อนุบาลจนถึงประถมมัธยม จนถึงมหาวิทยาลัย ยิ่งเป็นผู้หญิงจะต้องดูแลรัดกุมมากกว่าผู้ชายถึงเท่าตัว พ่อจะปกป้องลูกจนยอมตายแทนได้
           แต่   ท่านเชื่อหรือไม่
         
       1    พ่อจะยอมให้ลูกสาวซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย ลงไปจากรถของตัว เพื่อเขียนข้อความที่หยาบช้า ด่าทอบนกระจกรถยนต์ของใครก็ไม่รู้ที่มาจอดปิดทางรถของตัวเองออกไม่ได้ ถ้อยคำนั้นต่ำช้ายิ่งกว่าเด็กข้างถนน
        2   เมื่อรถของตัวสามารถเคลื่อนออกไปได้เพราะคันหน้าออกไป พ่อจะแสดงให้ลูกสาวแสนสวยดูการเอารถไปจอดรอดูเจ้าของรถคันที่จอดปิดกั้นอยู่ฝั่งตรงข้ามจนเห็นเจ้าของรถคันที่ปิดกันเดินออกมา
         3 พ่อจะยอมทำให้ลูกสาวดูการขับรถเลี้ยวกลับมาชนเจ้าของรถคันที่ปิดกั้นอย่างโหดเหี้ยม
         4 พ่อจะให้ลูกสาวเป็นคนถ่ายรูปโดยการเปิดกระจก ถ่ายสภาพรถจอดและสภาพเหตุการชน นั้น
         5 พ่อ จะสอนให้ลูกสาวพูดเท็จ  

ทำยังไงก็ไม่ยอมเชื่อว่าพ่อจะทำอย่างนั้นได้				
8 กรกฎาคม 2554 09:24 น.

ใครตายบ้าง

ฤกษ์ ชัยพฤกษ์

เลือดนองพื้นวิญญาณลอยล่อง ไปหาคนฆ่าและคนสั่งฆ่า อยากรู้ว่าใครเข้า google แล้วเสริทดู  น้ำลดตอผุด

 รายชื่อผู้เสียชีวิตจากการปะทะที่สี่แยกคอกวัววันที่ 10 เมษายน 2553
1 Mr.Hiroyuki Muramoto อายุ 43 ปี ถูกยิงอกซ้าย เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล (ร.พ.) (ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์)
2 นายสวาท วงงาม อายุ 43 ปี ถูกยิงศีรษะด้านบนข้างขวาทะลุขมับซ้าย เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
3.นายธวัฒนะชัย กลัดสุข อายุ 36 ปี ถูกยิงอกซ้ายทะลุหลัง เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
4.นายทศชัย เมฆงามฟ้า อายุ 44 ปี ถูกยิงอกซ้ายทะลุหลัง เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
5.นายจรูญ ฉายแม้น อายุ 46 ปี ถูกยิงอกขวากระสุนฝังใน เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
6.นายวสันต์ ภู่ทอง อายุ 39 ปี ถูกยิงศีรษะด้านหลังทะลุด้านหน้า เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
7.นายสยาม วัฒนนุกุล อายุ 53 ปี ถูกยิงอกทะลุหลัง เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
8.นายมนต์ชัย แซ่จอง อายุ 54 ปี ระบบหายใจล้มเหลวจากโรคถุงลมโป่งพอง เสียชีวิตที่ ร.พ.
9.นายอำพน ตติยรัตน์ อายุ 26 ปี ถูกยิงศีรษะด้านหลังทะลุด้านหน้า เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
10.นายยุทธนา ทองเจริญพูลพร อายุ 23 ปี ถูกยิงศีรษะด้านหลังทะลุด้านหน้า เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
11.นายไพรศล ทิพย์ลม อายุ 37 ปี ถูกยิงศีรษะด้านหน้าทะลุท้ายทอย เสียชีวิตที่ ร.พ.
12.นายเกรียงไกร ทาน้อย อายุ 24 ปี ถูกยิงสะโพก กระสุนฝังในช่องท้อง เสียชีวิตที่ ร.พ.
13 นายคะนึง ฉัตรเท อายุ 50 ปี ถูกยิงอกขวา กระสุนฝังใน เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
14 พลทหารภูริวัฒน์ ประพันธ์ อายุ 25 ปี แผลเปิดกะโหลกท้ายทอย เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
15 พลทหารอนุพงษ์ เมืองราพัน อายุ 21 ปี ทรวงอกฟกช้ำ น่อง 2 ข้างฉีกขาด เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
16 นายนภพล เผ่าพนัส อายุ 30 ปี ถูกยิงที่ท้อง เสียชีวิตที่ ร.พ.
17 พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม อายุ 43 ปี ท้ายทอยขวาฉีกขาด น่อง 2 ข้างฉีกขาด เสียชีวิตที่ ร.พ.
18 พลทหารสิงหา อ่อนทรง อกซ้าย และด้านหน้าต้นขาซ้ายฉีกขาด เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
19 พลทหารอนุพงศ์ หอมมาลี อายุ 22 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่ศีรษะ เสียชีวิตที่ ร.พ.
20 นายสมิง แตงเพชร อายุ 49 ปี ถูกยิงศีรษะ เสียชีวิตที่ ร.พ.
21 นายสมศักดิ์ แก้วสาน อายุ 34 ปี ถูกยิงหลังทะลุอกซ้าย เสียชีวิตที่ ร.พ.
22 นายบุญธรรม ทองผุย อายุ 40 ปี ถูกยิงหน้าผากซ้ายทะลุศีรษะด้านหลังส่วนบน เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
23 นายเทิดศักดิ์ ฟุ้งกลิ่นจันทร์ อายุ 29 ปี แผลที่หน้าอกซ้าย เสียชีวิตที่ ร.พ.
24 ชายไม่ทราบชื่อ อายุ 40-50 ปี บาดแผลเข้าสะโพกขวาตัดเส้นเลือดแดงใหญ่ที่ขาหนีบ เสียชีวิตที่ ร.พ.
25 นายมานะ อาจราญ อายุ 23 ปี ถูกยิงศีรษะด้านหลังทะลุด้านหน้า เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
26 นายอนันต์ สิริกุลวานณิชย์ อายุ 54 ปี ถูกยิงเสียชีวิต
หมายเหตุ : ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ที่ผ่านฟ้าฯรวม 26 ราย เป็นทหาร 5 นาย พลเรือน 21 ราย (ทหารนอกประจำการ 1 นาย นักข่าวรอย

เตอร์ 1 ราย) รายที่ 25 นายมานะ อาจราญ ถูกกระสุนปืนยิงเสียชีวิตขณะอยู่ในสวนสัตว์ดุสิต รายที่ 26 เสียชีวิตเพิ่มหลังนอนพักในโรงพยาบาล

(15 พ.ค. 53)
รายชื่อผู้เสียชีวิตจากการปะทะที่ถนนสีลม วันที่ 22 เมษายน 2553
27.นางธันยนันท์ แถบทอง อายุ 50 ปี ถูกสะเก็ดระเบิด เสียชีวิตที่ถนนสีลม
รายชื่อผู้เสียชีวิตจากการปะทะที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ วันที่ 28 เมษายน 2553
28.พลทหารณรงค์ฤทธิสาระ เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ
รายชื่อผู้เสียชีวิตจากคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงหน้าธนาคารกรุงไทย ถนนสีลม วันที่ 7 พฤษภาคม 2553
29.ส.ต.อ.กานต์ณุพัฒน์ เลิศจันเพ็ญ อายุ 38 ปี มีบาดแผลกระสุนปืน เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ
รายชื่อผู้เสียชีวิตจากการปะทะที่ประตู 4 สวนลุมพินี วันที่ 8 พฤษภาคม 2553
30.จ.ส.ต.วิทยา พรมสารี อายุ 35 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณหน้าอกด้านขวา เสียชีวิตที่ ร.พ.
รายชื่อผู้เสียชีวิตจากการปะทะที่แยกศาลาแดง วันที่ 13 พฤษภาคม 2553
31.พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล อายุ 58 ปี ถูกยิงบริเวณศีรษะ เสียชีวิตที่ ร.พ.
รายชื่อผู้เสียชีวิตจากการปะทะที่หัวมุมถนนวิทยุ สวนลุมพินี วันที่ 13 พฤษภาคม 2553
32.นายชาติชาย ชาเหลา อายุ 25 ปี มีแผลเปิดบริเวณท้ายทอย เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ
รายชื่อผู้เสียชีวิตจากการปะทะที่หัวมุมถนนวิทยุ สวนลุมพินี วันที่ 14-19 พฤษภาคม 2553
33 นายปิยะพงษ์ กิติวงค์ อายุ 32 ปี ถูกยิงเสียชีวิตที่สวนลุมพินี
34 นายประจวบ ศิลาพันธ์ (ไม่ทราบอายุ) ถูกยิงเสียชีวิตที่สวนลุมพินี
35 นายสมศักดิ์ ศิลารักษ์ (ไม่ทราบอายุ) ถูกยิงเสียชีวิตที่ศาลาแดง
36 นายอินทร์แปลง เทศวงศ์ อายุ 32 ปี เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ
37 นายเสน่ห์ นิลเหลือง อายุ 48 ปี เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ
38 นายชัยยันต์ วรรณจักร อายุ 20 ปี เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ
39 นายบุญทิ้ง ปานศิลา อายุ 25 ปี ถูกยิงที่คอ เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ (อาสาสมัครวชิรพยาบาล)
40 นายมนูญ ท่าลาด (ไม่ทราบอายุ) เสียชีวิตที่ซอยหมอเหล็ง
41 นายพัน คำกลอง อายุ 43 ปี ถูกยิงหน้าอกซ้าย เสียชีวิตที่ซอยหมอเหล็ง
42 นายกิติพันธ์ ขันทอง อายุ 26 ปี แผลที่ชายโครง เสียชีวิตที่ ร.พ.
43 นายสรไกร ศรีเมืองปุน อายุ 34 ปี แผลที่ศีรษะ เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
44 ชายไม่ทราบชื่อ (ไม่ทราบอายุ) โดนยิงขาหนีบ เสียชีวิตที่ราชปรารภ
45 ชายไม่ทราบชื่อ อายุ 14 ปี ถูกกระสุนเข้าท้องและแขน เสียชีวิตที่ซอยหมอเหล็ง
46 นายชาญณรงค์ พลอยศรีลา อายุ 32 ปี ถูกยิงหน้าท้องและแขน เสียชีวิตที่ราชปรารภ
47 นายทิพเนตร เจียมพล อายุ 32 ปี แผลที่ศีรษะ เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
48 นายสุภชีพ จุลทัศน์ อายุ 36 ปี แผลที่ศีรษะ เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
49 นายวารินทร์ วงศ์สนิท อายุ 28 ปี แผลที่หน้าอกขวา เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
50 นายมานะ แสนประเสริฐศรี อายุ 22 ปี แผลถูกยิงที่ศีรษะ เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ. (อาสาสมัครป่อเต็กตึ๊ง)
51 นางสาวสันธนา สรรพศรี อายุ 14 ปี ถูกกระสุนเข้าท้องและแขน เสียชีวิตที่ซอยหมอเหล็ง
52 นายธันวา วงศ์ศิริ อายุ 26 ปี แผลที่ศีรษะ เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
53 นายอำพล ชื่นสี อายุ 25 ปี เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ
54 นายสมพันธ์ ศรีเทพ อายุ 25 ปี เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ
55 นายอุทัย อรอินทร์ อายุ 35 ปี เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ
56 นายพรสวรรค์ นาคะไชย อายุ 23 ปี ถูกยิงหลายตำแหน่ง เสียชีวิตที่ ร.พ.
57 นายเกรียงไกร เลื่อนไธสง อายุ 25 ปี ถูกยิงที่ศีรษะ เสียชีวิตที่ ร.พ.
58.นายประจวบ ประจวบสุข อายุ 42 ปี เสียชีวิตที่เจริญกรุงประชารักษ์
59 นายเกียรติคุณ ฉัตรวีระสกุล อายุ 25 ปี ถูกยิงที่หน้าอกซ้าย เสียชีวิตที่เกิดเหตุ
60 นายวงศกร แปลงศรี อายุ 40 ปี ถูกยิงที่หน้าอก เลือดออกในช่องอก เสียชีวิตที่ ร.พ.
61 นายสมชาย พระสุวรรณ อายุ 43 ปี ถูกยิงที่ศีรษะ เสียชีวิตที่ ร.พ.
62 นายสุพรรณ ทุมทอง อายุ 49 ปี เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ
63 ชายไม่ทราบชื่อ อายุ 26 ปี เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ
64 นายเฉลียว ดีรื่นรัมย์ อายุ 27 ปี ถูกยิงใต้ราวนมขวา เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ
65 นายสุพจน์ ยะทิมา อายุ 37 ปี เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ
66 นายธนากร ปิยะผลดิเรก อายุ 50 ปี เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ
67 จ.ส.อ.พงศ์ชลิต ทิพยานนทกาญจน์ อายุ 31 ปี ถูกยิงที่ศีรษะ เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ
68 นายสมพาน หลวงชม อายุ 35 ปี ถูกยิงที่ท้อง เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ
69 นายมูฮัมหมัด อารี (ออง ละวิน ชาวพม่า) อายุ 40 ปี มีแผลที่หน้าอกทะลุหลัง เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ
70 MR.Polenchi Fadio (นักข่าวชาวอิตาลี) อายุ 48 ปี ถูกยิงที่หน้าอก เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ
71 นายธนโชติ ชุ่มเย็น อายุ 34 ปี บาดแผลกระสุนปืนทะลุไตซ้ายและเส้นเลือดใหญ่ เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ
72 หญิงไม่ทราบชื่อ ถูกยิงเสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
73 นายถวิล คำมูล อายุ 38 ปี มีแผลที่ศีรษะ เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
74 ชายไม่ทราบชื่อ มีแผลที่ศีรษะ เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
75 ส.อ.อนุสิทธิ์ จันทร์แสนตอ อายุ 44 ปี เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ
76 นายปรัชญา แซ่โค้ว อายุ 21 ปี บาดแผลกระสุนปืนทำลายตับ เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ
77 นายอัครเดช ขันแก้ว อายุ 22 ปี บาดแผลกระสุนปืนทำลายปอด หัวใจ เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
78 นายมงคล เข็มทอง อายุ 37 ปี ถูกยิงปอด หัวใจ เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ. (อาสาสมัครป่อเต็กตึ๊ง)
79 น.ส.กมลเกษ อรรถฮาร์ท อายุ 25 ปี บาดแผลกระสุนปืนทำลายสมอง เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
80 นายวิชัย มั่นแพร อายุ 61 ปี บาดแผลกระสุนปืนทำลายปอด ตับ เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
81 นายอัฐชัย ชุมจันทร์ อายุ 28 ปี บาดแผลกระสุนปืนทำลายปอด เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
82 ชายไม่ทราบชื่อ เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นนอก สมองช้ำจากการถูกระแทก เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
83 นายนรินทร์ ศรีชมภู บาดแผลกระสุนปืนทำลายสมอง เสียชีวิตที่ ร.พ.
84 น.ส.วาสินี เทพปาน เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
85 นายเยื้อน โพธิ์ทองคำ อายุ 60 ปี แผลที่ก้น เสียชีวิตวันที่ 21 พ.ค. 2553 เวลา 06.15 น.
86 นายกิตติพงษ์ สมสุข อายุ 20 ปี ไฟใหม้ตึกเซ็นทรัลเวิลด์ พบศพวันที่ 21 พฤษภาคม เวลา 15.00 น.
87 นายทรงศักดิ์ ศรีหนองบัว อายุ 33 ปี แผลที่หน้าอกเสียชีวิต
88 นายเพลิน วงษ์มา อายุ 40 ปี เสียชีวิตที่ ร.พ. วันที่ 20 พฤษภาคม เวลา 06.25 น.
89.นายสมัย ทัดแก้ว อายุ 36 ปี เสียชีวิตจากการปะทะหลายจุด (เป็นรายชื่อที่เพิ่มมาจากศูนย์เอราวัณ ซึ่งไม่มีชื่อตามบันทึกของ สพฉ.)
หมาย เหตุ : ลำดับที่ 87 และ 88 เป็นผู้เสียชีวิตจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่ต่างจังหวัด จากผู้เสียชีวิตทั้งหมด 91 ศพ โดยนายบุญ มีเริ่มสุข

ประชาชนย่าน บ่อนไก่ อายุ 71 ปี เสียชีวิตเป็นรายที่ 91 ในเช้าวันที่ 28 กรกฎาคม ที่โรงพยาบาลตำรวจ ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือด เนื่องจากถูกยิงด้วยอาวุธปืนที่ช่องท้องบริเวณชุนชนบ่อนไก่ขณะเดินทางไปรับ หลานสาวหลังเลิกเรียนเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2553

ที่มา : นิตยสารโลกวันนี้วันสุข ปีที่ 6 ฉบับ 274 วันที่ 28 สิงหาคม  3 กันยายน พ.ศ. 2553 หน้า 4-5 คอลัมน์ รายงาน				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟฤกษ์ ชัยพฤกษ์
Lovings  ฤกษ์ ชัยพฤกษ์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟฤกษ์ ชัยพฤกษ์
Lovings  ฤกษ์ ชัยพฤกษ์ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงฤกษ์ ชัยพฤกษ์
>