27 พฤษภาคม 2546 16:44 น.

+++ ครรลองแห่งยุคสมัย +++

วฤก



ฉบงง  ๑๖

๏ นับนานกาลเก่าเล่ากัน.............คนครั้งยังบรรพ์
บำรุงมุ่งธรรมจำเริญ ฯ
๏ ฝึกจิตคิดใคร่ใฝ่เดิน................ดับเข็ญเหม็นเมิน
มุ่งทิพย์นิพพานทานบุญ ฯ
๏ สู่สวรรค์ชั้นเหนือเจือจุน...........จักเสวยเชยคุณ
ครั้งประกอบชอบธรรมกรรมดี ฯ
๏ หมายด้นพ้นทุกข์ยุคกลี...........พึ่งพุทธฉุดหนี
จึงมีใจมุ่งผดุงธรรม ฯ

โคลงสี่สุภาพ

๏ นำพระพุทธศาสน์น้อม.........มโนสวม
ละบาปรั้งบุญกวม..................กอปรแล้ว
ต่างคนต่างคิดรวม.................ร่วมกิจ....กุศลนอ
ไตรรัตน์เรืองรุ่งแผ้ว...............ผ่องแม้นตะวันฉาย ฯ

๏ ผายพระพุทธศาสน์กว้าง......เกริกภพ
ทศทิศพระธรรมครบ..............ครอบแคว้น
สังคมจึงสงบ.......................เสงี่ยมสุข
เสมอยุคศรีอาริย์แม้น............มุ่งแล้วลุไฉน ฯ

ฉบงง ๑๖

๏ ปัจจุบันวันวารผ่านไป............ศาสน์เสื่อมเลื่อมใส
แพ้ภัยกิเลสเลศมัว ฯ
๏ หิวทรัพย์ขวับคว้าหาตัว..........กรรมใดไม่กลัว
ไม่เกรงเก่งแย่งแข่งกัน ฯ
๏ ใช้เล่ห์เฉถ่อยร้อยพัน............ล่อหลงงงงัน
เพื่อฉวยด้วยตนคนเดียว ฯ
๏ คุณธรรมคร่ำครึรึเหลียว.........คนแพ้แน่เชียว
ใช้เหนี่ยวนึกก่นคนพาล ฯ

โคลงสี่สุภาพ

๏ ขานคำพร่ำเอ่ยอ้าง...........อรรถกถา
ปลอบจิตเคยมิจฉา.............โฉดแพ้
ใช้ธรรมเช่นธารทา..............ทำชุ่ม
เถิงชื่นเชิงธรรมแท้..............โทษร้ายมลายสูญ ฯ

๏ ดังกูณฑ์ดาลดับด้วย.........เดชชล
ชโลมฉ่ำชะกมล..................ละม่อมล้าง
มลายโมหะเห็นหน...............เหือดทุกข์......ระทมแฮ
โลกเสื่อมลงฤๅอ้าง..............อับแล้วโลกธรรม ๚ะ๛				
16 พฤษภาคม 2546 19:31 น.

+++ เยี่ยมบ้านเบิ่งสวน ที่ศรีราชา ๘ +++

วฤก

๒๗
๏ สนานชมสวนชื่นไม้.............มวลผกา
หลายเผ่ากุสุมา.....................มากพ้อง
พรรณพันธุ์พร่ำพรรณนา.........นับนั่น
นั้นต่างพิรามร้อง...................เรียกโน้มมโนไฉน ฯ
๒๘
๏ พุทธธรรมเทียมทิพย์ถ้อย.....ถอดความ
แปดหมื่นสี่พันตาม................แตกข้อ
รสธรรมต่างคำงาม................แง่ต่าง.....กันฤๅ
ล้วนต่างล้างกิเลศฉ้อ.............โฉดร้ายลวงฉล ฯ
๒๙
๏ ชวนชมชมชื่นแล้ว..............รสธรรม
คิดใคร่ครวญทวนคำ..............ครบด้าน
สอนใจใส่ใจจำ.....................จับจิต
ปฏิบัติไม่ขัดคร้าน..................คับข้องระคายหาย ฯ
๓๐
๏ วฤกจบวาระร้อย.................เรียงโคลง
สามสิบบทยึดโยง.................อยู่พร้อม
เผยสารอ่านจรรโลง...............ใจเล่น
หมายสนุกสนานน้อม.............นอบให้สหายหรรษ์ ๚ะ๛

๑๕ พฤษภาคม ๒๕๔๖				
16 พฤษภาคม 2546 19:20 น.

+++ เยี่ยมบ้านเบิ่งสวน ที่ศรีราชา ๗ +++

วฤก

๒๓
๏ ฝนชโลมชรแร่งล้าง........รอยลาย
จารปักจำปีหาย................เหือดเหี้ยน
เห็นผิวผ่องพรรณฉาย.......โฉมอวด
เผยกลีบเนียนไร้เสี้ยน.......สักเนื้อเสียนวล ฯ
๒๔
๏ เสมือนโสมสมาสพื้น......แผ่นนภา
ประภาสส่องแสงทองทา....ทาบไล้
ลงผืนภพภูผา.................พรายผ่อง
เพียงแจ่มจันทร์เพ็ญไสร้...ส่องให้เห็นเสมือน ฯ
๒๕
๏ แสงธรรมที่ส่องแจ้ง......กระจ่างใจ
เห็นทุกข์สมุทัย..............ที่แท้
ถึงนิโรธนิราไกล.............กรรมก่าย
สมัตมรรคสมัครแก้.........เกลี่ยเกลี้ยงกิเลศเขลา ฯ
๒๖
๏ ใจจึงเพ็งผ่องด้วย.........ผดุงธรรม
เผด็จดับระงับกรรม.........ก่อร้อน
แสงวิสุทธิมรรคนำ..........วินาศเสื่อม
ฉายสว่างทางสงบช้อน....เชิดพ้นเพลิงผลาญ ๚				
16 พฤษภาคม 2546 19:17 น.

+++ เยี่ยมบ้านเบิ่งสวน ที่ศรีราชา ๖ +++

วฤก

๑๘
๏ มหาหงส์เหมือนเหาะห้วง.......หาวเหิน
เห็นอย่างหงส์ย่างเดิน.............เหยียบด้าว
ระรวยกลิ่นประทิ่นเชิญ...........ชมชื่น
เชยสนิทนาสิกน้าว................แนบเนื้อนัดถนอม ฯ
๑๙
๏ สุคนธรสฤๅหยดย้อม..........หยาดชโลม
หอมกลิ่นกลบโพยม..............พยัชน์ฟุ้ง
สุชนชื่อกระโหม...................หอมกว่า......ผกาแฮ
ทุจริตชนยิ่งคุ้ง.....................คละเคล้าคาวเหม็น ฯ
๒๐ 
๏ เป็นใดใครสาปให้..............เห็นเป็น
อ้างลิขิตพระพรหมเข็น..........ขีดอ้าง
ชั่วดีใช่ประเด็น....................ดีชั่ว
ผลจากจิตคิดสร้าง...............เสร็จแล้วส่งผล ฯ
๒๑
๏ คนแลแปรเปลี่ยนได้.........โดยตน
เดี๋ยวชั่วเดี๋ยวดีดล................ดุจแกล้ง
แผกผกาค่าสุคนธ์................คงเที่ยง
หอมใช่เป็นเหม็นแสร้ง..........สร่างเชื้อเชือนฉม ฯ
๒๒
๏ มหาหงส์แม้นห่างห้วง........หาวไกล
ถนอมกลิ่นหอมหับใน..........นุ่มเนื้อ
สาธุชนบ่แปลงใจ................จริงมั่น
มุ่งประกอบประการเกื้อ........กิจสร้างทางกุศล ๚				
16 พฤษภาคม 2546 19:10 น.

+++ เยี่ยมบ้านเบิ่งสวน ที่ศรีราชา ๕ +++

วฤก

๑๓
๏ ลานหญ้ายังรกร้าง..............รุงรัง
ปีบหล่นปนดินฝัง...................ฝ่อแห้ง
ฝากหาวไป่เนายัง..................หยัดอยู่
หยาดเกลื่อนเตือนตนแจ้ง........จิตรู้โลกจริง ฯ
๑๔ 
๏ เป็นปีบชูช่อล้อ..................ลมไกว
เกินเหยียดกรหยิบไป..............ป่ายคว้า
ดอกขาวพร่างพราวไสว..........สวาสดิ์ผ่อง
พรรณพิสุทธิ์เพียงพ้นหล้า.......รับไว้ในสวรรค์ ฯ
๑๕
๏ ยังโรยโปรยหล่นเปื้อน.........เปื่อยเปรอะ
ปนฝุ่นฝังดินเขลอะ.................เขละแล้ว
เคยขาวกลับเฉาเลอะ..............ละลายเปื่อย
เป็นอย่างสัจธรรมแคล้ว...........คลาดพ้นกลไฉน ฯ
๑๖
๏ ฉะนั้นตามไตรลักษณ์อ้าง.....อนิจจัง
สรรพสิ่งฤๅอาจยัง.................อยู่ได้
แลแล้วแต่ทุกขัง...................ขืนหยุด.....ยั้งฤๅ
คืออนัตตาคว้าไว้..................วักว้างว่างหาย ฯ
๑๗
๏ ใครหมายคิดมั่นไว้.............ว่าตน
อาจอยู่ยงคงทน...................เที่ยงแท้
คือผิดมิจฉาฉล....................เฉเล่ห์.....ลวงนอ
ลองตรึกนึกตามแล้...............ลุข้อกังขา ๚				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟวฤก
Lovings  วฤก เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟวฤก
Lovings  วฤก เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟวฤก
Lovings  วฤก เลิฟ 1 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงวฤก
>