28 มิถุนายน 2559 15:29 น.

แท็กซี่หัวใจสาย เอเทรียม ตอนที่ 5

เก่งกาจ


วันต่อมา ป่วนเดินมาที่โต๊ะกินข้าวที่บ้าน

มีทอดมันกุ้งที่เธอชอบ

“กินซะ ตัวป่วนของพ่อ แล้วเจอกันนะลูก”

ป่วนน้ำตาซึม

“พ่อ”ป่วน

ป่วนเดินตามหาพ่อจนไปหยุดที่ห้องทำงานพ่อ

เธอเห็นรูปพ่อแม่ และตัวเอง งานวันเกิด พร้อมตั๋วเดินทาง

และไปหยุดที่ ใบลาออกของพ่อ

“พ่อ”

เธอวิ่งไปนอกบ้าน

เจอแท็กซี่ คนที่ล่ำๆที่ใส่ชุดคิตตี้

“ไปที่มหาลัยค่ะ”

“หนูเป็นไรกับเจ้าของบ้าน”แท็กซี่ถามด้วยความอยากรู้

“ถามทำไม”ป่วนสงสัย

“ไม่มีไร พ่อหนูฉันรู้จัก ไปส่งเขาบ่อยๆ”แท็กซี่แกล้งตอบ

“ใช่ค่ะ”ป่วนตอบอย่างไม่ติดใจ

“จะไปหาพ่อใช่ไหม ฉันจะพาไปเอง”แท็กซี่พูดเป็นนัย

 

ทางด้านศรก็เดินมาที่ร้านไบรท์

“น้องที่หนึ่ง”ศร

“อ้าวเจ๊ มาอีกแล้ว”เด็กเสิร์ฟกล่าวอย่างเซ็งๆ

“พี่ไบรท์มายัง”ศร

“โอ๋ย จะไปรู้เหรอ ไปไหนแล้วมั้ง”เด็กเสิร์ฟแกล้งศร

“ฉันไม่เชื่อ จะเฝ้าอยู่นี่แหละ”ศรเสียงแข็ง

“ตามใจ ใครไปห้าม”เด็กเสิร์ฟว่าแล้วเดินไป

มีสาวๆสองสามคนถามถึงไบรท์

“น้องๆ เจ้าของร้านหล่อๆคนนั้นไปไหนแล้วอะ”สาวคนนั้นถามเด็กเสิร์ฟ

“โหย คนไหนละเจ๊ หล่อทุกคนแหละใครจะไปรู้”เด็กเสิร์ฟ

“หือปากดี เรียกซะแก่เลยนะ ฉันหน้าอ่อนกว่าแม่แกอีกนะ”สาว

“โหเจ๊ แม่ผมเลี้ยงลิงอยู่ลพบุรีดีๆนะเนี่ย เอามาเอี่ยวทำไม”เด็กเสิร์ฟตอบกวนๆ

“โอ๊ย จะนอกเรื่องอีกนานไหม เขาอยู่ไหนยะ”สาวถามต่ออย่างอยากรู้ทันที

“ก็อยู่แถวๆนี่แหละ ไม่กล้าไปไหนไกล ก็หัวใจมันอยู่ตรงนี้”เด็กเสิร์ฟพูดนัยๆ แต่มองหน้าศร

“จริงหรือ นี่เขาก็ปิ๊งฉันเหมือนกันเหรอ”สาว

“ใช่ซะที่ไหน  ตกลงจะมากินกุ้งหรือมาหาผัวนี่”เด็กเสิร์ฟกวน

“ไอ้ๆ ไอ้นี่ ไปเลย ไปเอากุ้งมาให้ฉัน ปากอย่างนี้แหละ จนไปจนตาย”สาวๆ

ทางด้านศรเมื่อได้ยินดังนั้นก็รีบถามเด็กเสิร์ฟ เธอมีเรื่องสำคัญจะพูดกับไบรท์ให้ได้

“ไปในมอเหรอ”

“อะไรเจ๊”เด็กเสิร์ฟ

“ไปตรงไหน”ศรรุกถาม

“ไม่รู้”เด็กเสิร์ฟยังปากแข็ง

“แก ฮือ ๆ ไอ้หน้าหัก แกจะแกล้งฉันไปถึงไหน บอกมา เขาอยู่ไหน”ศร

เด็กเสิร์ฟเห็นเศร้าเลย

“ไปยิม ไปส่งของ”

 

เมื่อป่วนมาถึงมหาลัย

“นี่พี่ค่ารถ”ป่วน

“ไม่ต้องหรอก สำหรับน้อง ฟรี”แท็กซี่

“เฮ้ย จะบ้าหรือพี่ ทำงานไม่เอาตังค์”ป่วน

“ไม่ต้องหรอก พี่ได้จากพ่อน้องมาเยอะละ เยอะมาก”แท็กซี่พูดเป็นนัยๆ

“อือๆ”ป่วน

สักพักอาจารย์ก็เดินลงมา

“พ่อ”ป่วนเรียก

“ป่วน”

อาจารย์เดินเข้ามา เด็กหญิงรีบวิ่งไป

วินาทีนั้นมีเสียงระเบิดดัง

หลังคาทางเท้าพังลงมาคร่อมทับตัวอาจารย์ไม่รู้เป็นหรือตาย

“พ่อ”

 

ระเบิดดังไปทั่วมหาลัย

ที่ยิมก็ระเบิด

หลายลูกต่อหน้าไบรท์

ระเบิดค่อยๆ ระเบิดหน้าไบรท์ทีละลูก ใกล้มาทุกที

ไบรท์เอาหม้อมากุมทำหน้ากลัวตลกๆ

“ซวยแล้วกรู”

 

ศรได้ยินเสียงระเบิดมาทางยิมรีบวิ่งไป

แต่รปภ ไม่ให้เข้าไป

“คุณ ไปไม่ได้”

“ปล่อย”ศร

“ไปไม่ได้”รปภ

“ปล่อย”รปภ

“เอ๊ะคุณ มันอันตราย”

“เออ กูไม่กลัว”ศร

จากนั้นวิ่งเข้าไปในยิม

ระเบิดไล่ตามหลังศรไป

ศรวิ่งไป ไม่คิดอะไรทั้งนั้น

ระเบิดดังไปทั่ว

เธอมองไปรอบๆทั้งน้ำตา ยิ่งเศร้า กดดันไม่เห็นเค้า

ระเบิดยังดังไปทั่วมหาลัย

เธอทรุดลง ช็อคน้ำตาไหล

“กรี๊ด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! กรี๊ด!!!!!!!!!!!!!กรี๊ด!!!!!!!!!!!!!”ศร

จากนั้นทุบพื้นแรงๆติดกัน

“ไม่จริง!!!ไม่จริง!!!ไม่จริง!!!!

เธอหยุดทุบ ใจสลายสุดๆ

“ตายไม่ได้ ตายไม่ได้ ฉันรักนายจริงๆนะ รักนายจริงๆ รักนายคนเดียว ได้ยินไหมรักนายคนเดียว”ประโยคสุดท้ายตะโกนโคตรดังเหมือนคนบ้า

“ฮือๆๆๆๆๆ”ศร

“โอ๊ย ขากรู”เจ๊ผู้หญิงคนหนึ่งหน้าเหมือนอ้นศรีพัน รำพึงด้วยความเจ็บปวด เพราะศรทุบขาเธอ

“พี่ พี่เห็นไบรท์ไหม เห็นเขาไหม”ประโยคสุดท้ายสะท้อนใจยิ่งนัก

“ตัวเอง เป็นไร”เสียงไบรท์ถามเธอ อยู่ข้างหลัง

เธอค่อยๆหันหลังไป และก็เจอเขา คนที่เธอรักมาก รักมากที่สุด

“ฮือๆๆๆ”ศรน้ำตาแตก ใจเบาหวิวยินดีสุดๆ

โผกอดเค้า

“พี่ไบรท์ ฉันรักพี่ รักพี่ รักพี่อ๊ะ!!!!”ประโยคสุดท้ายตะโกนอย่างดังกลัวเขาจากไป

“อือ ๆได้ยินละ ชัดเลย”ไบรท์

“พี่ล่ะ รักฉันไหม”ศร

“รักสิ รักมาก”เขาพูดพร้อมจุมพิตเบา

เสียงระเบิดยังดังทั่วมหาลัย แต่ทั้งสองก็ไม่กลัว

เจ๊อ้นศรีพันข้างๆ เริ่มกลัวขยับไปนั่งเกาะขาทั้งสองคน แล้วมองรอบๆอย่างผวาๆ

 

 

รถพยาบาลตำรวจมา

“คุณช่วยพ่อหนูด้วย”

“ใจเย็น หลบไปก่อนให้เจ้าหน้าที่ทำงานให้สะดวกนะ”เจ้าหน้าที่

“ช่วยพ่อหนูด้วย”ป่วน

“ใจเย็น พ่อหนูปลอดภัยแน่”

“พ่อๆ”ป่วน

อาจารย์ถูกพาส่งรถพยาบาล ระหว่างทาง

“ป่วน พ่อ”อาจารย์

“ช่างมันเหอะพ่อ อะไรๆที่ผ่านมา”ป่วน

“แล้วเรื่องของลูก”อาจารย์

“หนูไม่ไปไหนแล้ว แล้วเราไปเหยียบทะเลทุกที่ด้วยกันนะพ่อ พ่อต้องหายนะ”ป่วน

“อย่าห่วงเลย พ่อไม่ทิ้งไปไหนหรอก”อาจารย์

 

มีข่าวออกไป จับคนร้ายได้

พี่มนดูข่าวกับเจ๊ปุ้ยที่ร้านข้าวนอกมหาลัย

“เฮ้ย ไอ้ปุ้ยนั่นมันมอเราเปล่าวะ”พี่มน

“ก็ใช่นะสิ ใครมันบ้าทำวะ”ปุ้ย

“นั่นไงเขาบอกอยู่ นั่นมันพี่เอกใช่ปะ”พี่มนบอก คือคนที่จี๊แท็กซี่แล้วใส่ชุดโรบอต

“เอกไหนวะ”ปุ้ย

“อ้าว ก็เด็กปอโทรุ่นก่อนหน้าเรา ไง ที่เรียนไม่จบกับอาจารย์”พี่มน

“อ๋อ แล้วต้องมาทำอย่างนี้กับมหาลัยวะ”ปุ้ย

“นี่ไงข่าวบอกแล้ว”

“จากการสารภาพของผู้ต้องหา บอกว่าทำไมเพราะต้องการแก้แค้นที่เรียนไม่จบ”ผู้สื่อข่าวบอกแล้ว

“เออๆใช่ พี่แกทำเรื่องเอเทรียมกับอาจารย์นี่แหละ แต่ทำจนจบไม่ได้ เพราะเก่งไม่พอ”พี่มน

“อือ ๆไม่น่า แต่ก็โง่ถึงวินาทีสุดท้าย ระเบิดร่วมร้อยลูก ทำไรใครไม่ได้สักคน “ปุ้ย

“เออก็ดีแล้วว่ะ”พี่มน

 

หกเดือนต่อมา

ป่วนส่งโปสการ์ดไปเที่ยวรอบโลกกับพ่อ ให้ไบรท์

ศรเรียนจบ

มีแท็กซี่มารับ

“ไปไหนครับคุณ”ไบรท์เช่ารถมารับ

“ให้เดา”ศร

“สุวรรณภูมิ”ไบรท์

“ไม่”เธอหยิบตุ๊กตาคิตตี้”ไป...ไปไหนก็ได้ที่มีคุณ”

เธอจุมพิตเขาเบาๆ และยิ้มให้กัน

“แล้วถ้าคุณเบื่อผมอ่ะ”ไบรท์

“อย่ากลัวเลย ไม่ไล่ไปไหนหรอก ไม่มีวัน”เธอตอบยิ้มๆ

555”ทั้งคู่หัวเราะร่วมกัน

(24/6/2559)

28 มิถุนายน 2559 15:27 น.

แท็กซี่หัวใจสาย เอเทรียม ตอนที่ 4

เก่งกาจ



ศรนั่งไตร่ตรองตามคำมิว และแล้วเธอก็ตัดสินใจไปส่งไบรท์

เธอรีบวิ่งไปที่หอที่พักประจำร้านที่เขาอยู่

และลูกศรก็ได้เจอชายหนุ่ม

“ไม่เหมือนในหนังเลยเนาะ ฉันมาทันว่ะ”ศรพูดยิ้มๆ คิดว่าคงสมหวังคราวนี้

ไบรท์ทำหน้าเศร้า”มาทำไมอ่ะ”

“ฉันคิดดูแล้ว ส่งนายดีกว่า”ศรบอก ในใจตื่นเต้นสุดๆ

“อือ”ไบรท์ทำหน้านิ่งๆ

“ไม่ได้เหรอ”ศรเริ่มเห็นความผิดปกติของไบรท์ ดูเขาไม่ดีใจที่เธอมา

“ได้ แต่ฉันลืมของ ข้างใน สำคัญด้วย”ไบรท์บอกศร

“แล้ว”ศรสงสัย

“เธอไปเอาให้ฉันที”ไบรท์วานหญิงสาว

“อือ งั้นก็ได้”ศร เดินเข้าไปในร้านเพื่อจะไปหยิบของให้เขา

หากทว่าไบรท์มองตามศรที่เดินลับไปในร้าน แล้วพูดกับแท็กซี่ว่า

“พี่ไปกันเลย”

แท็กซี่ได้ยินดังนั้น ก็วิ่งออกไป

 

ทางด้านศร เมื่อเข้าไปนั่งร้าน ก็ถามเด็กในร้านว่า

“น้องเห็นของพี่ไบรท์ไหม”

“ของ ของไรพี่ พี่เค้าขนไปหมดแล้วนะ”เด็กในร้านว่า

“แต่เขาบอกนี่ว่ามี”ศรเริ่มเอะใจ

“ไม่มีนะพี่”เด็กในร้านยืนยันกับเธอ

“...”

“จะมีก็แต่แห้งกระป๋องทิ้งไว้กับผม พี่จะกินมันกับผมไหมล่ะ”เด็กเสิร์ฟตอบกวน

“กินคนเดียวเหอะน้อง เอาให้จุกเลยนะ”ศรว่า

ศรประหลาดใจมาก และแล้วเธอก็นึกไรออก จึงรีบวิ่งไปหน้าร้าน

แต่ศรก็ไม่เห็นไบรท์ ลูกศรจึงรีบวิ่งตามแท็กซี่ไป

“เฮ้ย นาย นาย” เธอวิ่งตามไป แต่ไม่ทัน

เธอหอบ ไม่เข้าใจเขาเลยว่าทิ้งเธอไว้ตรงนี้ทำไม  จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาติดต่อเขา

เขาชั่งใจอยู่นาน ก่อนจะรับโทรศัพท์

“อือ ว่าไงเธอ”

“ฉัน...ของบ้าอะไรของนายฮะ ไม่เห็นมีเลย หลอกกันนี่”ศรทำท่าจะพูดคำนั้น แต่เปลี่ยนเป็นไม่พอใจแล้วถามเขา

“ไม่ได้หลอก มีจริงๆ”ไบรท์พูดเศร้าๆ

“ไม่มี คนโกหก”ศรว่าเขา

“มีสิ แต่เธอไม่มีวันหาเจอหรอก ความว่างเปล่าไง”ไบรท์เหมือนบอกเลิกหญิงสาว

“อะไรนะ”ศรเข้าใจว่าเขาต้องการไป แต่ยังอยากยื้อให้เขาอยู่ก่อน

“ไปไหน ก็ไปเหอะ”ไบรท์พูดไล่เธอ

“แต่ฉันจะบอกนาย..”ศรพยายามพูดคำนั้นเพื่อยื้อ

“พอเหอะ ฉันไม่อยากฟัง ขี้เกียจมานั่งหวั่นใจ นั่งกลัวอย่างนี้”ไบรท์บอกเศร้าๆ จริงๆเขากลัวมาก

“สายไปเหรอ”ศรถามอย่างเสียใจ

“โคตรสายเลย แม่งเวลามีเยอะแยะ ก็ไม่พูด”ไบรท์บอกความในใจมาหมด

“แล้วไง”ศรไม่เข้าใจ

“เธอคิดว่างานที่ฉันทำเนี่ย มันง่ายเหรอ เป็นตายเท่ากันนะเว้ย”ไบรท์บอก แอบไม่พอใจว่าหญิงสาวรั้งรออะไรนักหนาที่จะพูด

“ขอโทษ”ศรขอโทษเพื่อยื้อ

“ไม่เป็นไร เรารู้ว่ามันไม่ง่ายสำหรับเธอ แต่มันก็ไม่ง่ายสำหรับเราเหมือนกัน”ไบรท์เข้าใจอย่างเศร้าๆ

“ก็กำลังจะบอกคำนั้นอยู่ไง”ศรไม่ยอมแพ้

“พอ พอ เธอไม่ต้องพูดคำนี้ผ่านทางโทรศัพท์ เราไม่อยากฟัง”ไบรท์เสียงดังใส่ จริงจังมากตอนนี้

“...”ศรอึ้งไม่รู้จะทำยังไง

“เราว่า เธอไม่ใช่ว่ะ ไม่ต้องฝืนดีกว่า ฝืนกันไป ก็กลัวนะเว้ย กลัวมาก”ไบรท์บอกเศร้า ๆ ศรรู้สึกว่าเหมือนเขาต้องการพอแล้วกับความสัมพันธ์ของเธอกับเขาในครั้งนี้ เธอสะอื้นไห้ออกมา

“ฮือๆๆ”

“เธอไม่ต้องร้องหรอก เราสองคน จริงๆ ไม่ได้รักกันเลย มันเจ็บตรงไหนวะ แค่นี้นะ”ไบรท์ใจเสียเหมือนกัน แต่ต้องตัดใจ  และตัดสายไป

“เดี๋ยวๆ นายๆๆ”ศร น้ำตาไหล

 

แต่นาทีนั้นโทรศัพท์ของเธอดัง เธอนึกว่าเป็นไบรท์

“ฮัลโหล”ศร

แต่เป็นเสียงของพี่มน

“เฮ้ย ศร”

“พี่มน ..มีไรเปล่า”ศรผิดหวังที่เป็นพี่มน

“อยู่ไหนเนี่ย”พี่มนถาม เพราะมีเรื่องต้องการจะบอก

“ออกมานอกคณะ”ศรซับน้ำตาม แล้วทำเสียงปกติ

“อ้าว ไปไมอ่ะ ไม่สอบหรอ”พี่มนถาม

“มันยังทัน หรอพี่ ทันหรอ”ศรพูดมีนัย

“เฮ้ยเป็นไรเนี่ย”พี่มนเป็นห่วง

“ไม่ เดี๋ยวจะไปเดี๋ยวนี้”ศรเปลี่ยนเรื่อง เธอนึกรู้ว่าพี่มนโดนอาจารย์ให้ตามเธอมาสอบ

“อือๆ”พี่มน

ศรมองถนนอีกทีแล้วเดินไปคณะ

 

เมื่อถึงห้องที่กรรมการรออยู่ เธอเข้าไปในห้อง กรรมการนั่งรออยู่ทุกคน

“สายไปครึ่งชั่วโมง คุณจะสอบไหมครับ คุณลูกศร”อาจารย์วัชร์เสียงแข็งทันที อดไม่พอใจที่นักศึกษาไม่มีความรับผิดชอบ ไม่ตรงเวลา

“ขอโทษค่ะ”ทำหน้าเจ็บปวดสุดๆ

“ช้ากว่านี้กรรมการจะกลับล่ะนะ”อาจารย์วัชร์เสียงอ่อนลง เมื่อเห็นหน้าเธอดูเนือยๆ

“ค่ะ” ลูกศรตอบด้วยสีหน้าเหมือนคนสูญเสียทุกอย่าง

“ไปเริ่มได้ละ”อาจารย์บอก

“ค่ะ”เธอเดินไปเอื่อยๆ

จากนั้นเธอก็เริ่มอธิบายทฤษฎีทันที

“เอเทรียม อนุภาคมูลฐานอย่างหนึ่ง ที่ประกอบด้วยสองหน่วยที่แตกต่างกันเป็นสมบัติเฉพาะตัว ไม่มีวันแยกจากกัน”ศรกล่าวไปเอื่อย

“สมบัตินี้จะเกิด เมื่อระบบมีสมดุล หรือผ่านการทำให้สมดุลแล้ว”ศร

“ครับๆ ผมก็พอจะเข้าใจ แต่ไอ้สองหน่วยนี่มันแยกกันไม่ได้จริงเหรอ”กรรมการสงสัยแล้วถามเธอเลยนาทีนั้น

“ไม่ได้ค่ะ ไม่เคยได้”ศรตอบ มีนัยถึงความรักของตนเอง

“สองหน่วยที่ว่านี่คืออะไร ลองยกตัวอย่าง หรืออธิบายให้ละเอียดกว่านี้”กรรมการอีกคนถามต่อ

“จริงๆมันก็เป็นสมบัติใหม่นะคะ  ความคิดนี้ริเริ่มจากนามธรรมที่เราเห็นได้ชัดตามธรรมชาติ”ศรตอบเศร้าๆ

“อือ นามธรรมอะไรหรือครับ”กรรมการอีกคนถาม

“ครั้งหนึ่งหรือแม้แต่ตอนนี้ ดิฉันกลัว มันเป็นสิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของจิตใจเรา เช่นเดียวกับความกล้าที่เป็นสิ่งที่แตกต่างกับมันอย่างสิ้นเชิงก็อยู่คู่กับจิตใจเราเหมือนกัน  ”ศรอธิบายๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทฤษฎีนี้มีเข้าใจได้ เพราะความรักนั่นเอง

“ดูมันเป็นอุปสรรคกับthesis ของคุณนะ”กรรมการคนแรกอดถามเป็นห่วงไม่ได้

“เป็นค่ะ มันเป็นมาก เป็นไปแล้ว”เธอพูดทั้งน้ำตา เมื่อนึกถึงตอนไปส่งไบรท์ และเขาหนีเธอไปไกลแสนไกลแล้ว

“อือไม่ต้องเครียด”กรรมการปลอบเธอ เพราะหน้าเธออมทุกข์สุดๆ

“ฮือๆๆ”เธอร้องไห้

กรรมการหน้าเสีย แต่พูดติดตลก

“คุณครับทำ thesis นะครับไม่ใช่ผัวทิ้ง”

เธอก็ยังร้องไห้เสียงดัง สะอื้นไห้

ทันใดนั้นก็มีคนเคาะประตู

“เชิญ”อาจารย์วัชร์บอกไป ไม่นึกว่าคนที่เข้ามาขัดจังหวะจะเป็นป่วนลูกสาวเขา

“ยัยป่วน ”

“หนูน่ะ ต่อยอดให้ไหม”ป่วนพูดเสียงเรียบเฉย

“อะไรของแก”อาจารย์วัชร์ห้ามปราบบุตรสาว แอบรู้ว่าเธอจะก่อเรื่อง

“จริง ๆสองหน่วยมันแยกออกจากกันได้นะ”ป่วนบอกจริงจัง

“ยังไง”กรรมการสงสัย แอบทึ่งในความกล้า และความเก่งตามกิตติศัพท์ที่คนอื่นพูดถึงเด็กหญิง

“ระบบที่สนใจ ถ้าหากถึงภาวะปั่นป่วนที่สุดละก็ ต่อให้กลัวแค่ไหน เราก็กล้าได้ กล้าทำในสิ่งที่ใจต้องการ กล้าไปตามธรรมชาติของหัวใจ เว้นแต่”ป่วนเว้นไว้มองหน้าพ่อตนเอง

“ยัยป่วน”อาจารย์วัชร์รู้ว่าบุตรสาวพยายามจะบอกอะไร แต่ก็ห้ามไม่ได้

“เว้นแต่ สิ่งนั้นไม่ใช่หัวใจของเราจริงๆ ใช่ไหม พ่อ”ป่วนตัดพ้อบิดา

แล้วเธอก็เดินจากไป

กรรมการเห็นด้วยกับป่วน และพูดว่า

“อือๆ สมบูรณ์น่ะ ทฤษฎีที่คุณใช้กับ thesisคุณ”

“เอาเป็นว่าไปแก้ข้อเขียนมาอีกนิดหน่อย แล้วส่งรายงานให้ผม เตรียมพร้อมสอบจบครั้งหน้า”กรรมการบอกกับลูกศร

“ค่ะ”

อาจารย์วัชร์เห็นป่วนออกไป กลัวบุตรสาวจะไปทำอะไรให้ห่วง เลยรีบขอตัว

“ถ้ายังไงคุณ ผมขอตัวก่อน”

“อือๆ พักนี้ลูกคุณ รมณ์บ่จอยบ่อยนะ”กรรมการที่เป็นเพื่อนแซวๆ แต่ก็ห่วงอาจารย์วัชร์

 

ป่วนจะไปรออยู่ห้องพ่อ แต่ก็พบว่าปุ้ยกับหมวกกันน็อคหน้าแมวที่ปุ้ยถืออยู่

“อะไร”ป่วนถามปุ้ยเสียงแข็ง

“เออ พี่มนมาเห็น ก็เลยบอกให้พี่ทิ้ง”ปุ้ยบอกอึกอักๆ

“ของพ่อ”ป่วนบอกเฉย นึกประติดประต่อเรื่องราวได้

“จ๊ะ คงงั้น”ปุ้ยตอบยิ้มๆ

“พ่อไม่ชอบแมว และไม่ชอบอะไรลับหลังด้วย”ป่วนตั้งใจว่าปุ้ย

“เหมือนคิดเลยเนาะว่าเป็นพี่ แต่พี่ไม่”ปุ้ยแก้ตัว

“หนูก็ไม่คิดว่าเป้นพี่นี่ หมูคงไม่มีปัญญาตัดหัวแมวให้ใคร”ป่วนรีบสวนกลับ

“จ๊ะ งั้นทิ้ง”ปุ้ยรีบๆจะทำลายหลักฐาน

“ไม่ต้องหรอก เป็นพี่จะกล้าส่งอีกเหรอ โดนจับได้แล้ว”ป่วนขู่ปุ้ย

“อือๆ งั้นพี่ไปล่ะนะ”ปุ้ยรีบผละออกไป

ทันใดนั้นอาจารย์ก็เดินเข้ามาที่ห้องพักตนเอง

“หวัดดีค่ะอาจารย์”ปุ้ยเคารพและรีบไป

อาจารย์วัชร์สงสัยว่าปุ้ยเป็นอะไรเลยถามป่วนอย่างไม่พอใจ เพราะกลัวลูกตนเองก่อเรื่อง

“ทำไรเขาหรือเปล่า ทำไมเขาทำท่าอย่างนั้น”

“ตกใจไอ้นี่มั้ง”ป่วนชูหมวกกันน็อครูปหัวแมวกระพริบตาข้างเดียวยิ้มๆให้

“ของใคร”อาจารย์ถามเสียงแข็ง

“ของพ่อหนูเอง”ป่วนกวน

“ฮะ”อาจารย์สงสัย

“หนูพูดเล่น”ป่วนเปลี่ยนเรื่อง

“วันนี้พ่อว่าง”อาจารย์วัชร์พูดดีๆกับบุตรสาว เพื่อสมานความสัมพันธ์ที่มีรอยร้าว

“แล้วไง”ป่วนไม่สน

“ลูกอยากกินอะไรหรือเปล่า พ่อมีเวลานะ”อาจารย์พูดดีๆ

“ใครเขาอยากจะได้เวลาของพ่อกัน”ป่วนชวนทะเลาะ

“ป่วน”อาจารย์เหลืออด จึงเสียงดัง

“ไปก็ไปสิ แต่หนูอยากกินโจ๊กนะ”ป่วนตอบสีหน้าเรียบเฉย

“กลางวันอยู่ใครขาย”อาจารย์ตอบยิ้มๆ

“พ่อก็ทำให้หนูเหมือนที่แม่ทำสิ”ป่วนพูดถึงแม่ ด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ

“จะกินที่บ้านว่างั้น”อาจารย์วัชร์ถามบุตรสาว เขายอมตามใจบุตรีทุกอย่าง

“...”ป่วนทำหน้านิ่ง

“อือ ไปๆ”อาจารย์บอกพร้อม พาเด็กหญิงออกไป กลับบ้านทันที

 

เมื่ออาจารย์กลับถึงบ้าน ก็ลงมือทำ โจ๊กใส่กุ้งกับหมูของโปรดของบุตรสาว

“อือ พ่อรู้ว่าลูกชอบทั้งกุ้งหมู เลยใส่ไปหมด”

“แม่ก็ชอบนะ”ป่วนบอกเศร้าๆ อาจารย์ก็เศร้าเช่นกันจึงพูดว่า

“ป่วน ไม่มีแม่ลูกก็ยัง..”

“พ่อนั่นแหละ ทำให้หนูไม่มีแม่”ป่วนสวนกลับ เสียงแข็ง

“ป่วน เรื่องนั้น พ่อ..”อาจารย์กล้ำกลืนที่จะพูดเหมือนกัน

“ขอโทษ มันไม่พอจริงๆพ่อ”ป่วนตอบทั้งน้ำตา

“แล้วพ่อต้องทำไง”อาจารย์พูดเหมือนวอนลูกสาว

“หนูได้ทุนเรียนต่อ เมืองนอก”ป่วนตัดสินบอกผู้เป็นพ่อ

“ลูกจบเกรดสิบสองแล้วไม่ใช่เหรอ”อาจารย์ถาม เขาไม่ทันตั้งตัวที่ได้รู้เรื่องนี้

“หนูจะเรียนอีก อย่างน้อยเงินทุนก็ทำให้หนูดูแลตัวเองได้เอง”ป่วนบอกพ่อเธอ อย่างเด็ดขาด

“ยังไง”อาจารย์ไม่เข้าใจ ไม่ยอมเด็ดขาดที่ลูกจะอยู่คนเดียว ดูแลตัวเอง เขาอดห่วงไม่ได้

“หนูไม่อยู่กับพ่อแล้ว เชิญพ่ออยู่ไปกับงานวิจัย ไอ้เรื่องเอเทรียมบ้าๆของพ่อเหอะ”ป่วนบอกอย่างไม่สนใจ

“ป่วน ทุกอย่างมันกำลังจะจบ พ่อกำลังจะทำตามสัญญา”อาจารย์พยายามจะเปลี่ยนใจบุตรสาว

“ไม่เอา หนูไม่เอาแล้ว หนูไม่อยากได้อะไรจากพ่อแล้ว”ป่วนพูดเสียงเรียบ แต่เด็ดขาดเช่นเคย

“ป่วน”อาจารย์ไม่อยากเชื่อ

“ตั้งแต่ไม่มีแม่ หนูไม่อยากอยู่กับพ่อ เพราะพ่อ !!พ่อ พ่อทำให้แม่จากไป”ป่วนบอกทั้งน้ำตา

“ป่วน มันสุดวิสัย”อาจารย์พยายามให้ลูกเข้าใจความจริง

“ไม่ ไม่ต้องพูด หนูตัดสินใจแล้ว ตัดสินใจแล้ว เข้าใจไหม!!”ป่วนเสียงดังแล้ววิ่งจากไป

 

อาจารย์กลับไปที่ห้องของตัวเองอย่างเหนื่อยหัวใจ เขามองรูปภรรยาที่จากไป

วันนั้นแม่ป่วนกำลังทำข้าวต้มกุ้งหมูในครัว

“ทำอะไรอ่ะ หอมจัง หอมเหมือนตัวคุณ”ประโยคสุดท้ายอาจารย์พูดหวานๆ แล้วหอมแก้ม

พิมซึ่งเป็นแม่ป่วนยิ้มๆ หวานๆ เขินๆ

“....”

“อ้าวข้าวต้มผมไหม้แล้ว ถ้าผมอด ผมกินอย่างอื่นแทนนะ”อาจารย์วัชร์หวานใส่ภรรยา

เธอเขย่าศีรษะสามีเบาๆด้วยมือสองข้างพร้อมพูดงอนๆ “คุณแกล้งฉัน”

“โอ๊ย 555”อาจารย์ร้องแต่ก็มีความสุข ที่ได้หยอกล้อภรรยา

ไม่นานทั้งสองก็สบตาหวานกันพิมกุมใบหน้าเขาไว้ พร้อมจุมพิตเขาแล้วบอกอย่างอ่อนโยนว่า

“โชคดีนะคะ”

แต่ทั้งสองไม่รู้ว่า ป่วนบุตรสาวอยู่ตรงนั้น และกำลังมองมาอย่างนึกสนุก เพราะต้องการจะแซวพ่อกับแม่

“หือ จะเชื่อมข้าวต้มหรือไง พ่อแม่”

“ยัยป่วน”พิมว่าเด็กหญิง

“แล้วจะทำไมหืม”อาจารย์วัชร์แกล้งทำพูดหาเรื่องบุตรสาว

“หืม..พ่อจ๋า แม่จ๋า หนูจะกลายเป็นลูกที่ถูกลืมหรือเปล่าอ่ะ ตอนนี้”ป่วนทำหน้าอ้อนสุดๆ

“ว่าไปนู่นนะเจ้า”อาจารย์ว่าขำขันท่าทางของบุตรสาว

“ก็จริงนี่เวลาพ่อแม่อยู่ด้วยกัน ลืมโลก ลืมหนูทุกที”ป่วนแซวยิ้มๆ

555 น่านสิ อยู่กันสองคนดีๆ อยู่ๆ เจ้าก็มาจากไหนไม่รู้”อาจารย์บอกยิ้มๆ

“พ่ออ่ะ”ป่วน

“ไม่ลืมหรอก ลูกเองก็จบเกรดสิบสองเร็วกว่าเพื่อน พ่อเองปีนี้ก็จะจบงานแล้ว เราจะไปเที่ยวกัน อย่างที่ตั้งใจไว้ไง”แม่ป่วนบอกอย่างยินดี มองหน้าผู้เป็นสามีอย่างเข้าใจกัน

“จริงหรือคะ”ป่วนร้องอย่างยินดี

“แล้วคิดว่าพ่อจะหลอกเราทำไมละฮืม”อาจารย์บอกยิ้มๆ พร้อมยีหัวบุตรสาว

“เย้ๆ”ป่วนกระโดดดีใจ

“ถ้างั้น เอาใจป๋ากันหน่อย ตักข้าวต้มชามโตๆให้ป๋า สิลูก”พิมบอกป่วน

“ได้อยู่แล้ว พวกกระเป๋าหนักหนูชอบ”ป่วนรับมุก

555”อาจารย์วัชร์กับพิมหัวเราะ

 

จากนั้นป่วนกับพิมก็มาส่งอาจารย์หน้าบ้าน

“ผมไปนะ”อาจารย์วัชร์บอกพิม พร้อมยิ้มและมองอย่างมีความหมาย

“ค่ะ เจอกันตอนเย็นนะ”พิมบอกยิ้มหวาน

 

ระหว่างที่อยู่บ้าน ขณะที่พิมรอสามีของเธอป่วนก็ชวนแม่คุยเรื่องเที่ยวรอบโลก

“แม่ ถ้าพ่อเสร็จงานละ เราจะไปไหนก่อนดี”

“อือ แล้วหนูอยากไปไหนละ ลูก”พิมบอกพร้อมลูบหัวอย่างรักใคร่

“หนูอยากเหยียบทะเลทุกที่ ทุกมหาสมุทรเลยแม่”ป่วนพูดจ๋อยๆ

“จะสำรวจดินแดน แข่งกับโคลัมบัสหรือไง”พิมแซวลูกขำๆ

“เปล่าแม่ หนูจะไปตบหัวเพนกวินต่างหาก”ป่วนพูดกวน

“กวนตลอดเรา”แม่ป่วนบอกยิ้มๆ

“มันน่ากอดดีนะ ตัวกลมๆ เหมือนแม่ไง”ป่วนบอกพร้อมกอดแม่

“โอ๊ย...”พิมรู้สึกแน่นหน้าอก

จากมือที่ลูบหัวบุตรสาว แล้วเอามือมาไว้บนบ่า จนไม่มีแรงกลายเป็นว่ามือกดบ่าลูกไว้

“โอ๊ยแม่หนูเจ็บ”ป่วน หันมาดู “แม่เป็นไร”

“โอ๊ย”พิมหายใจไม่ออก

“แม่ รถพยาบาล”ป่วนบอกกับตนเอง พร้อมโทรศัพท์เรียกรถพยาบาล

แต่ซวยสุดๆโทรไม่ติดสักที่ ป่วนเห็นแม่แย่แล้ว

จึงโทรหาพ่อ

 

ทางด้านอาจารย์วัชร์ พรีเซนต์ผลงานตนเองเสร็จ ก็มีอาจารย์อาวุโสท่านหนึ่งมาขอร้อง

“คุณ มีนายทุนเขาสนใจงานวิจัยของคุณ”อาจารย์อาวุโสคนหนึ่งบอกพ่อป่วน

“ครับ”อาจารย์วัชร์อึกอัก จะรีบกลับบ้าน

“คุณก็พอมีเวลา คุยกับเขาหน่อยสิ”อาจารย์อาวุโสขอร้อง

“ผม”อาจารย์วัชร์ลังเล

“น่าแป๊บเดียว อย่าลืมสิพ่อคุณตั้งความหวังกับงานนี้มาก”อาจารย์อาวุโสหว่านล้อม

“ครับ”และแล้วอาจารย์วัชร์ก็ต้องไปคุย และทิ้งโทรศัพท์มือถือของตนไว้ก่อน

 

ป่วนพยายามโทรหาพ่อแต่ไม่ติด

“แม่เดี๋ยวหนูมานะ”

ป่วนวิ่งออกมานอกบ้าน เรียกแท็กซี่เท่าไหร่ ก็ไม่ว่าง

และแล้วก็มีคันที่ว่าง ตอนนั้นค่ำมากแล้ว

เป็นแท็กซี่ที่มีเรื่องกับศร และเป็นคนเดียวที่ป่วนจี้นั่นเอง

แต่ป่วนไม่รู้ว่าแท็กซี่ก็เจอเหตุการณ์หนักๆ ในวันที่เก็บคิทตี้ข้างทาง

เธอถือกระเป๋าที่มีรูปคิทตี้มาด้วย

ป่วนใช้กระเป๋าคิตตี้เคาะประตู

“พี่ๆ ช่วยด้วย เข้าไปรับแม่หนูที”ป่วนขอร้องแท็กซี่

“หา”แท็กซี่ทำตาเลื่อนลอยสุดๆ

“ไปรับแม่หนูที”ป่วนขอร้อง

แท็กซี่ตาไปเห็นคิตตี้

“หา แมว!!! ไม่ไป ไม่ไปโว้ย”แท็กซี่รีบออกรถอย่างรวดเร็ว

“พี่ เดี๋ยวๆ ช่วยแม่หนูก่อน”

ป่วนรีบวิ่งไปที่บ้าน

“แม่ หนูจะพาแม่ไปเอง”ป่วนพยุงแม่ไปอย่างลำบากตอนนี้แม่ไม่ได้สติ

“แม่คุยกับหนูสิ”ป่วน

“แม่!!! หนูสั่ง ตื่นขึ้นมา แม่!!!ฮือๆๆ”ป่วน

สักพักก็มีคนไปช่วยพาส่งโรงพยาบาล แต่ก็ไม่ทัน

อาจารย์ เห็นโทรศัพท์ นึกโทรไป ที่บ้าน มือถือก็ไม่รับ

จนถึงบ้าน เช็คที่อยู่โทรศัพท์

ก็รู้ว่าอยู่โรงพยาบาล นึกรู้

“คุณ”

อาจารย์รีบไปโรงพยาบาล

“คือ ไม่ทราบว่ามีผู้ป่วยชื่อเด็กหญิงปันรสี ไหมครับ ”อาจารย์ถามโอเปอร์เรเตอร์อย่างเป็นห่วง

พยาบาลกินฝรั่ง เกือบติดคอ กินน้ำ

“ค่ะ จะรีบหาให้นะคะ”พยาบาลที่เป็นโอเปอร์เรเตอร์พยายามหาข้อมูลให้ทันที

“ไม่มีค่ะ”พยาบาลคนนั้นบอก

เขาโล่งอก แต่นึกรู้ก็ถามพยาบาลอย่างกลัว

“แล้วชื่อคุณพิมชนก มีไหมครับ”อาจารย์วัชร์ถามอย่างกลัวๆ หวั่นๆคำตอบ

“อ่อ ค่ะ อยู่ตึกศัลยกรรมหัวใจค่ะ”พยาบาล

“แน่ .. แน่ใจแล้วเหรอครับ”อาจารย์วัชร์อึ้ง ถามอีกครั้ง รู้สึกตกใจมากๆ

“ค่ะ พึ่งมาเมื่อสามชั่วโมงที่แล้ว”พยาบาลคนนั้นบอก

เขารีบวิ่งไปที่ตึกนั้นทันที ใจไม่ดี

 

เมื่อถึงหน้าห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน อาจารย์วัชร์ก็พบป่วนที่นั่งน้ำตาซึม

“ป่วน แม่..แม่เราเป็นไร หือ”อาจารย์พูดกับบุตรสาว เสียงหลง

ป่วนซึม วิญญาณออกจากร่าง

“ป่วน”อาจารย์เสียงดัง

ป่วนมาได้สติอีกทีตอนพ่อเรียกเธอดังๆ

ป่วนมองพ่อทั้งน้ำตา

“ทำไมพ่อไม่รับโทรศัพท์”ป่วนถามพ่อทั้งน้ำตา

“พ่อ”อาจารย์วัชร์อึกอัก

“ทำไมฮึ”ป่วนถามย้ำอีกที

“แม่ แม่”อาจารย์นึกถึงภรรยา ถามบุตรสาวอีกครั้ง

“พ่อไม่ต้องถามอะไรทั้งนั้น ตอบหนูมาก่อน ว่าทำไมพ่อไม่รับโทรศัพท์”ป่วนเสียงดัง

“พ่อ..ติดงาน”อาจารย์บอกตามความจริง

ป่วนก้มหน้าทำหน้ากล้ำกลืนสุดๆ”งานอีกแล้ว”

“แม่เป็นไง ตอบพ่อมาสิ”

“ตายแล้ว”ป่วนเรียบๆ แต่เจ็บปวด

อาจารย์ทรุด ช็อค

“ไม่จริง”

“ฮือๆ”ป่วนร้องไห้

“พ่อ พ่อผิดเอง”อาจารย์วัชร์กล่าวทั้งน้ำตา

“ใช่ พ่อผิด พ่อผิดอยู่แล้ว หนูนึก...หนูนึกอยู่แล้ว ว่าต้องเป็นอย่างนี้”ป่วนบอกทั้งน้ำตา

“ป่วน”

“เพราะงานบ้าๆของพ่อนั่นแหละ ฮือๆ”ป่วนสะอื้นไห้

“พ่อ”เขาจะโอบลูก

“อย่ามาแตะต้องตัวหนู ไอ้คนน่ารังเกียจ”ป่วนว่าผู้เป็นบิดา

เขาพยายามฝืนกอดลูก

“ออกไป ออกไป ฮือๆๆ”ป่วนพยายามสะบัดหนี นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ป่วนปั้นปึ่งกับผู้เป็นพ่อ และแกล้งแท็กซี่ที่เธอโทษว่าเป็นต้นเหตุให้แม่เธอต้องจากไป เธอโกรธมาก โดยเฉพาะบิดาของเธอ

 

 

หนึ่งเดือนผ่านไป

ที่ห้องแลปที่มิวอยู่ ศรนั่งเหม่ออยู่เธอลืมเรื่องระหว่างเธอกับไบรท์ไม่ได้ ไม่อยากคิดว่ามันจะจบอย่างนี้ มิวเห็นดังนั้นจึงเรียกลูกศร

“พี่”

“...”ศรเหม่อ

“พี่”มิว

“ฮะ”ศร

“เป็นอะไร นั่งมองต้นตะขบ แล้วเศร้าอย่างนี้นานล่ะนะ”มิวแซวยิ้มๆ

“มีไร”ศรถามเสียงเนือย

“เที่ยงแล้ว ไปกินกุ้งร้านพี่ไบรท์กัน”มิวชวนศร อารมณ์ดีอย่างทุกวัน

ศรได้ยินชื่อไบรท์

“...ไม่อ่ะ”ศรส่ายหน้า

“ทำไมอ่ะ ทะเลาะกันหรือเปล่า”มิวถามอย่างห่วงๆ

“ก็ทำนองนั้น เขาไล่ฉันแล้วนะแก”ศรน้ำตารื้น

“เอ้า ไมเป็นงั้นได้อ่ะ นึกว่าพี่เขา..”มิวหน้าเสียเหมือนกันที่รู้อย่างนี้

“รักฉันอย่างนั้นหรือ”ศรตอบแทน

“อือ”มิวพยักหน้า

“....”ศรเศร้า

“ไปกินกุ้งเหอะ เรื่องมันอาจไม่ได้เลวร้ายอย่างนั้น ไปๆ”มิวพยายามชวน เพื่อให้ศรหาไรทำ สลัดความเศร้า

“แกฉัน”ศรจะปฏิเสธ

“น่า อย่าพึ่งรีบกลัวไปก่อน”มิวปลอบเพื่อนตนเอง

มิวลากศรมาจนได้ และแล้วทั้งสองก็ไปถึงร้านของไบรท์

“น้องพี่ขอกุ้งเผาตัวโตๆ สองจานเลยนะ”มิวบอกเด็กเสิร์ฟ

“โหไอ้มิว ไปหิวจากไหนเนี่ย”ศรประหลาดใจ เริ่มสังเกตมิวอารมณ์ดีเป็นพิเศษ วันนี้

“แหม เอาแรงไงพี่ วันนี้มีโปรแกรมเด็ดสำหรับฉันและพี่เลยนะ”มิวว่า

“โปรแกรมอะไรของแกวะ”ศรสงสัย

“น่า...”เด็กเสิร์ฟมาส่ง มิวเลยถาม”น้องพี่ไบรท์อยู่ป่ะ”

“เอ่อ...”เด็กเสิร์ฟอึกอัก”เอ่อ อยู่ก็เห็นแล้วสิครับ”มันตอบกวนๆ

“อือ ตอบกวนดี ไปเผามาใหม่ ฉันจะกินร้อนๆ”มิว

“โหยพี่ เผากว่านี้จะกินแต่เปลือกกุ้งหรือไง”เด็กเสิร์ฟว่าให้

“จะฉีกแกทิ้งแล้วกินแกแทนนี่แหละ ให้ไปทำไรก็ไปทำ หรือว่าจะให้ฉันเรียกเจ้าของร้านมาทำแทนแกฮะ”มิว

“ครับๆ”เด็กเสิร์ฟลนลาน

“ท่าทาง พี่ไบรท์เค้าหลบหน้านะ”มิวนึกรู้เหมือนกัน

“ก็บอกแกแล้ว ว่าเขาไล่ฉัน”ศรตอบเศร้าๆ

“เฮ้ย อย่าพึ่งเซ็ง ไปกันดีกว่าพี่”มิวบอกยิ้มๆ

“ไปไหน กุ้งยังไม่ได้กิน ตังค์ไม่จ่ายเลย”ศรบอก

“เออน่า ช่างแม่ง งกนักก็ตามไปเก็บสิ”มิวบอกอย่างไม่ยี่หระ

 

สักพักมิวและลูกศร ก็มาถึง ดรีมเวิลด์ สวนสนุกคนไทย

“มาไมนี่”ศรถามอย่างสงสัย

“พี่เราก็อยู่ด้วยกันมานาน”มิวพูดเหมือนมีไร

“โห อารมณ์ไหนวะเนี่ย”ศรบอกยิ้มๆ

“ฉันก็พาพี่มาบินไง”มิวบอก

“รถไฟเหาะ เหอะ ไม่อ่ะ”ศรทำท่ากลัว

“น่าอย่าให้ท้องฟ้า ว่างนาน เราต้องไปสัมผัส ไป”มิวชวนศร พร้อมฉุดให้วิ่งไป

ทันทีที่สองสาว ขึ้นรถไฟเหาะ

“พี่ฟ้า เราจะอยู่ด้วยกันแล้ว”มิวตะโกนอย่างปลดปล่อย

“อะไรของแกวะมิว”ศรตะโกนตกใจระหว่างนั่ง

“กอดหนูแน่นๆนะ กอดหนู วู๊ๆๆ”มิวเสียงดังสุดเสียง

ศรหลับตา ร้องไม่ออก

“แม่จ๋า หนูมีผัวแล้ว”มิวว่าคนเดียวอย่างอารมณ์ดีสุดๆ

เมื่อรถไฟหยุด ผมมิวตั้งฟู ทำหน้าปลื้มปริ่มเหลือล้น

“มิวเป็นบ้าไรวะ แล้วพี่ฟ้าใครวะ”ศรถาม

“งานฉัน”มิวตอบทันที

“ฮะ”ศรไม่เข้าใจ

“มะรืนนี้ฉันจะเริ่มงานละนะ”มิวตัดสินใจบอก

“งานไรวะ”

“จำที่หายไปได้ไหมที่ฮ่องกง”มิวค่อยๆพูดเรื่องของเธอ

“เออ แกบอกจะไปบินไปเที่ยว”

“อือ ฉันไปสมัครเป็นนักบินมา”มิวบอก

“เฮ้ย ก็ดีว่ะ แต่แกคงไม่ได้จะทิ้งฉันไปตอนนี้ใช่ไหม”ศรแอบเศร้าที่เพื่อนอาจจะเดินจากเธอไปอีกคน

“โทษทีว่ะ ความฝันฉันเลยนะเว้ย นักบิน”

“ขนาดนั้นเลยหรือวะ”ศรพยายามยื้อ

“อือ ฉันรู้สึกท้องฟ้า ทุกอย่างมันเป็นของฉัน ตอนฉันขับเครื่องบินแหละ”มิวบอกยิ้มๆ

“แล้วแม่แกล่ะ”ศรอดห่วงเรื่องนี้ไม่ได้

“บอกละ โดนด่าหูชา แต่ก็ทำไงได้วะ ใจมันรัก”มิวตอบอย่างตัดสินใจแล้ว

“อือ แกจะไปเมื่อไหร่”ศรถาม

“ตอนนี้แหละ ไปนะ”มิวหอบสะพายเป้แล้วเดินจากไป

“มิว”ศรเรียกใจหายท่าทางมิวเป็นสุขเหมือนหนีตามผู้ชายไปอย่างไงอย่างนั้น

“พี่ เรื่องพี่ไบรท์ พยายามเข้านะ พยายามให้มากกว่านี้ ฉันเชื่อทุกอย่างต้องไปได้ดี ไปละ”มิวให้กำลังใจ และเดินตามความฝันของเธอทันที

28 มิถุนายน 2559 15:22 น.

แท็กซี่หัวใจสาย เอเทรียม ตอนที่ 3

เก่งกาจ



เมื่อแท็กซี่กำลังจะถึงหอเธอ เธอก็พบว่าป่วนก็เรียกแท็กซี่คันที่เธอนั่งอยู่พอดี

“อ้าวป่วน”ลูกศรร้องอย่างตกใจ เมื่อเห็นป่วน

“หนู พี่จะส่งรถแล้ว”แท็กซี่บอกกับป่วน

“ป่วนทำไมมาคนเดียว”ศรถามป่วน

ป่วนไปนั่งข้างหน้า แล้วเอาตุ๊กตาคิทตี้มาแต่ใครจะรู้แท็กซี่ออกอาการอย่างนี้

“เฮ้อ!!!!”แท็กซี่ช็อคเหมือนเห็นปืน  เมื่อเห็นเจ้าคิทตี้น้อยนั้น

“ออกรถ”ป่วนออกคำสั่ง พร้อมจี้คิทตี้ไปที่หน้าแท็กซี่

“เฮ้ย อะไรกัน พี่อย่าเพิ่งออก เป็นไรเนี่ยพี่”ลูกศรบอกแท็กซี่

“ออกรถสิ หรือจะลองดีกับน้องคิทตี้ฮะ”ป่วนแกล้งแท็กซี่ ลูกศรไม่คิดว่าแท็กซี่จะกลัวแมว

“จ้า เร็วสัก 120 บนทางด่วนดีไหม น้อง เอามันออกไป พี่แพ้แมว”ประโยคท้ายแท็กซี่กล่าวเสียงแผ่ว

“เร็วอะไรขนาดนั้นเดี๋ยว ตำรวจก็เรียก”ป่วนว่ากับแท็กซี่ สีหน้าจริงจังสุดๆ

“คร้าบ เร็วเท่าเต่าก็ได้”แท็กซี่กล่าวทั้งน้ำตาเมื่อเห็นคิทตี้

 

ทางด้านอาจารย์วัชร์ เมื่อไม่เจอป่วน ก็โทรหาไบรท์ผู้เป็นน้องชาย

“เออ พี่”ไบรท์รับสาย

“ป่วนอยู่กับแกหรือเปล่า”อาจารย์วัชร์ถามอย่างร้อนรน ด้วยความเป็นห่วง

“ไม่นะ”ไบรท์บอก นึกรู้ว่าเกิดเรื่องอีกแล้ว

“ยัยเด็กคนนี้ จะบ้าไปไหน”อาจารย์วัชร์กล่าวอย่างหัวเสีย

“ แต่ ... เหมือนผมเห็นอยู่ตรงนั้น จะไปไหนของเขา”ไบรท์กล่าวเมื่อเห็นป่วน

“แกรีบตามไป อย่าให้เกิดเรื่องอีก”อาจารย์วัชร์ขอความช่วยเหลือน้องชาย

“ได้พี่ ผมตามไปก่อน พี่ตามมานะ”ไบรท์รับคำรีบตามทันที

“เออ ขอบใจแกมาก ฝากหน่อยนะ”อาจารย์วัชร์กล่าวพร้อมตัดสาย รีบตามป่วนไปทันที

 

ทางด้านป่วนและลูกศรยังคงนั่งอยู่บนรถแท็กซี่ ป่วนยังคงแกล้งแท็กซี่ไม่เลิก

“ขับเร็วๆสิ”ป่วนออกคำสั่ง

“เมิง เมิง ก็เอาแมวไปไกลหน่อยจิ๊”แท็กซี่กล่าวตัวอ่อนยวบ มันกลัวจริงๆ แมวน้อยคิตตี้นี่

“โชเฟอร์จะบ้าใหญ่แล้ว หยุดรถดิ”ศรไม่เข้าใจแท็กซี่ว่าเป็นอะไร ทำไมต้องกลับแมวน้อยคิทตี้อย่างนั้น

“ฉันสืบมาหมดแล้ว พี่กลัวคิทตี้ใช่ม้า”ป่วนเผยความลับแท็กซี่ออกมา

 

แท็กซี่นึกถึงตอนที่ขับรถมาถนนเปลี่ยว เห็นตุ๊กตาคิทตี้เรียงรายตามข้างทาง

“เจ้าหนูคิทตี้”แท็กซี่หยุดรถทันที ด้วยอาการของสาวๆ คล้ายๆเห็นสินค้าที่ถูกใจมาวางอยู่ตรงหน้า แล้วเธอต้องการครอบครองมัน

“สีชมพู เค้าชอบ แมวน้อยของเค้า คิดถึงเค้าไหม”แท็กซี่กล่าว

“เยอะไปหมด ไปอยู่บ้านกับเค้านะ”แท็กซี่กล่าวพร้อมเก็บตุ๊กตาทั้งหมดขึ้นรถ

เก็บไปถึงตัวสุดท้าย ทันใดนั้นก็มีมือใส่ถุงมือยาวสีชมพูจับพร้อมกัน

หันไปเห็นหนุ่มล่ำๆ ใส่ชุดโรบอทมีรูปคิตตี้อยู่

“แล้วตัวนี้จะเก็บไปไว้บ้านไหมอ่ะ”หนุ่มปริศนาคนนั้นพูด

“ก็เรียกรถ แล้วกลับเข้าคอกไปสิจ๊ะ ไปล่ะนะ”โชเฟอร์ตลกกลบเกลื่อน พยายามวิ่งหนี

“อือ เดี๋ยวสิ จะไปกับเขา หรือจะให้เขาไปด้วย”หนุ่มคนนั้นยังออดอ้อน แต่ช่างเป็นการออดอ้อนที่น่ากลัวที่สุดในโลก

“ฮื้อ ทางเลือกเฮี้ยไรของมันเนี่ย”แท็กซี่สวนไปตลกๆ

“น่านะ สงเคราะห์เขาหน่อย นาทีเดียวเอง แล้วถ้า...(ทำท่าปูไต่)นาทีต่อมาตัวเองชอบ เราก็ต่อได้”หนุ่มคนนั้นว่า

“ไม่ ไม่ชอบทำบุญกับคนแปลกหน้า”แท็กซี่ปฏิเสธรีบวิ่งหนี แต่ทันใดนั้นหนุ่มคนนั้นก็กระชากแล้วพูดว่า

“ไอ้นี่ พูดดีไม่ชอบ ไป ไปกับกู” แท็กซี่ไม่อาจขัดขืน แล้วก็ เกิดเหตุร้ายจนได้

 

บนรถแท็กซี่ป่วน ยังคงจี้แท็กซี่เหมือนเดิม ลูกศรยังคงพยายามห้าม

“กลัวใช่ไหมล้า คิทตี้”ป่วนกล่าวยิ้มๆแบบมีเลศนัย

“แกอีกแล้วเหรอ อีเด็กผี ฉันจำแกได้นะ ครั้งก่อนก็จี้รถฉัน จะเอาไงกับฉัน”แท็กซี่เริ่มเหลืออด ว่าเด็กทันที ทนไม่ไหว มาบ้าจี้เขาถึงสองครั้ง

“ป่วนพี่ว่าหยุดเล่นเหอะนะ มันไม่สนุกละ”ศรพยายามห้าม

“แล้วใครว่าหนูสนุก หนูไม่ได้สนุก ไม่มีความสนุก มานานมากแล้ว”ป่วนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“มีไร กลับไปคุยกันดีๆก็ได้ พี่โชเฟอร์เค้ากลัวใหญ่แล้ว”ศรพยายามหว่านล้อม

“พี่หยุดพูดไปเลย แค่นั่งรถไปกับหนู ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไรสักหน่อย”ป่วนไม่ฟัง ยังคงเอาแต่ใจตนเอง

“แม่ ๆ แม่ครับ ผมกลัวแม๊ว!!!”แท็กซี่ร้องโหยหวน

“ข้างหน้าเป็นด่านตรวจนิ หยุดเถอะป่วน”ศรบอกเสียงแข็ง

“ขับต่อไป” ป่วนยื่นคิทตี้ไปใกล้แท็กซี่ แล้วพูดต่อว่า “หักด่านแม่ง อย่าหยุด”

“หนู บอกตง ไม่ไหวแล้ว เยี่ยวจะราด”แท็กซี่กล่าวตัวอ่อนปวกเปียกไปหมด

มีตำรวจหญิงคนหนึ่งขวาง แต่รถไม่หยุด เธอจึงกระโดดขึ้นเหมือนในหนังบู๊ และเกาะหลังคารถ

“ป่วนหยุดรถเหอะ จะฆ่าตำรวจหรือไง”ศรเริ่มเสียงดัง ใจเสีย

“อึดกว่าทรีนิตี้ เค้าไม่ตายหรอก”ป่วนนึกรู้ ไม่ยอมหยุดเสียที

“แล้วถ้าเค้าตายล่ะ”ศรว่า

“อะไรยังไม่เกิด พี่จะกลัวทำไม”ป่วนไม่ฟัง

ศรจึงแย่งตุ๊กตาจากมือป่วน ปัดกันไปมาเข้าใกล้โชเฟอร์ แท็กซี่ทำท่าระทวยเหมือนโดนเล็งปืน

ศรแย่งตุ๊กตา และทิ้งมันออกไป

รถหยุด ตำรวจตามมา ค่อยยื่นหน้าโผล่มาที่กระจกหน้าห้อยหัวลงมา

“ลงจากรถเดี๋ยวนี้”

ทุกคนร้อง

“เฮ้ย”

แต่คนที่ช็อคกว่าคือ ศรและตำรวจคนนั้น

“ยัยศร/เปอร์เซีย”อุทานพร้อมกัน

 

ลูกศรและเปอร์เซียนึกถึงย้อนวันที่แย่งแท็กซี่กัน

วันนั้นเพื่อนชวนกันมาฉลองวันเรียนจบ ทั้งๆที่เธอไม่อยากไปเพราะมันเป็นผับ เธอไปกับมิว แต่เหมือนมิวจะติดลม

“ฉลอง”ทุกคนกล่าวพร้อมกัน ยินดีจริงๆที่จบเสียได้

“แหมปีนี้ ไม่ว่า รุ่นพี่ รุ่นน้อง รุ่นเดียวกัน จบพร้อมกันได้ ฉลอง”พี่มนว่า

“เออ ไอคิวเท่ากันโดยไม่ตั้งใจ”มิวพูดขำๆ

“โลกใหม่ ขอสวยเหมือนตั้งใจ”ศรบอกขณะที่ชนแก้ว

“โอ๊ย โลกเราเป็นไรช่างมัน เหล้าอยู่ตรงหน้าแล้วพี่”มิวว่า อารมณ์ดีสุดๆ กับการดริ๊ง

“ไม่ ขอใช้น้ำส้มชนนะ”ศรปฏิเสธเสียงอ่อน

“สักกึ๊บเจ๊”มิวชวนศร

“นั่นสิ ลองหน่อยเหอะ”พี่มนชวนอีกแรง

“ไม่อะ ไม่อยากเมา เดี๋ยวแม่โทรมา บ่นแย่ว่ะ”ศรยังคงยืนกรานปฏิเสธ

“สรุป ที่เป็นเด็กดีทุกวันนี่ เพราะแม่เหรอ 55”มิวแซวนึกรู้

“อีนี่ทำพูดดี แม่แกก็ใช่ย่อย”ศรแหวใส่มิวเหมือนกัน

 

สักพักพอเริ่มมึนกันละ ลูกศรก็ช่วยพยุงเพื่อนไปเรียกแท็กซี่

ทุกคนคอพับคออ่อนยกเว้นลูกศร

เธอมาโบกรถแท็กซี่ แต่ก็มีผู้ชายสามคนเมา มาโบกรถตรงหน้าเธอ

พอแท็กซี่จอด พวกมันก็บอกว่า

“ไม่ไปพี่ 55

แท็กซี่ก็ขับออกไป พร้อมด่า “ถ้าเมา อย่ากวนตีนน้อง”

พอศรโบกรถ พวกมันก็โบกรถอีก

“ไม่ไปอ่ะพี่”พวกมันบอกแท็กซี่

แท็กซี่หยิบปืนขึ้นมา แล้วชี้ “อ้าวมึงไม่ไป แล้วเรียกกรูทำไม” สามคนตกใจนิดนึงแต่ก็ถอยออกมา

แท็กซี่ขี่รถออกไป

ศรเดินมาหน้าพวกนั้นแล้วเรียกแท็กซี่ แท็กซี่จอด

“น้อง พี่เรียกอยู่นานละ ขอไปก่อนได้ป่ะ”สามคนที่เมาขอเธอ

“อ้าวก็ไม่ไปไม่ใช่เหรอ”ศรบอกในใจก็นึกกลัวคนเมาเหมือนกัน

“ก็อยากจะไปตอนนี้แล้วอ่ะ ไม่ได้เหรอ”คนหนึ่งบอก

“เฮ้ยมึงอย่ามีเรื่อง”อีคนหนึ่งบอก

“ใช่มึง อย่ามีเรื่อง ตัวเท่าควาย”คนที่สามบอก

“นมเล็กนิดเดียว555”คนที่หนึ่งว่า พร้อมหัวเราะเหมือนเป็นเรื่องขบขัน

ศรกลัวไม่กล้ามีเรื่อง

“ต้องคนโน้นเมิง หิ้วไปด้วยดีกว่า”พวกมันหมายถึงน้องเปอร์เซียที่แอบชอบไบรท์

น้องเปอร์เซีย มากับเพื่อนอีกสองคน

ศรแอบห่วงน้องเปอร์เซีย

“สวยนี่หว่า”คนเมาที่มีเรื่องกับศรบอกกับน้องเปอร์เซีย

“อือ กูได้ยินจนชินละ”เปอร์เซียบอกพยายามห่างๆมัน

“เฮ้ย ทำไมขึ้นกูละจ๊ะ”คนเมาคนที่หนึ่งไม่พอใจนิดๆ

“จะเอาอะไร”เปอร์เซียเริ่มโมโห

“เอาน้องไง ได้ป่ะล่ะจ๊ะ”คนเมาคนนั้นบอกเธอพร้อมรุ่มร่าม

“มือนุ่มน่ะ เนี่ย ตรงนี้ก็นุ่ม”คนเมาเอาแก้มข้างนึงไปแนบหน้าอกน้องเปอร์เซีย

“โอ๊ย นมกู”น้องเปอร์เซียร้องเสียงดัง คนตรงนั้นไม่มีใครกล้าช่วย

“อย่าดัดจริต หน่อยเลย แต่งซะขนาดนี้ มาอ่อยพวกกูไม่ใช่เหรอ”คนเมาเริ่มโมโหเหมือนกัน

“นุ่ม นะเนี่ย”ช่วยกันบีบนมไม่หยุด อย่างไม่เกรงใจ

ศรทนไม่ไหว เธอเข้าไปทางด้านน้องเปอร์เซีย

“อือ มือกูก็นุ่ม”ศรชกไปที่หน้าคนหนึ่ง สลบไปเลย

“ตีนก็นุ่ม”เธอเสยปรายคางอีกคน จนสลบไปเลย

เหลืออีกคนที่เริ่มเรื่องทั้งหมดเธอจึงเข้าไป

“แต่กูว่า อะไรก็ไม่นุ่มเท่าหน้ามึงว่ะ”ศรบอก ใจนักเลงขึ้นมาทันที

“มากูขอจับให้ถึงใจหน่อย”ศรขยำแก้มที่พวกนั้นซบอกน้องเปอร์เซีย

“ชอบนักใช่ไหม นมโตๆ”ศรเสียงแข็ง เอาจริง

“มึงอายุกี่ขวบแล้วเนี่ย ถึงอยากดูดนมอยู่ กูไม่ใช่แม่มึงนะ”ศรว่า มือยังขยำแก้ม พวกมันร้องเสียงดัง

“ตอนมึงเด็ก มึงไม่มีฟันแดกข้าว ก็ได้เลือดจากอกของพวกผู้หญิงอย่างกูเลี้ยงมึงมาเหรอ”ศรว่าเสียงแข็งน่ากลัว

“พวกกูไม่ใช่แม่มึง แต่ไม่ได้หมายความว่า มึงจะมาทราม กับหน้าอกของกูนะ”ศรเสียงดังขึ้นทุกทีด้วยความโมโห

“ไป ไปเลยนะ ก่อนที่กูจะฉีกหน้ามึง ไป๊”ศรเสียงดัง

พวกนั้นวิ่งหนีชนกันเอง ล้มหลายทีวิ่งหนีไป

น้องเปอร์เซียเดินเข้ามาด้วยสีหน้าจริงจัง เธอรู้สึกขอบใจ แต่เธอกลับพูดกับศรว่า

“ไม่ต้องมาช่วยฉัน”

“ฮะ”ศรว่า

“มาช่วยฉันทำไม  พี่ไบรท์กำลังจะไปแล้วนะ”เปอร์เซียพูดกับศรในสิ่งที่เธอรู้มา ว่าไบรท์ชอบและรอศร

“อะไรนะ”

“ฉันบอกว่าพี่ไบรท์กำลังจะไปแล้วนะ”

 “ฉันไม่รู้”ศรปฏิเสธหน้าเสีย

“เธอเคยรู้อะไรบ้างเนี่ย แล้วนี่ยังจะยืนเซ่ออยู่อีก”เปอร์เซียเสียงแข็งใส่ศร เธอต้องการให้ศรไปพบไบรท์ในเวลานี้

“ไม่ เค้าคงไม่อยากเห็นหน้าฉัน”ศรพูดแอบเศร้าเหมือนกัน เพราะเธอดูไม่ออกเลยว่าไบรท์คิดกับเธอเช่นไร

“มีคนรออยู่ ยัยโง่เอ๊ย”เปอร์เซียว่ากับศร แล้วเดินไป

จากนั้นเหตุการณ์ก็เป็นดังตอนที่เธอมีเรื่องกับแท็กซี่ จนไปถึงสนามบิน

แต่พอเธอนั่งวินมอเตอร์ไซด์ไปสนามบิน ก็พบความว่างเปล่าไบรท์ไปแล้ว

 

กลับมา ณ ปัจจุบันที่ตรงที่รถแท็กซี่ของป่วนและศรนั่งมาจอด

“อ้าวนาย อีกแล้วเหรอ”เปอร์เซียว่ากับแท็กซี่ จำได้ทันทีเพราะตอนที่ป่วนก่อเรื่องครั้งนั้น เธอก็เป็นคนไล่จับแท็กซี่

“ผมไม่ได้ก่อเรื่องนะ”แท็กซี่ว่า บอกความจริง

“ก็มีแค่นาย กับผู้หญิงอีกสองคน ไม่ใช่นายแล้วจะใคร”เปอร์เซียแหว เธอไม่เชื่อแท็กซี่

“ก็เด็กมันจี้ผม”แท็กซี่บอกเปอร์เซีย

“อือ ตอบคำถามบ้าๆอย่างนี้อีกละ”เปอร์เซียเริ่มเซ็ง

“ก็จริงๆนี่คุณตำรวจ แมวอ่ะ มันเอาแมวมา”แท็กซี่พูดอย่างผวาทันทีที่เห็นแมว

“ใครมันบ้ากลัวคิทตี้ กลัวแมวอย่างนายฮะ”เปอร์เซียบอกอย่างไม่เชื่อ

“ก็แมว” แท็กซี่ทำท่าร้องไห้ขมขื่นที่สุดในชีวิต แล้วพูดว่า”แมวมันทำผม”แท็กซี่บอกต่อ

“เออๆ ไม่ต้องร้อง”เปอร์เซียเริ่มใจเสียเห็นน้ำตาของโชเฟอร์

“ไม่มีความหลังอย่างกรูบ้างให้มันแล้วไป”แท็กซี่แอบบ่นที่เปอร์เซียไม่เชื่อเขา

“บ่นอะไร รออยู่นี่ก่อนเลย”เปอร์เซียตัดบท

เปอร์เซียหันไปทางป่วนกับศร

“เอาเป็นว่าฉันจะปล่อยไป เพราะพวกเธอ มากับ คนบ้า”เปอร์เซียบอกตัดบททันที

“ผมไม่ได้บ้านะ เด็กมันเอาแมวมา”แท็กซี่แหวใส่เปอร์เซีย

“แกเงียบไปเลย คุกน่ะอยากไปใช่ไหม”เปอร์เซียขู่แท็กซี่

“เค้าไม่ได้บ้าหรอก หนูใช้แมวคิตตี้จี้เขาจริงๆ”ป่วนสารภาพออกมา

“อะไรนะ”เปอร์เซียพูดอย่างไม่เชื่อ

“เธอ เด็กมันพูดเล่นน่ะ อย่าไปฟัง เด็กคนนี้หลานไบรท์”ศรรีบแก้ตัวให้ป่วน ไม่อยากให้เด็กหญิงเดือดร้อน

“อ่อ แสดงว่าเธอกับพี่ไบรท์”เปอร์เซียกลับเข้าใจว่าไบรท์กับศรคบกันตกลงกันได้แล้ว

“ไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะ”ศรรีบปฏิเสธทันที

“หรอ ไม่ทราบว่าเธอ รั้งรออะไรอยู่หือ หรือวันนั้นไม่เจอเขา”เปอร์เซียเริ่มเซ็งกับทั้งคู่ เพราะเธอก็แอบเชียร์ศร

“วันนั้นไม่เจอ แล้วตอนนี้ก็เจอกันอยู่”ศรบอกเสียงอ่อย

“โห้ อึดอัดแทนว่ะ ไม่พูดกับเขาไปยะ ยัยทึ่ม”เปอร์เซียว่าศรเข้าให้กับความทึ่ม ซื่อ ปากแข็งของศร

“ฉัน...”ศรอึกอัก เศร้าใจ

“เอาล่ะ ทุกคนแยกย้ายนะ ฉันไปล่ะ”เปอร์เซียเปลี่ยนเรื่อง จะเดินไปขึ้นรถตำรวจหันมาพูดกับศร

“นี่ ยัยทึ่ม ช้ากว่านี้ล่ะก็ พี่ไบรท์ต้องเป็นของฉันนะ”เปอร์เซียพูดยิ้มๆ แล้วเดินจากไป

 

ทางด้านไบรท์กำลังให้รถแท็กซี่อีกคันตามแท็กซี่ของป่วน และก็ลูกศร ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ของไบรท์ก็ดังขึ้น

“เออ ไอ้ไบรท์ฉันตามแกอยู่นี่”อาจารย์วัชร์พูดกับไบรท์ผู้เป็นน้องชาย

“เออพี่ วิ่งตามมาเรื่อยแถววิภาวดี”ไบรท์บอกพี่ชาย

“อือ ลูกฉันอ่ะ เป็นไงบ้าง”อาจารย์วัชร์ถามอย่างเป็นห่วง

“ก็ไม่น่าจะมีอะไรนะ แต่พึ่งหักด่านไป”ไบรท์พยายามบอกให้พี่กังวลน้อยที่สุด แต่ความจริงมันก็ค่อนข้างหนักซึ่งเลี่ยงที่จะบอกไม่ได้

“อะไรนะ หักด่าน บ้าไปใหญ่แล้ว”อาจารย์วัชร์ตกใจกับสิ่งที่รู้

“แล้วเด็กพี่ ไม่โทรบอกเหรอ เขาไปด้วยกันนะ”ไบรท์บอกทันทีที่เขานึกขึ้นได้

“เด็กปอโท คนไหนอ่ะ”อาจารย์วัชร์นึกไม่ออก ว่าใครไปกับลูกสาวเค้า

“ก็ยัยลูกศร ไง เดี๋ยวผมโทรหาเค้า แล้วเดี๋ยวผมบอกพี่”ไบรท์เสนอหนทาง

“เออ ๆ งั้นก็ได้ มีไรรีบโทรมาเลยนะ”อาจารย์วัชร์เห็นด้วย

วินาทีต่อจากนั้นปุ้ยก็โทรเข้ามา เพื่อจะคุยกับอาจารย์วัชร์

“ว่าไงคุณปุ้ย”อาจารย์วัชร์รับสาย แต่ไม่เต็มใจที่จะคุย เพราะห่วงลูกสาวคนเดียว

“ค่ะ อาจารย์ ไฟล์ที่ให้มามันรันไม่ได้”ปุ้ยรีบเข้าเรื่องเพราะไม่อยากให้อาจารย์หงุดหงิด

“ไฟล์อะไรของคุณอ่ะ มันก็อยู่ในคู่มือไง”อาจารย์เสียงดังไม่พอใจ

“ค่ะ แต่มันไม่มีบอกไว้จริงๆนะคะ”ปุ้ยรีบแก้ตัว จริงๆเธออ่านหนังสือเรียนภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง

“ปุ้ย ผมบอกกี่ครั้งแล้ว ให้คุณตั้งใจอ่านดีๆ ผมกำลังยุ่ง”อาจารย์เสียงดังขึ้นอีกครั้ง

“ค่ะ หนูก็ยุ่ง proposal หนูก็สอบกับอาจารย์พรุ่งนี้แล้ว”ปุ้ยแก้ตัว

“ปุ้ย คุณนี่ผิดเวลาจริงๆนะ เวลามีปัญหาอะไร คุณช่วยเก่งเหมือนปากคุณหน่อยได้ไหม แค่นี้นะ ผมติดธุระ”อาจารย์วัชร์พูดเสร็จก็วางสายไปเลย

ปุ้ยนั่งหน้าหงิก แอบเฟี้ยงตุ๊กตาคิทตี้ของตัวเอง เพราะไม่พอใจอาจารย์ที่ไม่ช่วยเหลือ พี่มนมาเห็นเข้าเลยเข้าไปถามอย่างห่วงๆ

“เป็นอะไรปุ้ย ทำท่าจะกินใครอย่างนั้น”

“โห้ย ท่าฉันทำได้นะ ไม่ใช่แค่กินหรอก จะจับฝังแม่ง”ปุ้ยกล่าวอย่างเหลืออด เครียดงานพาลอาจารย์ซะงั้น

“ใครวะ”พี่มนสงสัย

“ก็อาจารย์สิ จะโทรไปเรื่องงานเนี่ย”ปุ้ยเสียงดัง

“อ้าว อาจารย์จะรีบไปตามลูกไม่ใช่เหรอ”พี่มนบอกตามที่ตนรู้มา

“แล้วไง”ปุ้ยไม่สนใจ

“อ้าว อีนี่ ก็ต้องไม่ว่างคุยป่ะวะ”พี่มนบอกอย่างไม่พอใจบ้าง

“งานฉันก็รีบเหมือนกัน ทำอยู่นี่ก็งานอาจารย์เหมือนกัน”ปุ้ยไม่ยอมยังคงเถียง

“อ้าวแกบอกเองว่าสารมันเหลือไม่กี่ตัว”พี่มนบอกปุ้ย เพราะแบบจำลองที่ปุ้ยทำของสาร เหลือไม่กี่ชนิด

“ก็นั่นแหละ มันรันไม่ได้”ปุ้ยบอกอย่างหงุดหงิด

“อ้าว ไม่เป็นไร คืนนี้อีกยาวไกล”พี่มนใจเย็น พยายามปลอบปุ้ย

“ก็ไฟล์มันใช้กับโปรแกรมที่ต้องใช้สายแลนคณะ ดึกขนาดนั้นใครจะอยู่เป็นเพื่อนฉันยะ”ปุ้ยรีบระบายปัญหาตนเองทันที

“โหย อีปุ้ย ใครจะทำไรมึง จับมึงไปขออ้อยหรือไง”พี่มนว่าแล้วเดินไป

 

ในระหว่างที่อาจารย์ขับรถตามรถของไบรท์ไป อาจารย์นึกย้อนไปถึงตอนที่วันเกิดของป่วน วันนั้นเขากลับบ้านมาช้า ภรรยาของเขานอนหลับกับป่วนในห้อง

เขาหอมแก้มลูก พร้อมของขวัญ

จากนั้นเขาก็หอมแก้มภรรยาเบาๆหนึ่งที

ภรรยาของเขาตื่น

“ตื่นง่ายจัง”อาจารย์วัชร์พูดกับพิมอย่างอ่อนโยน

“ยังไม่หลับ รอคุณ”พิมตอบพร้อมใช้มือของเธอคลอเคลียแก้มเขา

เขาค่อยๆขยับตัว ไปนอนกอดภรรยา

“ลูกคงโกรธผม”อาจารย์วัชร์กังวล พร้อมบอกภรรยาไปอย่างนั้น

“ไม่เอานะคนดี รู้กันอยู่ ว่าคุณต้องทำตามคำของพ่อคุณ”พิมพยายาปลอบใจสามี

“ลูกสะใภ้ของพ่อ พ่อน่าจะเลือกคุณ”อาจารย์เศร้าพร้อมพูดถึงความหลังที่เศร้าใจ

“เป็นอะไร วันนี้คิดมากจัง”พิมแกล้งเปลี่ยนเรื่องทั้งที่ก็เศร้าเรื่องนี้เหมือนกัน

“โปรเจคที่พ่อให้ผมทำ มันใหญ่มากเลยนะ มันอาจต้องใช้เวลา”อาจารย์วัชร์พูดเหมือนจะขอโทษภรรยา

“อือ คุณก็ห่วงฉันกับลูกเหรอ”แม่ป่วนบอกอย่างรู้ใจ

อาจารย์ไม่ตอบ พร้อมมองหน้าพิมอย่างมีความหมาย พร้อมก้มลงจูบเบาๆ

เธอยิ้มหวาน พร้อมพูดว่า

“อือ อย่างนี้รอทั้งชีวิต ก็ยังไหว”

ป่วนงัวเงียตื่นเพราะได้ยินเสียงใครคุยกันอยู่ข้างๆ

“แม่ ... คุยกับใครอ่ะ”ป่วนนอนกอดด้านหลัง หลับตาพริ้ม

“ผู้ชาย หล่อด้วย”พิมบอกป่วนยิ้มๆ อาจารย์วัชร์ยิ้มกับคำพูดของพิม

“อ๋อ พ่อเหรอ”ป่วนกลิ้งตัวทับแม่ แล้วตัวหล่นไปนอนอยู่ตรงกลาง

“ทำไมรู้ว่าเป็นพ่อ ล่ะ ฮือ”อาจารย์วัชร์พูดกับบุตรสาวอย่างเอ็นดู

“ใครๆก็รู้ทั้งนั้น แหละ ป้าเมี้ยนข้างบ้านยังแอบมาชมพ่อให้หนูฟังบ่อยๆเลย”ป่วนพูดจ้อยๆ ตามประสาเด็กทั่วไป

“พูดดี ระวังยัยเมี้ยนตำปาก”อาจารย์ว่าขำๆ

“พ่อไม่ต้องเลย หนูยังโกรธอยู่นะ”ป่วนว่า แต่ก็ซบพ่อ

“โกรธอะไรของเราหือ ซบซะแน่น”อาจารย์วัชร์กอดบุตรสาวคนเดียว ทั้งรักและเอ็นดูเป็นที่สุด

555”พิมหัวเราะ มีความสุขกับนาทีเป็นที่สุด

แม่ป่วนตอนนั้นเจ็บหัวใจ เธอแอบซบหลังลูกเพื่อซ่อนใบหน้าที่เจ็บปวด และไม่ได้บอกใครเลย

 

กลับมาทางด้านไบรท์ที่กำลังตามป่วนกับศร ไบรททำท่าจะโทรหาศร แต่เปลี่ยนใจกดโทรหามิว เพราะไม่ต้องการให้ศรรู้ว่าเขามีเบอร์เธอมานาน แต่ไม่กล้าโทรสักครั้ง

“มิว นี่พี่ไบรท์”ไบรท์พูดกับมิว ทันทีที่มิวรับสาย

“อ่อพี่ รู้ละ มีเบอร์อยู่”มิวพูดยิ้ม

“พี่จะโทรมาขอเบอร์ศรอ่ะ”ไบรท์เข้าเรื่องทันที

“อ่อ เบอร์พี่ศร อือ..รู้อยู่นะว่าพี่ต้องมี”มิวรู้ทันชายหนุ่มว่าชอบเพื่อนตน

“เออ 55 ความลับนะอย่าบอกศร”ไบรท์หัวเราะทันทีที่โดนจับได้

“ให้ใช้ชื่อหนูอ้างแค่ครั้งเดียวนะ มีครั้งหน้าจะให้เลี้ยงเหล้า”มิวบอกขำๆ

“อือ ขอบใจนะ แค่นี้แหละ”ไบรท์บอกแอบอายเหมือนกัน ที่มีคนรู้ความในใจของเขา

“จ้า”มิวว่าพร้อมวางสาย

จากนั้นไบรท์ก็ทำใจนิดหนึ่ง  แล้วชายหนุ่มก็กดต่อเบอร์ของลูกศร

“เธอ นี่เราไบรท์”ไบรท์พูดกับลูกศร พยายามไม่ให้เสียงสั่นๆ เพราะตื่นเต้นนั่นเอง

“อือ”ศรทำพูดเฉย แต่ในใจลิงโลด

“หลานเราอยู่กับเธอใช่ไหม”ไบรท์ถามลูกศร จริงๆก็ห่วงหลานเหมือนกัน

“อือ พึ่งเคลียร์กับตำรวจเสร็จ หารถจะกลับไปส่งมออยู่เนี่ย”ศรบอกไบรท์ ไม่ต้องการให้ชายหนุ่มห่วงกังวล

“จะไปรับนี่ล่ะ กำลังจะถึง แล้วเธอโอเคป่ะ”ไบรท์ห่วงศร

“ห่วงเหรอ แล้วนี่มีเบอร์ได้ไง”ศรแกล้งแซวเขา ในใจอยากให้เขาห่วงเธอบ้าง

“ห่วง”เขาพูดอย่างมีความหมาย ต่อจากนั้นก็บอกว่า”หลานเรา” แต่น้ำเสียงความนัย คือศรนั่นเองที่เขาห่วงเหมือนกัน

“อ่อ แล้วยังไม่บอกเลยได้เบอร์มายังไง”ศรพยายามจับผิด

“ขอคนอื่น”ไบรท์สะบัดเสียงอย่างงอนๆ ที่หญิงสาวแกล้งทำเป็นไม่รู้

“ใคร”ศรยังคงแกล้ง

“มิว”ไบรท์สะบัดเสียง

“อ่อ จะมารับหลานก็รีบมา รออยู่”ศรสะบัดเสียงไม่พอใจเหมือนกัน

“อือจะรีบไป อย่ากินหลานฉันเสียก่อนล่ะ”ไบรท์กวนหญิงสาว

“ไอ้บ้า คนนะเว้ย ไม่ใช่นางยักษ์”ศรแหวใส่ชายหนุ่ม

ศรวางสายเขา แล้วหันไปพูดกับป่วน

“ป่วนเรารอตรงนี้ละกัน อาไบรท์บอกจะมารับ”

“พ่อให้มาตามอีกดิ”ป่วนบอกนึกรู้ และรำคาญพ่อตนเอง

“ไม่อยากยังไง ก็ต้องกลับนะ”ศรบอกอย่างจริงจัง

“เอาหนูไปด้วยจะดีเหรอ”ป่วนทำเป็นเปลี่ยนเรื่อง

“ฮะ”ศรงง ว่าเด็กหญิงจะพูดอะไร

“พ่อคงตามหลังอามา หนูว่า หนูกลับกะพ่อละกัน พี่กับอาจะได้คุยๆกัน”ป่วนพูด

“พี่...อ้าวมาพอดี”ศรจะปฏิเสธ แต่แล้วไบรท์ก็มาพอดี

ไบรท์เข้ามาหาหลานสาวตัวดี ที่ชอบก่อเรื่อง แล้วพูดว่า

“ยัยเด็กระห่ำ มาให้หยิกเสียดีๆ”ไบรท์หยิกแก้มแรงๆ

“โอ๊ย อะไรกัน”ป่วนสะบัดศีรษะหนี

“จี๊แท็กซี่ทำไม”ไบรท์ว่าหลานสาว

“จี้อะไรกัน เค้ากลัวไปเองต่างหาก แค่คิทตี้เอง”ป่วนยังทำเล่น

“ทำเล่นไป หาข้อแก้ตัวกับพ่อตัวเองไว้เหอะ”ไบรท์ขู่หลาน แต่ป่วนกลับไม่กลัวและพูดว่า

“อ่อ ข้อแก้ตัวดีๆ เหมือนที่พ่อชอบทำน่ะเหรอ”

“ป่วน”ไบรท์อุทาน ไม่คิดว่าหลานสาวจะมีปัญหากับผู้เป็นพ่อขนาดนี้

ในทันใดนั้น รถอาจารย์วัชร์ก็แล่นเข้ามายังที่ ไบรท์ ลูกศร และป่วนอยู่

“ยัยป่วน”อาจารย์วัชร์กล่าวเสียงแข็งเมื่อเห็นป่วน

“อาจารย์/พี่”ไบรท์ และลูกศรอุทาน อาจารย์วัชร์เห็นลูกศรก็นึกเกรงใจพูดว่า

“อือ คุณลูกศร ขอโทษทีนะ คุณก็วุ่นอยู่แล้ว คงวุ่นไปใหญ่”

“อ่อไม่เป็นไรค่ะ เรื่องอะไรๆหนูก็เคลียร์ตัวเองแล้ว”ลูกศรไม่คิดอะไร เธอแค่กลัว แต่ไม่ได้คิดว่ามันเป็นปัญหา

“เหรอ”ไบรท์กับป่วนพูดพร้อมกันพวกเขายังคิดว่าศรนั่นแหละที่ยังไม่เคลียร์เรื่องหัวใจตนเอง

ศรทำหน้าเหรอหรา

“คุณจะกลับยังไงให้ผมไปส่งละกัน”อาจารย์วัชร์เอ่ยชวนศร โดยไม่รู้ว่าศรมีคนต้องการไปส่ง

“พ่อ เค้ามีคนไปส่งแล้ว”ป่วนบอกผู้เป็นบิดา นึกรู้ทันทั้งไบรท์และลูกศร

“เราน่ะเงียบไปเลย”อาจารย์วัชร์ไม่รู้ จึงเอ็ดบุตรสาว

“พี่เดี๋ยวผมไปส่งศรเองดีกว่า”ไบรท์รีบบอกทันทีว่าเขาต้องการไปส่งลูกศร

วัชร์เริ่มเข้าใจ ว่าน้องชายชอบลูกศร

“เห็นยังล่ะ ท่านศาสตราจารย์”ป่วนประชดพ่อตนเอง

อาจารย์ปิดปากลูกตัวเอง

“เอางั้นก็ได้ ฉันไปก่อน แล้วสอบ proposal ของคุณ ยังไงก็ขอให้โชคดีนะ”อาจารย์วัชร์อวยพรก่อนจากไปกับป่วน

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”ศร

จากนั้นไบรท์กับศรก็เรียกแท็กซี่

พอทั้งสองขึ้นแท็กซี่

“ไปไหนครับคุณ”แท็กซี่ถามผู้โดยสารตามปกติ

“ไป”ศรกำลังจะว่าให้ไปส่งที่มหาวิทยาลัย

“ไปรอบๆกรุงเลยพี่ พวกผมอยากนั่งรถเล่น”ไบรท์รีบบอกแท็กซี่ ต้องการอยู่กับศรเพื่อคุยไรบางอย่าง

“อ่อ ครับ แต่เปลืองนะครับ”แท็กซี่อดออกความเห็นไม่ได้ น้อยคนจะบ้านั่งรถแท็กซี่นานๆ

“ไม่เป็นไรพี่ เพื่อนผมรวย”ไบรท์พูดขำๆ

เมื่อรถวิ่งไปไม่นาน แท็กซี่เปิดเพลงหวานๆ สร้างบรรยากาศให้สองคนนี้

ศรคิดในใจ“อือหือ เพลง บิ้วสุดๆ”

“นายแน่ใจเหรอ จะนั่งรถดูวิว”ศรหาเรื่องพูด อดตื่นเต้นที่อยู่กับเขาสองคน

“ทำไม”ไบรท์ไม่กล้ามองหน้าศร

“ก็มีแต่รถ รถที่ติด”ศรหาเรื่องชวนคุย

“อือ วุ่นวายดีใช่ไหม”ไบรท์เหมือนพยายามจะพูดบางสิ่ง

“อือ เหมือน propasalฉัน ทำฉันหัวหมุนแค่ไหน ก็ทิ้งไปไม่ได้”ศรบอกทันที เมื่อพูดถึงสิ่งที่เธอกังวลเหมือนกันตอนนี้ นั่นคือสอบเปิดเรื่องนั่นเอง

“ทิ้งมันไปดิ แค่สักครั้ง ได้ไหม”ไบรท์พูดจริงจัง เขาต้องการให้ศรทำไรเพื่อเขาสักอย่าง

“เฮ้ย พูดไรวะ”ศรแกล้งไม่เข้าใจ

“พรุ่งนี้ฉันต้องไป offshore อีกแล้ว”ไบรท์บอกศร เขาต้องการให้ลูกศรไปส่ง และวินาทีนี้ต้องการให้ลูกศรกล้าบอกอะไรๆ สักที

“อ้าว ถึงกะนายอีกแล้วเหรอ”ศรเอ่ยถามอย่างตกใจเหมือนกัน

“อือ รอบนี้เขาก็เลื่อนๆ จากทุกทีมาห้าวันแล้ว”ไบรท์ตอบ เหมือนเร่งให้หญิงสาวพูดออกมา

“นาย ฉันต้องจบปีนี้ให้ได้อ่ะ”ศรเหมือนเสียใจที่ไปส่งเขาไม่ได้ เพราะติดสอบ

“อือ...”ไบรท์พยักหน้าทำหน้าผิดหวัง เสียใจสุดๆ

“โทษจริงๆ”ศรขอโทษ และเธอก็เสียใจสุดๆ

ไบทร์เสียใจกว่า เขาหันไปบอกกับแท็กซี่

“พี่ครับ ไปส่งที่มอเลยพี่ ผมเปลี่ยนใจละ”

“นาย”ศรจะง้อ

“ครั้งหน้าเธอค่อยไปส่งก็ได้ ฉันรอได้เว้ย”ไบรท์บอกยิ้มๆ แต่มันฝืนสิ้นดี

 

วันที่ลูกศรสอบ proposal ก็มาถึง ศรมารอที่ห้องแลปปอโทสีหน้าดูเศร้า กังวลมากๆ พี่มนเดินเข้ามาเห็น เลยถามอย่างเป็นห่วง

“อ้าวศร”

“พี่ มาแต่เช้าเลย”ศรหันไปพูดกับพี่มน

“เช้าอะไร อยู่นี่ทั้งคืน เป็นเพื่อนอีปุ้ยมัน”พี่มนบอก

“อ่อ”ศรหันมาเศร้ากับเรื่องตนเอง

“รอสอบเหรอ”พี่มนถาม

“อือพี่”ศรตอบเนือยๆ

“พร้อมหรือเปล่า หน้าดูเนือยๆ”พี่มนเริ่มสังเกตความเศร้าของศรอย่างเห็นได้ชัด

“อ่อ ตื่นเต้น แล้วไอ้มิวอ่ะ”ศรแกล้งเปลี่ยนเรื่อง

“อ้าวนึกว่ารู้ละ มันไปฮ่องกง”พี่มนบอกไปตามความจริง

“ไปไม”ศรสนใจทันที

“ไม่รู้ไม่ยอมบอกเหมือนกัน  บอกจะไปบิน ๆ เที่ยวๆ ให้หายเซ็ง”พี่มนบอกลูกศร

“เออ ๆเดี๋ยวนี้ขอโทรหามันหน่อย”ศรอยากรู้ หยิบโทรศัพท์จะโทรหามิว

“อือไปละ”พี่มนตอบยิ้ม แล้วเดินจากไป

ลูกศรโทรหามิว ตั้งใจคุยว่ามิวไปเที่ยวไม่ยอมบอก และเธอก็กำลังเศร้าด้วย ต้องการที่ปรึกษา

มิวเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ก็รับสาย ลูกศรพูดว่า

“เฮ้ย”

“ว่าไงเจ๊”มิวรับน้ำเสียงแช่มชื่น

“ไมจะไปฮ่องกงได้วะ”ศรถามเหตุผลที่มิวไป

“บิน เที่ยว เนี่ยจะขึ้นเครื่องละ”มิวบอกอารมณ์ดี

“โหยอะไรจะมีความสุขอย่างนี้แก”ศรว่าเพื่อน

“อ้าว อิจฉากันซะงั้น ตัวเองซะอีกน่าจะมีความสุขกว่าใคร”มิวแกล้งแซวกลับ

“อะไรของแกวะมิว”ศรทำเป็นไม่เข้าใจ

“บอกเค้าไปยังอ่ะ”มิวถามเรื่องศร

“ใคร”ศรแกล้งซื่อ

“โหพี่นี่น่าเตะจริง ชอบแกล้งโง่อยู่เรื่อย ก็พี่ไบรท์ไง”มิวว่า

“อือ เค้าจะไปอีกแล้ว ไปวันนี้”ศรตอบเศร้าๆ

“เอ้า ไปส่ง ไปบอกอะไรๆซะสิ”มิวว่า

“แกก็ แกก็รู้ ฉันต้องสอบ”ศรบอกเศร้าๆ เธอทิ้งทุกอย่างไปไม่ได้จริงๆตอนนี้

“โอ๊ยจบไปปีนี้ ชีวิตพี่ก็ไม่หายเซ็งหรอก จะขึ้นเครื่องล่ะนะ ตัดสินใจดีๆนะเจ๊”มิวเชียร์เพื่อน จากนั้นก็วางสาย

28 มิถุนายน 2559 15:20 น.

แท็กซี่หัวใจสาย เอเทรียม ตอนที่ 2

เก่งกาจ



เมื่ออกจากร้านเขาแล้ว ลูกศรคิดถึงวันวานคนเดียว ตอนนั้นเธอเพิ่งเรียนพีดีซีวิชาเครียดที่สุดแล้วมานั่งพักใต้คณะ

“ศร”พี่ปุ้ยเห็นเธอเลยเดินมาทักทาย แต่ปุ้ยก็มีเรื่องตั้งใจมาพูดกับศร

“อ้าว เจ๊นั่งก่อนดิ”ศรชวน

“ชาเย็นเหรอแก”ปุ้ยถามลูกศร

“อือ หลังชั่วโมงพีดีซีทีไร เครียดว่ะ ขออะไรหวานๆหน่อย”ลูกศรบอกปุ้ย พร้อมดื่มชาเย็น

“ยังไงก็อย่าชอบของหวานมากนะจ๊ะ”ปุ้ยพยายามพูดไรบางอย่าง

“โอ๊ย หมูไม่กลัวหวานหรอกเจ๊”ศรทำเป็นไม่เข้าใจ พูดติดตลก

“นังนี่ ฉันจะพูดว่า หวานมาก ระวังโรคหัวใจนะยะ”ปุ้ยว่า

“อะไร”ศรแกล้งทำไก๋ทั้งที่จริง แอบมองไบรท์อยู่

“เห็นนะ นั่งมองทางนั้นตลอด...ไอ้ไบรท์อ่ะ”ปุ้ยรู้ทัน

“อุ๊ยไม่ใช่ มองไอ้นั่นต่างหาก”ศรแกล้งชี้ไปที่ผู้ชายคนที่ปุ้ยชอบ

“อี่นี่ ไข่ของกู”ปุ้ยแหวใส่เข้าให้

“อ้าวนึกว่าตัดไปแล้ว”ลูกศรพูดหมายถึงปุ้ยตัดตรงนั้นแล้วแปลงเพศแล้ว

“เอาเงินไหนตัดยะ เดือนๆ เด็กต้องดูดนมนะ”ปุ้ยว่ากลับ

555”ลูกศรหัวเราะ

“หัวเราะ ฉันพูดหน่อยเหอะ อย่าไปชอบมันเลย ไอ้ไบรท์น่ะ หญิงแท้ หญิงเทียมไม่เว้นนะ นี่ก็ได้ข่าวว่ากำลังคบดาวมหาลัยอยู่”ปุ้ยใส่ไฟไบรท์ทันที

“ใคร น้องเปอร์เซีย แปดปอดน่ะเหรอ”เธอแกล้งพูด แอบรู้มาเหมือนกัน

“ก็ใช่สิยะ ขนาดครบเครื่องอย่างนั้น ไม่กี่เดือนเฮียแกก็ทิ้ง และหางเครื่องอย่างเรา คงเก็บไว้โยนให้หมากิน”ปุ้ยใส่ไฟต่อ ได้ผลศรก็แอบคิด

อยู่ๆเพื่อนไบรท์ที่ชอบแกล้งปุ้ยก็เดินมาแกล้งปุ้ย ใส่หมวกกันน็อคหน้าแมวบนหัวปุ้ย

“อุ๊ย จับได้แล้ว แมวปากหมา ที่รัก ทำอย่างนี้ไม่น่ารักเลยนะ”เพื่อนไบรท์ว่า

“โอ๊ยอะไรเนี่ย”

“หุบปากเดี๋ยวนี้ เวลาที่รักไม่พูดไรเลยน่ารักที่สุดเลย”เพื่อนไบรท์ยังแกล้งปุ้ยปุ้ยทำเสียงอู้อี้ พูดไม่ได้

ไบรท์มองศรอย่างมีความหมาย ศรมีอะไรบางอย่างจะพูดกับไบรท์เหมือนกัน

“ไบรท์ คือ...” แต่เธอก็ไม่พูด “ชามันไม่มันเลยว่ะ ไปขอนมให้หน่อยดิ”

ไบรท์ตั้งใจฟังคำนั้นเต็มที่ แต่เมื่อเห็นลูกศรไม่พูดก็เดินไปจากไปอีกทาง

และส่วนศรเองก็แอบคิดมากตามที่ปุ้ยพูดเหมือนกัน แต่เก็บไว้ในใจไม่บอกใคร

 

เมื่อลูกศรและมิวเดินออกไป ไบรท์จึงสั่งเมนูที่ป่วนชอบให้เด็กหญิงรับประทาน

“อือทอดมันกุ้ง ของโปรดไม่ใช่เหรอ”ไบรท์บอกหลานสาว

“อาก็กินด้วยดิ ดูเหมือนตอนนี้อาไม่ค่อยมีแรงนะ”ป่วนแซวหน้านิ่งๆ

“ยัยเด็กแก่แดด”ไบรท์ว่าหลานสาว แอบอายเหมือนกันที่ใครๆรู้ทัน รู้ใจเขา

“เค้าเรียกว่าเด็กฉลาดต่างหาก”ป่วนบอกหน้านิ่งๆ

“และเรา อาเห็นข่าวแล้วนะ บ้าหรือเปล่า ทำงั้น”ไบรท์ว่าหลานสาวทันที เพราะเขาอ่านข่าวที่เด็กหญิงจี้แท็กซี่แล้วนั่นเอง

หลานสาวยังคงตั้งตากินไม่สนใจที่จะตอบ

“ถามอยู่นะ ทำไมไม่ตอบ”ไบรท์ว่าหลานสาว แต่ไม่จริงจัง

“อะไร เมื่อกี้ยังบอกให้กินอยู่เลย”ป่วนเฉไฉ

“คิดจะทำไร”ไบรท์ถามอย่างห่วงๆ

“ไม่รู้ อยู่ๆอยากนั่งเครื่องบิน ไม่มีใครพาไป ก็เลยหาคนพาไปแม่งเลย”ป่วนกวน

“จะถึงวันเกิดเราอยู่แล้วนะ ไม่อยากให้พ่อเราปวดหัวก่อนวันนั้นหรอกใช่ไหม”ไบรท์พยายามเตือนสติหลานสาว

“พ่อมีเวลามีคิดอะไรนอกจากเรื่องงานด้วยเหรอ”เธอวางส้อมทำหน้าเซ็ง

“ไม่เอา อาไม่ชอบเลยนะ พูดอย่างนี้”ไบรท์ตำหนิหลานสาว

“โอ๊ย อาพูดใหญ่เลยนะ ทีเมื่อกี้เงียบเชียว ว่าแต่พี่คนนั้นใครหรือ”ป่วนแกล้งเปลี่ยนเรื่อง

“ยัยเด็กนี่”ไบรท์เขกหัวหลาน “อ้าวพี่”อาจารย์เดินเข้ามามองป่วนด้วยสีหน้าไม่พอใจสุดๆ

“โทรศัพท์ทำไมไม่รับ แล้วจะไปไหนทำไมไม่บอก”อาจารย์วัชร์ว่าป่วน

“หนูไม่หนีพ่อไปไหนหรอก ทั้งที่อยากไปใจแทบขาด”ป่วนตอบกวนไม่มองหน้า

“ป่วน”ไบรท์เรียกหลานสาว เหมือนพยายามไม่ให้เด็กหญิงโต้ตอบผู้เป็นพ่อ

“แกเคยเห็นความจำเป็นของฉันบ้างไหมฮะ”อาจารย์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“อะไร งานของพ่อ ทำมันเข้าไปสิ”ป่วนว่า ไม่ยอมแพ้เช่นกัน

“ป่วน อย่าพูดอย่างนี้กับพ่อ”อาจารย์เสียงแข็งอีก

“อะไร ก็ทำให้ใครมันตายไปข้างหนึ่งเลย” ป่วนเสียงดัง

พ่อจับมือป่วนขึ้นมาอย่างโกรธๆ

“ฉันเป็นพ่อแกนะ”

“เออ!!!รู้แล้ว”ป่วนตะโกนใส่หน้าผู้เป็นบิดา เหมือนมีบาดแผลในใจ

เด็กหญิงจ้องหน้าพ่อน้ำตาไหล เธอสะบัดมือ แล้ววิ่งไปจากร้านทันที

 

ระหว่างที่ป่วนจากมานั้น ป่วนคิดเรื่องครอบครัวของเธอคนเดียว

เธอนึกถึงวันเกิดเมื่อสี่ห้าปีที่แล้ววันนั้นเป็นวันเกิดของเธอ

“แม่”ป่วนทักแม่จากข้างหลังสวมกอดมารดา

“กลับมาแล้วเหรอ”พิมผู้ซึ่งเป็นแม่ของป่วนบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พิมเป็นผู้หญิงที่อ่อนโยน อ่อนหวานมาก

“ขยันจัง ทำให้ใครอ่ะ”ป่วนแซวแม่

“ก็เรานั่นแหละ มาทำพูดกวน อย่างนี้เหมือนใครนะเรา”แม่ว่าอย่างเอ็นดูป่วน

“สองคน ไม่แม่ก็พ่อนั่นแหละ”ป่วนตอบกวนๆยิ้มๆ

“ฮึ ไม่ใช่แม่”พิมว่า

“ฮะ เหมือนพ่อหรอ พ่ออะนะ กวนเป็น”ป่วนกล่าวขำๆ

“เด็กคนนี้ เวลาอยู่กับพ่อ พูดให้มันดีอย่างนี้เหอะ”พิมตำหนิป่วน แต่ไม่จริงจัง

“ค่า ว่าแต่แฟนคุณนายไม่มาสักทีนะ”ป่วนถามถึงวัชร์ผู้เป็นพ่อ รอให้ทุกคนมาครบเธอจะสุขใจที่สุด

“อืม...ทำงาน”พิมทำเป็นจัดของ แต่เธอดูเหมือนมีความในใจ

“อยากทำ หรือใครใช้เนี่ย จริงจังขนาดนี้”ป่วนบ่นไปอย่างนั้น

พิมจะตอบบุตรสาว แต่โทรศัพท์บ้านดังขึ้น

เธอรู้ทันทีว่าเป็นสามี สามีต้องบอกว่าไม่ว่าง

แต่เหมือนบุตรสาวจะไม่รู้

“พ่อ หนูนึกแล้วต้องเป็นพ่อ จะกลับมาเมื่อไหร่ คอยอยู่นะแม่นะ”ป่วนคุยกับพ่อเสียงแจ๋ว อารมณ์ดี

“ไปเป็นนักเดาใจคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่ฮึ”อาจารยวัชร์พูดขำๆ

“ไม่สักหน่อย ก็คุณนายของพ่อ เก็บอาการเป็นเมื่อไหร่”ป่วนพูด

“พูดมากอย่างนี้นี่เอง แม่ถึงบ่นบ่อยๆ”อาจารย์วัชร์กล่าวอย่างเอ็นดูบุตรสาว

“น่ะ พ่อเสร็จงานแล้วใช่ไหม”ป่วนเข้าเรื่องทันที

“อืม...ก็จะโทรมาบอกว่า...ยังทำงานอยู่นี่แหละ”อาจารย์วัชร์พูดเสียงอ่อย รู้สึกผิดที่กลับบ้านช้าในวันสำคัญ

“น่ะ แม่พ่อกวน ดูดิ”เด็กหญิงหันไปพูดกับพิม

พิมก็ซึมๆ นึกรู้ว่าสามีกลับช้าอย่างนี้ คงจะต้องติดงาน

“ขอโทษนะลูก พ่อยังติดงาน แต่พ่อไม่ลืมของขวัญ”

“ของขวัญของหนู ก็คือ แม่ กับพ่อนั่นแหละ แต่พ่อ..คงลืมไปแล้วใช่ไหม”เธอวางสายซึมๆ

ทันใดนั้นพิมก็หน้ามืดด้วยโรคหัวใจ เธอนั่งบนเก้าอี้

“แม่”ป่วนร้องเสียงหลง

เธอไปหาแม่ประคองไว้อย่างเป็นห่วง

“แม่ กินยายัง”ป่วนถามพิม หน้าป่วนเสียทันที เมื่อเห็นอาการของแม่

แม่เธอพยักหน้า เหนื่อยๆ

“หนูจะโทรบอกพ่อ”ป่วนว่า

สามีเธอรู้ว่าเธอเป็นโรคหัวใจ ตั้งแต่สามปีหลังจากที่ป่วนคลอด แต่ไม่รู้ว่าอาการเธอหนักทุกวัน

“อย่าบอก สัญญากับแม่ก่อนว่าจะไม่บอก”พิมว่า

“แต่แม่ ดูแม่ดิ แม่ไม่ไหวแล้ว”ป่วนไม่เชื่อจะบอกให้ได้

“แม่ไหว”แม่เธอพูดด้วยสีหน้า และน้ำเสียงจริงจัง

“เชื่อแม่ พ่อของลูกน่ะ กำลังพยายามอยู่”

 

 

วันหนึ่งที่ห้องแลปของอาจารย์วัชร์ พี่มนเพื่อนรุ่นพี่ของลูกศรก็บ่นเพราะงานมากมายเหลือล้น

ส่วนมิวก็กำลังบ้าเล่นเกมส์ซึมเครื่องบินอยู่

“โหย งานเร่ง คืนนี้ต้องดึกแน่เลย”พี่มนบ่นกับมิว

“โหพี่ก็ดึกทุนวันนะ ไมพึ่งมาบ่นอ่ะ”มิวบอกแต่ตายังมองหน้าจอ เล่นเกมส์ไม่หยุด

“ทำไรอ่ะ”พี่มนถามมิว มิวไม่ได้ยินตั้งหน้าตั้งตาเล่น

“มันบินอยู่พี่”ศรแกล้งแซวมิว

“เออ เล่นเกมซิมเครื่องบินอีกละ เค้าไปเล่นเกมส์อื่นกันหมดแล้ว”พี่มนว่ามิว แต่ไม่จริงจัง

“โห พี่เกมส์อื่นมันคิดตังค์นี่นา แล้วดีกอย่างนี้หาไรกินกันไหม”มิวเปลี่ยนเรื่องนึกหิวอยู่เหมือนกัน

“ไปกินร้านบุพเฟ่ ข้างมหาลัยไหม”พี่มนออกความเห็น

“เออ ใช่ ไปไหมพี่ศร”มิวบอกกับศร นึกรู้ว่าศรก็อยากเจอใครบางคน

“ไม่ ไม่อยากให้เจ้าของร้านรวย”ศรกล่าวงอนๆเมื่อนึกคงใครคนหนึ่ง

“แหมๆ ให้เค้ารวยๆไปเหอะ จะได้ไปขอใครๆของเขาไง”มิวแอบแซว แอบรู้ว่าชอบกันอยู่

“เออ ไปเหอะ ร้านนี้แหละ ฉันเลือกให้พวกแกเอง หิวแล้วนะเว้ย”พี่มนลงมติ

แต่ขณะที่ลูกศรกำลังเดินตามเพื่อนไป ป่วนก็เข้ามาหาเธอพร้อมพูดว่า

“พี่น่ะ บอกไว้ก่อนนะ อาน่ะคนจีบเยอะนะ ไม่กล้ากว่านี้ เดี๋ยวก็แห้วตลอดกาล”

“พี่... ไม่”ศรอึกอัก ปฏิเสธเด็กหญิง

“พี่ไม่ ไม่อะไรเหรอ ไม่ชอบ หรือ ไม่กล้า”ป่วนพูดแล้วเดินตามมิวไป ทิ้งให้ลูกศรคิดเรื่องในใจของเธอคนเดียว

 

เมื่อถึงร้านบุฟเฟ่ของไบรท์ พี่มนเห็นไบรท์มา ก็ทักทายตามประสาคนรู้จัก

“อ้าวไบรท์ ไปไงมาไงได้เนี่ย”

“ครับพี่ สบายดีนะครับ”ไบรท์ตอบพี่มนอย่างสุภาพ

“ฮึ..ไม่ค่อยอ่ะ งานหนักเลย แต่ก็ดีนะเนี่ยมีคนหาของอร่อยๆมาให้กิน”พี่มนแอบบ่นเรื่องตัวเอง

“เฮ้ยพี่ กินแล้วต้องจ่ายนะ พี่เค้าจะรีบหาเงิน”มิวพูดสองแง่สองง่าม

“โหยมันรวยอยู่แล้วจะเอาอะไรกับมันอีก”พี่มนพูดแซวเล่นๆ

“แหม บางเรื่องก็ต้องใช้เงินตัวเองนะพี่”มิวแซวอีกเช่นกัน

“สาวที่ไหน ใช่น้องเปอร์เซียที่คบกันตอนเรียนอยู่ปะ”พี่มนถามเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอรู้ข่าวมาว่าไบรท์กับน้องเปอร์อาจเคยคบกัน แต่มนไม่รู้ว่าจริงๆ ไบรท์ชอบคนใกล้ตัวนี่เอง

“....”พระเอกเขินๆขัดๆ

“โอ๊ยอาจจะคนไม่ไกลก็ได้พี่มน”มิวแซวนึกรู้เหมือนกัน

“เฮ้ยมิว ให้ไปๆเหอะ พี่มนหิวแล้วมั้ง”ลูกศรเปลี่ยนเรื่อง

“เดี๋ยวดิ ยังไม่ได้ตั้งเตาให้เลย”ไบรท์ขัดลูกศร

“โห ใจดีจังเนาะ เด็กเสิร์ฟก็มี”ศรว่า

“มี แต่พวกที่ทนๆ ลูกค้าปากมากได้ มีฉันคนเดียวไง...”พระเอกพูดค้อนๆ

“ไปๆ แก”ศรไล่ เพราะไม่รู้จะเถียงอะไร

“เออๆ  ไปหาไรกินกัน ตักได้เต็มที่เลยใช่ไหม”พี่มนถามไบรท์

“เต็มที่เลยพี่ โดยเฉพาะกุ้ง พวกผมเลี้ยงเอง เป็นนาเลย เด็กเอธิโอเปียที่ว่า ผอมๆ ก็อ้วนกลมได้”ไบรท์เล่นมุก

55 ไม่ใช่ชูชกนะพี่ไบรท์ หรือว่าพี่มนใช่วะ”มิวตลกแล้วแซวพี่มน

“อีนี่”พี่มนจิกมิว

ไบรท์เดินตามศรไป มีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ๆ แต่โทรศัพท์ก็ดังขึ้น มันเป็นสายของอาจารย์วัชร์พี่ชายของเขาเอง

“ครับพี่ อ่อ..ป่วนอยู่นี้ครับ”

“ขอคุยหน่อย”อาจารย์วัชร์กล่าวหัวเสียเช่นเคย

“ยัยป่วน พ่อเรา”ไบรท์ยื่นโทรศัพท์ให้หลานสาว

“ไปไหนไม่บอกอีกแล้วนะ สั่งแล้วใช่ไหมไปไหนให้บอก”อาจารย์เสียงดังใส่ลูกสาว แต่ทั้งหมดเพราะห่วงลูกนั่นเอง

“พ่อหนูหิว บ่นทำไมเนี่ย”ป่วนแกล้งทำเป็นไม่รู้ พูดเรียบเฉย

“ฉันก็บอกแล้วไง ว่าเสร็จแล้วจะพาไป”อาจารย์เสียงดัง

“แล้วมันเสร็จยังอ่ะ ก็รออยู่นานมากล่ะนะ”ป่วนพูดเป็นนัยๆ

“ป่วน”อาจารย์วัชร์เรียกเสียงดัง

ป่วนส่งโทรศัพท์ให้อาของตัวเอง ขี้เกียจจะต่อความยาวกับผู้เป็นบิดา

“ครับพี่ อ่ออยู่กันหมดที่ร้านนี้ครับ ครับๆ ผมจะบอกให้”ไบรท์พูดกับพี่ชาย

ศรเดินมาหน้ายิ้มสุดๆไบรท์บอกธุระของพี่ชายกับหญิงสาวทันที

“เธอ พี่ฉันโทรหาเธอหลายครั้งแล้วนะ ไม่ได้ยินสัญญาณเหรอ”

“อ้าวเหรอ ซวยแล้ว จริงด้วย สิบสาย”ศรอุทาน หน้าเสีย

“พี่ฉันรอเธออยู่ ไปที่ห้องพักอาจารย์เหอะ”ไบรท์บอก พร้อมออกความเห็น

 

 

ที่ห้องอาจารย์อาจารย์วัชร์กำลังหัวเสียเรื่องบุตรสาวที่ไม่เชื่อฟังและอาจจะพาลหงุดหงิดมาถึงลูกศร

“คุณสอบเปิดเรื่องพรุ่งนี้แล้วไม่ใช่เหรอ”อาจารย์วัชร์พูดเสียงแข็ง ทันทีเมื่อเห็นหน้าลูกศร

“ค่ะ”ศรกล่าวสั้นๆ นึกรู้ว่าวันนี้จะโดนตำหนิ

“แล้วไหนไฟล์ที่คุณต้องส่งให้ผม”อาจารย์วัชร์ถาม

“ต้องส่งด้วยหรือคะ”ลูกศรถามอ่อยๆ เธอไม่รู้จริงๆว่าต้องส่งก่อน ก็ใครจะรู้ เธอพึ่งมาเรียนปอโทครั้งแรก

อาจารย์ถอนหายใจ เสียงแข็งขึ้น

“คุณคิดว่าไง ส่งสิครับ ถามหน่อย ผมต้องบอกคุณทุกอย่างเหรอ”

“ค่ะ ขอโทษค่ะ”ลูกศรขอโทษตามสไตล์เธอ

“คุณส่งไฟล์ให้กรรมการทุกคนเดี๋ยวนี้”อาจารย์วัชร์สั่งลูกศร

“แล้วกรรมการจะว่าไรหนูไหมค่ะ พึ่งส่ง”ลูกศรแอบกลัวเหมือนกัน

“ผมไม่ทราบ คุณไม่ส่งไฟล์ให้กรรมการดูก่อน เค้าอยากจะให้แก้ ให้ทำอะไร เค้าจะมาบอกคุณตอนนี้ทันไหมครับ”อาจารย์วัชร์เสียงดังหัวเสีย

“ค่ะ”ลูกศรรับคำ

อาจารย์ถอนหายใจ

“ไป ไปเดี๋ยวนี้เลย”

 

ทางด้านลูกศร เมื่อออกจากห้องอาจารย์เธอเดินคอตก เธอซึมทุกครั้งที่โดนตำหนิ

จากนั้นก็ไปนั่งคนเดียวในห้องแลป ไบรท์ มิว

“พี่ โอเคเป่า”มิวถามอย่างห่วงๆ

“...”เธอไม่ตอบ แต่ทำท่าอืออย่างเหนื่อยอ่อน

“เฮ้ย มิวมาช่วยพี่เซตตู้เผาหน่อย แม่งเป็นไรไม่รู้”พี่มนขอความช่วยเหลือมิว

“อือ ไปเดี๋ยวนี้”มิวบอก

“อย่าคิดมากเด้อ”มิวปลอบก่อนไป

“เออน่าแค่นี้เอง ทำงานกับพี่ฉันมันก็อย่างนี้แหละ”ไบรท์อยากปลอบ แต่ออกจะแรงไปนิด

“ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีเลย ฉันไม่เก่งเหมือนปากนายนะ”ศรพาลกับชายหนุ่ม

“อดทนดิวะ เดี๋ยวก็ชิน”ไบรท์พยายามปลอบ

ศรเริ่มน้ำตาไหล พร้อมพูดว่า

“ก็ไม่ชอบนี่หว่า โดนด่า ไม่ชิน และไม่คิดจะชินด้วย”ศรกล่าวทั้งน้ำตา พระเอกเข้าไปกอด

“เออๆ ไม่ชิน ก็ไปให้เขาด่าบ่อยๆ”ไบรท์กวนq

“ไอ้บ้าฉันไม่ได้ถึกอย่างนายนะ”ศรแหวใส่ไบรท์

“อ้าวอีนี่ อยู่ๆมาด่ากรูเป็นควาย เดี๋ยวโบกให้กลิ้ง”ไบรท์ว่า ศรทำท่ากลัวๆ ซับน้ำตา

“แล้วที่จะสอบ พร้อมยัง”ไบรท์กลับมาพูดดีอีก อดห่วงไม่ได้จริงๆ ก็คนมันรัก

“ไม่อ่ะ หลายอาทิตย์ก่อน อาจารย์ยังถามฉันอยู่เลย ว่าอาเทรียมทำไมมันไม่มีแรงผลัก”

“แล้วไง”ไบรท์ถามต่อ

“ฉันยังตอบไม่ได้เลย”ศรบอกหน้าเสีย

“เอ้า แล้วพรุ่งนี้ล่ะ”ไบรท์ถามต่ออีก

“ไม่รู้อ่ะ”ศรซึมไบรท์เห็นใจ แต่ก็คิดว่าศรควรจะพยายามกว่านี้ ไม่ควรยอมแพ้

 

ที่ห้องพักอาจารย์ อาจารย์ยังนั่งทำงาน ป่วนเคาะประตูห้องทำงานของพ่อเธอ

“เชิญครับ”อาจารย์ยังหงุดหงิด

ป่วนยังเห็นพ่อทำงาน ก็เคาะประตูแกล้ง

“เชิญครับ”อาจารย์หันไปเจอหน้าลูกหงุดหงิด แอบพาลลูกเพราะงานเหมือนกัน

“อะไรจะบ้าอย่างนี้”ป่วนพูดกับพ่อ

“พูดอะไรหือ”อาจารย์ว่าอย่างไม่เข้าใจ

เธอเดินไปที่แฟ้มที่เขียนว่าอาเทรียม

“อาเทรียมอีกละ นี่พ่อบ้าทำมันมาสี่ห้าปีแล้วนะ”ป่วนว่าพ่อตัวเอง

“ก็มันสำคัญไง ถึงต้องทำ”อาจารย์

“หนูไม่ใช่แม่นะ อย่ามาพูดอย่างนี้กับหนู”ป่วนสวนกลับ

“...”อาจารย์อึ้ง

“อาเทรียม สมบัติใหม่ที่เกิดจากสองหน่วยที่แตกต่างกันสุดขั้ว แต่มันต้องอยู่ด้วยกันไปตลอด แทบจะตลอดกาล มันไม่มีวันหลุดไปสมดุลนี้ โว้...พ่อคิดอย่างนั้นจริงๆเหรอ”ป่วนอ่านผลงาน แล้วออกความเห็น

“ใช่ หรือว่าแม้แต่เด็กฉลาดอย่างแกก็ไม่เข้าใจ”อาจารย์กล่าวพร้อมมองหน้าลูกสาวอย่างเสียใจ

“ไม่ อาเทรียมมันก็เหมือนความกลัวในใจพ่อนั่นแหละ”ป่วนเสียงดัง

“พ่อไม่ได้กลัว”อาจารย์เถียง

“พ่อกลัว!!!     พ่อโกหกว่ากล้า แต่ที่จริงพ่อกลัว พ่อไม่กล้าทิ้งคำสัญญาเหลวไหลของปู่”ป่วนกล่าวเสียงดังทั้งน้ำตา

“ป่วน ลูกมันไม่ใช่อย่างนั้น”อาจารย์บอกเสียงอ่อนโยน มองหน้าบุตรสาว

“คนขี้ขลาด”ป่วนว่าแล้ววิ่งออกไป

 

ทางด้านไบรท์ กับลูกศร ลูกศรตั้งใจจะนั่งแท็กซี่ไปส่งไบรท์ แต่เจอแท็กซี่คันเดิม

“นั่งแท็กซี่ไหม”ศรชวนชายหนุ่ม

“จะรีบไปไหน ไม่เดินอ่ะ”ไบรท์ปฏิเสธ พร้อมชวนเธอเดิน

“ทำไมอยากอยู่กับฉันนานๆเหรอ”ศรแอบแซว

“โห อยู่กับเธอนี่นะ น่ากลัวว่ะ เรียกแท็กซี่เหอะ”ไบรท์ตอบกวนๆ ทั้งๆจริง มันใช่อย่างที่หญิงสาวพูดทุกคำ

“นาย”ศรงอนชายหนุ่ม

ศรเรียกแท็กซี่ แต่ไม่คิดว่าจะเป็นแท็กซี่คันเดิมที่มีเรื่องกับเธอในวันนั้น วันที่เธอจะตามไปส่งไบรท์ที่สุวรรณภูมิ

“พี่ ไปหอฝั่งตรงข้ามหน่อย”ศรเปิดประตูบอกแท็กซี่

“โหยส่งรถคุณ อ้าวเธอ”แท็กซี่กล่าว พร้อมตกใจเมื่อเห็นหน้าศร

“อ้าว โหถิ่นแกเหรอวะเนี่ย”ศรกล่าวอย่างหัวเสีย

“ไม่ไป”แท็กซี่จะขับหนี

“เดี๋ยว พี่คนนี้ให้สองพัน ไปไหม”ศรหมายถึงไบรท์

“เฮ้ย”ไบรท์อุทาน ไม่คิดว่าหญิงสาวจะแกล้ง

“งั้นก็ขึ้นเลยครับ”แท็กซี่ตอบรับทันที ลืมเรื่องบาดหมางทั้งหมด เพราะเงินเท่านั้น

“เออ น้อง วันนั้นไปสุวรรณภูมิทันไหม”แท็กซี่ชวนศรคุย

“อะไร”ศรทำท่ามึน แต่ไบรท์สนใจ

“อ้าว วันนั้นไง ทำท่าอย่างจะไปตามแฟน จะขึ้นรถพี่ให้ได้”แท็กซี่บอกไต๋ของศร หมดไส้หมดพุง

ไบรท์ยิ้มเมื่อได้ยิน ศรเห็นดังนั้น ก็แก้เขินทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

“แล้วนี่ผัวใหม่เหรอ หน้าอย่างน้องเนี่ย หาใหม่ได้เร็วขนาดนี้เหรอ”แท็กซี่แซวกวนๆ

ไบรท์หัวเราะแอบคิดเหมือนกันว่าหญิงสาวขี้เหร่จริงๆ แต่นั่นไม่สำคัญสำหรับเขา ยังไงเขาก็รักอยู่ดี

“ผม ไม่ใช่ผัวเค้าครับ คิดอย่างพี่แหละ หน้าอย่างนี้ใครจะเอา”ไบรท์ตอบกวนๆ

“พี่นี่ตลกเนาะ ดีละเพื่อนหนูให้ทิปอีกสองพัน”ศรแกล้งไบรท์

“เฮ้ย”ไบรท์ทำหน้าเหรอหรา “เออพี่ถึงร้านผมล่ะ ส่งตรงนี้แหละ”ไบรท์บอกแท็กซี่

“พี่ ป้าคนนี้เขาถูกหวย เอาเป็นว่าไปเก็บยัยป้านี่นะ เค้ากลัวรวย”ไบรท์หมายถึงศร

“เฮ้ย”ศรตกใจ ไม่คิดว่าจะโดนเขาแกล้งกลับ

“ไปละ”ไบรท์ยิ้มให้หวานๆที แล้วเดินจากไป

28 มิถุนายน 2559 15:17 น.

แท็กซี่หัวใจสาย เอเทรียม ตอนที่ 1

เก่งกาจ



เรื่องนี้จินตนาการขึ้นมา ความรู้ที่ใช้ประกอบในเรื่องนี้เพื่อความบันเทิง

“อาเทรียม อนุภาคพื้นฐานอย่างหนึ่ง ที่ประกอบจากหน่วยสองหน่วยที่แตกต่างกัน ที่เข้ากันได้โดยไม่มีแรงผลัก” ทฤษฎีนี้ฉันงง ไม่เข้าใจ จนวันหนึ่งความซวยก็มาเยือน

 

ขณะที่ลูกศร(นางเอก)กำลังจะไปมหาลัยเธอเป็นนักศึกษาปริญญาโท

ข่าวในบีทีเอส

“เกิดเหตุ เมื่อคืนหญิงสาว กับเด็กหญิงนิรนามคู่หนึ่ง ร่วมกันจี้แท็กซี่ แถวย่านลาดกระบัง   แต่เหตุผลอะไรนั้นทั้งคู่ยังไม่ได้ให้การใดๆทั้งสิ้น”

ลูกศรนั่งอยู่ในบีทีเอส เธออึ้งกับข่าว แต่ก็แอบขำที่เด็กคนหนึ่งกล้าขนาดนี้

“เด็กนี่นะ”ผู้โดยสารคนที่หนึ่งกล่าว

“บ้าป่าววะ”ผู้โดยสารคนที่สองกล่าว

“กรูว่าแท็กซี่บ้ากว่าว่ะ ยอมให้เด็กจี้นี่นะ”ผู้โดยสารคนที่สามกล่าว

“ดูหน้าเด็กดิ หน้านางมีมนต์นะ”ผู้โดยสารคนที่หนึ่ง

 

ลูกศรไปที่มหาวิทยาลัยที่ห้องพักนักศึกษาของเธอ ก็พบมิวรุ่นน้องที่เรียนด้วยกันสมัยปริญญาตรี ตอนนี้มิวก็ได้รับคำสั่งจากแม่ให้เรียนปอโท

“เฮ้ยไอ้มิว”ลูกศรกล่าวทักทาย

“ดีพี่”มิวทักทาย

“อาจารย์อ่ะ”ลูกศรหมายถึงอาจารย์วัชร์ อาจารย์ที่ปรึกษาของเธอ เธอต้องพบเพื่อคุยเรื่อง thesis กับอาจารย์บ่อยๆ

“ยังไม่มาพี่ เห็นพี่มนบอกไปรับลูก”มิวว่า

“เออดี ยังไม่อยากเจอหน้าอาจารย์เลยว่ะ”ลูกศรกลัวๆ เพราะเธอกลัวจะทำไรผิดจนโดนบ่นอีก

“อือ ก็เป็นกันทุกคนนั่นแหละ เขาแอบโหวตกันทั้งภาคละ ว่าจะให้อาจารย์ใส่หมวกกันน็อคมาทำงาน”มิวพูดขำๆ เธอมักจะเป็นคนตลก สบายๆ ไม่เครียด

“อือมิวจะเอาไปทำอะไร ก็เอาไป”พี่มนรุ่นพี่ที่เรียนกับศรมาด้วยกันสมัยเรียกปอตรี พี่มนดูจริงจังกว่ามิวนิดหน่อย

“หมวกกันน็อค ของใครอ่ะพี่มน”มิวถามอย่างประหลาดใจ

“ไม่รู้ใคร บ้าส่งมาให้อาจารย์อยู่ได้”พี่มนกล่าวอย่างหัวเสีย

“โห พูดเล่นนะเนี่ย ใครแม่งเอาจริงวะ แต่ป๊อดไปหน่อยนะไม่ยอมเผยตัว”มิวพูดขำๆ

“มิวอีกแล้วเหรอ หมวกน่ะ”พี่ปุ้ยรุ่นพี่กระเทยอีกคนหนึ่งที่เรียนด้วยกันมา เธอถามทันทีเมื่อเห็นหมวกกันน็อคหัวแมว

“อือ พี่มนไปเจอ”มิวตอบ

“ก็เฮียแกน่ะสิ แรงขนาดนั้น คนเค้าก็เกลียดกันทั้งบาง”พี่ปุ้ยออกความเห็น

“เออดีเหมือนกันนะพี่ศร ที่เจอไอ้หมวกนี่ก่อนอาจารย์เจอพี่”มิวว่ากับศรอย่างสนิทกัน

 “ถึงยังไงก็ไม่อยากเจอหน้าอาจารย์อยู่ดิอ่ะว่ะ”ศรยังกังวล

“ทำไมกลัวโดนด่าเหรอ เอาเหอะน่าพี่ พี่ก็รู้ว่าอาจารย์เนี๊ยบ”มิวปลอบ เธอมักจะเป็นเพื่อนคอยให้คำปรึกษาเสมอ

“เนี๊ยบจนต้องมีใครเอา หมวกบ้าๆมาเซ่นนี้นะ  ไม่รู้ลูกอาจารย์จะเซ็งเหมือนฉันหรือเปล่า”ศรว่า หมวกกันน็อคหัวแมวเป็นหน้าแมวกำลังฟินสุดๆกับไรสักอย่าง

“อยากรู้เหรอ เดี๋ยวก็ได้รู้”มิวพูดมีลับลมคมใน

“หมายความว่าไงวะ”ศรสงสัย

“ก็อาจารย์ดิช่วงนี้ต้องเลี้ยงลูกเอง”มิวว่ากับศร

“เลี้ยงลูกเอง เอาใจเมียหรือเปล่า”พี่ปุ้ยพูดเหมือนอยากรู้ แต่เธอก็ไม่ชอบอาจารย์นักเพราะโดนบ่นบ่อยๆ

มิวกระซิบกับศร

“พี่มนเลยเอาหน้า ว่าถ้าอาจารย์ไม่ว่างจะเลี้ยงให้ มันก็เลยเอี่ยวมาถึงพวกเรา”มิวบอกกับศร

“ศร อาจารย์มาแล้วนะ มิวไปดูลูกอาจารย์ให้หน่อย”พี่มนเข้ามาบอกกับศรและมิว

“ค่ะพี่มน”สองสาวรับคำเซ็งๆ

 

ที่ห้องอาจารย์วัชร์ อาจารย์วัชร์กำลังรอเธออยู่

“หวัดดีค่ะ”ศรทักทายและไหว้อาจารย์

“เชิญครับ”อาจารย์วัชร์ ทาบมือไปทางเก้าอี้ เชิญเธอนั่ง

“ว่ายังไง หนังสือที่ผมให้ไปพอจะเข้าใจบ้างหรือยัง”อาจารย์วัชร์เข้าเรื่องเลย อาจารย์แต่งงานแล้ว และมีลูกสาวกับภรรยาหนึ่งคน

ศรถือหมวกกันน็อคหัวแมวเข้ามาด้วย ศรทำหน้าเหรอหราก่อนตอบว่า

“ค่ะ”

“ก็รู้อยู่อ่ะนะว่าอาเทรียม อนุภาคพื้นฐานที่เกิดจากสองหน่วยแตกต่างกัน แต่ไม่มีแรงผลัก ผมถามคุณว่าทำไมมันถึงอยู่ด้วยกันได้”อาจารย์เสียงแข็งตามปกติ แต่ศรไม่ชิน เธอพยายามหาคำตอบข้างๆคูๆ

“คนเราถ้าไม่เหมือนกัน ก็หมายความว่าไม่ชอบป่ะคะ ธรรมชาติไม่ชอบก็ต้องมีแรงผลัก”

“คุณรู้ได้ไงว่า ไม่เหมือนแปลว่าไม่ชอบ”อาจารย์เริ่มเสียงแข็ง

“งั้น หมวกกันน็อคหน้าแมวนี่ ส่งมาให้เพราะชอบมากงั้นสิ”ลูกศรคิดในใจ แต่เธอพูดได้เพียงว่า”ต่อเลยค่ะอาจารย์”

“ต่ออะไร มันอยู่ในหนังสือ อ่านมาหมดแล้วไม่ใช่เหรอ”อาจารย์หัวเสียที่ศรไม่ยอมอ่านหนังสือที่เขาให้

“อ่านค่ะ” แต่เธอคิดในใจต่อว่า ไม่ได้พูดออกมา “แต่มันพูดเหี้ยไรของมันไม่รู้”

“อือ เทอมนึงแล้วนะคุณ”อาจารย์พยายามสะกดกลั้นโทสะ

(คิดในใจ)ค่ะ ก็โง่ไง อีกสิบชาติ ถ้าอาจารย์ไม่ช่วยก็โง่จนทำไรไม่ได้อยู่ดี”ต่อจากที่คิดในใจเธอพูดต่อเพียงว่า”ค่ะ หนูพอสอบpropasalได้ยังคะ”

“คุณสอบเปิดเรื่อง แต่คำถามง่ายๆคุณยังตอบผมไม่ได้เลย”อาจารย์กลับมาหัวเสียอีก

“(ลูกศรคิด)หนูไม่ใช่แม่มันนะ มันจะผลักจะดูดกันหนูจะรู้มันไหม”แต่ที่เธอสามารถพูดออกไปคือ”ค่ะ”

“ไปอ่านมานะครับ สรุปทฤษฎี แล้วคุณจะมาพบผมอีกเมื่อไหร่”อาจารย์เริ่มใจเย็นลง เห็นว่าด่าไปก็ไม่ดีขึ้น

“เดี๋ยวหนูโทรมานัดได้ไหมค่ะ”ศรไม่มั่นใจว่าตัวเองจะเสร็จเมื่อไหร่

“แล้วแต่คุณ ยังไงก็ให้มันเร็วหน่อยละกัน”อาจารย์วัชร์ว่า

อาจารย์เห็นหมวกกันน็อคหน้าแมวที่ศรถือเข้ามา หน้ามันแบบฟินหลุดโลกสุดๆจึงถามว่า

“แล้วไอ้หมวกกันน็อคของใคร ของคุณเหรอ”

“ค่ะ”ศรตอบยิ้มแหยๆ เจ้าของหมวกถามโดยไม่รู้ว่าหมวกนี่นั่นแหละเป็นของตนเอง

 

เมื่ออกจากห้องลูกศรก็เจอมิว

“เฮ้ยพี่ศร เป็นไงบ้างวะ”มิวทักศร

“เป็นไง” ลูกศรตอบมิว แล้วเธอก็เลียนเสียงอาจารย์ “เรื่องง่ายๆคุณยังตอบผมไม่ได้นะครับ”

“โห ประโยคฮิต บ่นอย่างนี้ทุกสัปดาห์”มิวพูดขำๆ

“เฮ้ย เด็กปอโท ก็เหมือนเด็กประถมได้ป่ะวะ อะไรไม่รู้ครูบาอาจารย์ก็ต้องสอนกันบ้าง”ลูกศรทำเป็นกล้าพูดดี แต่ต่อหน้าอาจารย์เธอป๊อดมาก รู้สึกเธอทำไรก็ผิดไปหมด

“จะเอาอย่างนั้นจริงๆเหรอ หลังกินข้าวเนี่ย อาจารย์ต้องบอกพี่ให้แปรงฟันด้วยเปล่าวะ 555”มิวแซวลูกศร มองโลกอย่างเป็นกลางๆ

“ไอ้บ้า กำลังเครียดอยู่นะเว้ย”ลูกศรว่า พร้อมบ่นอุบอิบ

“เออน่า เดี๋ยวก็ผ่าน อาจารย์ก็คงเบื่อหน้าพี่เต็มทีละ”มิวปลอบแบบเหน็บๆตามภาษาเพื่อนสนิท

“อาจารย์แค่เบื่อ แต่เสียงบ่นอาจารย์ ฉันเก็บไปฝันเลยนะเว้ย มันเครียด”ลูกศรระบายเธอไม่ชอบเลยที่อาจารย์ว่าเธอ ทั้งๆที่เธอผิดจริงๆ

“เออ ถือซะว่า”มิวพูด พร้อมเน้นคำต่อไปอย่างขำๆ” พ่อ บ่น”

“อีนี่”ลูกศรว่ามิวเข้าให้แต่ไม่จริงจัง

“เออน่า เย็นนี้ ไปร้านบุพเฟต์ใหม่แถวมหาลัยไหม”มิวเปลี่ยนเรื่อง

“ไม่อ่ะ ต้องรีบสรุปงานว่ะ”ลูกศรยังคงคิดถึงงาน

“ไปเหอะ รีบทำไป ทำไงก็ไม่ถูก มันต้องไปคลายเครียด”มิวพยายามชวนเพื่อนไป

“อือ ก็จริงของแกนะ อ้าวแล้วนี่แกว่างเหรอ ไหนบอกต้องดูลูกให้อาจารย์ไง”ศรเอ่ยถึงเด็กหญิงปริศนาลูกอาจารย์เมื่อนึกขึ้นได้

“เออ ไม่รู้ไปไหน นี่พี่อยู่รอตรงนี้ก่อนนะ ไปเข้าห้องน้ำก่อน”มิวก็สงสัยเหมือนกัน

“หือแก ไม่ต้องเครียดแทนฉัน จนเยี่ยวแตกก็ได้นะ”ลูกศรแซวเพื่อน

“กรูแดกมะดันมาอีพี่ศร รอตรงนี้นะ ไปละ”มิวว่าลูกศรพร้อมกอดคอ ทำท่ามีเรื่องตลกๆ

จากนั้นลูกศรก็เห็นคนนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ ไม่เห็นหน้าเธอเห็นข่าวเมื่อเช้าที่เด็กหญิงจี้แท็กซี่

“เด็กหญิงนิรนาม จี้รถแท็กซี่ ลงหนังสือพิมพ์แล้วเหรอวะ เจ๋งว่ะ แต่จะเข้าคุกตั้งแต่เด็กเปล่าเนี่ย”ลูกศรบ่นอุทานคนเดียวไม่คิดว่าคนเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์จะได้ยินแล้วพูดกับเธอ

“แล้วไงเหรอป้า”

เด็กผู้หญิงในข่าวกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์นั่นเอง

ลูกศรอุทานในใจอย่างตกใจ และแปลกใจ” เฮ้ย บ้าป่ะเนี่ย นั่งอ่านข่าวตัวเองก็ได้ด้วย”

ต่างคนต่างจ้องหน้ากัน

มิวเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี พร้อมพูดกับลูกศรว่า

“อ้าวพี่เจอกันแล้วเหรอ นี่ไงน้องป่วน ลูกอาจารย์”

“ลูกอาจารย์”ศรอุทานไม่อยากเชื่อว่าป่วนลูกอาจารย์วัชร์จะกล้าเช่นนี้

 

ระหว่างทางที่ไปร้านบุฟเฟต์ มิวเดินมากับลูกศรพร้อมอุทานว่า

“อะไร จี้แท็กซี่นี่นะ”

“แกฟังไม่ผิดหรอก ตอนแรกที่โลกรู้นะ ก็อึ้งทั้งบีทีเอส”ลูกศรบอกเพื่อน

“ไม่อยากเชื่อนะ อย่างน้องนี่นะ น้องจะจบมอหก ทั้งที่อายุแค่ 12”มิวบอกพร้อมยังหาเหตุผลไม่ได้ว่าป่วนจะทำไปทำไม

“โหอันนี้ไม่แปลก พ่อออกจะเก่งขนาดนั้น ลูกจะไม่เก่งได้ไงวะ”ศรเปลี่ยนเรื่องชั่วขณะ

“เห้ย ยังสงสัยอยู่ว่ะ จี้ไปทำไมวะ”มิวถามลูกศร

“แท็กซี่มันจะส่งรถหรือเปล่า เรื่องนี้ยอมไม่ได้นะเว้ย”ศรบอก

“เฮ้ยนั่นมันเจ๊ละ ยอมคนทั้งโลกยกเว้นแท็กซี่”มิวว่าพร้อมพูดขำๆ

ภาพวันวานย้อนไป เธอกำลังตามใครคนหนึ่งไปที่สุวรรณภูมิ คนคนหนึ่งที่สำคัญ

“พี่ ไปสุวรรณภูมิ”ลูกศรว่ากับแท็กซี่

“โหย ไกลคุณ ผมจะส่งรถ”แท็กซี่หันมาบอก

“พี่หนูต้องไปสุวรรณภูมิจริงๆ หนูเสียค่าเสียเวลาให้พี่ก็ได้”ศรจริงจัง ไม่ยอมเหมือนกัน

“โห ไม่เป็นไร พี่ไปล่ะ”แท็กซี่ปฏิเสธ

“พี่หนูจำเป็นจริงๆนะ”ลูกศรยังตื๊อ เธอต้องไปให้ได้

“เอ๊ะอีนี่ จะรีบไปหาผัวหรือไง รอคันต่อไปไม่ได้”แท็กซี่เริ่มเสียงแข็ง หาเรื่อง

“อ้าว แกล่ะ จะรีบไปส่งรถเนี่ย จะรีบไปหาเมีย หรือหาแม่ฮะ”ลูกศรด่า ไม่เคยโมโหร้ายขนาดนี้

“เอ๊ะ อีนี่ ลงไปเลย”แท็กซี่ว่าพร้อมเดินมาฉุดให้ลงจากรถ

“กูไม่ลง”ศรขืนตัวจะไปให้ได้

“ไม่ลงใช่ไหม”แท็กซี่ว่า พร้อมดึงเธอลงจากรถ

แท็กซี่คนนี้คือคนเดียวกันที่ถูกป่วนจี้เมื่อเช้าตามข่าว

พอแท็กซี่เอาศรลงได้ ก็รับฝรั่งทันที

“หืม... มึงเอางี้ใช่ไหม ก็ได้ ไอ้โซเฟอร์”ศรโมโหจัด ที่แท็กซี่ไล่เธอแต่รับฝรั่ง

ศรพูดเป็นภาษาอังกฤษกับฝรั่งคนนั้นว่า

“ยูยูจะไปไหน”

ฝรั่งตอบเป็นภาษาอังกฤษหน้าตาประหลาดใจ

“ไอจะไปสุวรรณภูมิ”

“ยูอย่าไปกับไอ้บ้านี่ เมียมันเป็นชู้กับคนขับรถบรรทุก มันโรคจิตเห็นรถบรรทุกไม่ได้ ต้องไล่บี้รถบรรทุก จนเกือบชนท้าย ไอเกือบตาย เมื่อกี้ก็นั่งกับมันมา ยูอย่าไปเด้อ”ศรพูดเป็นภาษาอังกฤษไฟแลบ

ฝรั่งรีบลงจากรถไม่ทัน

“เฮ้ยๆ ยู ยูจะไปไหน เฮ้ยน้องพูดไรไปวะ”โชเฟอร์เรียกฝรั่ง

“เปล่า จะไปส่งรถไม่ใช่เหรอพี่ ไปดี๊ สุวรรณภูมิหนูเดินไปก็ได้ บาย”ศรทำหน้าเป็นทองไม่รู้ร้อนแล้วเดินจากไป

จากนั้นศรก็ตามใครคนหนึ่งไปสุวรรณภูมิโดยวินมอไซต์แต่ที่นั่นก็ว่างเปล่า คนที่เธอตามไม่อยู่แล้ว

 

เมื่อศรกับมิวถึงร้านบุฟเฟต์แล้ว เธอก็พบ...ใครคนหนึ่ง

เขาคือเจ้าของร้าน คือคนที่เธอชอบมาเนิ่นนาน

“คิดถึงจัง”เค้าพูดได้น่ารักมากแต่ดูตื่นเต้น เมื่อพบใครคนหนึ่งที่เขารอเหมือนกัน

ศรคิดว่าเขาพูดกับเธอแต่ก็..ไม่เป็นอย่างนั้น

เขาแทรกกลางสองสาวไปกอดป่วนหลานสาวเค้าเองป่วนซึ่งอยู่ทางด้านหลังของพวกเธอเอง

“คิดถึงจัง จอมป่วน”ชายหนุ่มมีนามว่าไบรท์ เป็นคนกล่าว เขาคือคนที่ศรตามไป

“เรียกชื่อหนู หรือด่าเนี่ย อาไบรท์”ป่วนกวนประสาทชายหนุ่มผู้เป็นอา

“อาเหรอ แล้วมาได้ไงเนี่ย” ศรหมายถึงป่วนมายืนอยู่ข้างหลัง เธอประหลาดใจว่าเด็กหญิงป่วนมาตั้งแต่เมื่อไหร่

ไบรท์เขินศร พร้อมจับตัวหลานสาว ท่าทางเก้ๆกังๆ

“อา ไมมือเย็นอย่างนี้”ป่วนถามไบรท์ผู้เป็นอา

“ฮะ”ไบรท์ทำหน้าเหรอหรา

“อ้าวพี่ไบรท์ กลับจากoffshore แล้วเหรอ ออกกะแล้วดิ”มิวทักไบรท์นึกรู้มานานแล้วเหมือนกันว่าชายหนุ่มชอบลูกศร

“อือ มิวที่อยู่รหัส 53 หรือเปล่า”ไบรท์พยายามพูดให้เป็นปกติต่อหน้าศร แต่ก็ยากเย็น

“จ้าอีมิวรั่วนี่แหละ แล้วมาทำไรร้านนี่อะพี่”มิวถามแทนลูกศร มันเป็นคำถามที่ศรก็อยากรู้

“พี่เหรอ”ไบรท์ไม่กล้ามองหน้าลูกศร พยายามทำตัวให้เป็นปกติตอบไปว่า”พี่หุ้นกับเพื่อนเปิดร้านนี้”

“อ๋อ เก็บเงิน จะรีบเก็บเงินไปไหนพี่”มิวแซวรู้ทัน

“แก่ขนาดนี้ รีบเก็บเงินไปขอสาวอะดิ”ป่วนก็แซวเหมือนกัน ตรงประเด็นสุดๆ

ไบรท์ดึงปากหลานไม่ให้พูด

“โอย...อะไรเนี้ยอาไบรท์ ลูกค้ารออยู่นานละ สนใจหน่อยดิ”ป่วนบ่นเสียงอู้อี้

“อือ ปกติพ่อค้ารวยๆ ก็ไม่ง้อลูกค้าอย่างนี้แหละ”ศรกระซิบมิวอย่างหมันไส้ไบรท์ จริงๆเธอน้อยใจที่เขาไปไม่ลาในครั้งนั้น

“ก็ง้ออยู่นะ ใครดูก็รู้ว่าง้อใคร”มิวพูดเหมือนรู้ว่าไบร์ทชอบศร

“ฮะ”ศรงงๆ เธอยังคงไม่เข้าใจอยู่อย่างนั้น

“แล้วมากับเค้าได้ไงนิ”ไบรท์ถามหลานสาว เปลี่ยนเรื่องดีกว่า กลัวจะโดนใครบางคนจับได้ ว่าแอบชอบ

“ก็เด็กพ่อ”ป่วนตอบ

“อ่อ”ชายหนุ่มทำท่ารับรู้ แต่ลูกศรคิดว่าเขากวนประสาท

“อ่อ...อะไร เข้าใจถูกป่ะเนี่ย”ศรแหวใส่ไบรท์ เธอนึกว่าไบรท์เข้าใจว่าเธอเป็นเด็กที่โดนใครหิ้ว

“เข้าใจ ก็ปอโทไง”ไบรท์ตอบซื่อๆดีๆ

ลูกศรทำท่างอนยิ่งคิดถึงตอนที่เขาจากไปไม่ลาก็น้อยใจ แล้วมองหน้างอนๆ พูดกับเขาว่า 

“ไปไม่รอ”

“รอดิ แต่ก็ไม่มา”ไบรท์สวนทันทีน้อยใจสุดๆเหมือนกัน

“ไปไหนก็ไปเลยป่ะ”ศรบอกแล้วออกจากร้านไป

Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเก่งกาจ
Lovings  เก่งกาจ เลิฟ 1 คน
Lovers  0 คน เลิฟเก่งกาจ
Lovings  เก่งกาจ เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเก่งกาจ
Lovings  เก่งกาจ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงเก่งกาจ
>