27 ตุลาคม 2555 15:54 น.

กิ๊กรัก สลับหัวใจ (ตอนที่ 2)

เก่งกาจ

วันหนึ่งกรวิก กับหวานไปกินข้าวด้วยกันแถวหอพัก มีผู้ชายกลุ่มหนึ่งสามสี่คน ผู้ชายคนหนึ่งเหมือนรู้ว่ากรวิกเป็นกะเทยเลยลวนลามด้วยกันแอบจับก้นกรวิก หวานเห็นก็โกรธ
“เฮ้ยทำอะไร”หวานกล่าวเสียงห้าวอย่างโกรธเคือง
“ทำอะไร ใคร ใครทำอะไรเหรอจ๊ะ”ชายคนหนึ่งยังกวนประสาทและไม่ยอมรับผิด
“โหย ไอ้สมองเสื่อม หรือไม่ก็ไอ้โรคจิต ถ้ามันเก็บกดมากนัก ก็ไปจับก้นแฟนตัวเองสิ อย่ามาปล่อยอารมณ์แถวนี้”หวานกล่าวอย่างเจ็บแสบ
“เจ็บร้อนแทนกันเหรอ ตลกว่ะ ชายอยากเป็นหญิง หญิงอยากเป็นชาย”ชายคนที่มีเรื่องกับหวานกล่าว
“ใช่ผู้หญิงอยากเป็นผู้ชาย และโดยเฉพาะผู้ชายอยากเป็นผู้หญิงมันตลก แต่ว่าก็ยังตลกน้อยกว่าผู้ชายบางคนที่หัวใจกลายสปีชี่ส์เป็นสัตว์ชั้นต่ำ”หวานด่าไม่หยุดไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องโกรธขนาดนี้
“เมิง เมิง”ชายคนนั้นสะ อึกเถียงไม่ออกหวานเลยสวนต่อทันทีอย่างเจ็บแสบว่า
“ไป ๆ ไปไหนก็ไปไป๊ พูดมากเหม็นน้ำลายน่ะ ถ้าไม่รู้จะทำยังไงก็ถ่มน้ำลายรดหน้าตัวเองนะ จะได้รู้ว่าปากนายเหม็นแค่ไหน อะโด่ พวกเศษสิ่งมีชีวิต”
กล่าวจบไอ้พวกนั้นต่อยหน้าหวานทันที หวานเซไปเจอขวดน้ำเลยตบไปที่หัวมันอย่างจังเพื่อนมันทั้งสามคนไม่มีใครจะเข้ามาช่วย หวานเลยรุมตื๊บจนหมอบ มันคลานหนีพร้อมวิ่งหนีไป หวานยิ้มอย่างสะใจ จากนั้นก็รู้สึกเจ็บเพราะโดนตั๊นหน้าอย่างแรง
กรวิกเห็นอย่างนั้นก็เป็นห่วงพร้อมพยุงกลับหอโดยไม่ได้ทานอะไร ลึกลงไปในใจ กรวิกรู้สึกประทับใจหวานมากที่เธอปกป้องเค้าในความเป็นเค้า
......
กรวิกพาหวานกลับมาที่หอ พร้อมซื้อยาแก้ปวด ยาทาแผลให้ ขณะที่เช็ดแผลนั่น หวานก็โอดครวญด้วยความเจ็บทันที
“โอ๊ย เจ็บนะ”
“เจ็บเป็นด้วยเหรอ กล้าไปมีเรื่องกับพวกนั้นนึกว่าไม่กลัวเจ็บ กลัวตายเสียอีก”กรวิกกล่าวกระแหนะกระแหน ทั้งที่ในใจจริงซึ้งใจหวานที่ปกป้องความเป็นเขาในตอนนี้ ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนนอกจากป้า ดีกับเขาเท่านี้มาก่อน”
“โหยพูดงี้เหรอ พูดงี้ จี๊ดที่ใจแทนแล้วเนี่ย”หวานกล่าว
“จี๊ดที่ใจทำไมอ่ะ”กรวิกเอ่ยถามพร้อมจ้องมองหวานไม่วางตารอคำตอบ
หวานจ้องกรวิกตอบอย่างมีความหมาย ก่อนผละสายตาไปอีกทาง อ้อมแอ้มตอบไปว่า
“ก็...เพื่อนไม่ห่วง”
“ซื้อยามาทาให้ ยังไม่รู้อีกเหรอ แล้วอีกอย่างยาฉันมันก็แสบอย่างงี้แหละ ทนไม่ได้ก็ไม่ต้องทน”กรวิกกล่างอ้อมแอ้มเหมือนกัน
หวานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูก เลยแก้เก้อเอ่ยถามกรวิกว่า
“นี่จะว่าไปนะ ผู้หญิงอย่างฉันน่ะ ยังอยากเป็นผู้ชายที่สุดแสนจะมีโอกาสและข้อดีเต็มไปหมด  ถามจริงเหอะ ทำไมผู้ชายอย่างนายถึงอยากเกิดเป็นผู้หญิงล่ะ”
“เหตุผลของฉัน ก็คงตรงข้ามกับเหตุผลของเธอล่ะมั้ง”กรวิกกล่าวย้อนจริงเขาอยากบอกว่าคงเพราะตั้งแต่เกิด ก็คงมีแต่ผู้หญิงสองคนที่เสียสละเพื่อเขา ทำงานทุกงานที่สังคมเปิดโอกาสเพื่อให้เขาได้มีข้าวกิน มีบ้านอยู่ มีเพื่อนสาวประเภทสาวอย่างเจี๊ยบที่ปกป้องเขาเวลามีคนมาระรานหรือรังแก  เขาเกิดมาก็เจอแต่พวกผู้หญิงและสาวประเภทสองเป็นไปได้มากว่าคนกลุ่มนี้คือไอดอล จริงๆ ความอ่อนโยนของผู้หญิงที่แม้แต่ หวานมองว่ามันคือความอ่อนแอ บางทีมันอาจเป็นความแข็งแกร่งที่แม้แต่ผู้ชายเกือบทุกคนไม่อาจปฏิเสธได้ว่าอยากได้จากผู้หญิงทุกคนที่เขารัก และความอ่อนโยนนี้มันคือความเข้มแข็งของผู้หญิง  และเขาก็อยากให้หวานภูมิใจในความเป็นผู้หญิง

…..
วันนี้หวานชวนกรวิกไปสนามแข่งรถ  เพื่อไปซ้อมแข่งรถ มันเป็นงานอดิเรกเวลาเธอเบื่อๆ ระหว่างที่กำลังเดินทาง กรวิกซึ่งนั่งซ้อนมอเตอร์ไซด์อยู่นั้น รู้สึกกลัวๆขึ้นมา เหงื่อไหลที่ใบหน้าเล็กน้อย จึงใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดที่ใบหน้า ผ้าเช็ดหน้าจึงปลิวไปตามสายลมและมีชายหนุ่มคนหนึ่งเก็บได้ 
“ผ้าเช็ดหน้าฉัน” กรวิกกล่าว
หวานหยุดรถ พร้อมจะหันมอเตอร์ไซด์กลับ จะไปเก็บผ้าเช็ดหน้า เห็นชายคนที่เก็บผ้าเช็ดหน้าได้ ชูมันขึ้นมา พร้อมขี่นำหน้าเธอไปเหมือนต้องการท้าให้ตามไปทวงผ้าเช็ดหน้าคืนที่เขา
กลายเป็นว่าหวานขี่มอเตอร์ไซด์แข่งกับชายคนนั้น หวานกำลังจะขี่นำได้ ชายคนนั้นก็แซงซ้าย ขี่นำไป หวานเร่งความเร็วนำได้อีกครั้งกำลังจะแย่งผ้าเช็ดหน้าชายคนนั้นก็แซงทางขวาหลบอีก คราวนี้หวานเร่งสปีดความเร็วเต็มที่จอดขวางหน้าเขาด้วยระห่างพอสมควร ชายคนนั้นเหมือนจงใจให้หวานแซง พร้อมหยุดรถห่างจากมอเตอร์ไซด์ของหวานนิดเดียว 
“ขอผ้าเช็ดหน้าด้วย”หวานกล่าว
“ให้เดา ผ้าเช็ดหน้านี้ไม่ใช่ของคุณ”ชายคนนั้นกล่าวยิ้มๆกับหวาน
“ของเพื่อนฉันเอง ฉันมาทวงแทนเค้า จะคืนได้หรือยังล่ะ”หวานกล่าวเรียบแต่สีหน้าเคร่งขรึม
“ของคุณครับ”เขายื่นให้กรวิก     ”ผ้าเช็ดหน้านี้มันคงสำคัญกับเพื่อนคุณมากเลยนะ เขาถึงมาทวงกับผมถึงนี่”    ชายคนนั้นพูดกับกรวิกแท้จริงจะยั่วหวาน พร้อมยิ้มให้ ชายคนนั้นพูดเหมือนรู้ว่าหวานจะชอบกรวิกอยู่ แล้วเดินจากไป
.......
วันหนึ่งหลักเลิกเรียน หวานชวนกรวิกไปซ้อมมวยที่ค่ายในมหาวิทยาลัย
เวลาซ้อม หวานจะชอบหลอกกรวิกว่าจะต่อยทางซ้าย แต่เธอจะต่อยทางขวา เวลาเธอจะต่อยทางขวาก็จะหลอกกรวิกว่าต่อยทายซ้าย
“ระวังซ้าย !!  ระวังขวา!! ”หวานหลอกกรวิก พร้อมสุขใจที่ได้แกล้งกรวิก
“หวาน เธอบอกให้ฉันระวังซ้าย ก็ต่อยทางซ้ายสิ ไม่ใช่ต่อยทางขวา อย่างนี้หน้าฉันก็บวมเพราะหมัดเธอแย่สิ”กรวิกโอดครวญพร้อมมองอย่างงอนๆ
“แหมก็รู้ว่าฉันจะต่อยทางซ้าย เธอก็ป้องทางซ้ายสิจะได้ไม่เจ็บตัว ไปๆ ลุยกันต่อ”หวานทำท่าจะตั้งท่าต่อยหมัดต่อไป
“ไม่เอาอะ ขอพักก่อนได้ไหม เหนื่อย เจ็บด้วย”กรวิกกล่าวพร้อมมองหวานอย่างค้อนๆ แต่หาผ้าเช็ดหน้าไปด้วย
“หาอะไร”หวานเห็นกรวิกทำท่าหาอะไรสักอย่าง
“หาผ้าเช็ดหน้าสิยะ”กรวิกทำท่าหา แต่ก็มีมือใครคนหนึ่งยื่นส่งผ้าเช็ดหน้ามา เขาคือชายหนุ่มวันนั้นซึ่งแข่งรถเพื่อแย่งผ้าเช็ดหน้ากับหวานวันนั้นนั่นเอง ชื่อของเขา คือชัชนั่นเอง
“ใช้ของผมก็ได้”ชัชกล่าวพร้อมยิ้มให้
หวานเห็นปัดมือของชัชออกอย่างสุภาพ แต่ชัชเองก็รู้ว่าหวานไม่พอใจ แต่เขายังยิ้มเหมือนตั้งใจยั่วเธอ
“ขอบคุณ แต่ไม่จำเป็น”หวานกล่าว
“ทำไมละ ผมอยากให้นี่นา”ชัชกล่าวยิ้มๆ เหมือนยั่วหวาน
“อยากให้อย่างนั้นหรือ”หวานทวนพร้อมนึกอะไรออกอย่างหนึ่ง
“ใช่ ...ผมอยากให้”พร้อมมองหวานอย่างมีความหมาย กรวิกได้แต่เก็บความไม่พอใจที่มีชายหนุ่มมาสนใจหวาน
“ได้ถ้านายชนะฉัน ผ้าเช็ดหน้านั้นฉันจะยอมให้เพื่อนฉันรับมัน แต้ถ้าไม่นายอย่ามายุ่งกับพวกเรา”หวานเอ่ยเอาจริง
“ได้ แต่ถ้าผมชนะ คุณต้องเป็นแฟนผม โอเคไหม”ชัชบอกเงื่อนไขของตน พร้อมมั่นใจในฝีมือ
ต่างคนต่างมั่นใจในฝีมือตนเองเต็มที่
หวานแกล้งหลอกชัชเหมือนหลอกกรวิกว่าจะต่อยทางซ้าย และเธอต่อยทางขวา แต่ดูเหมือนว่าชัชจะรู้ทันรับหมัดเธอได้
“ระวังซ้าย”หวานกล่าว
“อยากต่อยทางขวา บอกกันตรงๆก็ได้นี่ครับ”ชัชกล่าวยิ้มๆ
ชัชรับหมัดทุกหมัดของหวาน พร้อมเอามือหวานไพ่หลังไว้ทั้งสองข้าง ขาเขายันขาที่หวานถนัดเพื่อไม่ให้เธอหันมาเตะหัวเข่าได้
หวานแพ้เขาแล้ว แต่ดูท่าเธอจะไม่รับผลสักเท่าไหร่
“ท่าทางแผนหลอกคู่ต่อสู้ของคุณ คงใช้ได้กับใครบางคนแถวนี้นะ”ชัชหมายถึงกรวิกที่ตอนนี้เหมือนโดนกุมหัวใจอย่างอยู่หมัด แล้วเขาก็ยิ้มอย่างรู้ทัน
“เป็นไงบ้างหวาน”กรวิกเดินเข้ามาหาหวานที่มองชัชอย่างไม่พอใจ
"ยังโอเค"หวานหันมาส่ายหน้ายิ้มๆกับกรวิก รู้สึกขอบคุณที่เขาห่วงใย
“ผ้าเช็ดหน้า....ของคุณ”ชัชกล่าวพร้อมยื่นผ้าเช็ดหน้าให้กรวิก 
กรวิกรับผ้าเช็ดหน้าด้วยสีหน้านิ่งเฉย
“ขอบคุณ”กรวิกเอ่ยเรียบๆไม่ยอมมองหน้า
“เพิ่งรู้ว่าจะมอบผ้าเช็ดหน้าให้ใครสักคนมันยากเย็นขนาดนี้"
"รู้ว่ายากแล้วพยายามจะให้ทำไม"กรวิกกล่าวเรียบๆ แต่สายตามองชัชอย่างไม่พอใจ แอบหึงหวานโดยไม่รู้ตัว
"เพราะยิ่งพยายาม แล้วท้ายที่สุดเขายอมรับน่ะมันคุ้มค่านะสิ ไปละ อย่าลืมสัญญานะครับ คุณหวาน”ชัชกล่าวยิ้ม แกล้งยั่วทั้งคู่พร้อมเดินจากไป
....
หลังจากวันนั้น ช่วงเย็นหวานมักไม่ได้ไปกินข้าวกับกรวิก เพราะต้องทำตามสัญญาของชัชเป็นแฟนเขา แม้หวานเองจะไม่เต็มใจ แต่ต้องทำตามคำสัตย์ของตน
กรวิกไม่พอใจมากไม่รู้จะไประบายกับใคร จึงไปหากระเจี๊ยบที่หอ
“ไปไงมาไงยะ  นังวิ๊กกี้ถึงกระเต็งสังขารมาหาฉันถึงหอได้”กระเจี๊ยบทักทายอย่างอารมณ์ดี ในชีวิตนี้เหมือนไม่มีเรื่องทุกข์ใจอะไรเลยสำหรับกระเจี๊ยบ
“เฮ้อ..”กรวิกถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย โลกที่ไม่มีหวานช่างไร้สีสัน
“ถอนหายใจทำไม เป็นอะไรนังวิ๊กกี้”กระเจี๊ยบเอ่ยถามอย่างห่วงใย
“นี่นังเจี๊ยบ อย่ามาเรียกฉันว่า วิ๊กกี้ได้ไหม ฉันไม่ชอบ”กรวิกเอ่ยอย่างอารมณ์เสีย
“ทำไมละยะฉันก็เรียกหล่อนอย่างนี้ ตั้งแต่ หล่อนตีนเท่าฝาหอย”กระเจี๊ยบเอ่ยถามอย่างสงสัย ปนไม่เข้าใจในอาการผิดปกติของเพื่อน
“ก็ไม่ชอบอย่าเรียกได้ไหมยะ”วิ๊กกี้กล่าวพร้อมสะบัดหน้าไปอีกทาง
 “ทำไมละยะ กระเทย ก็มีชื่อเรียก เวอร์ๆ แต่ดูเก๋กันทุกคนแล้วทำไมหล่อนไม่ให้ฉันเรียกว่าวิ๊กกี้”กระเจี๊ยบเอ่ยถามเหตุผล
“กระเทยๆ ๆ ฉันเกลียดคำนี้จริงๆ”วิ๊กกี้เอ่ยพร้อมใช้มือกุมขมับ
“อาการเกลียดความเป็นตัวเองถึงขั้นรุนแรงอย่างนี้ สาเหตุมีแค่อย่างเดียว แกอกหักมาใช่ไหม”กระเจี๊ยบจี้ใจดำวิ๊กกี้ พร้อมจับผิดเพื่อนตน
“นี่นังเจี๊ยบ   ..ถ้ากระเทย คือผู้ชายที่อยากเป็นผู้หญิง ฉันยอมรับว่าฉันเป็นกระเทย"
"แล้วไงยะ"กระเจี๊ยบยังคงไม่เข้าใจ แต่ก็ยังตั้งใจฟัง
" แต่ถ้ากระเทย คือคนที่รสนิยมทางเพศชอบผู้ชายด้วยกัน ฉันบอกตามตรง ว่าฉันชอบ เอ่อ.. ชอบผู้หญิง”กรวิกเอ่ยความในใจตนเองที่ล้นอก และไม่รู้จะระบายกับใครให้เพื่อนของตนฟัง
“เดี๋ยวๆนังวิ๊กกี้ มดลูกเทียมในตัวหล่อนมันไม่ทำงานหรือยังไง ทำไมถึงอยากกลับอกกลับใจเป็นผู้ชายขึ้นมาละยะ ชะนีตัวไหนมันปล่อยเอนไซม์สลายความซาบซ่าในตัวหล่อนไปหมด บอกมานะ”กระเจี๊ยบตาตั้ง กล่าวละล่ำละลักอย่างตกใจที่หัวใจเพื่อนหล่อนมารู้ตัวว่าเป็นชาย
แต่ยังไม่ทันที่จะพูดอะไรมาก ทั้งคู่ก็เห็นหวานกับชัชขี่รถผ่านหน้าหอไป วิ๊กกี๊มองอย่างหงุดหงิด
“อ้าวนั่นมันยัยหวานนี่ กลับใจมาชอบผู้ชายตั้งแต่เมื่อไหร่ หวังว่าผู้หญิงที่หล่อนชอบคงไม่ใช่นังหวานนะยะ"
"ทำไมอ่ะ"กรวิกเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ แม้ความจริงแล้วมันคือหวานนั่นเองที่ทำให้เขาสับสนในหัวใจ
"อ้าว เพราะในความคิดฉันถ้ายัยหวานคิดจะกลับใจกระเทยอย่างฉันได้ คงต้องรอไปหนึ่งอสงไขยกับอีกตอนบ่ายๆนั่นแหละ”กระเจี๊ยบพูดไปงั้นโดยไม่ทันสังเกตเพื่อนของตนซึ่งมองค้อนอย่างหงุดหงิดพร้อมเดินจากไป และพยายามหาทางให้หวานคืนกลับมา
.....				
27 ตุลาคม 2555 15:53 น.

กิ๊กรัก สลับหัวใจ (ตอนที่ 1)

เก่งกาจ

สวัสดีค่ะ ดิฉัน เอ๊ย ผมเอ่อ ผมคงต้องขอเรียกแทนตัวเองว่าฉันเหมือนคุณสาวๆไปก่อน เพราะเรื่องที่จะเล่าก่อนที่ฉันจะพบกับใครคนหนึ่ง นั้น เป็นเรื่องของสาวประเภทสาวคนหนึ่ง หรือผู้ชายคนหนึ่งที่คิดอยากจะเป็นผู้หญิง เหตุผลที่ฉันอยากเป็นผู้หญิงคงเพราะทุกคนที่อยู่รอบตัวฉัน ถ้าไม่ใช่กระเทย ก็เป็นผู้หญิง และเป็นผู้หญิงที่เสียสละมาก คนแรก คือแม่ของฉันท่านตายทันทีหลังที่คลอดฉันที่โรงพยาบาล ส่วนพ่อนั้นไม่ต้องพูดถึงฉันไม่เคยเห็นหน้าเขาสักครั้ง  และการที่ไม่เคยเห็นหน้า และไม่ได้รับการเลี้ยงดูจากผู้เป็นพ่อ จึงทำให้ฉันโน้มเอียงที่จะเหมือนผู้หญิงได้ไม่ยาก เพราะทันทีที่แม่ตาย แม่ได้มอบบ้านหลังหนึ่งให้กับป้า ป้าของฉัน ป้าของฉันก็เลี้ยงดูฉันมาอย่างดี ในความรู้สึกฉัน ป้าเหมือนแม่คนหนึ่ง ที่ฉันทั้งรัก และเคารพมาก ป้าต้องตื่น แต่ตีสามลุกขึ้นมาทำขนมจีนแกงมัสมั่น แต่เช้า แถมตั้งแต่หลังหกโมงเก็บร้านไป ต้องมานั่งปักกอสติปรับจ้างส่งให้แม่บ้าน ถึงแม้ฉันจะเรียกว่าป้า แต่ในใจฉันเรียกป้าว่าแม่ และเคารพป้าเหมือนแม่คนหนึ่ง วันนี้ฉันจะไปช่วยป้าขนมจีนที่ปากซอยหน้าบ้านฉัน
ก็มีชายสองคนเดินเข้ามาด้วยท่าทีไม่เป็นมิตร
แกงขนมจีนนี่ใส่อะไรมั่งจ๊ะมันทำท่าเจ้าชู้กรุ้มกริ่มกับฉัน  ก็จะไม่ให้มันเจ้าชู้ใส่ฉันได้อย่างไร ก็ฉันในตอนนั้นพูดได้ว่าเหมือนผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ฉันรู้ว่าเจ้าลูกค้าปากเสียสองคนรู้ดีว่าฉันคือสาวประเภทสอง
ก็ใส่เหมือนแกงทั่วไป ทำไมหรือคะฉันพยายามจะสุภาพเพื่อไม่ให้มีเรื่อง โดยการแก้ปัญหาโดยอาศัยความอ่อนหวานของผู้หญิงแก้ปัญหา ที่ฉันเลือกแก้ปัญหาอย่างนั้นทุกวันคงเพราะฉันโตมาท่ามกลางการเลี้ยงดูของผู้หญิง 
อ้าว ก็นึกว่าใส่กะเทย เอ๊ยกระเทียม พี่คงไม่ซื้อเพราะพี่แพ้ กระ..เทียมน่ะจ๊ะชายคนหนึ่งปากพูดรังเกียจฉันแต่เอามือมารุ่มร่ามตามตัวฉัน ถึงฉันอยากจะเป็นผู้หญิงแค่ไหน แต่ก็เกลียดท่าทีของไอ้บ้าสองคนนี้อย่างมาก มันไม่ให้เกียรติและดูถูก อยากจะตบหน้าสักสองฉาดให้หายแค้น
แดก เอ๊ย กินไม่ได้ก็ไม่ต้องกระเดือกสิค่ะ คุณพี่ เดี๋ยวเผลอกินเข้าไป เจอกระเทย เอ๊ยกระเทียม เดี๋ยวจะแสลงนะจ๊ะนังเจี๊ยบเพื่อนสาวประเภทสองของฉันเดินเข้ามาถือสากอย่างเอาเรื่องแม่นังเจี๊ยบ เป็นเจ้าของผลับที่เปิดโชว์ของนักแสดงสาวประเภทสอง แต่เวลาว่างๆ นังเจี๊ยบจะมาช่วยงานที่ร้านฉันเสมอ
เกี่ยวอะไรกับมึง อีตุ๊ด กรูไม่ได้พูดกับมึงชายคนหนึ่งเดินห่างจากไปตัวฉันพร้อมจะไปหาเรื่องนังเจี๊ยบทันที
เรื่องของหมา คนอย่างหนูก็ไม่ค่อยอยากเกี่ยวหรอกค่ะ ถ้ามันไม่มาเห่าร้านเพื่อนหนู แพ้กระเทียมขนาดนี้ ชาติที่แล้วเป็นแวมไพร์หรือไงจ๊ะ โถน่าสงสารชาติที่แล้วคงทำบุญมาน้อยเลยได้เกิดเป็นสัมภเวสี ชาตินี้เลยต้องเกิดมาเป็นหมาเที่ยวเห่าขอส่วนบุญนังเจี๊ยบด่าเป็นชุด ได้ผลไอ้สองตัวนั่นโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
มึงสิเป็นหมา แถมปากหมาต่างหาก มาเลย วันนี้กรูขอกระทืบตุ๊ดสักทีเถอะวะชายคนหนึ่งพูดพร้อมจะเข้ามาต่อยนังเจี๊ยบ
ก็ลองดูสิ จะได้รู้ว่าตีนเมิง กับสากกะเบือกรูใครจะแข็งกว่ากันนังจุงพูดพร้อม โยนสากกะเบือใส่หัวมันเข้าเต็ม ดังโป้กหัวมันแตกเลือดไหลเป็นทางไม่หยุด เฮ้ออยากสมเพช เอ๊ยสงสาร แต่ว่าตอนนี้สะใจมากกว่าได้ผลไอ้พวกนั้นหนีออกไปโดยทำหน้าฝากรอยแค้นเอาไว้
ฉันขอแนะนำตัวเลยละกัน ผมชื่อกรวิก ชื่อเล่นชื่อว่าวิก แต่ว่าใครๆโดยเฉพาะสาวประเภทสองเรียกผมว่าวิกกี้
นี่ นังวิ๊กกี้ บอกป้าแกเหอะ ให้ไปขายขนมนี้ในผลับแม่ฉันก็ได้ จะได้ไม่ต้องมาทนขายให้พวกหมาในร่างคน มาเห่า มาหอนขอส่วนบุญอย่างนี้ นังเจี๊ยบเสนอทางแก้ไข แต่ฉันไม่อาจตัดสินใจได้ต้องถามป้า และดูเหมือนป้าไม่อยากไปเพราะว่าเวลาที่ผลับของแม่นังเจี๊ยบเปิดมันตอนกลางคืน ซึ่งตอนกลางคืนป้าต้องกลับไปปักกอสติปต่อเพื่อหารายได้มาเลี้ยงดูฉัน เฮ้อนึกแล้วฉันอยากช่วยป้าให้มากกว่านี้
ไปได้ไงล่ะ ขนมจีนต้องขายตอนเช้านะจ๊ะส่วนผลับแม่แกเปิดตอนกลางคืนฉันบอกตามความจริง
ฝากขายก็ได้นี่ยะ เอ๋หรือว่า ที่หล่อนไม่ไป เพราะติดใจ อยากให้หมาพวกนั้นมาเลียก้นกระเจี๊ยบแซว ฉันตบหัวมันไปหนึ่งทีอย่างหมั่นไส้ ปากมันนี่น่าจับเอาขี้ยัดปากจริงๆ
.........
สวัสดีค่ะ ฉันชื่อหวาน แต่ว่าไม่ได้หวานสมชื่อหรอกนะคะ ฉันกำพร้าแม่ ฉันเป็นลูกคนที่สอง แม่ตายทันทีเพราะตกเลือด หลังจากที่คลอดฉัน ฉันมีพี่น้องฝาแฝด พี่ของฉันเป็นพี่ชาย เพราะฉะนั้นฉันจึงเกิดมาท่ามกลางครอบครัวที่มีแต่ผู้ชาย  ในบ้านจึงไม่มีใครสอนความเป็นกุลสัตรีให้ฉัน  ฉันโตมาในสภาพครอบครัวที่พี่ชาย ฉันเรียนโรงเรียนนายร้อยและจบตามรอยพ่อของฉันทุกอย่าง พี่ชายฉันคือความภูมิใจของพ่อไม่ว่าเขาจะทำอะไร พ่อจะให้การสนับสนุน และยกย่องเขาทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าคนอื่นหรือ อยู่กับลูกสาวอย่างฉัน ความภูมิใจในความเป็นลูกผู้ชายที่พ่อฉันสั่งสมในตนเอง และพยายามจะสั่งสมให้พี่ชายฉัน จึงทำให้ฉันอยากทำอะไรที่เหมือนผู้ชาย และอยากพิสูจน์ตัวเอง แต่ลึกๆแล้ว ฉันก็ไม่ปฏิเสธหรอกนะคะ  ว่าฉันรู้สึกอะไรๆ เหมือนผู้หญิงคนหนึ่ง แต่การกระทำของฉันเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น คือสาวห้าว แกร่ง ไม่ยอมคน เหมือนผู้ชายคนหนึ่ง
วันนี้ ฉันกำลังจะไปที่มหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่ง ฉันเลือกจะเรียนคณะนิติศาสตร์ เพราะตอนจบจะได้ไปสอบโรงเรียนตำรวจ เป็นอาชีพที่ฉันอยากทำ แต่พ่อฉันอยากให้ฉันเรียกอักษรศาสตร์จบมาจะได้เป็นครู ความเป็นครูของพ่อคงคิดว่ามีแต่ผู้หญิงซึ่งเป็นเพศที่อ่อนโยนที่ทำได้ แต่ในความคิดฉันกลับคิดว่า ความอ่อนโยนนั้นช่างนำพาซึ่งความอ่อนแอสิ้นดี ฉันจึงแอบเรียนคณะนี้โดยไม่ได้บอกความจริงพ่อ ประกอบกับพ่อเองก็ไม่สนใจในตัวฉันเท่าไหร่ ความลับที่ฉันเรียนคณะนิติศาสตร์พ่อจึงไม่รู้
.......
มาฟังเรื่องของวิกกันบ้างนะครับ ผมขอใช้คำลงท้ายว่าครับ เพราะผมกำลังเจอหญิงสาวที่เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิต
วันนี้เป็นวันที่ผมกำลังไปงานปฐมนิเทศของมหาวิทยาลัย คณะที่ผมเลือกเรียน เป็นคณะที่ป้าผมบังคับ ผมขอใช้คำว่าบังคับ เพราะป้าไม่อยากให้ผมเรียนคณะนิเทศศาสตร์อย่างที่ผมตั้งใจ เพราะป้าอยากให้ผมทำงานอะไรที่ดูมั่นคงกว่านี้ ป้าคือคนเดียวที่สำคัญในชีวิตผม ผมจึงตามใจท่านได้ไม่ยาก
นี่ นังวิกกี้ เตรียมรูปไปทำบัตรนักศึกษาหรือยังนังเจี๊ยบถามผมด้วยความเป็นห่วง ปนอยากรู้อยากเห็น
เตรียมแล้วย่ะ นี่ไงผมเอาให้มันดู
ต๊าย เก๊กชง ซะทั้งถึก ทั้งแมนเลยน่ะย่ะ อย่างนี้ต้องขยายนังวิ๊กกี้แย่งใบลงทะเบียนนักศึกษาจะไปถ่ายรูปผมลงเฟสบุ๊คมันเพื่อให้เพื่อนๆสาวประเภทสาวแซวผม เพราะไม่มีใครเคยเห็นผมแบบแมนๆมาก่อน ส่วนมากที่เห็นจะหวานๆ เหมือนพวกผู้หญิงมากๆ แต่ส่วนสูงผมก็ปิดบังไม่ได้ว่าเป็นผู้ชาย เพราะผมสูงร้อยแปดสิบเซนติเมตร
ในระหว่างที่กำลังแย่งนั้น ผมไม่เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเดินตามพวกผมกับนังเจี๊ยบมาติด เธอเดินมาเหมือนรีบร้อนเพราะกลัวไม่ทันเวลา ผมหันไปชนเต็มแรงแล้วล้มลงไปคร่อมเธอ ปากผมโดนแก้มเธอพอดี
ต๊าย ตาเถร ฟ้าผ่าดังจุ๊บนังเจี๊ยบอุทานออกมาอย่างน่าตบ ขอบอกว่าน่าตบถ้าความรู้สึกตอนนั้นผมเป็นผู้หญิง แต่ใจตอนนั้นที่ปากจุ๊บแก้มเธอ มันหวั่นไหวแปลก ก็แหมเกิดมาไม่เคยปากจุ๊บแก้มสาวที่ไหนอย่างนี้ครับ
ผมรีบลุก พร้อมตบไปที่ไหล่นังเจี๊ยบตัวก่อเรื่องทันที
เพราะแกคนเดียว นังเจี๊ยบ ได้เรื่องเลยไหมแก
ฮึ๊ย ได้เรื่องอะไรล่ะยะ  กะเทยหัวใจเลี่ยมซีเมนต์อย่างเราไม่มีทางเปลี่ยนใจง่าย ๆ แค่จุ๊บเดียวกับชะนีที่ไม่เหมือนชะนีหรอกย่ะนังเจี๊ยบกล่าวอย่างไม่ยี่หระ
เงียบไปก่อนเลยนังเจี๊ยบ ฉันจะถามเขาก่อนว่าโอเคไหม เธอ..เอ่อโอเคนะกรวิกถามหญิงสาวอย่างห่วงใย 
เธอห่วงอย่างนี้ คงไม่กล้าไม่โอเคหรอก แต่เสียงเธอไม่หวานเหมือนหน้าเลยนะ โทษนะไม่ใช่ผู้หญิงใช่ไหมเธอหันมาถามอย่างยิ้มๆ แต่ก็ดูเป็นมิตร
ใช่ย่ะ หล่อนเดาได้ถูกแล้ว เพื่อนฉันขอเพียงมันหุบปาก แม้แต่พระยูไลก็ไม่อาจหยั่งรู้ได้ว่ามันเป็นอะไรนังเจี๊ยบปากดียังกล่าวจ้อยๆพร้อมขำขันอยู่คนเดียว อยากเอาขี้อุดปากมันจริงๆ
หูย งั้นฉันก็รู้ความลับในใจเพื่อนเธอล่ะสิเธอกล่าวพร้อมใช้มือจี้อกผม ผมสะดุ้งอย่างตกใจ เธอยิ้มขันพร้อมพูดว่าไม่ต้องกลัวนะ ความลับของนายฉันจะรักษาให้  ไปก่อนนะ สายมากแล้วเธอกล่าวพร้อมยิ้มแล้ววิ่งจากไป ก่อนจากไปจริง เธอหันมาถามชื่อผม
นี่คนสวย ชื่ออะไรเหรอ
นังเจี๊ยบเห็นผมนิ่งอย่างนั้นจึงแย่งตอบแทน
แหมถ้าคนที่สวยจริงๆ น่ะ คือฉัน กระเจี๊ยบ แต่ถ้าคนที่หล่อนคิดว่าสวยน่ะ ชื่อนังวิ๊กกี้
ยินดีที่ได้รู้จักนะ กระเจี๊ยบ โดยเฉพาะ วิ๊กกี้ ฉันหวานนะ ไปละคราวนี้เธอไปจริงๆครับผมแอบมองตามเธอจนลับตาโดยไม่รู้ตัวจนนังเจี๊ยบชวนให้เข้าคณะ
.......
หลังจากที่ปฐมนิเทศเสร็จ กรวิกก็แยกย้ายกับกระเจี๊ยบเพื่อไปหาหอที่อยู่ใกล้ๆมหาวิทยาลัย กระเจี๊ยบเลือกที่จะอยู่หอในมหาวิทยาลัยโดยให้เหตุผลที่มาจากใจจริงไม่ปิดบังเพื่อนสนิทอย่างกรวิกว่า ที่ต้องการอยู่หอในเพราะต้องการสูบผู้ชายนั่นเอง
กรวิกเดินไปหาหอที่ติดกับรั้วมหาวิทยาลัย เพราะไม่ต้องการอยู่รวมกับผู้ชายในหอในวิทยาลัย โดยไม่ได้สนใจใคร จนรู้สึกเหมือนมีใครมาสะกิดข้างหลังนั่นเอง
วิ๊กกี้ใช่ไหม  เฮ้ยเราหวาน จำได้ใช่ป่ะหวานทักทาย กรวิก
กรวิกอยากบอกเธอว่าจำลึกยิ่งกว่าความทรงจำของตนเองอีก หัวใจเต้นแรงทันทีเมื่อนึกถึงเหตุการณ์อุบัติเหตุจุมพิตโดยไม่ตั้งใจ
จำได้สิกรวิกตอบแค่นั้นไม่กล้ามองตา ไม่เข้าใจว่าเธอมีอาการอย่างนี้กับผู้หญิงธรรมดา จนถึงห้าวอย่างนี้ได้อย่างไร
ยังไม่กลับบ้านหรือ รอคนสำคัญอยู่อะดี๊หวานเอ่ยถามพร้อมแซว
เปล่า หาหอเช่าน่ะ"กรวิกตอบ ไม่กล้าสบตาตรงๆ
"อ่อ"หวานพยักหน้ารับ
" ทำไมหวานถึงคิดว่าเรารอคนสำคัญล่ะกรวิกปฏิเสธพร้อมเอ่ยถามเธอทันที
ก็เวลาใครๆ เขารอคนสำคัญน่ะนะ หน้าเหมือนวิ๊กกี๊ตอนนี้เลยอ่ะดิหวานแซว  กรวิกหลบตา ทำเป็นมองไปทางอื่น ในใจหวั่นไหว หวานเห็นอย่างนั้นก็แซวต่อ
พูดเล่น อายจริงหรือเนี่ย จะหาหอใช่ป่ะ เราก็มาหาหออยู่พอดี เอางี๊ ไปเดินดูด้วยกันหวานไม่รอกรวิกตอบ จูงมือไปเดินหาหอ เดินมาตั้งนาน ก็ไปหยุดที่หอหนึ่งใกล้มหาวิทยาลัยและถูกที่สุด
หากทว่าหอนั้นเหลือแค่ห้องเดียว
เหลือห้องเดียวเหรอค่ะลุงกรวิกถามเจ้าของหอ
ครับคุณ แต่ว่าถ้ารอผ่านไปหนึ่งเทอมนักศึกษาป.โทจะจบพอดี ห้องจะว่างหนึ่งห้อง ก็ไอ้ห้องตรงข้ามที่คุณจะเช่าแหละครับ
"ตั้งเทอมเลยเหรอค่ะลุง กว่าห้องจะว่าง"กรวิกเอ่ยถาม ไม่รู้จะแก้ปัญหายังไง
"ครับ คุณสองคนก็ดูสนิทกันดี ไม่อยู่ด้วยกันก่อนล่ะครับ"ลุงเจ้าของหอเสนอเพราะอยากให้เช่าห้อง ในความคิดกรวิกคิดว่าลุงคนนี้ช่างมีจรรยาบรรณจริงๆ
อือ ใช่งั้นเราลองมาอยู่ด้วยกันไหมหวานเอ่ยชวน
ฮะ เอาจริงหรือยะ ฉันกลัวฟ้าผ่ารอบสองนะยะวิ๊กกี้กล่าว หวานขำอย่างตลกไม่ได้นึกโกรธเป็นครั้งแรกที่เค้าพูดจากับเธอย่างนี้ดูสนิทกันมากขึ้น
ผ่าได้ไงล่ะ แค่อยู่ในหอด้วยกัน ไม่ได้เข้าหอ ทำตกใจไปได้หวานกล่าวยิ้ม
น่านแหละ ที่ฉันสมควรจะตกใจ ที่ฉันไม่อยากเช่าหอในอยู่เพราะไม่อยากรวมกับผู้ชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้หญิงที่เหมือนผู้ชายวิ๊กกี๊กล่าวจากความรู้สึก
โหยไปกลัวผู้ชายเถอะ  กลัวฉันทำไม ฉันน่ะไม่กินกะเทยหรอกหวานกล่าวยิ้มพร้อมส่งตาแป๋วใสซื่อให้อย่างเป็นมิตร กรวิกนิ่งไปเหมือนยอมโดยสดุดีว่าจะอยู่หอกับเพื่อนใหม่คนนี้
.....				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเก่งกาจ
Lovings  เก่งกาจ เลิฟ 1 คน
Lovers  0 คน เลิฟเก่งกาจ
Lovings  เก่งกาจ เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเก่งกาจ
Lovings  เก่งกาจ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงเก่งกาจ
>