28 มีนาคม 2554 16:17 น.

* * * หนูหิ่ง ฯ ตอน.... เหตุเกิดที่โรงแรม * * *

หิ่งห้อยน้อยใจ



ปรกติแล้วหนูหิ่ง ฯ จะให้รางวัลตัวเองเป็นการเดินทางท่องเที่ยวปีละ 1 ครั้ง

ไม่จำกัดสถานที่.... ในประเทศก็ได้ ต่างประเทศก็ดี ขอให้ฟรีไว้ก่อน คิก ๆ ๆ ๆ

เหตุผลที่ได้ไปฟรีเนื่องจากทำยอดตามเกณฑ์ที่บริษัท ฯ กำหนดให้มีการแข่งขันแต่ในละครั้ง

การเดินทางส่วนใหญ่จะไปกับกรุ๊ฟทัวร์ที่บริษัท ฯ จัดให้ ส่วนใหญ่จะเป็นกังวาลทัวร์

ในแต่ละครั้งก็มีคนทำเฟอะฟะ หน้าแตกเกี่ยวกับสถานที่พัก (โรงแรม 5 ดาว) เนื่องจากความไม่รู้


เมื่อเดือนกุมภาพันธ์   หนูหิ่ง ฯ ได้ไปเที่ยวสิมิลัน - พังงา - ภูเก็ต

ทริปนี้ตัวแทนติดคุณวุฒิทั่วประเทศ 300 ที่ หนูหิ่ง ฯ ติด 2 ที่ ก็เลยพาคุณแม่ไปด้วย

คณะทัวร์ทั้งหมดเข้าพักที่โรงแรม 5 ดาวในภูเก็ต



แค่คืนแรกก็ได้เรื่อง....

เช็คอินเข้าที่พักเที่ยงคืนเศษ ๆ ต่างคนต่างเพลีย ต่างคนต่างง่วง เมื่อรับการ์ดแล้วก็ลากข้าวของไปห้องใครห้องมัน

หนูหิ่ง ฯ กับคุณแม่พักห้องที่อยู่ติดลิฟท์ ก็เลยถึงห้องก่อนใครเพื่อน

จัดแจงเสียบการ์ด เสียบ ๆ ๆ ๆ หลายรอบแล้ว ก็หมุนลูกบิดไม่ได้

ห้องหนูหิ่ง ฯ เปิดม่ายล่าย แง้ ๆ ๆ ๆ พี่ ๆ หลายคนมาช่วยเสียบ ๆ ๆ ๆ สอด ๆ ๆ ๆ ก็ยังเปิดไม่ได้ ท้ายสุดจำต้องเอาการ์ดไปเปลี่ยน

พอเปลี่ยนมาแล้วก็ยังเปิดไม่ได้อีก โหย.... โค - ตะ - ระ - เศร้า เลยค่ะ เพราะว่าง่วงสุด ๆ และเพลียสุด ๆ

กว่าจะเปิดห้องได้เปลี่ยนการ์ดไป 4 ใบ รอบแรกได้มา 2 ใบ ใช้ไม่ได้ทั้งคู่ ฮึ่ม ๆ แง่ง ๆ




เช้ามาได้อีกเรื่อง แฮ่.... อันนี้เฟอะฟะมาก อายเป็นที่สุด

กางเกงยีนส์ขาสั้น ! ซักแล้วก็กลัวจะไม่แห้ง พรุ่งนี้จะไม่มีใส่เล่นน้ำ

มองไปมองมาอ๊ะ ! มีเตารีด แต่ไม่ดี ๆ เพราะผ้ายังเปียก ๆ อยู่

ใส่เข้าไปในไอ้นี่ดีกว่า ด้วยความเข้าใจว่าเป็นเตาอบ ^_^ เรียบร้อย พรุ่งนี้ก็แห้ง

ชะ ! ตื่นเช้ามาจะเอากางเกงเพื่อเตรียมตัวไปเล่นน้ำต๊ะเล ที่ไหนได้....

เปิดตู้ม่ายล่าย ! ต้องโทร.ไปบอกโอปะเรเตอร์ตามช่างมาเปิดให้


ก๊อก ๆ ๆ ก๊อก ๆ ๆ

หนูหิ่ง ฯ ก็เดินไปเปิดประตู แล้วก็เดินเข้ามา.... อ้าว ! ไหงช่างไม่ตามเข้ามา จำต้องเดินไปชะโงกดู

หนูหิ่ง ฯ : แฮ่.... เชิญค่ะ ครือว้า.... เปิดตู้ไม่ได้ค่ะ ช่วยเปิดหน่อยนะคะ

ช่าง : เอ็กคิวส์มี....

หนูหิ่ง ฯ : ฮ่อ ๆ ๆ ไม่ได้เป็นคนไทย สเน็ก ๆ ฟิช ๆ ฟุทฟิตฟอไฟ

แง้ ๆ ๆ ๆ ดั่งนรกชัง ฤาสวรรค์....แกล้ง ภาษาอังกฤษยิ่งเก่ง ๆ อยู่

ช่าง : จิ้มนั่น จิ้มนี่ ฟุท ๆ ฟิช ๆ สอน ๆ ๆ ๆ ๆ

หนูหิ่ง ฯ : ฮ่อ ๆ ๆ เปิดแล้วก็ไป ๆ ซะทีซิเฟ้ย ตูข้า ฯ อับอายขายหน้าจะแย่แล้ว

และแล้วหนูหิ่ง ฯ ก็ถึงบางอ้อ !

เจ้าตู้ที่เปิดนั้นหรือครือ.... ตู้เซฟ จ๊าก ! เฟอะเป็นที่สุด

มารู้ที่หลังว่าช่าง (หนุ่มหล่อ) คนนั้นหรือคือชาวอินโดนีเซีย

ทราบมาว่าโรงแรมในเมืองไทยมักจะจ้างชาวอินโดนีเซียหรือชาวฟิลิปปินส์ เนื่องจากค่าแรงถูกกว่าของเราเยอะ (เขาว่างั้นอ่ะค่ะ)






ส่วนเรื่องนี้ได้จากในรถ

สงสัยว่าลูกทัวร์ผู้ชายคงจะไปสุมหัวกันอยู่ที่ห้องใดห้องหนึ่ง สละห้องให้เด็ก ๆ นอนกับผู้หญิง

ปรากฎว่า.... ถึงเวลาอาบน้ำ....

คนที่อาบอยู่ในห้องน้ำก็อาบไป คนที่อยู่ในห้องนอน....นอกห้องน้ำมีอยู่ 3 คน

สองคนดูทีวี อีกคนเตรียมตัวอาบเป็นคนต่อไป เอ๊ะ ! นี่ตู้อะไร ? ? ?

สงสัยแล้วก็เลยลองเปิดดู.... ไอ้หยา ! ชีเปลือย !

ปรากฎว่าเป็นประตูห้องน้ำอีกหนึ่งประตู อย่างในรูปนี้ แง้ว ๆ ๆ ๆ

งานนี้ไม่ใช่แค่กุ้งยิง พี่เขาหาน้ำยามาล้างตาใหญ่ กลัวเป็นฉลามยิง

อ่ะจึ๊ย ! ทำไมไม่กินยาแก้อักเสบด้วยล่ะเพ่






เรื่องสุดท้าย เด็ดสุด !

ตอนเช็คเอ้าท์ ห้องหนูหิ่ง ฯ ไม่มีอะไร เช็คตามปรกติ

ดื่มเพียงน้ำเปล่าที่เขาให้ ขนม - นม - เครื่องดื่มต่าง ๆ ไม่แตะ

เพราะรู้ว่าขืนแตะ จ่ายบานแน่ ราคาเป็นหลายเท่าของข้างนอก

ข้าวของที่หยิบได้ทุกวัน.... คือ

1. ของที่ระลึกที่เขาวางไว้ให้บนเตียงนอน (ถ้ามี)

2. กระดาษ + ซองจดหมาย ปากกา หรือดินสอ (อันนี้หนูหิ่ง ฯ หยิบทุกครั้ง เอาไว้จดบันทึกเรื่องเล่าการเดินทางค่ะ)

3. กาแฟ ชา น้ำตาลเป็นซอง ๆ ที่เขาวางไว้ให้ รวมถึงไม้ขีด

4. สบู่ แชมพู และรองเท้าผ้าสำหรับใส่ในห้อง

นอกจากนี้ห้ามหยิบโดยเด็ดขาด มิฉะนั้นท่านจะถูกชาร์ทตอนเช็คเอ้าท์

เช่น เครื่องดื่ม ในตู้เย็น ขนมขบเคี้ยว เหล้า แก้วน้ำ ตลอดจนผ้าขนหนู

หมายเหตุ : ซื้อมาคืนก็ไม่ได้ เนื่องจากเขาเช็คของในห้องวันต่อวัน ซื้อมาคืนก็ไร้บอยจ้า


ที่ประเทศญี่ปุ่นเด็ดสุด ๆ ครือว้า....

ข้าวของทุกอย่างในตู้เย็น ห้ามเคลื่อนที่โดยเด็ดขาด เพราะเขาใช้ระบบอินฟาเรดติดไว้ที่ตู้เย็น

หากท่านหยิบผ่านอินฟาเรดออกมาก็ถือว่าท่านต้องจ่ายตังค์โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีสิทธิ์แก้ตัวสักกะจี๊ดเดียว


ทีนี้มาเข้าเรื่องของโรงแรมนี้ต่อ....

น้องผู้ชายห้องอื่น ๆ ซนมาก ซนจนได้เรื่อง ซนจนต้องยืมตังค์เพื่อนมาจ่าย เพราะช็อปปิ้งไปหมดแล้ว อีกทั้งไม่คิดว่าจะมีค่าใช้จ่ายใด ๆ อีก

ตอนเช็คเอ้าท์ ต่างคนต่างได้รับบิลเรียกเก็บค่าดูทีวีช่องพิเศษ (ไม่ใช่ช่องปรกติ)

เวลาจะดูต้องเข้าไปที่เมนู แล้วกดนั่น กดนี่ กดนู่น กดโน่น

โชคดีที่หนูหิ่ง ฯ โลเท็กซ์ ลองกดดูแล้วเพราะมาม้าอยากดูทีวี แต่หนูหิ่ง ฯ ดันกดไม่เป็น มาม้าก็เลยอดดู ^_^

น้องคนหนึ่งดูหนังผู้ใหญ่จนจบเรื่อง จ่าย 700 ดูสองคนก็หาร 2

น้องอีกนึง กดไปเจอซูเปอร์แมนรีเทิร์น พอขึ้นไตเติลก็กดเปลี่ยนช่อง เพราะเคยดูแล้ว

แล้วก็ดันกดไปเจอซูเปอร์แมนรีเทิร์นอีกรอบ แล้วก็เปลี่ยนช่อง

ปรากฎว้า.... น้องคนนี้จ่ายไป 1,200 บาท โค - ตะ - ระ - ซวยเลย ดูก็ไม่ได้ดู

เสียตังค์ฟรีซะงั้น !

อันนี้น่าจะไปเก็บกะไกด์เนอะ ดันไม่บอกลูกทัวร์ก่อน รู้ทั้งรู้ว่า Bus นี้เป็นกระเหรี่ยงตกดอยกันทั้ง Bus

หนูหิ่ง ฯ ก็เกือบไปแล้วไหมล่ะ !


เนื่องจากหนูหิ่ง ฯ พกโน้ตบุ๊คไปด้วย แลมองเห็นในโรงแรมก็มีสายแลนต่อเน็ท

หนูหิ่ง ฯ ก็นึกดีใจว่าจะได้ท่องเน็ทฟรี.... ที่ไหนได้.... พอเสียบสายเข้าไป ข้อความก็ขึ้นมาดังนี้....

ชั่วโมงละ 300 บาท โอ้ ! จ๊อด ราคายอดมาก อย่าเล่นมันเลย *_~

ดีนะที่ข้าพเจ้าอ่านภาษาปะกิตออกบ้าง ไม่งั้นมีหวังโดนอานแหงม ๆ






ข้อควรระวังเรื่องน้ำร้อน - น้ำเย็น มิฉะนั้นท่านอาจจะกลายเป็นหมูถูกน้ำร้อนลวกก็ได้

สอบถามให้แน่ใจว่าสีไหนเป็นน้ำร้อน สีไหนเป็นน้ำเย็น หรือไม่ก็ลองเปิดเบา ๆ ทีละสี

แล้วก็เปิดน้ำเย็นก่อน ค่อย ๆ เปิดน้ำร้อนตามหลังให้อุ่นพอดีกับที่ต้องการ

เพราะน้ำร้อนในโรงแรมส่วนใหญ่จะร้อนแบบลวกมาม่ากะไข่กินได้เลยอ่ะค่ะ

เพราะงั้นเวลาไปเที่ยว ตปท.แบบเซฟ ๆ ควรอย่างยิ่งที่จะพกมาม่าไปเยอะ ๆ พร้อมกับชามและตะเกียบ

เพราะน้ำประปาที่ ตปท.เขากินได้จ้า ^_^







น้ำดื่ม !

มึนตึบ ! ซื้อน้ำมาขวดเบ้อเร่มเติ่ม พอเปิดขวดแล้วกินไม่ได้ เอ๊ะ ! น้ำอะไรฟระ

หนอยดันไปซื้อน้ำอัดแก๊สมา ไม่ดูตาม้าตราขวด ดื่มม่ายล่าย ต้องเปิดฝาทิ้งไว้ทั้งคืนให้แก๊สระเหยไปก่อน

บางประเทศเขาดื่มน้ำอัดแก๊ส : วอเตอร์วิสแก๊ส บางประเทศดื่มเบียร์แทนน้ำ โอ้.... ข้าพเจ้าแย่เลย

เจ้านายบอกว่า....

เวลาซื้อให้เบิ่งดูตราขวด : เรียลวอเตอร์ จึงจะได้น้ำเปล่าแบบบ้านเรา เซ็งเหมียวเลยกว่าจะได้ดื่มน้ำ




อีกอย่าง....

อย่าริไปดื่มน้ำมะพร้าวเลยทีเดียวเชียวววววววว เพราะคุณจะได้ดื่มมะพร้าวห้าวปั่นผสมน้ำเปล่า

ประมาณหางกะทิแต่มีกากด้วย แถมยังไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่เกลืออิ๊กต่างหาก ^_^






ภาษามือ....

เวลาไปร้านอาหารโปรดระวัง

ทางบ้านเราเวลาเรียกเก็บตังค์ จะใช้ภาษามือชี้มือที่โต๊ะแล้ววนเป็นวงกลม คือ.... เก็บตังค์ หรือเช็คบิล

แต่.... บางประเทศนั้น ท่านจะได้อาหารเหมือนเดิมทุกประการมาอีกหนึ่งชุด

อาจทำให้ท่านกระเป๋าฉีก หรือท้องแตกได้



ที่ประเทศญี่ปุ่น เด็กเสริฟพูดอังกฤษไม่ได้ (หรือพูดได้ แต่มานม่ายยอมพูด) เมนูอาหารก็ไม่มีภาษาอังกฤษ

แถมอาหารก็โค - ตะ - ระ แพงเลย เมื่อทุกท่านนั่งลงบนโต๊ะ ก็ถึงเวลาที่ต้องสั่งอาหาร

จงตกลงกันให้ดี ๆ สั่งอย่าให้เหมือนกัน แล้วก็มารับประทานรวม ๆ กัน

หากท่านชี้มั่ว ๆ ด้วยการดูจากราคา โดยพยายามชี้ที่ราคาถูกที่สุดในเมนู....

ท่านก็จะได้.... สารพัดซุป ไม่ว่าจะเป็น ซุปผัก ซุปเห็ด ซุปข้าวโพด ซุปเต้าเจี้ยว ฯลฯ

แล้วก็นั่งมองหน้ากันตาปริบ ๆ ๆ เมี้ยววววววววว เวง - กำ นี่แหละไม่ยอมจ้างไกด์ ไม่ยอมเสียตังค์

ประเภทเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย (ใช่ไหมเนี่ย)

ดังนั้นก่อนเดินทาง ควรศึกษารายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ มิฉะนั้น.... อาจถึงคราวอับจน (ปัญญา) เช่นนี้





จบเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

ท่านใดมีประสบประการณ์เกิน เกี่ยวกับการท่องเที่ยว มาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ

จะได้เก็บไว้เป็นบทเรียนในการเดินทางท่องเที่ยวครั้งต่อ ๆ ไปค่ะ


				
26 มีนาคม 2554 21:10 น.

* * * หนูหิ่ง ฯ ตอน งอ อู งู * * *

หิ่งห้อยน้อยใจ

 

หลาย ๆ คนที่สนิทกันจะรู้ว่าฉันมีโรคประจำตัวคือ โรคกลัวงูขึ้นสมอง 

(กลัวมาก ถึงมากที่สุด) แปลกมั้ยล่ะ 

ทั้ง ๆ ที่ตัวก็อาศัยอยู่บนเขาตั้งแต่เกิด.. จนโต

@ งูตัวแรกที่เจอ (ถ้าจำไม่ผิดนะ) 

อายุประมาณ 5 ขวบได้แล้วหละ ตอนเย็น ๆ ของทุกวัน มีหน้าที่ไปรับพ่อที่ไร่ 

ซึ่งก็อยู่ห่างจากบ้านไม่ไกลเท่าไหร่ ก็ไปช่วยพ่อเก็บพืชผักในไร่ไปขายมั่ง เก็บไว้กินมั่ง 

เย็นวันหนึ่งก็เดินไปรับพ่อตามปรกติ แต่ยังไปไม่ถึงกระต๊อบ เพิ่งจะถึงหัวไร่เท่านั้นเอง . เอ๊ะ 

เห็นอะไรแว๊บ ๆ ที่ต้นหญ้า คิดเองก็ตอบตัวเองในใจ. ก็งูอ่ะดิ งูเขียวด้วยนะ 

ตัวเล็ก ๆ นิ๊ดเดียวเอง สงสัยเพิ่งจะออกจากไข่มาแหงเลย กำลังพันอยู่บนต้นหญ้า (ไม่ใช่ต้นไม้นะ) 

รู้สึกว่ามันกำลังจ้องหน้าอยู่ ก็เลยไม่กล้าก้าวขาวิ่ง ทำไงดีล่ะทีนี้.

ก็อยู่มันตรงนั้นแหละ ร้องให้เลย ร้องดัง ๆ เดี๋ยวพ่อได้ยินก็วิ่งมาหาเองแหละ 

คิดได้ดังนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตาร้อง ๆ ๆ ๆ จนพ่อวิ่งมาดู โอ้ โฮ แฮะ เจ้างูเขียวตัวน้อยท่าจะหูหนวก 

เขาร้องแทบตาย ไม่ยักกะได้ยิน พอพ่อมาถึงก็ชี้โบ้ชี้เบ้ให้พ่อดู ว่างูมันอยู่ตรงนั้น

พ่อหันไปดูและเข้ามากอดพร้อมทั้งหัวเราะจนตัวโยก  โธ่เอ๊ยลูก นั่นมันเถาวัลย์ ไม่ใช่งูสักหน่อย .  

แป่ว.........................หน้าแหกแตกละเอียด........................

พ่อบอกว่า

สิ่งที่เห็น อาจไม่ ใช่อย่างคิด

จงพินิจ ให้ดี ค่อยตัดสิน

บางครั้งเสียง ส่งมา ให้ได้ยิน

อาจไม่สิ้น สุดคำ เจรจา

ลูกจ๋าเจ้า จงจำ คำพ่อไว้

เมื่อเติบใหญ่ ให้ดู รู้รักษา

ความซื่อตรง จากใจ ใส่วาจา

เขาพูดมา ฟังจบ ครบถ้อยความ

แฮ่ ๆ ๆ โง่บรมเลยเรา.. อุตสาห์ร้องซ้าตาบวม..




@  ตัวที่สอง  

ก็บอกแล้วว่าบ้านอยู่บนเขา  ในวันหยุดเสาร์  อาทิตย์  เด็กเล็กเด็กโตทั้งหลาย  

ก็มักจะนัดกันไปยิงนก ตกปลา งมหอย   (อันนี้หอยจริง ๆ กินได้ด้วย  

ภาษาพื้นเมืองเรียกว่า  หอยจูบ   เพราะเวลากินต้องดูดให้ตัวหอยหลุดออกมาจากกระดอง 

แต่ภาคกลางจะเรียกหอยขม  ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันขมตรงไหนอ่ะนะ)  เมื่อวานตอนเย็น ๆ ก็นัดกันไว้ว่า  

เช้าวันนี้จะไปนา  ไปงมหอยและเก็บผักตามทุ่งนา  พอสมาชิกมาพร้อมหน้าก็เริ่มออกเดินทาง  

พอพ้นเขตหมู่บ้านจะต้องเดินผ่านป่าก่อน  ไอ้เราก็เป็นคนกลัวงู  ทุกคนรู้กันหมด  ก็เลยให้เราเดินตามหลัง

ให้คนที่ไม่ค่อยกลัวเดินเป็นทัพหน้า  (แบบว่าทางมันแคบ  ต้องเดินแถวตอนเรียงหนึ่ง)  

เอ้า  เดินหน้าเดิน  ซ้าย ขวา ซ้าย  ซ้าย ขวา ซ้าย..  ถึงทุ่งนาพอดี  ไม่ยักกะเจอคู่อริแฮะ

ที่นี้ก็เลือกเอาว่าใครจะลงล๊อคไหนงมหอยกันก่อนไม่ต้องแย่งกัน  เดี๋ยวค่อยเก็บผักทีหลัง   

ต่างคนต่างก้มหน้าก้มตา  งม งม งม และ งม   

เอ๊ะอะไร  แว๊บแว๊บ  ทางหางตา

คลับคล้ายคลับ  คลาว่า  ข้าเคยเห็น 

ขดอยู่บน  คันนา  น่าจะเป็น

งูนอนเล่น  ตากแดด  แผดเผาตัว

อ่า..........  อีตอนนี้ไม่กล้าร้อง  กลัวว่ามันหูดีแล้วได้ยิน  ก็เลยตัดสินใจกระโดดไปขี่คอพี่ที่อยู่ล็อคติดกัน

โชคดีที่พี่คนนี้ตัวใหญ่มาก  ก็เลยไม่ล้ม  

 พะ - พี่ ๆ ๆ หงะ  หงะ งูอ่ะ ๆ    พี่เขาหันมาบอกว่า   จุ๊ ๆ อย่าเอ็ดไป   

แล้วก็เอาไม้ค่อย ๆ เขี่ยให้มันเลื้อยจากไป  โชคดีนะที่ไม่ใช่งูเห่า  ไม่งั้นมันคงจะเห่าแล้วค่อยกัด  

เจ้างูตัวนี้นิสัยดีนะ  มันคงรู้ว่าเรากลัวมัน  มันก็เลยค่อย ๆ เลื้อยหลบไป

แฮ่.  ค่อยยังชั่วหน่อย.  





@  ตัวที่สาม  (เจ้าตัวนี้เด็ดสุดเลยนะ  จะบอกให้)


วันนี้เลิก  ร่ำเรียน  เรียบร้อยแล้ว

เดินเรียงแถว กลับบ้าน  พร้อมกับพ่อ

อย่างรวดเร็ว  ถึงบ้าน  แม่เฝ้ารอ

กลับไปก่อ  ไฟอุ่น   นั่งผิงกัน.


แล้วก็ได้เวลาอาหารเย็น  สมาชิกในครอบครัวมานั่งล้อมวงในครัว  ซึ่งสร้างแยกไว้ด้านหลังบ้าน  

กำลังนั่งกินกันอย่างเอร็ดอร่อยยังไม่ถึงครึ่งท้องเลย  ก็ได้ยินเสียง แฉ่ ๆ ๆ ฟ่อ ๆ ๆ  แว่วมาเบา ๆ  

ก็เลยบอกพ่อ   พ่อ  หนูได้ยินเสียงอะไรไม่รู้ ดัง ฟ่อ ฟ่อ มาจากในบ้าน   พ่อก็เลยอาสาไปดูให้  

คงจะนึกว่าหมาใครเข้ามาเล่นในบ้านมั้ง  ทุกคนมองตามหลังพ่อออกจากประตูครัวเดินผ่านประตูหลังเข้าไปในบ้าน       

ไอ้หยา  พวกเราเกือบช็อค  ที่ริมประตูหลังบ้านมีไอ้ตัวยาว ๆ ใหญ่เท่าแขนตั้งท่า  แผ่แม่เบี้ย  

เห็นที่หัวด้านหลังมีกุญแจซอลอยู่ด้วย  ไม่มีใครกล้าส่งเสียงเลยจนได้ยินเสียงพ่อพูดออกมาเบา ๆ   

 ไม่เห็นมีอะไรเลย    แล้วพ่อก็เดินย้อนกลับมา  ก็เลยส่งเสียงบอกพ่อเบา ๆ ว่า     

 อย่าเพิ่งออกมานะพ่อ  ที่ประตูมีงูเห่า   สงสัยพ่อจะฟังเพี้ยน  เพราะพ่อตอบกลับมาเสียงดังฟังชัดว่า  

 หมาที่ไหนจะมาเห่า  พ่อไม่เห็นมีหมาสักตัว   พอพูดพร้อมกับเดินมายืนตรงประตู  เสียวใส้น่าดูเลย  

ก็เจ้างูตัวนั้นตั้งท่าจะฉกพ่อ  1 ที  2 ที  3 ที.  ก็ยังไม่ฉก  พ่อซึ่งมองไม่เห็นงู  ก็ไม่ได้สนใจอะไร  

เดินอย่างสง่าผ่าเผยกลับมาในครัว  เราเลยรีบปิดประตูครัว  กลัวเจ้าตัวนั้นตามพ่อเข้ามา  

ก็เลยชี้ให้พ่อแอบดูที่รอยแยกข้างฝา  พ่อได้แต่อึ้ง.......  อึ้ง......  และอึ้ง...... จนกระทั่งมันเลื้อยหายไปลับตา  

สงสัยจะเลื้อยเข้าไปในจอมปลวกแถวท้ายสวนแน่ ๆ เลย  พวกเราทุกคนก็เลยพร้อมใจกันอิ่ม   กินไม่ลง.....                 


สงสัยอยู่  ใยมัน   ไม่กัดพ่อ   

มัวรีรอ  กลัวงู  ไม่ได้ถาม

ต้องเก็บถ้วย  แก้วไป  ได้ล้างชาม

เวลาผ่าน  นานจน  ลืม ลืมถามพ่ออ่ะดิ  ^_^

แฮ่ะ ๆ  ก่อนไปล้างชามก็เข้าไปจับตัวพ่อ   

จับแขนพ่อ  จับขาพ่อ  แฮ่......  

พ่อยังอยู่  ยังไม่มีที่ไหนบุบสลาย  

สบายใจแล้วหละ                           




@  ตัวที่สี่ตัวสุดท้ายที่จะเล่า  

ตอนนี้ทำงานแล้วนะ  ได้งานทำที่บริษัทส่งออกแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินธ์สองร้อยปี  

บุรีรมณ์อุดมราชนิเวศมหาสถาน  อมรพิมาณอวตาลสถิตย์  เอ  ใช่หรือเปล่าหว่า..  

เอาเป็นว่าได้ทำงานที่กรุงเทพ ฯ ก็แล้วกัน  ที่ทำงานมีเพื่อน ๆ เยอะแยะเลย  เพราะมีหลาย ๆ แผนกอยู่ในห้องเดียวกัน  

แต่แผนกของฉันมีกันอยู่แค่สองคน  คือฉันเป็นลูกน้องกับพี่อีกคนเป็นหัวหน้า  ตอนนี้เราสองคนทำงานเข้าขากันได้ดี  

ตะว่าก่อนหน้านี้ก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่งานของเราขึ้นตรงต่อเจ้านายคนเดียวกัน


ทำงานด้วย  ความสุข  สนุกสนาน  

ทิวาวาร  ลับล่วง  วันหมุนเปลี่ยน

งานการทำ  ใส่ใจ  ได้เล่าเรียน

สมุดจด  เขียนสิ่งใหม่  ที่เข้ามา

         ขอบคุณ  สำหรับ  คำสั่งสอน

         ทุกขั้นตอน  ต้องย้ำ  อย่างหนักหนา

         จะจำไว้  ใส่ใจ  ไปทุกครา

         ไม่ลืมว่า  เคยอยู่  เคียงคู่กัน


วันหนึ่ง  มีลูกค้าต่างชาติเข้ามาเพื่อสั่งซื้อสินค้า  กำลังคุยกับเจ้านายในห้อง  โต๊ะฉันตั้งอยู่หน้าห้องเจ้านายพอดี๊พอดี  

มองเห็นกันได้ตลอดเวลา  ก็ฝาผนังเป็นกระจกอ่ะ  เราต้องอยู่ในสายตาเจ้านายตลอดเวลา  (ทำให้เกเร  เหลวไหลไม่ได้)    

วันนั้นหัวหน้าเดินเข้าเดินออกระหว่างห้องเจ้านายกะตู้เอกสาร  ฉันก็นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะนั่นแหละ  

บางครั้งใช้ความคิดก็จะนั่งหลับตาเอนตัวไปข้างหลังเล็กน้อยพักผ่อนสายตาไปด้วยในตัว  เอ่อ......เอนสักหน่อยน่ะ  

ชักเหมื่อยแล้ว  แค่แป๊บเดียวหละ  ไม่เป็นไรหรอก..........ทันใดนั้น  ก็มีสิ่งหนึ่งตกลงมาที่ตัก  เอามือคลำดูนิ่ม ๆ ยาว ๆ  

คิดได้อย่างเดียว    อ๊ะจ๊าก......งู   โยนทิ้งไปทางไหนก็ไม่ทันได้ดู  และตะโกนออกมาซะดังลั่น  

พร้อมทั้งกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะด้วยความลืมตัว  ทั้งเจ้านาย  ลูกค้าฝรั่ง  เพื่อน ๆ มองมาตาเดียวกัน  

เห็นคนหนึ่งยืนหน้าซีดอยู่ข้างโต๊ะฉัน  แล้วค่อย ๆ เดินไปเก็บเจ้าสิ่งนั้นขึ้นมาและเอ่ยว่า      ขอโทษนะ  งูตุ๊กตาน่ะ  

ไม่นึกว่าเธอจะตกใจขนาดนี้ เธอลงจากโต๊ะได้แล้ว  เจ้านายมองอยู่นะ      

 แฮ่ะ ๆ  ไม่เป็นไร  Sorry sorry sir    ยังอยู่ในอาการตกใจ  

พูดไทยปนอังกฤษบอกทุกคน...... วันนั้นทั้งวันคิดวุ่นวายใจ   

เย็นนี้ตัวข้าคงไม่แคล้ว  ถูกเจ้านายเรียกไปดุว่าเป็นแน่แท้    คิดไปคิดมา อยู่แค่นี้แหละ  จนถึงเวลาเลิกงาน..  

ลูกค้ากลับไปแล้วหละ  เอ..  แปลกแฮะ  ไม่ยักกะถูกเรียกไปดุ  เย้.  เจ้านายใจดีจังเยย.

แป่ว.  งานนี้หน้าแตก  หมอไม่รับเย็บ..  

แหะ ๆ ๆ จิง ๆ มีอีกหลายตัวนะ  ถ้ามะเบื่อก็บอก  จะเล่าให้ฟังอีก  ตะนี้เอาไป 4 ตัวก่อนละกันเน่อ

(จอ.  บอจบ)                                              
                                        
				
6 มีนาคม 2554 16:59 น.

* * * หนูหิ่ง ฯ ตอน ส่งท้ายปีเก่า.... ต้อนรับปีใหม่.... * * *

หิ่งห้อยน้อยใจ



อยู่โรงบาลกับพี่สาวจนถึงวันที่ 30 พี่สาวกลับบ้านไปก่อน  ส่วนหนูหิ่ง ฯ เพิ่งผ่าตัดวันที่ 29 หมอยังไม่อนุญาตให้กลับ

วันที่ 31 ธันวา บ่าย ๆ หนูหิ่ง ฯ ก็อขออกโรงบาล  โดยบอกหมอว่า.... หนูจะไม่ป่วยข้ามปีเด็ดขาด

แล้วก็แวะไปช็อปที่เซ็นทรัลก่อนไปบ่านพี่สาวที่จอมทอง

ผ่าตัดเสร็จ 29 ออกโรงบาล 31  หนูหิ่ง ฯ ขับรถทันทีเลย  เพราะรถจอดอยู่โรงบาล หุ ๆ ๆ ๆ ไม่มีคนมารับ

กำลังเดินช็อปที่เซ็นทรัล  ก็ได้รับโทรศัพท์จากพี่กบ  ที่อยู่นวนคร  บอกว่ามาถึงเชียงใหม่แล้ว

นั่นไง ! เซอร์ไพร์ท  บอกว่าขับรถกระบะมากัน 4 คน  มีเพื่อนมาจากอินเดียด้วยจะไปเที่ยวปีใหม่กัน

พี่กบบอกว่าจะพาหนูหิ่ง ฯ ไปฉลองวันเกิด 1 มกรา  หนูหิ่ง ฯ บอกว่าวันนี้ไม่ได้ต้องไปนอนบ้านพี่ที่จอมทอง

จึงนัดกันเป็นวันที่ 1  ที่โรงแรมตรงข้ามโรงเรียนศรีธนา  จำชื่อโรงแรมไม่ได้แล้วนิ  ^__^

แล้ววันที่ 31 นี่เองก็เป็นวันที่หนูหิ่ง ฯ อกหัก  ไม่รู้รอบที่เท่าไหร่  อ่ะน่า อ่ะน่า  ก็หนูหิ่ง ฯ ลืมทำสถิติไว้นินา

อืมส์....  ร้องให้ส่งท้ายปีเก่า  ก็ดีเหมือนกัน....  ได้รู้น้ำใจของคนที่เรารักตอนป่วยนี่เอง  

ว่าเขาไม่ได้สนใจห่วงใยเราเลยสักนิด  ทั้ง ๆ ที่บอกว่ารักนะ  แต่เขาก็ไปอยู่กับผู้หญิงอื่นในวันเกิดของเรา

ก็ไม่เป็นไรนะ  ถึงจะเสียใจ....  ยังไงก็ต้องอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง  พรุ่งนี้ก็วันเกิดแล้ว  เริ่มต้นปีใหม่ด้วย

จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยทีเดียวกันเลย  ^__^


ก่อนไปจอมทองก็แวะกินสุกี้บ้านเพื่อนก่อน  แล้วก็พากันไปดูพลุที่สนามกีฬาเจ็ดร้อยปีเจียงใหม่

เพื่อนได้ตั๋วมาฟรี  แต่พอไปถึงปุ๊บ  ตน  :  ตำหนวด โบกรถไม่ให้เข้า  เอานั่น !  จำต้องหาที่จอดแล้วเดินไป

แล้วก็เลยต้องนั่งหนาวริมขอบฟุทบาทข้างคลองชลประทานเพื่อดูพลุ  เพราะขี้เกียจเดิน

แต่ผลออกมาว้า.... เห็นพลุชัดและสวยกว่าคนอยู่ในงานเสียอีก  กลิ่นเขม่าปืนก็เหม็นน้อยกว่า  

ฮี่ ๆ ๆ ๆ จากร้ายกลายเป็นดี  พอ 3 ทุ่มก็พากันกลับ  

หนูหิ่ง ฯ ก็ขับรถต่อไปที่บ้านพี่สาว อ.จอมทอง  ไปถึงก็ไปมุดที่นอนข้าง ๆ แม่แล้วก็....  หลับปุ๋ย

พอถึงวันพรุ่ง รุ่งเช้าวันที่ 1 ปีใหม่ 54  ฟ้ายังไม่แจ้ง  ก็ถูกปลุกขึ้นมาด้วยเสียงและแรงเขย่าจากคุณแม่

หนูหิ่ง ฯ ตื่นขึ้นมาสวัสดีปีใหม่ด้วยความงัวเงีย  แล้วคุณแม่ก็ให้ศีล ให้พร ผูกข้อมือให้

ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ล้างหน้าแปรงฟันนี่หละ  แล้วหนูหิ่ง ฯ ก็ลุกขึ้นมาใช้วิชาแมวเหมียวล้างหน้า - แปรงฟัน

เพราะอากาศหนาวมาก  ห้องนอนข้างนอกไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น  ต้องไปอาบห้องในบ้าน

เสร็จแล้วหนูหิ่ง ฯ ก็ไม่ยอมถูกปลุกให้ตื่นคนเดียว  เราต้องตื่นแต่เช้าให้เหมือน ๆ กัน  ฮ่า ๆ ๆ ๆ 

จัดการเดินไปปลุกสวัสดีปีใหม่มันทุกห้อง  แล้วทุกคนก็ลงมากองกันที่ห้องรับแขก  ให้แม่ผูกข้อมือให้

พอเจ็ดโมงเช้าก็เข้าเชียงใหม่กัน  แวะเก็บข้าวของที่บ้านก่อน  เพราะจะไปเที่ยวกับพี่กบและเพื่อน  

พาพี่ฮัว  พี่สาวคนที่ 3 กับแม่ไปทิ้งไว้ที่โตโยต้านครพิงค์  เพราะพี่ฮัวจะออกรถโฟร์วิ 4 ประตูสีฟ้า ตอน 9.09 น.หนูหิ่ง ฯ ก็พาไปส่งไว้


แล้วหนูหิ่ง ฯ ไปโรงแรม  พอไปถึงก็จัดการโทร.หาคุณแม่ คุณพี่  เพื่อที่จะบอกว่า
หนูจะไปเที่ยวกะเพื่อนนะ

เพราะถ้าบอกตอนอยู่ด้วยกันจะถูกคัดค้าน  เนื่องจากเพิ่งผ่าตัดไป 2 รอบ  แต่ก็ต้องขึ้จุ๊นิดหน่อยว่าไม่ขับรถนะ  

บรรดาญาติผู้ใหญ่จึงได้อนุญาตให้ไป  แบบถูกมัดมือชก  ฮ่า ๆ ๆ ๆ เรื่องแบบนี้หนูหิ่ง ฯ ถนัดสุด ๆ 


วันที่ 1 ตอนสาย ๆ หลังอาหารเช้า  หนูหิ่ง ฯ กินยาแก้ปวดกันไว้เรียบร้อยแล้ว  ก็เริ่มต้นเดินทางโดยรถ 2 คัน  

ตอนแรกพี่กบจะมานั่งรถหนูหิ่ง ฯ คนเดียว  ปรากฎว่าผู้โดยสารที่ไม่ได้รับเชิญเดินตามหลังต้อย ๆ ๆ ไม่พูดไม่จา  

เปิดประตูขึ้นมานั่งด้านหลังเฉยเลย  หนุ่มหล่อซันจีฟ  พี่ชายจากอินเดียของหนูหิ่ง ฯ นั่นเอง  ^__^

เริ่มต้นทัวร์วันเกิดวันปีใหม่ของหนูหิ่ง ฯ ด้วยการขึ้นดอยอ่างขาง  ไปถึงจุดจอดรถ....  

พี่อีกคันไม่กล้าขับขึ้นดอย  ก็เลยต้องจอดไว้  แล้วก็มารวมกันอยู่ในรถหนูหิ่ง ฯ แบบปาป๋อง  

รวมคนขับก็ 5 คน  ชาย 2 หญิง 3  (อย่างว่าหละ  เขาบอกว่าสมัยนี้ผู้ชายเขียมนะ  จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้)

พอถึงดอยอ่างขางก็ตะบี้ตะบันถ่ายรูป  พี่กบบอกว่าปีนี้ดอกไม้ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่  

หนูหิ่ง ฯ เพิ่งเคยไปปีแรก  ก็เลยไม่มีอะไรให้เปรียบเทียบ

แล้วเราก็ลงดอยเมื่อถึงเวลาอันควร  เพราะจะไปนอนที่วัดท่าตอน  กว่าจะถึงก็มืดค่ำเวลาประมาณ 1 ทุ่ม  

เข้าที่พัก  น้ำท่าไม่อาบก็พากันขึ้นพระธาตุก่อน  พี่กบบอกว่าบริเวณวัดท่าตอนกว้างมาก  

กินพื้นที่ภูเขาถึง 9 ลูก  แต่วันนี้ขึ้นไปถึงแค่ชั้นที่มีพระธาตุ  จำได้ว่าอากาศเย็นมาก ๆ 

แต่ก็ดีใจที่ได้ขึ้นพระธาตุ  เพราะข้างในพระธาตุสวยมาก ๆ   อยากให้เพื่อน ๆ ได้ไปเห็นจัง  สวยจริง ๆ นะ  ไม่ได้ขี้จุ๊
แ
ล้วก็ถึงเวลาลงจากพระธาตุเพื้อไปรับประทานอาหารเย็นที่พี่กบสั่งไว้ที่พัก

กับข้าวง่าย ๆ ไม่มีอะไรมาก  เพราะซันจีฟกินแค่ปลา  กับไก่  ส่วนหนูหิ่ง ฯ ก็ผัดผักเจ  อะฮ่า  ลำบากชาวบ้านอีกแล้ว  

หนูหิ่ง ฯ เข้าสู่ช่วงกินเจอีกครั้งตลอด 1 เดือนมกราคม  เพราะเป็นเดือนเกิด

พอกินข้าวเสร็จแล้วจู่ ๆ ไฟก็ดับ  หนูหิ่ง ฯ งง ๆ ก็เลยถามว่าเขาปิดไฟไล่แล้วหรอ  ไม่เห็นเตือนก่อนเลย  

สักพักก็มีคนถือขนมไข่เดินเข้ามา  บนขนมไข่ก็มีเทียนไขจุดไฟ 1 เล่ม  

พร้อม ๆ กับเสียง Happy BirthDay  ^__^  พี่กบเซอร์ไพรท์หนูหิ่ง ฯ นั่นเอง

นี่เป็นวันเกิดคล้ายวันเกิดปีแรก  ครั้งแรก  ที่มีคนเลี้ยงฉลองให้  

เมื่อวานอกหัก  วันนี้ปีใหม่ก็ได้รับสิ่งดี ๆ จากพี่กบ - ซันจีฟ - พี่หอม - พี่ชาติ  ดีใจจังเลย

คุยกันสักพัก  ก็ถึงเวลานอนนนนนนนนน


เช้าวันที่ 2  ซันจีฟตื่นก่อนใครเพื่อน (เห่อน่าดูนะ)  เพราะนัดกันไว้ว่าจะขึ้นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าบนภูเขาชั้นที่ 9

หนูหิ่ง ฯ เห็นเขาใส่เสื้อแขนสั้น  หนูหิ่ง ฯ เอามั่ง  ใส่กระโปรงสั้น  เสื้อแขนกุด  แล้วก็เสื้อยีนส์ทับอีกที  

ฮ่า ๆ ๆ ๆ เดี๋ยวรู้ผล....

บนภูเขาชั้นที่ 9  เห็นคนอื่น ๆ เขาใส่สั้น ๆ ไม่ใส่เสื้อกันหนาว  หนูหิ่ง ฯ ก็เลยเอามั่ง  

ถอดเสื้อยีนส์เก็บ  แล้วก็ไปแอ๊กท่าถ่ายรูป

เสร็จแล้วก็พยายามโยนเหรียญใส่บาตรพระยืน  โยนยังไงก็ไม่เข้า  

แต่ท้ายที่สุดเหรียญก็ตกไปอยู่ที่มือพระ  เอาน่า  ไม่เข้าบาตร  อยู่ที่มือก็ยังดีเนาะ
แล้วเราก็เดินไปที่บันใด  

หนูหิ่ง ฯ ก็ไม่รู้ว่าบันใดนั้นจะพาไปสู่แห่งหนตำบลใด  เพราะดูจากด้านบนแล้วต้องเดินไกลพอสมควร  

เพราะมองไม่เห็นจุดหมายปลายทาง  พอไปถึงจึงรู้ว่า....  เป็นเรือนั่นเอง  อาจจะเป็นเรือชีวิตมั้งนะ....  

ถ่ายรูปอีกแล้ว  แหม....  ไปกัน 5 คน  มีกล้อง 3 ตัว  ถ่ายกันสะบัดเลย

ตอนเดินกลับจากเรือ  ก็ได้เรื่อง  หนูหิ่ง ฯ คันทั้งตัว  แล้วก็แดงทั้งตัว  

เป็นไงล่ะ  แพ้อากาศแล้วไม่เจียม  เจือกอยากสวยอยากงาม  

ซันจีฟได้โอกาสหยิบเสื้อมาใส่ให้แล้วก็  สั่งสอน และสอนสั่ง  โอ้ ! ภาษาปะกิดทั้งนั้น  แล้วไอก็แบบว้า....  สเน็กฟิต ๆ *__~


จากนั้นก็ทำบุญแผ่นทอง ได้ของที่ระลึกเป็นพระธาตุ  (ตอนนี้ตั้งอยู่หน้ารถสุดที่เลิฟของหนูหิ่ง ฯ นั่นเอง)

แล้วก็ลงมาที่กินอาหารที่ชั้น 7  มีข้าวต้มกับไข่เจียว  เอาน่ะ  จำเป็นต้องเปลี่ยนการกินเจมาเป็นกินมัง  

เพื่อความสบายใจของซันจีฟ - พี่กบ - พี่หอม - พี่ชาติ  ไม่งั้นหนูหิ่ง ฯ มีหวังถูกอบรมอีกทั้งวันแหงม ๆ 

หลังจากนั้นก็ลาพระอาจารย์  หนูหิ่ง ฯ ได้สร้อยหินสีเขียวเป็นของขวัญวันเกิดจากพระอาจารย์ด้วย  ดี

ใจจัง  อิ ๆ ๆ ๆ เป็นที่อิจฉาของผู้ที่ไปด้วย  ^__^

จากนั้นก็เคลื่อนที่กันโดยรถ 2 คัน  คน 5 คน  มุ่งหน้าไปยังพระตำหนักดอยตุง  ไป

จอดรถไว้ที่จุดจอด 1 คัน  ขับรถหนูหิ่ง ฯ ไปคันเดียว

หนูหิ่ง ฯ ก็ขับไปส่งเพื่อน ๆ ไว้แล้วลงมาจอดรถที่จุดจอดรถ  แล้วก็นั่งรถที่เขามีบริการขึ้นไปอีกครั้ง.... 

ซื้อตั๋วเข้าชมสวนเรียบร้อย  เข้าไปในสวนเรียบร้อย  ปรากฎว้า....  หนูหิ่ง ฯ เฟอะฟะ  

ลืมกล้องทั้ง 3 กล้องไว้ในรถ  งื้อ ! จำต้องกลับไปเอาที่จุดจอดรถ

เพื่อนเดินเที่ยวไปก่อน  แล้วหนูหิ่ง ฯ ก็ขึ้นรถบริการไปเอากล้องที่รถ  พอได้กล้องก็จัดการล็อกรถเรียบร้อย  

ไปต่อคิวขึ้นรถบริการกลับขึ้นไปยังสวนอีกครั้ง....  

พอไปถึงทางเข้าสวน....  แง้ ๆ ๆ ๆ หนูหิ่ง ฯ ลืมตั๋วเข้าชมสวนไว้ในรถ  ~_~  ตรูจะบ้าตาย

ก็เลยขอคนตรวจตั๋วว่าตะกี้หนูเข้าไปแล้ว ๆ หนูก็ลืมกล้อง  พอกลับไปเอากล้อง  หนูก็ลืมตั๋ว  

พี่เขาก็ใจดีให้เข้าสวนได้  แฮ่....  รอดตัว  ไม่ต้องกลับไปที่รถอีกครั้ง

พอเจอพี่กบกับเพื่อน ๆ เขาหัวเราะขำกันใหญ่  แถมยังว่าหนูหิ่ง ฯ โก๊ะ ! น่าดู  เออน่า....  

อ่ะน่า อ่ะน่า  ถึงจะโก๊ะ  ก็โก๊ะน่ารักฟระ  ชิมิ ชิมิ  ^__^

แล้ววิญญาณนางแบบ - นายแบบ ก็เข้าสิง  ได้รูปมาหลายกระบุง  โกยไม่หวาดไม่ไหวหละ

จากสวนก็เข้าไปชมพระตำหนัก  หนูหิ่ง ฯ เข้าไม่ได้  เพราะลืมตั๋วไว้ในรถ  พี่กบกับซันจีฟก็เลยเข้าไป 2 คน  

ส่วนพี่หอมกับพี่ชาติก็อยู่ข้างนอกเป็นเพื่อนหนูหิ่ง ฯ

แล้วที่ลานด้านนอกก็มีเด็ก ๆ มาแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้านของชาวเขาให้ดู  

ฃหนูหิ่ง ฯ ร่วมสนุกกับเด็ก ๆ ด้วย  อ๊ะ ! ไม่แคร์สื่อนะ  มีผู้ชมเยอะแยะมากมาย

แต่ไม่มีใครเข้าไปสนุกกับเด็ก ๆ เลย  หนูหิ่ง ฯ ก็เลยเข้าไปก่อนเป็นคนแรก  แล้ว

คนอื่น ๆ ก็ตามกันเข้าไป  เด็ก ๆ สอนเต้นกันเป็นที่สนุกสนาน  

โฮ่ ๆ ๆ ๆ  พี่ชาติถ่ายรุปไว้เป็นหลักฐานด้วย  ตากล้องคนนี้ไม่มีพลาดสักกะช๊อตนะ


แล้วก็ไปต่อที่สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง  เสร็จแล้วก็ถึงเวลาไปหาที่พักที่เชียงราย  วนรถซะหลายรีสอร์ท  

โอ้ ! พี่กบพาไปหลงซะจนเจอ  ^___^

ทีนี้ก็ถูกพี่หอมกะพี่ชาติลอยแพ  เพราะพี่ชาติกะพี่หอมไปนอนบ้านญาติที่เชียงราย  

หนูหิ่ง ฯ พี่กบ  ซันจีฟก็เลยนอนรร.กัน 3 คน  (ขาดขา อิ ๆ ๆ ๆ)

กลางคืน....  ซันจีพท้องเสีย  พี่กบเสียตาม  หนูหิ่ง ฯ หลับปุ๋ย  

พี่กบบอกหนูหิ่ง ฯ มีสภาพเบลอ ๆ ด้วย  แบบว้า.... กินยานอนหลับน่ะ

พี่กบเรียกก็หันไป  แต่ตาลอย ๆ ไม่พูดไม่จา  แล้วก็หลับไป  

ปล่อยให้พี่กบ กะ ซันจีฟไปหายาแก้ท้องเสียมากินเอง  อืมส์....  ตื่นเช้ามารู้สึกผิดน่าดู  *__*


เช้าวันที่ 3  พี่ชาติ กะพี่หอมหนีกลับกทม.เสียแล้ว  

หนูหิ่ง ฯ พี่กบ ซันจีฟก็เลยไปเที่ยวงานเชียงรายดอกไม้งามกัน 3 คน

ผลัดกันเป็นตากล้อง  เพราะดอกไม้สวยมาก ๆ วิวหลาย ๆ จุดก็สวยมาก ๆ ฮ่า ๆ ๆ ๆ 

ซันจีฟก็เลยเนื้อหอม  อยู่กลางวงล้อมสาวสวย 2 คน  ถูกมะรุมมะตุ้มถ่ายรุปจากสาวสวยทั้ง 2 คน  

อิ ๆ ๆ ๆ เหนื่อยไหมพี่ชาย

ตอนแรกกะว่าจะพาไปวัดร่องขุ่นด้วย  แต่ดูเวลาแล้วไม่ทัน  

เพราะถูกพี่ชาติทิ้งไปเสียแล้ว  พี่กบกะซันจีพต้องหารถทัวร์กับกทม.กัน 2 คน

หนูหิ่ง ฯ ถูกมามี้สั่งให้ไปบ้านญาติที่บ้านถ้ำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย

เย็นวันที่ 3 งานเลี้ยงก็เลยเลิกรา

ต่างคนต่างกลับไปทำภาระหน้าที่ของตัวเอง

ต่างคนต่างไปเริ่มต้นปีใหม่ของตัวเอง

ต่างคนต่างไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ของตัวเอง

หนูหิ่ง ฯ สัญญากับตัวเอง  และพี่กบ  พี่สาวที่แสนดีไว้ว่า....  

ตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นไป  หนูหิ่ง ฯ จะไม่ร้องให้อีกแล้ว  ^___^				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟหิ่งห้อยน้อยใจ
Lovings  หิ่งห้อยน้อยใจ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟหิ่งห้อยน้อยใจ
Lovings  หิ่งห้อยน้อยใจ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟหิ่งห้อยน้อยใจ
Lovings  หิ่งห้อยน้อยใจ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงหิ่งห้อยน้อยใจ
>