14 มิถุนายน 2549 17:01 น.

นานาวัจนะ

หยาดอรุณ

เปิดสมุดบันทึกเมื่อปี 2539 
ที่เคยจดถ้อยคำต่างๆ จากหนังสือเล่มนั้นเล่มนี้เอาไว้  

คิดๆ ว่า เก็บไว้อ่านคนเดียว  ก็แค่นั้น
สมุดเล่มนี้วางกองรวมๆ กับกองหนังสือหลายเล่ม
มาหลายปีแล้ว 

วันนี้ไปขุดคุ้ยเจอเข้า ด้วยกำลังไปค้นตำราอะไรสักอย่างหนึ่ง (อุบเป็นความลับ)
สิ่งที่ได้ติดมาก็คือ สมุดเล่มนี้ และเศษกระดาษเก็บตัวหนังสืออีกหลายแผ่นที่น่าสนใจ
โชคดีที่เป็นคนลายมือสวย ก็เลยมีข้อความดีๆ อ่านแล้วสบายตาเก็บไว้อ่านเล่นๆ 
(แหม  ไม่ค่อยเท่าไหร่เลยเนาะ ชมตัวเองก็เป็นด้วย)

เริ่มจากอันแรกก่อนเลยแล้วกันนะคะ  (เข้าเรื่องอย่างดื้อๆ)


(นิตยสารแพรว สุดสัปดาห์ 1 ก.ย. 2541)
SMOKE GETS IN YOUR EYES
ไฟฝัน ควันรัก  
- The Platters

They asked me how I know.
My true love was true.
Oh, Oh I, of course replied.
Something here inside cannot be denied.
They said someday you will find.
All who love are blind.
Oh, Oh, when your hearts fire.
You must realize, smoke gets in your eyes.
So I chaffed them and I gayly laughed.
To think they could doubt my love.

Yet, today, my love has flown away.
I am without my love.
Now, laughing friend deride.
Tears I cannot hide.
Oh, Oh. So I smile and say.
When a lovely flame dies
Smoke gets in your eyes.

มีคนถาม .. รักแท้  แน่ใจหรือ?
ตอบซื่อๆ .. หัวใจไม่ลวงฉัน
เขากลับเย้ยเยาะว่า  ครารักกัน
ทุกคนนั้นมืดหน้าตาบอดไป

เมื่อหัวใจผ่าวฤทธิ์พิษไฟรัก ..
ควันก็มักเข้าตา .. อย่าสงสัย
ฟังเขาว่า .. ฉันเคยค้านรำคาญใจ
เพราะเชื่อในรักแท้ว่าแน่จริง

หากวันนี้ .. รักติดปีกบินหลีกหนี
น้ำตาปรี่ซ่อนเร้นยากเย็นยิ่ง
เสียงหัวเราะเยาะซ้ำย้ำความจริง
ได้แต่นิ่งยิ้มรับปรับถ้อยคำ

เพราะไฟรักมอดเชื้อไม่เหลือแสง
คลุ้งควันแรงเมื่อไฟรา  น้ำตาไหล.
(ขอเพียงรักโชติช่วงในดวงใจ
ควันที่ไหนจะเข้าตาถ้าไฟแรง?!)

จิระนันท์ พิตรปรีชา  แปล

..
แอริค ฟรอมม์ ได้อธิบายว่า ความรักที่แก้ไขความอ้างว้างเดียวดาย คือ ความรักสร้างสรรค์ (Productive love) อันประกอบด้วย
- ความเอื้ออาทรต่อกันและกัน
- ความรับผิดชอบต่อกันและกัน
- ความนับถือซึ่งกันและกัน
- ความเข้าใจในกันและกัน
..

Love is like a little bird,
Happy, gay and free;
Love is like a gladsome heard, full of melody.
So, if you would capture him,
Make him want to stay,
Try to be most careful.
Not to frighten him away.
From the Operetta, Cinderalla


ท้ายที่สุด 
ความรักที่คุณได้รับ
ก็เท่าเทียมกันกับ
ความรักที่คุณได้ให้


.
โดยแท้จริงแล้ว 
คนเราจะเป็นอย่างที่เขาคิดว่าเขาเป็น : เจมส์ แอลเลน


..
หากเราคิดว่า ไม่มีใครเข้าใจเรา
เท่ากับ เรายังไม่เข้าใจตัวเอง
หากเรายอมรับได้ว่า คนอื่นเข้าใจเราถูกบ้าง ผิดบ้าง
เท่ากับ เราพอเข้าใจคนอื่นบ้างแล้ว
Love Care and Understand



รักตัวเอง ให้ 3 สิ่งกับตัวเอง
ให้อภัย 	 สำหรับอดีต
ให้กำลังใจ 	 สำหรับปัจจุบัน
ให้โอกาส 	- สำหรับอนาคต


การพัฒนาตัวเอง 4 ด้าน
กาย 	- สุขภาพอนามัย พฤติกรรมและบุคลิกภาพ
สมอง	- ศึกษาหาความรู้ ฝึกฝนกระบวนการความคิดและจินตนาการ
จิตใจ	- แสวงหาสิ่งบันเทิง ผ่อนคลายความตึงเครียด
วิญญาณ	- สนใจศาสนา
เพื่อความสุข ความสำเร็จ ความสมบูรณ์


..
เคล็ดลับไปสู่ชัยชนะ คือคำว่า ความปรารถนา
อะไรก็ตามที่คุณคิดว่า คุณสามารถทำได้หรือไม่สามารถทำได้ คุณคิดถูกต้องแล้ว  เฮนรี่ ฟอร์ด



ไม่มีสิ่งใดสามารถหยุดผู้ปรารถนาความสำเร็จ
อุปสรรคที่ขวางหน้าจะพัฒนาร่างกายของผู้นั้นให้แกร่งขึ้นและจะเสริมสร้างพลังสู่ชัยชนะของเขาให้เข้มแข็งขึ้น  อิรัก บัตเตอร์เวิร์ธ



กฎแห่งอำนาจ
1 เราจะต้องเรียกร้องความสำเร็จและความสุขให้กับตนเอง
2. เราจะต้องเรียนรู้ที่จะฝันอีกครั้ง
3. เราจะต้องแข่งขัน
4. เราสามารถเปลี่ยนแปลงได้
กฎข้อที่ 1	 เชื่อตัวเอง
กฎข้อที่ 2	 ชีวิตมอบให้ในทุกสิ่งที่เราจะยอมรับ
กฎข้อที่ 3	 ชีวิตจะเปลี่ยนผันไปตามวิถีที่เรามองเห็นเปลี่ยนผัน


จงเลิกวิตกถึงวันพรุ่งนี้ เพราะวันพรุ่งนี้จะดูแลตัวของมันเอง


To every thing there is a season,
And a time to every purpose under the heaven:
A time to be born, and a time to pluek up that which is plated;
A time to kill, and a time to heal;
A time to bread down, and a time to build up,
A time to weep, and a time to laugh;
A time to mourn, and a time to dance;
A time to cadt away stones, and a time to to gather stones together;
A time to embrace, and a time to refrain from embracing;
A time to seek, and a time to lose;
A time to keep, and a time to cast away;
A time to rend, and a time to sew;
A time to keep silence, and a time to speak;
A time to love, and a time to hate;
A time for war, and a time for peace.
ECCLESIASTES



ทุกสิ่งทุกอย่างต่างมีจังหวะและกาลเวลาของมัน
เวลาที่จะไปถึงจุดหมายของทุกๆ สิ่งที่ตั้งเจตจำนง
เวลาที่เกิดขึ้นและเวลาที่ดับสลาย
เวลาที่หว่านเมล็ดพันธุ์และเวลาที่เก็บเกี่ยวพืชพันธุ์
เวลาที่เข่นฆ่าและเวลาที่เยียวยา
เวลาที่ขวัญภินท์พังและเวลาที่ขวัญพิพัฒน์
เวลาที่หัวเราะและเวลาที่ร้องไห้
เวลาที่โศกเศร้าและเวลาที่รื่นเริง
เวลาที่ขว้างปากรวดทิ้งและเวลาที่เก็บก้อนกรวด
เวลาที่กอดรัดและเวลาที่คลายการกอดรัด
เวลาที่กอดรัดและเวลาที่คลายการกอดรัด
เวลาที่แสวงหามาได้และเวลาที่ต้องสูญเสียสิ่งที่เสาะหามาได้
เวลาที่เก็บรักษาไว้และเวลาที่ทิ้งขว้างสิ่งที่อุตส่าห์เก็บงำ
เวลาที่ขาดกะรุ่งกะริ่งและเวลาที่เย็บซ่อม
เวลาที่เงียบไม่พูดและเวลาที่พูดออกมา
เวลาที่หลงรักและเวลาที่เกลียดชัง
เวลาที่ต้องรบพุ่งและเวลาที่สงบสุข.


This lofeis yours
Take the power to choose what you want to do,
And do it well.
Take the power to love what you want in life,
And love it honestly.
Take the power to walk in the forest,
And be a part of nature.
Take the power to control your own life,
No one else can do it for you.
Take the power
To make you life happy.
SusanP. Schattz in yours lf  you Ask


..
ชีพนี้เป็นของท่าน
จงจับฉวยเอาพลังที่จะทำ 	สิ่งที่ท่านอยากทำ และจงทำให้ดีๆ
จงจับฉวยเอาพลังที่จะรัก 	สิ่งที่ท่านอยากรักในชีพนี้ และจงรักโดยสุจริตใจ
จงจับฉวยเอาพลังที่จะเดินในป่าดงพงหญ้า แล้วทำตัวกลมกลืนเข้ากับธรรมชาติ
จงจับฉวยเอาพลังที่จะควบคุมชีวิตท่านเอง ไม่มีใครสามารถทำงานชิ้นนี้ให้ท่านดอก
จงจับฉวยเอาพลัง  ที่จะบันดาลให้ชีพท่านมีสุข


วุฒิภาวะหรือบุคลิกภาพวัฒนะ (Maturity)
1) มีปรัชญาชีวิตหรือค่านิยมของชีวิต ซึ่งทำให้บุคคลผู้นั้นใช้ชีวิตอย่างมุ่งมั่น บากบั่น มีจุดมุ่งหมาย
2) มีจิตเพื่อบุคคลอื่นและเพื่อสังคมส่วนรวม สามารถร่วมสังสรรค์แบ่งปันความรู้ ความคิด ทุกข์สุข กับบุคคลในครอบครัว เพื่อนนอกวงงานและเพื่อนร่วมงาน รวมทั้งมีจิตใจเพื่อสังคมส่วนรวม (Social concern)
3) สามารถสร้างไมตรีกับผู้อื่นได้ ไม่อิจฉาหรือรู้สึกเป็นเจ้าข้าวจ้าของ บุคคล วัตถุ ตำแหน่ง อย่างหลงใหล (Crippling possessiveness) รู้จักเป็นผู้ให้ ผู้รับ และรู้จักปลง
4) กล้าเผชิญกับทุกข์ยากของชีวิตได้
5) มีอารมณ์ที่ไม่ขึ้นลงรวดเร็วและรุนแรง มีอารมณ์ขันและมีความยืดหยุ่น
6) กล้าเผชิญและยอมรับความด้อยและความเด่นของตน ของบุคคลอื่น และของสังคม คนที่เห็นตนเองและคนอื่นด้อยสุดหรือเด่นสุด ชั่วสุดหรือดีสุด คือ คนที่ยังคิดแบบเด็กๆ
กอร์ดอน เอ็ม. อัลล์พอร์ท 
(Gorden M. Allport)

..
เราอาจไม่มีทุกสิ่งทุกอย่างที่เราอยากมีอยากได้ในชีวิต
เราอาจไม่ได้ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่เราอยากทำในชีวิต
แต่เราสามารถอยู่เสมอที่จะเป็นคนชนิดที่เราอยากจะเป็น

คนอื่นสร้างความขมขื่นให้ฉันนั้นน้อยนัก 
ฉันทุกข์ ฉันโศก ฉันอ้างว้าง ฉันสิ้นหวัง 
เพราะ   ฉันวางแผนสิ้นทั้งผอง
ถ้า  มีการจองจำวิญญาณฉัน
ตัวฉันเอง  สร้างสรรค์เรือนจำนั้น

..
ขอพระเป็นเจ้าทรงประทานขันติธรรมให้ข้าพเจ้ายอมรับได้
ซึ่งสิ่งที่ไม่สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้
ทรงประทานความแกล้วให้ข้าพเจ้ากล้าปรับปรุงเปลี่ยนแปลง
ซึ่งสิ่งที่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้
และทรงประทานปัญญาให้ข้าพเจ้าทราบ
ซึ่งความต่างกันของสิ่งทั้งสองประเภทนี้


ชีวิตใกล้ปัจฉิมวัย ไม่เป็นไปตามแผนการเมื่อปฐมวัย
อะไรที่ยิ่งใหญ่เมื่อเช้า เป็นของเล็กน้อยเมื่อเย็น
อะไรที่เป็นสัจจะเมื่อแดดจ้า กลายเป็นมายาเมื่อพลบ

.
จงชื่นชมกับชีวิต
เพราะชีวิตนี้ทำให้ท่านมีโอกาส
ที่จะรัก ที่จะประกอบกิจ ที่จะเล่นรื่นเริง
และที่จะชมดาวพราวพร่างฟ้า

..
เอาแค่นี้ก่อนแล้วกันนะคะ .
คือว่า แค่นี้ก็เยอะแล้วใช่ไหม 
กลัวคนอ่านจะอ่านไม่ไหวค่ะ  

ใครมีวัจนะดีๆ เอามาเปลี่ยนกันได้ค่ะ : )				
7 มิถุนายน 2549 13:30 น.

รัก ชอบ หลง กับความแตกต่าง

หยาดอรุณ

 เอามาจากเว็บ www.sanook.com

http://sex.sanook.com/romance/inlove/inlove_30399.php


รัก ชอบ หลง กับความแตกต่าง 
1. ชอบคำนี้ควรเอาไว้หน้าเครื่องหมายของความรักเพราะจะทำให้ความรักปลอดความขัดแย้ง มักจะมีความสุข และสมหวังเพราะ

1.1 ชอบ คือ รสนิยมตรงกัน นิสัยไปด้วยกันได้ เข้าใจกัน คุยกันถูกคอ เรียกว่าชอบพอกัน เช่น การคบเพื่อนเราก็ใช้ความรู้สึกนี้ เราจึงชอบเพื่อนรักเพื่อน มีความสุขพอใจ เมื่อได้อยู่กับเพื่อน แม้จะคบกันมาตั้งแต่วัยเรียน จนถึงทำงาน จนถึงแก่กว่า เพื่อนก็ไม่เคยหมดความหมาย เพราะมาจากรากฐาน ชอบ

1.2 ถ้าคำว่า ชอบ นำมาใช้กับคนที่รักของเรา ก็จะเพิ่มดีกรีดีกว่าเพื่อนขึ้นไปอีก เหตุนี้ควรพิสูจน์นิสัยใจคอ จนสามารถชอบเขาได้แล้วค่อยกลายเป็นความรักจึงจะถูกต้องอย่างที่ว่าจะรักใครควรจะชอบเขามาก่อน แล้วความรักจะยั่งยืน

1.3 แต่ ส่วนใหญ่ยังไม่ทันชอบเลย ไม่รู้เสียด้วยว่าลูกใครครอบครัวเขาเป็นอย่างไร รู้แต่ชื่อเล่น ชื่อจริง ส่วนนามสกุลเอาไว้บอกทีหลัง เราก็รักไว้ก่อน ชีวิตครอบครัวจึงไม่ประสบผลสำเร็จ ล้มเหลว วันหนึ่ง ๆ แต่งงานเป็นร้อยคู่ แต่ก็หย่ากันวันล่ะ 200 คู่ ขาดทุน 100% ขาดทุน 100% เพราะเรียงลำดับผิด 

1.4 เพราะถ้าเอาความ รัก ขึ้นหน้าไว้อันดับหนึ่งก่อน ชอบมักจะมองข้ามความบกพร่อง ความไม่ดีทุกอย่างของคนที่เรารักไปอย่างที่ผู้ใหญ่บอกว่า ความรักทำ ให้คนตาบอด พ่อแม่ห้ามก็ไม่ฟัง

1.5 แต่ถ้า เอาชอบไว้ก่อนยังไม่รัก ถ้าคนรักเกิดพลิกล๊อค กลายเป็นไม่ดี เพราะไม่มีอะไรจะซ่อนเร้นมิดชิดและปกปิดได้นาน เท่ากับหัวใจคน เรารู้ก่อนที่จะรัก เราก็ตัดใจได้ไม่ยาก ชอบมาก่อน จึงเกิดผลดีอย่างน้อย 2 ประการ (1). ตัดใจได้ง่าย (2). ได้คนดี 



2. คำว่า รัก มีความหมายลึกซึ้งมากกว่าที่คุณคิด คนส่วนใหญ่จึงไม่รู้ความหมายคำว่ารักอย่างแท้จริง เพราะไม่คิดถึงทั้งๆ ที่ตัวเองก็กำลัง ประพฤติอยู่

2.1 รัก มีความหมายถึงการอยากให้ ให้คนที่ตนรักมีความสุข แล้วตัวเองก็ต้องมีความสุขด้วย ทั้งที่ความสุขนั้นอาจจะไม่ใช่หมายถึงความสมหวังเสมอไป ในความรักไม่มีความกลัว เพราะความกลัวถูกจัดเข้ากับการลงโทษmแต่การเสียเขาไปต้องมีเหตุผลที่สมควรจาก 2 ฝ่ายด้วย ไม่ใช่เราคิดไปเองว่าเขาคงจะได้ดี แล้วก็ทิ้งเขาไป (เห็นได้จากในภาพยนตร์บ่อย ๆ) ซึ่งทำให้เราต้องสูญเสียโอกาสทั้ง 2 ฝ่าย กลายเป็นจบลงด้วยความเศร้าแทน

2.2 รัก ถ้าเราจะรักใครซักคน เราต้องคิดอยู่เสมอว่า เราจะให้อะไรกับเขา ไม่ใช่จะได้อะไรจากเขา ความรักนั้นก็อดทนนานและกระทำคุณให้ ความรักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่หยาบคาย ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด แต่ชื่นชมยินดีเมื่อประพฤติชอบ ความรักทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ และทนต่อทุกอย่าง

2.3 ในความรักไม่มีความกลัว เพราะถ้ามัวแต่กลัวจะเหมือนกับการโดนลงโทษ แล้วอาจจะ โดน ม.ค.ป.ด.



3. คำว่า หลง หลงกับรักมักจะแยกกันยากมาก เพราะอาการคล้าย ๆ กัน ทีแรกก็ปลูกต้นรัก แต่พอต้นรักเติบใหญ่ ทำไมออกดอกเป็นความหลง ความหลงจะสำแดงแตกต่างจากความรักสังเกตได้ 3 ประการ 

3.1 เห็นแก่ตัว กอบโกยความสุขจากคนรักให้มากที่สุด เช่น
ขอพบ ขออยู่ใกล้ ให้คนรักปรนนิบัติเอาใจ เรียกร้องความสนใจตลอดเวลา เอาแต่ความสุขความพอใจตนเองเป็นใหญ่
คนรักจะทุกข์ยากอย่างไรไม่สน ตัวเองจะยอมทุ่มเททุกอย่าง เช่น
- ทรัพย์สินเงินทองปรนเปรอ 
- ถ้าไม่ได้ก็ใช่เล่ห์กล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็เอาด้วยคาถา พวกหมอดู
คนเจ้าเข้าทรง หมอผีร่ำรวยก็เพราะคนพวกนี้ ดูผิวเผิน เหมือนความรักสุดใจแต่ไม่ใช่ เพราะความรักเป็นความสุภาพ เสียสละ อ่อนโยน มีเหตุผล

3.2 ความหลงจะสังเกตได้ จะไม่มีลดน้อยหรือแม้แต่ตัว แต่จะร้อนแรงขึ้นเป็นลำดับ เหมือนถูกผีกระทำ จะไม่มีเหตุผล เกรี้วกราด รุนแรง เอาแต่ใจ เรื่องเล็กก็กลายเป็นเรื่องใหญ่

3.3 การหึงหวง อย่างรุนแรง ไร้เหตุผล แม้ตัวเองจะได้ตายก็ยอม เช่นฆ่าตัวตาย หรือ ฆ่าตัวตายทั้งคู่ ตามหนังสือพิมพ์ที่ออกข่าวบ่อย ๆ เช่นรักไม่สมหวัง หลายคนเห็นใจที่เขาบูชารัก แต่นั่นคือการเข้าใจผิด มันไม่ใช่ความรัก เพราะความรัก คือความอ่อนโยน มีเหตุผล ไม่กระทำผิด แต่ความหลงกระทำให้เรา คิดสั้น หลงผิด ถูกครอบงำด้วยอำนาจที่แฝงแปลงร่างมาคล้ายกับความรักแท้



- ไขปัญหาความรัก ที่คุณไม่รู้จะปรึกษาใคร โทร. 1900 888 044 // 
....................................

ชอบเพลงนี้เป็นพิเศษมากๆ ฝากให้ฟังค่ะ : )

ไม่รักแต่คิดถึง

ชีวิตบางช่วงที่เกี่ยวกัน เราได้แลกเปลี่ยนซึ่งความฝัน
หลายครั้งหลายหนหัวใจไม่ตรงกัน แต่รู้กัน ต่างคนมีน้ำใจ

เธอไม่ต้องนวลดั่งดวงจันทร์ และฉันไม่ใช่ดวงตะวันฉาย
เราเพียงเป็นคนคบกันตามสบาย เมื่อร้างไกลห่วงใยก็แล้วกัน

ไม่สำคัญว่าเธอมีใคร ไม่ใช่กงการอะไรของฉัน
ไม่สนใจเมื่อเธอสุขสันต์ ขอรู้เพียงวันที่เธอไม่มีใคร

ยังไม่ประคองถ้าเธอล้ม ถ้าเธอลุกขึ้นยืนได้เองไหว
ขอรู้ขอเห็นว่าเธอเดินเองได้ จะขอมองดูไกลไกลอย่างชื่นชม

ไม่สำคัญว่าเธอมีใคร ไม่ใช่กงการอะไรของฉัน
ไม่สนใจเมื่อเธอสุขสันต์ ขอรู้เพียงวันที่เธอไม่มีใคร

ไม่สำคัญว่าเธอมีใคร ไม่ใช่กงการอะไรของฉัน
ต่างหนทางของต่างเรานั้น ถึงแม้ว่าเราจะไกลสักเพียงไหน

ไม่รักแต่คิดถึง ไม่รักแต่คิดถึง  ไม่รักแต่คิดถึง 				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟหยาดอรุณ
Lovings  หยาดอรุณ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟหยาดอรุณ
Lovings  หยาดอรุณ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟหยาดอรุณ
Lovings  หยาดอรุณ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงหยาดอรุณ
>