5 กุมภาพันธ์ 2553 22:44 น.

ฉันดีใจ

อรรธนิศา

เราพบกันวันนี้ยังมีค่า
มองท้องฟ้าชุ่มฉ่ำด้วยน้ำฝน
หลังจากที่หมอกฝ้ามาปิดปน
ให้กมล คนดี นี้เขวไป

ฉันไม่เคยคิดโกรธโทษใครผิด
เธออาจคิดมากล้นจนหวั่นไหว
เพียงอารมณ์วูบเดียวที่เหนี่ยวใจ
ก็พาให้ลืมคิดผิดชอบตน

ฉันดีใจที่เราได้เข้าจิต
ลืมความคิดที่ใจไร้เหตุผล
หันมารับความจริง-ทิ้งกังวล
จึงกมลสองเราเข้าใจดี

เราพบกันวันนี้มีค่ายิ่ง
เพราะความจริงจากใจย่อมไม่หนี
ศรัทธา ที่เคยซึ้งจึงทวี
เริ่มไมตรีเช่นเก่า  เราให้กัน				
4 กุมภาพันธ์ 2553 22:19 น.

เพื่อนแท้

อรรธนิศา

เธอนั้นเปรียบเสมือนเพื่อนผู้หนึ่ง
เพื่อนผู้ซึ่งซึ้งในไมตรีฉัน
รู้ความคิดน้ำใจให้ต่อกัน
จึงสัมพันธ์มั่นจิตสนิทมา

ฉันภูมิใจในเธอเสมอมาก
แม้ทุกข์ยากเพียงใดยังใฝ่หา
ทุกสิ่งที่คิดช่วยด้วยศรัทธา
และซึ้งค่าเคยให้ไว้ต่อกัน

มีเพื่อนแท้แค่หนึ่งก็ซึ้งจิต
ซึ้งเพราะมิตรเยื่อใยในตัวฉัน
แม้จะมีสิ่งอื่นสักหมื่นพัน
แลกเธอนั้นฉันไม่ใฝ่ยินดี				
3 กุมภาพันธ์ 2553 23:10 น.

แม่พระในดวงใจ

อรรธนิศา

ฉันรักเธอยิ่งกว่าใครในโลกนี้
เธอคือที่ความหวังตั้งใจหมาย
เป็นทั้งเพื่อนเตือนจิตสนิทกาย
เป็นเพื่อนตายถ่ายแทนแสนเอาใจ

แม้ทุกสิ่งที่ฉันหวั่นพลั้งพลาด
เธอก็วาดศรัทธามาสดใส
ให้ฉันยืนหยัดสู้อยู่ต่อไป
ไม่หวั่นไหวอุปสรรคหักชีวี

แล้วฉันก็พบสิ่งที่ยิ่งใหญ่
ฉันภูมิใจเธอนักสมศักดิ์ศรี
สมกับเป็นแม่พระที่แสนดี
เป็นแม่ศรีแม่เรือนเป็นเพื่อนใจ				
3 กุมภาพันธ์ 2553 22:20 น.

หลงเงา

อรรธนิศา

เวลาสอบใกล้มาอีกคราแล้ว
ไม่มีแววทีท่าว่าขยัน
หยิบตำรามากางบ้างเหมือนกัน
ก็หน้านั้นอย่างเดิมไม่เพิ่มเลย

สายตาจ้องมองเพ่งเขม็งแน่
ก็ที่แท้หลับในจึงได้เฉย
หยิบตำรามากางเหมือนอย่างเคย
ไม่ลงเอยสิ้นสุดยุติลง

ก็จะให้ท่องบ่นกี่หนเล่า
เมื่อมีเงาของใครชวนไหลหลง
ไม่อาจตั้งจิตใจให้มั่นคง
เพราะพะวงเห็นได้ในตำรา

พยายามพลิกผ่านอ่านหน้าอื่น
ก็ยังตื่นตาเห็นเด่นหนักหนา
จนต้องฝืนดวงจิตปิดดวงตา
อนิจจายังเห็นไม่เว้นวาย				
3 กุมภาพันธ์ 2553 22:03 น.

จากยูงทองถึงจามจุรี (8)

อรรธนิศา

เมื่อพลิกบทพจนาขึ้นมาอ่าน
สำนวนกานท์เขียนให้สะใจเหลือ
ช่างประชดจดจำนำมาเจือ
ไม่อยากเชื่อว่าจะกล้าเก่งคารม

ช่างเหน็บแนมแกมหยอกช่างหลอกล้อ
เหมือนจะพ้อต่อว่าให้สาสม
เมื่อไม่ชอบวาจาอย่าปรารมภ์
จะไม่ชมต่อไปให้ได้ยิน

นึกแล้วน้อยใจเหลือเมื่ออ้างเอ่ย
คำเฉลยของเราเขาติฉิน
ก็คนเคยเหลวไหลเป็นอาจินต์
เขาจึงผินหน้าเมินคำเยินยอ

เหมือนที่พูดออกไปไม่จริงจิต
เป็นยาพิษปนให้หรือไรหนอ
เขาจึงไม่อยากรับกลับรีรอ
แถมตัดพ้อต่อคำเสียหนำใจ

ก็คนเก่งน่ารัก  ออกอย่างนี้
ไม่ให้พี่เอ่ยชมได้ไฉน
ก็ความจริงมันมีน่าดีใจ
แล้วทำไม จึงว่าไม่น่าชม

จริงที่เป็นเช่นระบอบแบ่งขอบชั้น	
แต่ก็กั้นหนทางอย่างเหมาะสม
คนที่พากเพียรมาน่านิยม
เขาจึงชมชื่นให้ในความดี

ผิดกับพี่ที่เลวและเหลวไหล
กว่าจะได้ ปริญญา มาแนบศรี
คน ที่เคยสนใจ เคยใยดี
เขา ยังหนีหน้าเมิน นานเกินรอ

แล้วจะว่าสิ่งสำคัญนี้อันไหน
เมื่อต่างใจต่างจิตคิดกันหนอ
คนที่เคยคลอเคล้าพะเน้าพะนอ
เขายังขอเลือกไปไกลอีกทาง

นึกขึ้นมาคราใดให้เศร้าจิต
ไร้แม้สิทธิ์คิดห้ามตามขัดขวาง
เมื่อเขาหวังตั้งใจแยกไปทาง
เราจึงร้างห่างกันทุกวันนี้

คนในเมืองใช่ว่าจะกลิ้งกลอก
เคยโดนหลอกลวงใจหลายวิถี
โดนซ้ำแล้วซ้ำเล่าเฉาฤดี
ก็ไม่มีทีท่าว่าจะจำ

ยูงทอง เคยพลิกฟื้น ชื่น แล้ว เฉา
สลับเศร้า โศก สุข ทุกข์ ถลำ
พอผลิตดอกออกใหม่ใบร่วงพรำ
ไม่กี่ค่ำดอกเจ้าก็เฉาตาม

เคยอยู่ในป่าดงพงไพรกว้าง
ก็เหมือนอย่าง จามจุรี ไม่มีขาม
ครั้นมาอยู่ในเมืองเฟื่องฟูคราม
ก็ถูกความซ้ำชอกทั้งดอกใบ

อยากกลับไปอยู่ป่าเหมือนคราก่อน
ได้พักผ่อนหายฟื้นคืนสดใส
ได้ผลิดอกออกช่ออีกต่อไป
ฝากคนใจช้ำชารักษาที

อยู่กับสายธารเก่า เจ้าพระยา
ไหลหลั่งมาไม่ปลีกคิดหลีกหนี
ให้ฉ่ำชื่นรื่นใจในชีวี
ทั้งตาปีไม่เคยแห้งแล้งน้ำใจ

ทั้งไม้อื่นร่วมอยู่ได้ชูชื่น
ให้ร่มรื่นทุกคราพาสดใส
หาก จามจุรี มาเรียงร่วมเคียงใจ
แผ่ร่มใบเคียงคู่สู้ภยันตร์

ก็ได้แต่คิดฝันคอยวันชื่น
ใจที่ขื่นก็คลายได้มหันต์
จามจุรี สูงใหญ่ไม่เทียมทัน
ยูงทอง นั้นหรือจะเปรียบเทียบได้เลย				
Calendar
Lovers  1 คน เลิฟอรรธนิศา
Lovings  อรรธนิศา เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟอรรธนิศา
Lovings  อรรธนิศา เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟอรรธนิศา
Lovings  อรรธนิศา เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงอรรธนิศา
>