31 ตุลาคม 2549 12:37 น.

เข้ามาสิ...แล้วจะรู้

สุชาดา โมรา

ทายนิสัยจากช็อคโกแลต

ช็อคโกแลตนอกจากจะเป็นของหวานแสนอร่อยที่ให้พลังงานต่อร่างกายแล้วยังถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก และมิตรภาพ และที่พิเศษไปกว่านั้น ช็อคโกแลตยังสามารถบ่งบอกถึงนิสัยของคุณที่ซ่อนอยู่ภายในตัวอีกด้วย เรามีคำทายสนุกๆจากการเลือกกินช็อคโกแลตของคุณมาฝากกันค่ะ 

ช็อคโกแลตมิ้นต์ เป็นคนที่มองไปข้างหน้าอยู่เสมอ ไม่ชอบเก็บเอาอดีตมาใส่ใจ ไม่มีกฏระเบียบอันใดที่จะหยุดคุณได้ยกเว้นคุณจะเป็นคนสร้างกฏนั้นเสียเอง เป็นคนชัดเจนและเปิดเผย ตรงไปตรงมา และเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และพยายามมุ่งมั่นที่จะทำทุกอย่างให้ดีขึ้น ข้อเสีย บางครั้งก็มุ่งมั่นมากเกินไป ควรจะปล่อยวางบ้าง 

ช็อคโกแลตนม เป็นคนโรแมนติก และแสนจะอบอุ่นคนหนึ่งเชียวล่ะ ตัดสินใจรวดเร็ว คุยสนุกและยิ่งไปกว่านั้นคุณชอบที่จะช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอในยามที่พวกเขาต้องการ ข้อเสีย ด้วยความที่คุณมักจะเป็นจุดศูนย์กลางของความสนใจของคนอื่นๆ อยู่เสมอ อาจจะทำให้คนคิดว่าคุณชอบทำตัวเด่นเกินไป และในบางเวลาคุณควรหันมาใส่ใจตัวเองให้มาก ค่อยช่วยเหลือคนอื่น 

ช็อคโกแลตสอดไส้ เป็นสาว/หนุ่มสังคมตัวยง มีงานปาร์ตี้ที่ไหนคุณก็ไม่เคยพลาด คุณเป็นคนชอบให้มีคนอยู่รอบข้างเสมอ และที่สำคัญคุณเป็นคนใจบุญ ข้อเสีย คุณเบื่อง่าย และมักจะเห็นดีเห็นงามกับความคิดของคนอื่นแบบง่ายๆไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม 

ช็อคโกแลตเวเฟอร์ เป็นคนรักสนุก มีอารมณ์ขัน ช่างพูดช่างคุย ทำให้คนรอบข้างคุณมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ คุณมักจะชอบเล่าเรื่องตลก หรือมีกลเม็ดเด็ดพรายคอยทำให้คนอื่นหัวเราะอยู่เสมอ และใครที่ได้เป็นเพื่อนจะเป็นคนที่โชคดีมากเพราะคุณคือเพื่อนแท้แห่งชีวิตทีเดียว 

ช็อคโกแลตขม เป็นคนไม่ชอบการรอคอยอะไรที่นานๆ และมักจะตกหลุมรักง่าย เป็นคนใจร้อน แต่ในขณะเดียวกันคุณก็เป็นคนช่างคิด ข้อเสีย เป็นคนที่ขาดความอดทน คุณเหมือนเป็นคนที่ยุ่งอยู่ตลอดเวลา แต่ตัวเองกลับไม่ได้อะไรเลย 















ทายนิสัยจากลักษณะท่ายืน

ยืนหลังงอ 

เวลาที่คนเรายืนแล้วหลังงอ หรือค่อมลงมานั้นสามารถบอกได้ถึงนิสัยใจคอที่จริงจังของคน ๆ นั้น ว่าเป็นคนซีเรียล และรอบคอบมาก โดยเฉพาะกับเรื่องการงานซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับอย่างยิ่ง และไม่ชอบให้ใครมาล้อเล่นกับตน ในขณะเดียวกันคนแบบนี้ก็จะเขินประหม่าได้ง่าย ๆ อย่างไม่น่าเชื่อในสถานที่ที่มีคนมาก แต่ก็เป็นพ่อแม่ที่ดี 

ยืนอกผายไหล่ผึ่ง 

ท่ายืนแบบนี้เป็นท่ายืนที่คนเรียน ร.ด.จะต้องถูกหัดให้ยืนเสมอ เพราะเป็นท่ายืนที่แสดงถึงความสง่า ผ่าเผย เข้มแข็ง คนที่มีท่ายืนแบบนี้นั้น แสดงว่าเป็นคนที่มีนิสัยกล้าหาญ และมีลักษณะของคนที่เกิดมาเพื่อเป็นผู้นำคนอื่นเป็นคนชอบใช้ชีวิตกลางแจ้ง ที่เป็นอิสระไร้กฎเกณฑ์ต่าง ๆ มาพันธนาการ แล้วก็ยังเป็นคนมีเพื่อนมาก แต่เมื่อมีครอบครัวจะเป็นคนที่รักบ้านและครอบครัวเป็นพิเศษ และเป็นยังคนมีความสามารถในการไกล่เกลี่ยอีกด้วย 

ยืนตัวตรงเป๊ะ 

ลักษณะนิสัยโดยทั่วไปของคนที่มีท่าทางการยืนแบบนี้ มักเป็นคนที่มีความเผด็จการ หรือชอบให้คนอื่นทำตามความคิดของตน ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นคนที่ไม่ยอมรับความคิดเห็นของคนอื่น แต่จะเป็นคนคอยออกคำสั่งหรือบงการได้ดี เป็นคนที่มีระเบียบวินัยในตัวเองสูง ชอบความสะอาด สะอ้าน และความเรียบร้อยสมบูรณ์แบบแล้วก็ยังเป็นคนที่ตรงไปตรงมา มักถูกนิสัยกับคนที่พูดจาที่ฉะฉานไม่อ้อมค้อม 

ยืนเอนตัวไปด้านหลัง 

คนที่มีท่ายืนแบบนี้ซึ่งต่างจากอีกท่าที่กล่าวถึงไปแล้วข้างต้นนั้น จะเป็นคนที่มีนิสัยสุภาพเรียบร้อยเป็นอย่างยิ่งซึ่งถ้าเป็นผู้หญิงก็คือผู้หญิงที่อ่อนหวานนุ่มนวล แต่ถ้าเป็นผู้ชายก็จะเป็นคนที่ละเอียดเรียบร้อยเกินนิสัยผู้ชายทั่วไป แล้วยังค่อยไปทางขี้อายประหม่าง่าย แต่คนส่วนใหญ่ ที่ได้รู้จักจะชื่นชอบในนิสัยใจคอ เพราะเป็นคนเรียบง่ายไม่ถือ เนื้อถือตัว หรือมีพิธีรีตองอะไร 

ยืนไร้ท่าทางชัดเจน 

ท่านยืนนี้ จะเป็นท่าที่ไม่สามารถกำหนดออกมาได้อย่างชัดเจน เพราะคนยืนจะยืนได้ไร้ระเบียบมาก ปลายเท้าข้างนึงชี้ไปทางนี้ อีกข้างชี้ไปทางนั้น แสดงว่าคนที่ยืนแบบนี้ เป็นคนที่ไม่ชอบการอยู่ในกฎเกณฑ์ หรือในระบบที่คนอื่นกำหนดขึ้นมาได้เลย แต่จะชอบงานที่ได้ไปไหนมาไหน พบปะกับผู้คนมากหน้าหลายตา เพราะเป็นคนมีมนุษย์สัมพันธ์ดี ชอบหยิบยื่นไมตรีให้คนอื่น ๆ แล้วก็ยังชอบความสนุกสนานสนานอีกด้วย 

ยืนแอ่นตัว 

คนที่เวลายืนแล้วมักแอ่นตัวหรือแอ่นพุงตัวเองไปข้างหน้านั้น แสดงถึงนิสัยของคนที่มีความอ่อนไหว โอบอ้อมอารี และสามารถ เป็นที่พึ่งพาของคนอื่นได้ดี โดยเฉพาะเรื่องที่ต้องมีการตัดสินใจ เพราะเป็นคนรอบคอบ รู้จักคิดหลังแต่จะเป็นคนที่ไม่ชอบการเข้าสังคม และการตกเป็นจุดสนใจของคนอื่น
















ทายนิสัยจากลักษณะท่านอน

นอนคุดคู้ 

สำหรับคนที่มีท่านอนแบบคุดคู้นี้ มักเป็นคนที่ชอบอยู่กับความหลัง มีชีวิตอยู่กับวันเก่าแสนสวยงามที่เคยผ่านมา เป็นคนขี้เหงา เศร้าง่าย ต้องการรักแท้และความอบอุ่นจากใครสักคนที่รักจริง แต่ในขณะเดียวกันกลับไม่ชอบเปิดเผยตัวเองกับคนอื่น มีความหวาดระแวงและลังเลสูง เมื่อพบกับปัญหาหรือเรื่องไม่สบายใจ มักจะหนีไปอยู่ในโลกแห่งความฝันที่ตัวเองสร้างขึ้นมา 

นอนคว่ำ

ท่านอนคว่ำหน้านี้เป็นลักษณะของคนที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง หาจุดยืนที่แน่นอนของตัวเองไม่ค่อยได้ ใครว่ามายังไงก็พลอยแต่จะไปอย่างนั้นตามเขา ต้องการที่พึ่งพาทางใจสูง แต่ก็เป็นคนร่าเริง รักความสนุกสนาน ใครอยู่ใกล้ ๆ มักรู้สึกถึงความชื่นบาน และยังมองโลกในแง่ดี เพียงแต่มีความต้องการจะครอบครองหรือเป็นเจ้าของสิ่งต่าง ๆ มากเกินไป 

นอนหงาย

คนที่นอนหงายนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองมาก จะวู่วามและใจร้อนมากไปหน่อย ไม่ค่อยเกรงกลัวอะไร เตรียมพร้อมเสมอกับการปะทะพบเจอกับปัญหา แต่จะไม่รอบคอบเท่าที่ควร เป็นคนมีบุคลิกแข็งแรง ชอบสิ่งเปิดเผยและความแปลกใหม่ที่ไม่ซ้ำซากจำเจ เป็นคนที่ได้รับความสนใจจากคนอื่น ๆ สูง มีเสน่ห์แบบแปลก ๆ ไม่เหมือนใคร 

นอนตะแคงข้าง 

ส่วนท่านอนท่านี้บ่งบอกถึงความเป็นคนอารมณ์ดี มีอารมณ์ขัน ท่าทางง่าย ๆ สบาย ๆ ทำให้คนชอบเข้าหา เพราะบุคลิกดูอบอุ่น ไม่น่ากลัว แล้วยังเป็นคนที่ปรับตัวเก่ง ไม่มีปัญหาอะไรถ้าต้องไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง ลักษณะนิสัยอีกอย่างคือเป็นคนโกหกไม่เป็น จะรู้สึกโกรธเสียใจมากถ้าโดนใครโกหก และยังเป็นคนที่รักษาคำมั่นสัญญา เคยพูดอะไรกับใครไว้รับรองไม่ลืมแน่ จิตใจมั่นคงดีนักล่ะ 

นอนเอาขาก่ายกัน 

ท่านอนแบบนี้เป็นท่าของคนมีอดีตชอบนอน มักชอบยึดติดอยู่กับเรื่องต่าง ๆ ที่เคยผ่านเข้ามา ไม่ใช่คนกล้ายอมรับความเปลี่ยนแปลง และหมกมุ่นกับเรื่องราวของตัวเองมากจนเกินไป ชอบอยู่คนเดียว ไม่ชอบที่จะเผชิญหน้ากับอะไรใหม่ ๆ นัก แต่เป็นคนอดทน ถึงแม้ไม่ชอบใจก็ยังมีความอดทนทำในสิ่งนั้นต่ออย่างเงียบ ๆ โดยไม่เรียกร้อง เพราะเป็นคนมีนิสัยไม่ชอบแข่งขันกับใคร 

นอนงอขางอแขน 

คนที่มีท่านอนแบบงอแขนงอขานั้นเป็นคนที่มีนิสัยเปิดเผยตรงไปตรงมา คิดอย่างไรก็พูดออกมาอย่างนั้น ติดไปทางใจร้อนวู่วามเอามาก ๆ จะชอบบังคับบัญชาคนอื่น เผด็จการ แต่ก็เป็นเผด็จการที่ใจดี โกรธง่ายหายเร็ว ตามประสาคนอารมณ์วูบวาบ เห็นใจคนทั่วไป และมองโลกในแง่ดี แล้วก็ชอบการแสดงออกเอามาก ๆ 

นอนเอามือไพล่กันรอบศีรษะ 

เป็นคนเฉลียวฉลาด ไหวพริบดี อ่านใจคนเก่ง ชอบการเรียนรู้และใช้ความคิด แต่บางทีก็เป็นความคิดที่คนทั่วไปตามไม่ค่อยทัน เพราะแปลกแหวกแนวเกินไป มีความอยากรู้อยากเห็นไปเสียทุกเรื่อง รวมทั้งเรื่องรักด้วย แต่ว่าจะรักคนยากอยู่สักหน่อย เพราะไม่ค่อยมองเห็นความสำคัญของความรัก แต่จะให้ความสำคัญกับคนในครอบครัวมากกว่า 

นอนคลุมโปง

ท่านอนคลุมโปงนี้เป็นท่าของคนที่ดูภายนอกแล้วดูเหมือนว่าจะเป็นคนน่าเชื่อถือ ดูใจคอมั่นคง เข้มแข็ง แต่ว่าจริง ๆ แล้วเป็นคนใจคออ่อนแอและขี้อายมาก เจอกับปัญหาเมื่อไหร่จะวิตกกังวลวุ่นวายไม่ยอมเลิก ไม่ใช่คนกล้าหาญ คิดอะไรก็มักเก็บเอาไว้ในใจ ชอบหรือไม่ชอบก็ไม่มีใครรู้ เก็บความลับเก่ง และไม่ใช่คนเจ้าอารมณ์ ชอบอยู่ในที่ที่ตัวเองคุ้นเคย เพราะไม่ใช่คนปรับตัวเก่ง 
















ทายนิสัยจากการเปลื้องผ้า

คุณเลือกวิธีถอดผ้า แล้วกองไว้ทั่วห้อง 

คุณเป็นคนร่าเริง เฮฮา รักความสนุกสนาน มีความคิดเสรี และมีความเป็นตัวของตัวเอง ไม่ค่อยแคร์ใคร ใครจะคิดอย่างไรก็ช่างเขา ก็ชีวิตนี้เป็นของคุณนี่น่า แม้ว่าห้องนอนของคุณจะรกหน่อย แต่คุณก็มีความสุขเสมอ 

คุณเลือกวิธีเปลื้องผ้าโดยถอดแต่ละชิ้น แล้วเก็บเข้าที่อย่างเป็นระเบียบ 

คุณเป็นคนที่จริงจังกับชีวิต เป็นคนที่รัก ความสงบ ใช้ชีวิตอย่างมีระเบียบ เป็นขั้นตอน ระมัดระวัง คุณยึดหลักป้องกันไว้ดีกว่าแก้ 

คุณเลือกถอดรองเท้าและถุงเท้า แล้วจัดเก็บก่อนเสมอ 

คุณเป็นขี้อาย แต่ช่างสังเกต คุณจึงรู้จักคนอื่นมากกว่าที่เขาคิด คุณเป็นคนที่ระมัดระวังในการใช้ชีวิต คุณจึงใช้เวลาในการตัดสินใจนาน และมักจะทำงานอย่างเป็นระบบ เป็นขั้นตอน แต่ก็ทุ่มเท 

คุณค่อย ๆ เปลื้องผ้าทีละชิ้น แต่เป็นไปอย่างช้า ๆ สบาย ๆ บางครั้งคุณอาจถอดเสื้อตัวนอกหรือเสื้อเชิ๊ตก่อน แล้วอีกเกือบสิบนาทีคุณจึงจะถอดกางเกง 

คุณมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง มีความคิดเป็นตัวของตัวเอง ฉลาดหลักแหลม ช่างคิด และมักชอบแก้ปัญหายาก ๆ คุณไม่ชอบชีวิตที่เร่งรีบ หรือการทำงานที่เร่งด่วน คุณชอบชีวิตที่เป็นอิสระ มีเวลาเป็นของตัวเอง 

คุณเลือกวิธีเปลื้องผ้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

คุณเป็นคนที่แคร์ความคิดของคนอื่น และมักจะสับสนกับความต้องการของตัวเอง คุณจะเป็นคนที่ดูยุ่ง ๆ อยู่เสมอ จึงเครียดได้ง่ายเพราะชอบคิดทีละหลายเรื่อง หรือทำหลายอย่าง.. ในเวลาเดียวกัน และมีความคาดหวังสูงคุณควรทำชีวิตให้ช้าลงสักนิด หากคุณจะทำอะไร พลาดไปบ้าง คิดเสียว่าเป็นเรื่องปกติ (เพราะ คุณไม่ใช้มิสเพอร์เฟคสักหน่อย) จะช่วยให้คุณ เครียดน้อยลง 

คุณเลือกถอดเครื่องประดับ จำพวก แหวน ตุ้มหู สร้อยคอ หรือนาฬิกาก่อน 

คุณเป็นคนที่อบอุ่น โรแมนติด ช่างฝัน(หวาน) และอ่อนไหวง่าย บ่อยครั้งที่มักเกรงใจคนอื่น แต่ก็เป็นคนที่มีคำแนะนำดี ๆ ให้กับเพื่อนฝูงเสมอ 

คุณไม่มีวิธีการเปลื้องผ้าที่แน่นอน แต่ละวัน มักทำไม่ซ้ำกัน 

คุณเป็นคนที่กระตือรือร้นสูง รักความสนุกสนาน แอ๊คทีฟ ชอบการผจญภัย กล้าเสี่ยง และเป็นสาวสังคม





















ทายนิสัยจากท่านั่ง

นั่งเต็มเก้าอี้ 

สำหรับคนที่นั่งเต็มเก้าอี้ ตัวตรง เรียบร้อยเช่นนี้ถือว่าเป็นคนที่มีนิสัยกระตือรือร้นมากเวลาทำงานอะไรสักอย่าง ก็จะทำถึงที่สุดโดยไม่เกรงกลัวอุปสรรคใด ๆ ที่ผ่านเข้ามาทดสอบจิตใจคน ในเรื่องความรักเป็น คนที่กล้าขอความรักจากคนที่ตนชอบจนบางครั้งก็ดูเหมือนคนช่างตื้อ แต่จะเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูงและมัก จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานเร็วกว่าคนวัยเดียวกัน 

นั่งจับหัวเข่า 

ท่านี้เป็นท่านั่งที่ได้วิเคราะห์เอาไว้ว่าเป็นคนที่มีนิสัยชอบการได้แสดงความคิดเห็น และมีความคิดในเชิงสร้างสรรค์มากมาย บางครั้งจึงมีคนรับในสิ่งที่คิดไม่ได้ เพราะดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ ในสายตาของคนทั่วไป จึงเป็นคนที่มีบุคลิกที่ขาดความน่าเชื่อถือแม้จะมีความสามารถสักแค่ไหนเหมาะกับการอยู่ในโลกของความฝัน มากกว่าความเป็นจริง 

นั่งไขว้ห้าง 

สำหรับคนที่นั่งเอาขาไขว้กันนี้ จะแสดงถึงความเป็นคนที่ไม่ค่อยยอมรับกับความจริงสักเท่าไหร่ ชอบฝันมากกว่า ลงมือกระทำให้เกิดขึ้น แล้วก็ยังเป็นคนที่แม้มีอะไรดีเพียงเล็กน้อย ก็ไม่รอช้าที่จะอวดให้ผู้อื่นรู้เห็น และในบางครั้งมักจะทำอะไรในสิ่งที่แผลง ๆ แปลก ประหลาด สามารถช็อคความรู้สึกของคนได้ เป็นคนที่มีความขัดแย้งในตนเองเป็นอย่างมาก 

นั่งอ้าขา 

คนที่มีท่านั่งแบบนี้ จะถือว่าเป็นคนที่ชอบการพูดคุยและคบหาสมาคมกับผู้คนหน้าใหม่ ชอบอยู่ท่ามกลางคนมาก ๆ และทำความรู้จักแต่ก็เพื่อเอาไว้พึ่งพากันในเรื่องธุรกิจ การงาน มากกว่าคบไว้เป็นเพื่อนแท้ มักมีความเห็นอกเห็นใจคนอื่น แต่เวลารักใครจะตามตื้ออีกฝ่ายจนถึงที่สุดเชื่อมั่นในความคิดตัวเองสูงจนเหมือนเผด็จการ ทำให้มีทั้งคนรักและคนเกลียดอย่างมาก



















ทายนิสัยจากลักษณะการทานไอศครีม

กัดเลย 

สำหรับคนที่ซื้อไอศครีมมาได้ปุ๊บแล้วกัดกินปั๊บเลย โดยไม่เสียเวลามาค่อย ๆ แทะนี้ จะมีนิสัยออกไปทางดื้อรั้นอยู่สักหน่อย แล้วก็จะเป็นคนก้าวร้าวพอสมควร ไม่พอใจใครขึ้นมาก็ปฏิบัติการโต้ตอบในทันที แต่ถ้าใครดีมาก็จะเป็นคนที่ดีตอบได้ไม่ยาก เป็นคนที่เปลี่ยนแปลงความคิดยากมาก เป็นคนทำมาหากิน เป็นคนที่พึ่งพาของคนรอบข้างได้ แต่มักไม่ค่อยมีความอดทนสักหน่อย 

ค่อย ๆ กินจนไอศครีมละลาย 

สำหรับคนที่เวลากินไอศครีมแล้วค่อย ๆ กิน ค่อย ๆ ละเลียดนั้น นิสัยจะออกไปทางคนโรแมนติค ช่างฝัน มีชีวิตที่ไม่อยู่ในโลกของวันนี้หรือปัจจุบัน แต่จะชอบฝันถึงวันข้างหน้าที่คิดว่าแสนดีแต่ก็ยังมาไม่ถึงและไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วเป็นเช่นไร หรือไม่ก็จมอยู่กับวันเก่า ๆ ที่แสนสวยงามในอดีต เป็นคนใจอ่อน ลังเล ตัดสินใจไม่เก่งโดยเฉพาะกับเรื่องงาน แต่สำหรับเรื่องของตัวเอง จะมีความเฉียบขาดที่คนอื่นคาดไม่ถึงทีเดียว 

ค่อย ๆ เล็ม 

คนที่ค่อย ๆ และเล็มกินไอศครีมนี้ ออกจะเป็นคนที่ขี้ระแวงอยู่สักหน่อย ไม่ค่อยไว้วางใจ หรือเชื่อใครง่าย ๆ เป็นคนที่ระมัดระวังตัวสูงมาก แต่ก็มีข้อดีที่พอจะลบล้างไม่ให้คน เหม็นขี้หน้ามากเกินไป คือเป็นคนที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดี พูดจาเก่งโดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับธุรกิจการงานและเมื่อถึงเวลาลงมือทำงานก็จะทำอย่างรอบคอบ และวางแผนเอาไว้อย่างดิบดี แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ เหมาะกับการทำงานบริหาร 

เลีย 

ส่วนคนประเภทนี้ ออกไปทางชอบแสวงหาความสนุกสนานร่าเริงให้กับตนเอง เป็นคนที่มีมุมมองว่าการใช้ชีวิตไม่ควรเป็นเรื่องที่เคร่งเครียดจริงจัง แต่ควรเป็นความรื่นรมย์ และน่าตื่นเต้น สนุกสนานมากกว่า จึงเป็นคนที่ชอบพบปะคนแปลกหน้า ชอบทดลองในเรื่องใหม่ ๆ ที่ไม่เคยรู้เห็นมาก่อน และเป็นคนที่ชอบให้ผู้อื่นเห็นว่าตนเองเป็นคนสำคัญ 

กัดที่ก้นก่อน

คนที่ชอบกัดตรงก้นก่อนเลย เวลากินไอศครีมนั้นมักเป็นคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงไม่ชอบทำอะไรตามคนอื่น จะทำทุกอย่างที่ตนเองพอใจและอยากทำเท่านั้นในสายตาคนอื่น จึงมักถูกมองว่าเป็นคนที่เชื่อถือไม่ได้ ไร้ความสามารถไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอย เป็นคนที่ชอบชีวิตที่มีความตื่นเต้น และการได้เสี่ยงภัย จึงชอบการแข่งขันทุกชนิด ในขณะเดียวกันก็จะฝันถึงการได้เดินทางไปในที่แปลก ๆ ใหม่ ๆ อยู่ทุกลมหายใจ 












แล้วพบกันใหม่ในคราวหน้านะคะ...				
31 ตุลาคม 2549 11:48 น.

ขอความช่วยเหลือค่ะ

สุชาดา โมรา

ไปเจอมาน่ะ เลยเอามาให้เพื่อนๆอ่าน เผื่อใครที่พอจะช่วยได้ค่ะ...
.........................................................................................

ผมชื่อ อาภาพงษ์ ประเสริฐจิต 

ตอนนี้แม่ผมเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล จุฬาลงกรณ์ แม่ผมเป็นโรคไขกระดูกฝ่อ ผู้ที่เป็นโรคนี้จะไม่สามารถผลิตเลือดได้ เอง จะต้องรับการให้เลือดอยู่เรื่อยๆ ซึ่งหมอได้รักษาโดยให้ยา ที่เข้าไปทำลายไข สันหลังในร่างกายทั้งหมด และรอให้ร่างกายผลิตไขสันหลังขึ้นมาใหม่อีกครั้ง 

ในขณะ ที่รอ จะต้องทำการให้เลือดและเกล็ดเลือดอยู่ตลอดเวลา ต่อมาเมื่อแม่ได้รับเลือดและเกล็ดเลือดบ่อยขึ้น ทำให้ร่างกายแม่สร้าง ภูมิขึ้นมาตัวนึง มันจะต่อต้านเกล็ดเลือดที่ได้รับ ทำให้เกล็ดเลือดแม่ต่ำลง เรื่อยๆ อันตรายที่เกิดจากเกล็ดเลือดต่ำคือ เลือดจะไม่แข็งตัว และจะไหลไม่หยุด ถ้าเป็นแผล และถ้าเกล็ดเลือดต่ำมาก อวัยวะต่างๆในร่างกายของแม่จะมีเลือดไหลออก 
มาเอง และที่สำคัญคืออยู่เฉยๆก็อาจจะเกิดภาวะเลือดไหลในสมองได้ ถ้าถึงตอนนั้น ก็จบ 

หมอบอกว่าแม่ต้องได้รับเกล็ดเลือดที่เป็นกลุ่ม O เหมือนแม่ และต้องมี รายละเอียดย่อยที่เข้ากันได้กับเลือดแม่อีก ซึ่งเกล็ดเลือดที่มีรายละเอียดที่ ตรงกับแม่ จะหาได้จากญาติทางสายเลือดของแม่ หมอบอกว่าในญาติ 100 คน หรือ 1000 คน จะมีเกล็ดเลือดที่ตรงกับแม่ซัก 1 คน 

ผมเองได้รวบรวมญาติที่มีกลุ่มเลือด O มาตรวจ ว่าเกล็ดเลือดเข้ากับแม่ได้หรือเปล่า หมอเรียกว่าการตรวจ HLA Match platelet แต่โชคร้ายของผม และพ่อผม ไม่มีใครเลยที่เกล็ดเลือดเข้ากันได้กับ แม่ และหมอก็บอกอีกว่าถ้าไม่ใช่ญาติทางสายเลือดแล้วจะมีโอกาสตรงกันแค่ หนึ่งใน แสน หรือหนึ่งในล้าน มันมีโอกาสที่น้อยมาก แต่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาส ด้วยเหตุนี้ ล่ะครับ ที่ผมได้ตัดสินใจเขียนหาท่าน เผื่อจะมีใครคนนึง ที่มีเกล็ดเลือดที่ ตรงกับแม่ผม สามารถเข้ากับแม่ผมได้ และยินดีที่จะบริจาคเกล็ดเลือดให้แม่ผม 

ผมได้ติดต่อที่สภากาชาดแล้ว เจ้าหน้าที่หมอและพยาบาล(ใจดี) เขาได้ให้คำ แนะนำว่า ผู้ที่สามารถบริจาคเกล็ดเลือดได้ต้องเป็นผู้ชาย สุขภาพแข็งแรง และ 
เคยบริจาคเลือดที่สภากาชาด อย่างน้อย 2 ครั้งติดกัน

แม่ผมมีเลือดกลุ่ม O ( โอ) ตอนนี้ทางโรงพยาบาลจุฬาได้ร้องขอเกล็ดเลือด ที่เข้ากันได้กับของแม่ไปที่สภากาชาดแล้ว ถ้าท่านยินดีที่จะช่วยเหลือแม่ของ ผม และมีเลือดกลุ่ม O ( โอ) ท่านสามารถไปบริจาคเกล็ดเลือดที่สภากาชาดได้เลย ครับ ถ้าเกล็ดเลือดของท่านเข้ากันได้กับแม่ผม สภากาชาดจะส่งไปให้แม่ผมเอง แต่ ถ้าไม่ตรงกับแม่ผมเขาก็จะให้ผู้ป่วยรายอื่นต่อไป แต่ผมขอความช่วยเหลือจากท่าน 

(ย้ำ)...ตอนที่ท่านไปบริจาคเกล็ดเลือด กรุณาบอกกับเจ้าหน้าที่ให้เขาตรวจสอบว่า เกล็ดเลือดสามารถเข้ากันได้กับ นางพรรณี ประเสริฐจิต หรือเปล่า และให้ทางสภา กาชาดแจ้งผลให้ท่านทราบ 

ถ้าผมโชคดี เกล็ดเลือดของท่านเข้ากันได้กับแม่ผม และท่านยินดีที่จะช่วย ต่อชีวิตแม่ผม *****

ช่วยบอกผมด้วย ผมชื่อ 
อาภาพงษ์ ประเสริฐจิต 
หมายเลขโทรศัพท์ 06-7061412 ครับ


ปล. ท่านที่ได้รับเมล์ช่วยฟอร์เวิร์ดต่อให้ผมด้วยครับ ขอบคุณมากครับ				
29 ตุลาคม 2549 19:39 น.

เกร็ดพงศาวดาร ตอน พระเจ้าเสือ

สุชาดา โมรา

สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือ สมเด็จพระเจ้าเสือ (สมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ) พ.ศ. 2205 พระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 29แห่งกรุงศรีอยุธยา ทรงเป็นพระราชโอรสใน สมเด็จพระเพทราชา กับพระนางกุลธิดา (ราชธิดาพระเจ้าเชียงใหม่ ซึ่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้พระราชทานให้สมเด็จพระเพทราชาเมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่ง(เจ้า-กรมช้าง) ราชาภิเษก พ.ศ. 2246ทรงมีพระราชโอรส ๒ พระองค์ คือเจ้าฟ้าเพชร (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ) และเจ้าฟ้าพร (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ)สำหรับพระสมญานามว่า เสือ อาจสืบเนื่องมาจากพระราชสมภพปีขาล ซึ่งแปลว่าเสือ บางท่านกล่าวว่าเป็นเพราะพระองค์มีพระนิสัยดุ

จากพระราชประวัติ น่าจะหมายถึงทรงมีความเด็ดขาดในการมีรับสั่งให้ผู้ที่ปฏิบัติงานใดก็แล้วแต่ ทำงานแล้วจะต้องสำเร็จผลเป็นอย่างดี หากบกพร่องพระองค์จะมีรับสั่งให้ลงโทษ ไม่เฉพาะข้าราชบริพารเท่านั้น แม้พระราชโอรสทั้งสองก็เช่นกัน อย่างเช่น ในการเสด็จไปคล้องช้างที่เมืองนครสวรรค์ มีรับสั่งให้เจ้าฟ้าเพชรและเจ้าฟ้าพรตัดถนนข้ามบึงหูกวาง โดยถมบึงส่วนหนึ่งให้เสร็จภายในหนึ่งคืน พระราชโอรสดำเนินงานเสร็จตามกำหนด แต่เมื่อเสด็จพระราชดำเนิน ช้างทรงตกหล่ม ทรงลงพระราชอาญาเจ้าฟ้าเพชร แต่หากผู้ใดมีความดีความชอบพระองค์กลับมีพระเมตตายิ่งดังเรื่อง พันท้ายนรสิงห์มหาดเล็กข้าหลวง เดิมตำแหน่งนายท้ายเรือพระที่นั่งเอกชัยของสมเด็จพระเจ้าเสือเมื่อครั้งเสด็จทางชลมารคไปตามคลองโคกขาม เมืองสาครบุรี ลำคลองคดเคี้ยวมาก พันท้ายนรสิงห์เป็นผู้คัดท้ายเรือพระที่นั่ง และเป็นผู้ทำให้หัวเรือพระที่นั่งชนกิ่งไม้ หัวเรือพระที่นั่งหัก ซึ่งตามพระราชประเพณีนายท้ายเรือ จะต้องรับโทษถึงตายแต่สมเด็จพระเจ้าเสือ ทรงมีพระเมตตาพระราชทานอภัยโทษ แต่พันท้ายนรสิงห์เกรงจะเสียขนบธรรมเนียม กราบทูลขอให้พระองค์มีพระเมตตาแก่บุตรภรรยาของตน แทนและขอรับโทษตามราชประเพณีพระองค์จึงมีรับสั่งให้ ปลูกศาลเพียงตาแล้ว ประหารชีวิตตัดศีรษะพันท้ายนรสิงห์ พร้อมทั้งนำหัวเรือพระที่นั่งขึ้นพลีกรรมไว้บนศาลด้วย

ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระเจ้าเสือได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กรับราชการเป็นที่ โปรดปรานของสมเด็จพระนารายณ์ ต่อมาได้ตำแหน่งเป็นหลวงสรศักดิ์ สมัยสมเด็จพระเพทราชา (พ.ศ. 2231 - 2246) หลวงสรศักดิ์ให้รับสถาปนาเป็นพระมหาอุปราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคล และได้ขึ้นครองราชสมบัติต่อจากพระเพทราชา พระนาม สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๘ สมเด็จพระเจ้าเสือ พระนามเดิม เดื่อ สืบเนื่องมาจากพระมารดา และ สมเด็จพระเพทราชา(จางวาง-กรมช้าง) ตามเสด็จ สมเด็จพระนารายณ์มหาราชขึ้นไป นมัสการ พระพุทธชินราช และ พระพุทธชินสีห์ วัดพระศรี-มหาธาตุ เมืองพิษณุโลก กระบวนเสด็จพระราชดำเนินถึงตำบลโพธิ์ประทับช้าง (เดิมชื่ออะไรไม่ปรากฏ) เมืองพิจิตร พระมารดาเจ็บครรภ์คลอดพระองค์ใกล้ต้นโพธิ์ใหญ่ ซึ่งมีต้นมะเดื่อใหญ่อยู่ใกล้กัน และ ทรงได้นำรกไปฝังไว้ระหว่างต้นโพธิ์กับต้นมะเดื่อเสร็จแล้วกระบวนเสด็จพระราชดำเนินทางต่อไปจนถึงเมืองพิษณุโลก

สมัยสมเด็จพระเจ้าเสือบ้านเมืองสงบสุขไม่มีศัตรูมารุกราน แม้พระองค์โปรดการเสด็จประพาสไปในที่ต่าง ๆ ทั้งทางบกทางน้ำเป็นส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ประทับในพระราชวัง แต่ก็ไม่มีผู้ใดคิดร้าย เนื่องจากเกรงอำนาจบารมีของพระองค์ โปรดการคล้องช้างป่าเพื่อนำมาใช้ในราชการ โปรดการทรงเบ็ดตกปลา ล่าสัตว์ และโปรดการชกมวยอย่างยิ่ง ทรงปลอมพระองค์เป็นสามัญชน นักมวยชาวกรุงผู้มีฝีมือเป็นเลิศเสด็จไปตามสนามมวยต่าง ๆ เพื่อเปรียบมวยชกและทรงชนะ ทุกครั้งหาผู้ใดเปรียบฝีพระหัตถ์ได้ไม่ หลังการชกมวยพระองค์และทหารจะเสด็จเที่ยวชมงานเยี่ยงสามัญชนโดยไม่มีผู้ใดรู้ว่าพระองค์คือกษัตริย์
ด้านศาสนา
ทรงปฏิสังขรณ์มณฑปสวมรอยพระพุทธบาทสระบุรี สร้างมาแต่ครั้งสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ซึ่งทำเป็นยอดเดียวชำรุด โปรดฯ ให้สร้างใหม่เป็น 5 ยอด รวมทั้งปฏิสังขรณ์ทั่วทั้งอาราม 
ปี พ.ศ. 2249 เกิดอัสนีบาตต้องยอดมณฑปพระมงคลบพิตร เครื่องบนมณฑป ทรุดโทรมพังลงมาต้องพระศอพระมงคลบพิตรหัก โปรดฯ ให้รื้อเครื่องบนออก ก่อสร้างใหม่แปลงเป็นมหาวิหาร 
ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่เสด็จพระราชดำเนินไปมนัสการพระพุทธฉายและสันนิษฐานว่าค้นพบในสมัยพระองค์ 
พระราชกรณียกิจที่สำคัญอันเกี่ยวเนื่องเมืองพิจิตร เพื่อเป็นการรำลึกถึงชาติภูมิของพระองค์สมเด็จพระเจ้าเสือได้โปรดให้สร้างวัดโพธิ์ประทับช้างขึ้นที่เมืองพิจิตร โดยสร้าง พระอุโบสถ พระวิหาร พระมหาเจดีย์ ศาลาการเปรียญ และกุฏิสงฆ์ มีอาณาบริเวณวัดกว้างขว้างใหญ่โต ใช้เวลาสร้าง 2 ปี จึงสำเร็จ เสด็จพระราชดำเนินมาทำการฉลองด้วยพระองค์เอง มีการฉลอง สามวันสามคืน มีมหรสพครึกครื้น และมีผู้คนมากมายมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทและ ดูมหรสพ ฉลองเสร็จแล้วทรงพระราชอุทิศถวายเลขข้าพระไว้สำหรับอุปฐากพระอารามถึง 200 ครัวเรือน นับว่าครั้งนั้นวัดโพธิ์ประทับช้างเป็นวัดที่เด่นที่สุดในเมืองพิจิตร 
สมเด็จพระเจ้าเสือทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาก โปรดฯ ให้สมเด็จเจ้าแตงโม (พระสุวรรณมุนี) เป็นพระอาจารย์สอนวิชาความรู้แก่พระราชโอรสและพระราชนัดดา ทรงไม่พอพระทัยที่เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ฝรั่งคนโปรดของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชสึกออกมาทำราชการเป็นจำนวนมาก


[แก้] ด้านคมนาคม
ทรงให้มีการตัดถนนข้ามบึงหูกวางที่เมืองนครสวรรค์ 
ทรงให้ขุดคลองโคกขาม ซึ่งคดเคี้ยวให้ตรงหลังจากเหตุการณ์หัวเรือพระที่นั่งหักและพระองค์ต้องมีรับสั่งให้ประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์ตามราชประเพณี 
ทรงให้มีการปรับปรุงเส้นทางทางไปพระพุทธบาทสระบุรี ให้เดินทางมาสะดวกยิ่งขึ้น 
สมเด็จพระเจ้าเสือ เสด็จอยู่ในตำแหน่งที่พระมหาอุปราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคลตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2231  2246 เป็นเวลา 15 ปี เสด็จอยู่ในพระราชสมบัติ พ.ศ. 2246  2252 เป็นเวลา 7 ปี รวมการบริหารราชการแผ่นดินทั้งตำแหน่งรองพระมหากษัตริย์ และทรงเป็นพระมหากษัตริย์ได้ 22 ปี พระชนมายุจนถึงสวรรคต 47 พรรษา













             ขอทิ้วทวนอีกเรื่องนะคะ...เพื่อน ๆ ทราบไหมคะว่าพระเจ้าเสือเหตุใดจึงไม่มีมเหสี  และแท้ที่จริงแล้วท่านเกี่ยวข้องอะไรกับพระเพทราชากันแน่...  สรุปแล้วท่านเป็นพระโอรสของกษัตริย์องค์พระใด...  โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ









           ขอบคุณค่ะ...				
12 ตุลาคม 2549 16:06 น.

ยิ่งกว่า...คำพิพากษา

สุชาดา โมรา

งานเขียนเป็นงานสร้างสรรค์  คุณไม่มีอำนาจคัดลอก  ตัดสินใจแทน  หรือบงการชีวิตใคร				
12 ตุลาคม 2549 15:33 น.

ธรรมดาของโลก

สุชาดา โมรา

งานเขียนเป็นงานสร้างสรรค์  คุณไม่มีอำนาจคัดลอก  ตัดสินใจแทน  หรือบงการชีวิตใคร				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสุชาดา โมรา
Lovings  สุชาดา โมรา เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสุชาดา โมรา
Lovings  สุชาดา โมรา เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟสุชาดา โมรา
Lovings  สุชาดา โมรา เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงสุชาดา โมรา
>