28 พฤศจิกายน 2548 07:27 น.

.. November rain

อัลมิตรา


..๏ ฝนเดือนพฤศจิกา 

๑. 
..๏ ครั้นคราใดได้มองสองตาเจ้า 
เห็นรักเราโดนผูกถูกกักขัง 
ติดโซ่ตรวนพันธนาการอันรุงรัง 
แล้วถูกฝังในจิตติดวังวน 
๒.
โอ้คนงามยามข้า ฯ มาอยู่ใกล้
ครั้งคราใดครุ่นคิดจิตสับสน 
เจ้าตระหนักหรือไม่ในใจตน                 
ข้า ฯ คือคนที่รู้สึกนึกเช่นกัน ? 
๓. 
เพราะไม่มีสิ่งใดในโลกหล้า 
พ้นอาญาไตรลักษณ์มักแปรผัน 
มิดำรงคงสภาพตราบนิรันดร์ 
ต่างรู้กันว่าใจไม่ต่างนี้ 
๔.
ย่อมพลิกแพลงแสร้งสร้างบ้างบุบสลาย
โศกสุขคล้ายย่ำขย่มพลางข่มขี่ 
ล้วนเปลี่ยนแปลงแห่งนิยามความชั่วดี 
ล่วงคืนวันผ่านเดือนปีมีโรยรา
๕. 
ดั่งคอยป้องประคองแสงแห่งเทียนน้อย  
ลมพัดคอยปกปักษ์เฝ้ารักษา 
ในท่ามกลางฝนกระหน่ำ  ยามพฤศจิกา
 ยากยิ่งพาหนาวเหน็บเจ็บปวดใจ 
๖.
เพียงต้องการสมานแผลดูแลจิต 
ดึงศรพิษแห่งรักที่ปักใส่ 
ลบล้างความเจ็บปวดรวดร้าวไป 
แต่เข้าใจในสมการด้านสัจจ์จริง 
๗.
ว่าคู่ครองต้องประจักษ์รักเหือดแห้ง 
อาจเปลี่ยนแปลงแหนงหน่ายทั้งชายหญิง 
มีครองคู่คลาดแคล้วแล้วทอดทิ้ง 
นี้คือสิ่งสิงสู่คู่ใจคน 
๘.
แลไม่มีผู้ใดใครกำหนด                
ค้นหาบทสรุปความตามเหตุผล 
ว่าใครกันพลันแพ้แลอับจน                 
ใครคือคนตีจากพรากคนรัก
 ๙.
หากแม้นเราเข้าใจในเรื่องนี้ 
หาวิธีคลี่คลายในอุปสรรค 
ลดอัตตานุทิฏฐิที่พร้อมพรัก
ข้า ฯ คงจักเบาใจในทันที 
๑๐.
เพราะหากรู้อยู่ว่าขวัญตาเจ้า 
เป็นของเราตลอดไปไม่หน่ายหนี 
ฉะนั้นหากอยากรักข้า ฯ อย่ารอรี 
โอ้คนดีอย่าเก็บงำความรักเลย 
 ๑๑.
ด้วยตัวข้า ฯ ขณะนี้มีทุกข์แท้ 
อาจยอมแพ้เพราะเจ้า ฯ เฝ้านิ่งเฉย 
จำพลัดพรากจากผู้คู่ชิดเชย                
แล้วลงเอยเสมือนว่าผู้ปราชัย 
๑๒.
ฝนกระหน่ำย้ำเตือน  เดือนพฤศจิกา  
จนเหน็บหนาวร้าวอุรากว่าครั้งไหน 
ฤๅตัวเจ้าเฝ้าปรารถนาทุกคราไป 
ว่าหัวใจอยากอ้างว้างอย่างลำพัง ?
๑๓.
บางครั้งเจ้าเฝ้าปรารถนาทุกคราหรือ 
อวสานคือความรักถูกกักขัง ?
 แท้ที่สุดมนุษยชนคนเรายัง-
ต่างมุ่งหวังประสบสุขทุกผู้คน 
๑๔.
ย่อมมีบ้างต่างประสงค์จำนงหมาย 
อยู่เปล่าเปลี่ยวเดียวดายคลายสับสน 
ในบางคราปรารถนาเป็นเช่นอิสรชน
ใคร่หลุดพ้นพันธนาการด้านสังคม
 ๑๕.
ข้า ฯ รู้แน่แก่ใจไม่ผิดนัก
อันอุปสรรคกักกุมจิตดังติดหล่ม
แสนยากเย็นจำต้องนั่งหมองตรม 
ทั้งขื่นขมเกินกว่าเข้าหากัน 
๑๖.
ในเมื่อมวลมิตรสหายคล้ายเสียสัตย์ 
มีเคืองขัดขุ่นใจใคร่ห้ำหั่น 
อยากเอ่ยเอื้อนเตือนใจใคร่ครวญพลัน
ว่าจอมขวัญเหตุไฉนไม่ไยดี ? 
๑๗.
คืนวันผ่านกาลพ้นฝนร้อนหนาว 
ลืมปวดร้าวทุกข์ใจหรือไม่นี่ ? 
ไยต้องตรมระทมทุกข์สุขไม่มี 
ชั่วชีวีฤๅประสงค์คงอัตตา ? 
๑๘.
ในบางคราข้า ฯ ประสงค์ดำรงกิจ 
ทำพูดคิดล้วนตามความปรารถนา 
นั่นอาจเป็นชั่วครั้งบางเพลา 
อยากเก่งกล้าสู้เสี่ยงเพียงลำพัง 
 ๑๙.
เพียงชั่วครั้งบางคราวก็เท่านั้น 
ที่ดื้อรั้นดันทุรังดังคาดหวัง 
ทุกผู้คนย่อมติดบ่วงในห้วงภวังค์
บางคราวยังปรารถนาพึ่งซึ่งตนเอง 
๒๐.
แล้วตัวเจ้าเข้าใจในสิ่งนี้ 
หรือยังมีบาดทะจิตคิดข่มเหง ? 
เฝ้ากักขังใจตัวให้กลัวเกรง
จนวังเวงว้าเหว่โลเลแล้ว
 ๒๑. 
จงขจัดสลัดทิ้งสิ่งลวงหลอน 
ที่ซุกซ่อนสิงสู่อยู่แน่แน่ว 
ให้หวาดหวั่นอันตรธานไปไร้วี่แวว
ความเพริศแพร้วจักปรากฏปลดความกลัว
๒๒. 
ครั้นไร้ผู้ครหามากล่าวโทษ                 
ขอจงโปรดลดกลัดกลุ้มที่สุมหัว
จักแจ้งใจในปริศนาครามืดมัว
มองให้ทั่วแล้วพิจารณาหาทางพลัน
๒๓. 
เพราะไม่มีสิ่งใดในโลกหล้า 
พ้นอาญาไตรลักษณ์มักแปรผัน 
มิดำรงคงสภาพตราบนิรันดร์ 
ทุกสิ่งสรรพ์เป็นประเภทเหตุปัจจัย 
๒๔.
แม้สายฝนบนมหรรณพ์อันเหน็บหนาว
แค่ชั่วคราวที่กระหน่ำคำรามใส่ 
แล้วคืนวันฤดูเวียนจักเปลี่ยนไป 
บ่เว้นวสันต์อันหนาวใจใน  เดือนพฤศจิกา   ๚ะ๛

				
25 พฤศจิกายน 2548 12:53 น.

..๏ โค้งเว้า..ที่เร้าใจ

อัลมิตรา


..๏ บรรจงลากเส้นโค้งลงกระดาษ
เรานั้นขอบังอาจวาดเติมแต่ง
มือประคองนมเนื้อเพื่อผ่อนแรง
ปราศกลแกล้งแตะต้องให้หมองนวล

ดั่งสายตาส่งนัยให้เราตอบ
..อย่าลักลอบแอบมองของสงวน..
แต่เราขอแปลงสาส์นว่าเชิญชวน
แล้วหัวร่อเสียงร่วนยามทวนคำ

เรายังคงลากเส้นเน้นรูปร่าง
โอ้น้องนางงามโสภาน่าขยำ
ช่างยากปรามใจเพ้อจึงเผลอคลำ
แถมนั่งขำ !!.มือเจ้าปิด..มันมิดฤๅ ? ๚ะ๛

				
24 พฤศจิกายน 2548 15:25 น.

..๏ เสน่ห์บนลายเส้น

อัลมิตรา


..๏ จรดดินสอบนกระดาษวาดเส้นสาย
เกิดรูปลายเรือนร่างอย่างที่เห็น
โอ้ละหนออวบเหลือแม่เนื้อเย็น
ใจพี่เต้นโครมครามยามเพ่งมอง

เขยิบผ้าขยับนิดสะกิดหน่อย
แต่เพียงน้อยใช่ลวนลามหยามผยอง
อกตูมเต่งจนอยากคว้ามาประคอง
พี่เผลอจ้องกลืนน้ำลายก็หลายครา

ยิ้มยั่วเย้ายวนใจชวนให้คิด
ทำเอาจิตพี่กระสันหวั่นประหม่า
ลายเส้นรูปเจ้านี้มีมนตรา
ฤๅเจตนาอันน้อยนิดของจิตรกร ๚ะ๛

 				
24 พฤศจิกายน 2548 10:34 น.

..๏ ไม่รู้เลย

อัลมิตรา


..๏ ยามท่องเที่ยวเรื่อยไปในเวิ้งฝัน
อาจมีบ้างผจญวันอันสับสน
เธอคือมิตรหรือศัตรูดูชอบกล
หว่านพืชผลเพื่ออะไรเราไม่รู้

ฤๅเพราะเราโง่เง่าเอาแต่พร่ำ
 มิตรภาพ  ตอกย้ำทุกคำกู่
จวบวันที่ปวดร้าวเราย้อนดู
ให้อดสูอนิจจาค่าไม่มี

สำหรับเธอ..
เราคงเก้อหัวใจไม่สุขขี
ถูกประเมินต่ำไปในไมตรี
จบกันทีเยื่อใยเธอให้มา

สำหรับเรา..
แม้นต้องเศร้าโอดโอยเฝ้าโหยหา
สมควรแล้วที่เขลาเบาปัญญา
.. มิตรภาพตราบสิ้นฟ้า.. ค่าเพียงลม ๚ะ๛

				
21 พฤศจิกายน 2548 16:46 น.

..๏ หัวใจไร้จุดยืน

อัลมิตรา


..๏ เหมือนหัวใจชำรุดไร้จุดยืน
จะขัดขืนก็ยังยากยั้งไหว
ทนอึดอัดเก็บกลั้นทุกวันไป
ฝืนข่มใจจนกว่าจะล้าแรง

เหมือนหัวใจโดนกักในกรงกรอบ
ไม่มีสิทธิ์ถามตอบตามจริตแต่ง
เขาขังด้วยกะลาฤๅกล้าตะแบง
แค่คิดแย้งยังมากโทษคำโจษจัน

เหมือนหัวใจอ่อนแอยอมแพ้พ่าย
คราวบางคนมุ่งร้ายทำลายขวัญ
ตัวอักษรที่สื่อนัยคล้ายรำพัน
คือน้ำตาเราสุดกลั้นกลั่นออกมา

เหมือนหัวใจเราไร้อิสระภาพ
ถูกกำราบด้วยโซ่ตรึงขึงแน่นหนา
หมดหนทางหลุดพ้นกลทรมา
โดนจองจำจนกว่าชีวาวาย  ๚ะ๛  

เ ห มื อ น หั ว ใ จ ด ว ง นี้ ที่ เ ป็ น เ ร า
ต้ อ ง โ ศ ก เ ศ ร้ า อี ก กี่ ค ร า ก ว่ า จ ะ ห า ย
หั ว ใ จ ที่ ทุ ก ข์ ท้ อ ร อ วั น ต า ย
ป ร า ศ ค ว า ม ห ม า ย สำ ห รั บ ใ ค ร สั ก ค น

				
Calendar
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟอัลมิตรา
Lovings  อัลมิตรา เลิฟ 0 คน
มาอีกรอบนะ พยายามจะเขียนกลอนที่นี่ แต่ยังใช้ไม่เป็น เห็นกลอนขุดบ่อล่อปลาแล้วคิดถึงอิม คิดถึงเรื่องเก่า ๆ จะสิบปีแล้วสินะที่เริ่มเขียนกลอนได้ เหมือนกลอนที่เคยอ่านหรือเขียนขึ้นใหม่นะ
คิดถึงจังอิม สบายดีหรือเปล่า
>