29 กรกฎาคม 2545 19:18 น.

+++ นกกินเปี้ยว +++

วฤก


๑
๏ กินเปี้ยวบินเฉี่ยวเลี้ยว.........................เหล่าปูเปี้ยวเสียวผวา
เปี้ยวกรูสู่รูพา-.........................................พวกหลบลี้หลีกหนีภัย ๚

๏ กินเปี้ยวบินเฉี่ยวเลี้ยว.........................เลาะมา
เปี้ยวหวั่นหวาดผวา.................................วุ่นเร้น
เปี้ยวกรูสู่รูพา-........................................พวกหลบ
หนีนกกินเปี้ยวเค้น.................................เข่นร้ายลาญผลาญ ๚

๒
๏ กระเต็นกระโดดคว้า............................คาบมัจฉาเป็นอาหาร
เกาะไม้กิ่งใกล้ธาร...................................ขานขับร้องเสียงก้องไกล ๚

๏ กระเต็นกระโดดคว้า............................คาบปลา
ปากจิกจับมัจฉา......................................ฉกเคี้ยว
เกาะไม้ฝั่งชลา- ......................................ลัยมั่น
เสียงลั่นร้องก้องเอี้ยว..............................อกสะท้อนสะท้านไหว ๚

๓
๏ วอนกระเต็นเต้นกู่ร้อง..........................เรียกนวลน้องลองนึกหวน
ถึงคืนพี่ชื่นชวน........................................รัญจวนจิตสนิทนอน ๚

๏ วอนกระเต็นเต้นกู่ร้อง..........................เรียกนวล
ให้นิ่มเนื้อนึกหวน...................................หักย้อน
ถึงคืนพี่ชื่นชวน.......................................เชยนิ่ม...........เนื้อแม่
นอนสนิทชิดเนื้ออ้อน...............................โอบน้องนอนฝัน ๚

๔
๏ สะท้านจิตคิดใฝ่ใกล้............................กอดดวงใจคงไม่หมอง
ห่างชู้ห่างคู่ครอง......................................ต้องขื่นขมระทมทรวง ๚

๏ สะท้านจิตคิดใฝ่ใกล้............................กอดตระกอง
คงสร่างเซาเศร้าหมอง............................หม่นไข้
ห่างชู้ห่างคู่ครอง.....................................คลาดห่าง.........หายเอย
ยิ่งขื่นขมตรมไหม้...................................หม่นซ้ำระกำขม ๚ ๛

=================================================				
23 กรกฎาคม 2545 08:13 น.

+++ นกกก +++

วฤก



๑
๏ นกกกนอนกกชู้........................นกกกคู่อยู่คู่สม
ฤดีพี่ระทม..................................ตรมช้ำอกร้างกกนาง ๚

๏ นกกกนอนกกชู้........................ชิดชม
กกคู่อยู่คู่สม...............................สู่ห้อง
ฤดีพี่ระทม.................................ระทวยฟก
ช้ำอกร้างกกน้อง.........................เหนื่อยไห้ฤทัยหมอง ๚

๒
๏ นกเงือกเลือกสู่ไม้.....................สร้างเปลือกใหม่ไว้เบี่ยงบัง
บินไกลไม่แลหลัง.........................ขังชู้อยู่อู่อุ่นนอน ๚

๏ นกเงือกเลือกสู่ไม้......................เสมือนรัง
สมานเปลือกปกเปลือกบัง..............เบี่ยงชู้
บินไกลไม่แลหลัง..........................เหลียวกลับ
ชู้อยู่อู่อุ่นรู้....................................หลบพ้นพาลหมาย ๚

๓
๏ อยากปกน้องอยู่ห้อง....................พ้นคนจ้องปองพิสมัย
ดังนกเงือกบินไกล..........................ใจไม่หลงพะวงนาง ๚

๏ อยากปกน้องอยู่ห้อง....................หอใน
อยู่ห่างเกินกว่าใคร.........................คิดเกี้ยว
ดังนกเงือกบินไกล..........................กายห่าง
ใจไม่หลงพะวงเลี้ยว.......................ลัดย้อนอยู่หวง ๚

๔
๏ คงป้องคงปกได้..........................ด้วยดวงใจไม่สับสน
สงวนเสงี่ยมตน..............................กมลมั่นอย่าผันแปร ๚

๏ คงป้องคงปกได้..........................ด้วยตน
เรียมพรากพาทุรน.........................ทุระร้อน
สงวนเสงี่ยมทน..............................เถิดอย่า.............แหนงนา
กมลมั่นอย่าปันซ้อน........................ซ่อนชู้สู่สม ๚ ๛

.				
22 กรกฎาคม 2545 17:17 น.

+++ คำสัญญา +++

วฤก

๏ วันบอกลาว่าจะกลับใช่ลับล่วง
อย่าคิดห่วงห่างไกลใช่ห่างหาย
จะมั่นภักดิ์หนักแน่นไม่แคลนคลาย
ชีวาวายใช่ว่าว่างวางสัญญา

แต่วันนั้นผันผ่านนับนานเนิ่น
เหมือนมองเมินหมิ่นใจคนใฝ่หา
ที่เฝ้าฝันวันหนึ่งซึ่งถึงครา
เธอกลับมารับขวัญสัญญาใจ

พบเพื่อพรากจากกันหันเหินห่าง
รักจะจางจนจืดชืดไฉน
ที่เว้นว่างห่างหายวายเพราะใคร
คิดเปลี่ยนไปเป็นอื่นหมดชื่นชม

ควรบอกว่าลาไปจะไม่กลับ
ความเข็ญคับคล้ายจะคืนคลายขื่นขม
ไม่ปล่อยใจให้เหงาเศร้าระทม
ที่จะตรมก็ตรอมอยู่เพียงครู่เดียว ๚ ๛				
14 กรกฎาคม 2545 10:29 น.

+++ จะเป็นลม... +++

วฤก



๏ เป็นลมร้อนกร่อนเผาความเขลาขลาด
ผิดพลั้งพลาดแผดผินให้สิ้นสูญ
ใช่ร้อนเร่าเผาไหม้เหมือนใส่กูณฑ์
ร้อนเพียงสูรย์ส่องฟ้าคราอรุณ

เป็นลมฝนบนฟ้าพาเมฆคุ้ม
โปรยชื้นชุ่มฉ่ำน้ำนำเกื้อหนุน
แปลงระแหงแห้งระโหยโดยพิรุณ
เป็นดินอุ่นโอบไพรให้งอกงาม

เป็นลมหนาวคราวพัดสะบัดผ่าน
ร้อนรำคาญเคืองเข็ญลำเค็ญขาม
เยือกเย็นจิตสถิตสุขอยู่ทุกยาม
เพราะลมตามล้างร้อนให้ผ่อนพลัน

เป็นลมใดไฉนหนอจะพอจิต
เพราะชีวิตวกเวียนแปรเปลี่ยนผัน
บ้างก็ร้อนก่อนแล้งดั่งแกล้งกัน
เป็นหนาวสั่นแสบสะท้านรำคาญใจ

จึงเป็นเพียงเสียงบ่นคนวาดหวัง
อยากได้ดั่งดวงจิตคิดขานไข
ทุกข์ปะทะจะละเลี่ยงบ่ายเบี่ยงไป
จึงอาศัยสายลมบ่นขรมมา ๚ ๛				
13 กรกฎาคม 2545 22:02 น.

+++ สืบถ้อย ร้อยคำ +++

วฤก

กลอนเจ็ด

๏ กรองคำฉ่ำความงามวิจิตร
ลิขิตเขียนกานท์ชาญอักษร
ดุจสร้อยร้อยสานขับขานกลอน
เชิงซ้อนซ่อนลายพริ้งพรายเพรา

เป็นศรีสืบสรรค์บรรณสาร
เป็นงานจำหลักสลักเสลา
เป็นกอก่อสร้างมิสร่างเซา
เป็นเงาเงื่อนชัดวัฒนา ๚

โคลงสี่สุภาพ

๏ มีโคลงมาแต่เบื้อง.............โบราณ
กล่อมเหล่าเราลูกหลาน.........รับรู้
จึงควรจักสืบสาน...................เสริมส่ง
คงอยู่ชูเชิดกู้.........................กอปรไว้ไม่สูญ ๚

อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑

๏ แลฉันทะฉันทา..................อุปมาผกาพูน
เพิ่มศรีทวีคูณ........................ศุภศิลป์มิสิ้นเซา ๚
๏ ควรกล่อมถนอมก่อ.............มิระย่อและหย่อนเฉา
ฉันท์เสียงเจรียงเพรา.............พิเราะพริ้งมิจริงฤๅ ๚

ฉบัง ๑๖

๏ คำกาพย์ซาบซึ้งจึงถือ...........................ว่านี่นี้คือ
สังคีตดีดสีมณีความ ๚
๏ กล่อมห้วงสรวงสวรรค์กลั่นงาม..............ชวนพิศติดตาม
แต่นั่งฟังแล้วแผ้วใจ ๚

กลอนดอกสร้อย

๏ สร้อยเอ๋ยสร้อยคำ...................................คือลำนำเนื่องร้อยถ้อยคำไข
คนโบราณสานสร้างอย่างวิไล......................แล้วสืบให้ลูกหลานขับขานฟัง
คำวิจิตรลิขิตมาแต่คราก่อน........................อย่าให้กร่อนเก่ากลืนคืนความหลัง
จงสืบต่อยอไว้ให้ยืนยัง...............................ให้เป็นดั่งทรัพย์แผ่นดินมิสิ้นเอย ๚ ๛				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟวฤก
Lovings  วฤก เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟวฤก
Lovings  วฤก เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟวฤก
Lovings  วฤก เลิฟ 1 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงวฤก
>