5 มิถุนายน 2554 08:12 น.

* * * หนูหิ่ง ฯ เล่าสูกันฟัง ตอน ละอายแก่ใจบ้างไหม * * *

หิ่งห้อยน้อยใจ



เรื่องที่หนูหิ่ง ฯ จะเล่าให้ฟัง  เป็นเรื่องของพี่สาว (ลูกของลุง) เหตุเกิดเมื่อปี 53 ที่ผ่านมา

พี่สาวขายน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋อยู่แถวบางนา  ก็เซ้งที่มาจากคนอื่นอีกต่อหนึ่

แต่ไม่ได้เปลี่ยนสัญญาที่สำนักงานเขต  รู้สึกว่าจะเปลี่ยนสัญญาไม่ได้จนกว่าจะพ้นระยะเวลา 10 ปี

ต่อมาสามีของผู้หญิงคนที่เซ้ง (เลิกกันไปแล้ว) ก็มาเอาที่คืน  โดยการตามไปให้ผู้หญิงคนนี้จดทะเบียนสมรสด้วย

ผู้หญิงคนนี้ก็ยอมจด  แล้วผู้ชายก็ใช้สิทธิ์ของสามีมาเอาที่คืน  พี่สาวหนูหิ่ง ฯ ก็เลยต้องย้ายไปขายอีกที่หนึ่งใกล้ ๆ กัน

ผู้ชายคนนี้ก็พยายามร้องเรียนต่าง ๆ นา ๆ   พี่สาวของหนูหิ่ง ฯ ก็เครียดมาก  เพราะต้องหาเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน

ค่าเทอมลูกอีก 2 คน  (สามีของพี่สาวมีเมียน้อยค่ะ) พี่สาวร้องให้ทุกวัน  แต่ก็ต้องออกไปขายทุกวันด้วยความกังวลว่า

เมื่อไหร่จะถูกไล่  เมื่อไหร่เขาจะไม่ให้ขาย  เพราะเจ้าของบ้านเขาก็ถูกร้องเรียน  เขาก็ไม่อยากให้พี่สาวหนูหิ่ง ฯ ขายหน้าบ้านเขา

ทั้ง ๆ ที่เขาก็สงสารพี่สาวหนูหิ่ง ฯ เหมือนกัน  แต่เขาก็กลัวอิทธิพลของคนที่มาขู่ (หนูหิ่ง ฯ ก็ไม่รู้ว่าเป็นใครค่ะ)

ต่อมา  พี่สาวได้คุยกับลูกค้าคนหนึ่งเป็นลูกค้ามาซื้อน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋  พี่เขาบอกว่าจะช่วย

หลังจากนั้น 1 อาทิตย์  เจ้าของบ้านก็มาบอกว่า  ให้ขายได้  ไม่ต้องกลัว  ไม่ต้องย้ายไปไหน  พี่สาวของหนูหิ่ง ฯ ดีใจมาก

ก็เลยโทร.มาเล่าให้หนูหิ่ง ฯ ฟัง  แถมยังเล่าต่ออีกว่า  พี่คนที่ช่วยอยู่พรรคการเมืองที่พี่สาวหนูหิ่ง ฯ ไม่ชอบ

ส่วนพรรคที่พี่สาวหนูหิ่ง ฯ ชอบไม่เห็นช่วยอะไรเลย  ทั้ง ๆ ที่เวลามีม๊อบ  พี่สาวหนูหิ่ง ฯ ทำน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ไปแจก

ไปร่วมกิจกรรมสำคัญ ๆ ของม๊อบแทบทุกครั้ง  จนหนูหิ่ง ฯ ต้องบอกให้หยุดบ้าง  ตัวเองต้องทำมาหากินเลี้ยงลูก
 
มัวแต่ไปม๊อบ ๆ ๆ จะพากันอดตาย  หนูหิ่ง ฯ เองก็มีภาระเหมือนกันดูแลไม่ไหวหรอก  โต ๆ แล้วอย่าให้น้องสอนเลย

เศรษฐกิจแบบนี้  ช่วยเหลือตัวเองให้รอดก่อน  แล้วค่อยคิดช่วยคนอื่น  อย่าทำเป็นเตี้ยอุ้มค่อม 

แล้วเรื่องม๊อบน่ะ  อย่าไปยุ่งกับให้มากนัก  เขาเอาอะไรมายัดใส่สมองก็เชื่อเขาไปหมด  แล้วเป็นไงตัวเองเดือดร้อนใครเป็นคนช่วย

ด่าเขาเอาไว้มากมาย  อายบ้างไหม  เขาไม่รู้แต่หนูรู้  เพราะหนูเป็นคนทนฟังพี่ด่าเขาทุกครั้งที่เจอ  บางทีไม่เจอยังโทร.มาด่าให้ฟัง

มันอะไรกันนักกันหนา  หนูถามพี่สาวว่าที่ด่าเขาน่ะรู้จักเขาไหม  คนที่พี่ชมว่าดีนักดีหนาน่ะ  พี่รู้จักเขาไหม

เออ.... ก็ไม่รู้จัก  ไปฟังเขาพูดก็เชื่อเลยเชื่อเขา  คนเขาด่าก็ด่าตามเขา  มีหลักฐานนะ  มีเทป  มีซีดี 

คนไทยที่เมืองนอกก็ทำส่งมาให้นะ  ฯลฯ นั่น ! พี่สาวหนูหิ่ง ฯ เห่อของนอกซะงั้น

หนูหิ่ง ฯ แวะไปหาพี่สาวเมื่อเดือนก่อน  ตอนจะไปตราด  พี่สาวก็เล่าให้ฟังว่า

ตอนนี้ผู้ชายคนที่ร้องเรียน  ก็เงียบไปแล้ว  และก็ไม่มาขายน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋มาเกือบ 2 เดือนแล้ว

สงสัยว่าจะอายที่ร้องเรียนไปแล้วก็ไม่ได้ผล  หรือไงก็ไม่ทราบได้เหมือนกันค่ะ


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า  รู้หน้า  ไม่รู้ใจ  ค่ะ  ^__^



				
4 มิถุนายน 2554 07:33 น.

* * * หนูหิ่ง ฯ ตอน จดหมายถึงพ่อ ฉบับที่ 5 * * *

หิ่งห้อยน้อยใจ



กราบเท้าคุณพ่อที่เคารพ

พ่อคะ  พ่อกับพี่หรั่งสบายดีไหมคะ  พี่หรั่งทำต้มจับฉ่ายของโปรดให้พ่อกินหรือเปล่าคะ ?

หนูสอนพี่หรั่งทำสูตรอร่อยด้วยน๊า  เข้าพรรษานี้หนูจะทำหม้อใหญ่ ๆ ไปทำบุญให้พ่อกับพี่หรั่งนะคะ

ตอนนี้หนูอยู่กรุงเทพ ฯ ค่ะ  ได้แต่ซื้อกับข้าวถุงใส่บาตร  อ่ะน่า อ่ะน่า  พ่อกินง่ายอยู่แล้วเนาะพ่อเนาะ

พ่อคะ  หนูจะบอกพ่ออย่างหนึ่งนะคะ  หนูชอบชื่อที่พ่อตั้งให้มากเลยค่ะ  หลาย ๆ คนก็ชอบนะคะ

หิ่งห้อย  ^__^  ถึงแม้จะเป็นแมลงตัวเล็ก ๆ วงจรชีวิตไม่นาน  แต่ก็เป็นแมลงที่มีแสงในตัว

เป็นเพราะหนูชื่อหิ่งห้อยหรือเปล่าก็ไม่รู้นะคะพ่อ  ทำให้หนูชอบเวลากลางคืนมากกว่ากลางวัน

อาจจะเป็นเพราะว่าตอนกลางคืนเงียบสงบกว่ากลางวัน  ตอนกลางคืนเห็นแสงหิ่งห้อยระยิบระยับ

และสามารถเห็นแสงดาวที่กระพริบอยู่บนฟ้าไกล  พ่อคะ  ช่วงนี้หนูไปทำงานแถวตะวันออกบ่อย ๆ 

หนูกับพี่หล้าก็ชวนบอดี้การ์ดหนุ่ม ๆ ^^"  ไปนอนดูดาว  ฟังเสียงคลื่นที่ชายหาด  ตี 1 - 2 ก็กลับ

บางคืนก็เห็นแต่แสงดาว  บางคืนก็เห็นหิ่งห้อยด้วยล่ะค่ะ  หนูก็พยายามมองหาพ่อกับพี่หรั่งเหมือนกันนะคะ

แต่หนูก็ไม่รู้ว่าพ่ออยู่บนดาวดวงไหน  *__~

พ่อคะ  ช่วงนี้หนูไม่ได้กลับบ้านเลย  หนูคิดถึงแม่มากเลยค่ะพ่อ  ฝากพ่อช่วยดูแลแม่ด้วยนะคะ

หนูก็ยังไม่รู้ว่าจะได้กลับบ้านช่วงไหน  พ่อก็รู้ว่าพักหลัง ๆ นี้หนูไม่อยากจะนัดใครเลย  เพราะหนูมักจะผิดนัดบ่อย ๆ ค่ะ

ก็จะทำยังไงได้ละคะพ่อ  หนูแยกร่างไม่ได้นินา  หนูก็ต้องทำหน้าที่ของตัวแทน  ไปดูแลลูกค้าก่อนน่ะค่ะ

แต่....  เพื่อนที่เหลืออยู่เขาก็น่ารักและเข้าใจหนูนะคะ  ไม่งั้นเขาคงเลิกคบหนูไปนานแล้วล่ะค่ะ  ^__^ 

แล้วถ้าพ่อพูดกับแม่ได้  พ่อช่วยบอกแม่ให้ขายหมูให้หมดนะคะ  ช่วยบอกแม่ให้เลิกเลี้ยงหมูเถอะค่ะ  นะคะพ่อ

หนูไม่อยากให้แม่เลี้ยงหมูไว้ให้เขาฆ่าค่ะพ่อ  หนูขอแม่หลายปีแล้ว  ก็ยังไม่สำเร็จ  แต่แม่บอกว่าปีนี้แม่จะเลิกเลี้ยงแล้ว

หนูก็กลัวว่าแม่จะแอบซื้อเพิ่มอีกสิคะ  *__~  ขี้หมูก็เหม็นด้วย  แม่ก็เหนื่อยต้องหาอาหารให้หมูกินด้วย

ถ้าแม่เลิกเลี้ยงหมูแล้ว  หนูจะทำโรงเพาะเห็ดให้แม่ค่ะ  หนูไปดูและศึกษามาบ้างแล้ว  

หนูกับพี่หล้าซื้อมาลองเพาะแล้วด้วยค่ะ  หนูคิดว่าแม่ต้องชอบเพาะเห็ดมากกว่าเลี้ยงหมูแน่ ๆ เลยค่ะ

พ่อคะ  คุยกับพ่อแค่นี้ก่อนนะคะ  หนูจะออกไปหาซื้อผลไม้  ยาประดง  ตอนเย็นหนูต้องไปรับพี่หล้าที่ท่ารถค่ะ

หนูรักพ่อ  และคิดถึงพ่อนะคะ

หนูหิ่ง ฯ 

ลูกหล้าของพ่อ


ปล.

พ่อคะ  นี่เป็นรูปของเห็ดขอน  กับเห็ดนางฟ้า  ที่หนูกับพี่หล้าซื้อมาเพาะเล่น ๆ ค่ะ



				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟหิ่งห้อยน้อยใจ
Lovings  หิ่งห้อยน้อยใจ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟหิ่งห้อยน้อยใจ
Lovings  หิ่งห้อยน้อยใจ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟหิ่งห้อยน้อยใจ
Lovings  หิ่งห้อยน้อยใจ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงหิ่งห้อยน้อยใจ
>