15 กันยายน 2549 15:22 น.

คงไม่ไกลเกิน

อ.วรศิลป์

กรวดกลมเพราะคลื่นซัด
เพ็ชรเจิดจรัสเพราะเจียระไน
ทองบริสุทธิ์ได้เพราะไฟ
มนุษย์ไซร้ก็เช่นกัน
       ผองมิตรจงอย่าท้อ
ทุกข์ยากหนอจงฝ่าฟัน
อดทนและอดกลั้น
เพื่อสู่ฝันอันอำไพ
       ชีวิตที่ทายท้า
อย่าระอาจงฝ่าไป
จุดหมาย ณ เส้นชัย
คงไม่ไกลเกินไปถึง				
15 กันยายน 2549 11:33 น.

ก่อนขาดข้าว ขาดชาวนา

อ.วรศิลป์

หยาดฝนจากฟากฟ้า               
ชะโชมหล้าจนชุ่มฉ่ำ
ชาวนาเริ่มปักดำ                           
เช้าจนค่ำอยู่กลางนา

      แผ่นดินเกิดชีวิต                    
ผลผลิตจากต้นกล้า
หยาดเหงื่อของชาวนา                    
พสุธาเป็นพยาน

      อนิจจา  ชาวนาไทย                
พูดกันไป มาช้านาน
ยิ่งพูด ยิ่งประจาน                         
เกิดตำนานความอยุติธรรม

      หยาดเหงื่อของชาวนา             
ดูด้อยค่าวันยังค่ำ
ถูกโกงเป็นประจำ                         
ยุติธรรม อยู่หนใด

       เมื่อไรหนอชาวนา                 
จะลืมตาอ้าปากได้
เมื่อไหร่จะสิ้นไป                           
เหลือบ ริ้น ไร กินแรงคน

       วันนี้ฝนหล่นจากฟ้า               
เหล่าชาวนายังยากจน
ทั้งหมดนี้ มิใช่บ่น                         
หวังผู้คนพึงสังวร

       ชาวนานั้นก็คน                     
ความอดทนถูกกัดกร่อน
วันหนึ่งอาจเดือนร้อน                   
วันขาดข้าว  ขาดชาวนา				
14 กันยายน 2549 09:56 น.

ต่อ แต่ง แต้ม เติม

อ.วรศิลป์

ต่อสายใย สายรัก สายชีวิต
ต่อสายจิต สายใจ ไทยทั้งผอง
ต่อสัมพันธ์ ฉันท์น้องพี่ ที่ปรองดอง
ต่อสันติ แบบพี่น้อง ให้ยาวไกล
       แต่งหน้าตา วาจา ให้งามงด
แต่งตัวตน ให้หมดจด และสดใส
แต่งความงาม เที่ยงแท้ จากภายใน
แต่งทั้งกาย แต่งทั้งใจ ให้แผ่นดิน
       แต้มรอยยิ้ม สดใส บนใบหน้า
แต้มวาจา คำหวาน เป็นนิจศีล
แต้มเมตตา กรุณา เป็นอาจิณ
แต้มไทยถิ่น ด้วยรัก สามัคคี
       เติมความเพียร พยายาม อีกสักนิด
เติมดวงจิต คิดอภัย ไม่หน่ายหนี
เติมอุเบกขา มุฑิตา และอารี
เติมสิ่งดี ประดับไว้ ให้ไทยงาม				
13 กันยายน 2549 13:06 น.

หยดน้ำค้าง

อ.วรศิลป์

พินิจพิศดูหยดน้ำค้าง
พราวพร่างงามงดสดชื่น
เปรียบมณีของยามค่ำคืน
หยิบยื่นชีวิตชีวา
       อนิจจาชีวิตน้ำค้าง
ชีพเจ้าช่างสั้นหนักหนา
ไม่นานที่แสงสุริยา
ส่องมาเจ้าพลันแห้งไป
       เปรียบเป็นเช่นดั่งตัวเรา
ทุกข์เศร้าลำเค็ญเพียงไหน
หรือสุขมากมายเพียงใด
ไม่นานสิ้นไปเช่นกัน
       ฉะนั้นพึงมีสติ
ดำริตริตรองให้มั่น
ชีวิตผ่านคืนเดือนวัน
จงมุ่งสร้างสรรค์ความดี
       บทเรียนน้ำค้างเตือนให้คิด
ชีวิตไม่ติดอยู่กับที่
เหลือไว้เพียงดี ไม่ดี
ร่องรอยชีวีให้อนุชน				
13 กันยายน 2549 08:32 น.

" น้ำขุ่นไว้ข้างใน น้ำใสไว้ข้างนอก "

อ.วรศิลป์

" น้ำขุ่นไว้ข้างใน  น้ำใสไว้ข้างนอก "
นี่คือคำพร่ำบอกของพ่อฉัน
แม้จะเคลื่อนเลื่อนเวลามาแสนนาน
คำไขขานพ่อสอนไว้ไม่เคยจาง
      โลกวันนี้วุ่นวายไม่น่าอยู่
ฉันเรียนรู้เพื่อสู้ทนและถากถาง
เพื่อสร้างสรรค์สุขล้นคนร่วมทาง
ถือตามอย่างพ่อสอนไว้ไปจนตาย
      จะเพียรเก็บ " น้ำขุ่น " ไว้ข้างใน
และจะเอา " น้ำใส " อันเฉิดฉาย
พร้อมแววตาและร้อยยิ้มอันพริ้มพราย
ไว้นอกกายให้คนชมไม่ขมทรวง				
Lovers  0 คน เลิฟอ.วรศิลป์
Lovings  อ.วรศิลป์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟอ.วรศิลป์
Lovings  อ.วรศิลป์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟอ.วรศิลป์
Lovings  อ.วรศิลป์ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงอ.วรศิลป์
>