24 มีนาคม 2547 15:52 น.

เปล่า...ไม่ได้เปลือย

เชษฐภัทร วิสัยจร

(ว่าง)เปล่าค่ะ...(ว่าง)เปล่า ไม่ได้โป๊
หนูแค่โชว์ศิลปะสมัยใหม่
จะล่อนจ้อนทั้งตัวหนักหัวใคร
หนูต้องแคร์ทำไมถ้าได้ตังค์

จะเจริญก้าวหน้าเป็น-อารยะ-
ต้องกราบตีนคารวะพวกฝรั่ง
ทิ้งวิถีไทยไทยให้ผุพัง
เพราะล้าหลังล้าสมัยไม่ทันกิน

คือแบบอย่างของหญิงสมัยใหม่
อย่าปล่อยให้สัตว์เพศผู้มันดูหมิ่น
มีรายได้ขาวสะอาดปราศจากมลทิน
ถ่ายภาพศิลป์สร้างสรรค์บันเทิงตา

คนเขาบ่นบอกหนูนี้ที่เป็นเหตุ
ยุพวกเปรตให้ข่มขืนและฉุดคร่า
เสียงผู้ใหญ่ตำหนิติติงมา
สิทธิ์ของหนูนี่หว่าอย่าแส่ติง

ทำโหวกเหวกโวยวายได้ตังค์ไหม
ประชาชนชาวไทยที่รักยิ่ง
เซ็งพวกคนอวดรู้ไม่รู้จริง
นี่แหละสิทธิผู้หญิงอย่าว่ากัน

เป็นแนวทางแก้ไข -ไข้หวัดนก-
ที่คนตื่นตระหนกกลัวนกเขาไม่ขัน
หนูเลยต้องเปลืองผ้ามาประชัน
บูชายัญวิญญาณ -นก-บ้านเรา				
13 มีนาคม 2547 10:35 น.

ไม่ใช่ฉัน

เชษฐภัทร วิสัยจร

เป็นแค่ผู้ชายคนนี้
บนพื้นฐานวิถีที่แตกต่าง
สวนกระแสความคิดสวนทิศทาง
ทุกก้าวย่าง..ถ่อย..เถื่อนไม่เหมือนใคร

แต่เป็นคนดื่มด่ำธรรมชาติ
จนมิอาจเก็บซ่อนความอ่อนไหว
แค่เป็นคนละเอียดละเมียดละไม
ทั้งหัวใจชีวิตจิตวิญญาณ

แค่รักจันทร์รูปเคียวเกี่ยวกิ้งไม้
รักแสงดาวพราวพรายในหมอกม่าน
รักแสงสีคีตศิลป์จินตการ
รักเพลงหวานแห่งความหวังพลังใจ

รักสีสันพรรณรายของสายรุ้ง
กลิ่นดินคลุ้งเวลาฟ้าเริ่มใส
รักจักจั่นเสียงเซ็งแซ่มาแต่ไกล
ต่างจากคน -ศิวิไลซ์- ในราตรี

ไม่ใช่คนชอบบูชาค่าสิ่งของ
ที่จะต้อง -ติดล้อ- ถือ -จอสี-
ไม่ได้หล่อลากดินสิ้นความดี
ไม่ได้มีเงินตราไว้ฆ่าฟัน

ไม่ได้เก่งหรือเท่แบบเสแสร้ง
ไม่ได้แล้งศีลธรรมหวังห้ำหั่น
ไม่ได้หวังสะสมพรหมจรรย์
ไม่ใช่ -ฉัน- ที่เธอ จะเผลอมอง				
7 มีนาคม 2547 20:53 น.

ฉันไม่ใช่กวี

เชษฐภัทร วิสัยจร

ฉันไม่ใช่กวี
เพราะไม่มีหัวใจอ่อนไหวหวาน
ไม่อาจสื่อชีวิตจิตวิญญาณ
ถ่ายทอดจินตนาการผ่านถ้อยคำ

ฉันไม่ใช่กวี
ไร้สรรพ์สีของอารมณ์รอบ่มร่ำ
ไม่อาจสื่อวิสัยทัศน์สัจธรรม
สะกดจนคนจำประทับใจ

ไม่อาจเขียนชีวิตด้วยชีวิต
ขาดข้อคิดคำคมสมสมัย
จนผู้อ่านก็แค่อ่านผ่านเลยไป
เพราะยังไร้ประสบการณ์การฝ่าฟัน

มิอาจกล่อมนกน้อยให้คล้อยหลับ
สุดคว้าดาวมาประดับกับความฝัน
ไม่อาจนับเม็ดทรายใต้เงาจันทร์
มาหลอมแก้วแววสวรรค์พรรณราย

และไม่อาจแต้มสีให้ผีเสื้อ
ให้สดใสทุกเมื่อเพื่อฟ้อนส่าย
เคล้ากลิ่นเกสรขจรขจาย
ที่เย้าหยอกดอกไม้ใต้หมอกบาง

แม้ฉันไม่ใช่กวี
ไร้ศักดิ์ศรีสับสนคนถากถาง
ถึงชีวิตอาภัพฝันอับปาง
ไม่มีทางกราบเท้าขอข้าวใคร!				
2 มีนาคม 2547 14:30 น.

สุขใจที่ได้ทุกข์

เชษฐภัทร วิสัยจร

อยากจะผูกคอตายหมายพิสูจน์
แทนคำพูดปลุกใจให้ฮึดสู้
ว่ายาพิษผิดหวังเหมือนดังครู
ดื่มเพื่อเรียนเพื่อรู้สู้กับมัน

และน้ำตาหยดนี้ก็มีค่า
เปรียบราคารอยรันทดสู้อดกลั้น
ทุกเส้นทางเถื่อนท่าเคยฝ่าฟัน
บันทึกแรงใฝ่ฝันกลั่นออกมา

แทนบทเพลงแสนหวานฝานรสขม
ที่เพาะบ่มสัจธรรมอันล้ำค่า
ช่วยส่งเสริมศักดิ์ศรีของชีวา
และเยียวยาความบัดสีของชีวิต

พิษผิดหวังครั้งนี้มีประโยชน์
อย่าถือโกรธโทษชะตาฟ้าลิขิต
แม้ใจแตกเป็นชิ้นอย่าสิ้นคิด
ต้องตั้งจิตตั้งสติวิจารณญาณ

ค่อยฮึกเหิมหัดสู้เรียนรู้ โลกย์
สุขและโศกขื่นและขมผสมผสาน
เมื่อกล้ำกลืนฝืนทนจนชำนาญ
จนสำราญกับความทุกข์ในทุกครั้ง

ก็จะสุขหัวใจที่ได้ทุกข์
และสนุกกับชีวิตที่ผิดหวัง
ถึงอ่อนล้าหัวใจไร้กำลัง
-กู-จะยังเชิดหน้าท้าความทุกข์				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเชษฐภัทร วิสัยจร
Lovings  เชษฐภัทร วิสัยจร เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟเชษฐภัทร วิสัยจร
Lovings  เชษฐภัทร วิสัยจร เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงเชษฐภัทร วิสัยจร
>