6 พฤศจิกายน 2552 02:27 น.

....หวนเหมันต์

"เพชรสังคีต"

....หวนเหมันต์

๏ คำนึงคิดจิตครวญไห้หวนโหย
ดังบุปผาดอกดวงต้องร่วงโรย
เมื่อลมโชยชวดชมตรมชีวา

เหมันต์หวนชวนจิตให้คิดถึง
กาลครั้งหนึ่งเคยร่วมเล่ห์เสน่หา
ฝากจุมพิตสนิทแนบแอบอุรา
ผูกถ้อยคำทำสัญญาประสารัก

แต่ด้วยซื่อถือคิดว่าจิตมั่น
คำสำคัญคล้องผูกถูกสลัก
ใจเจ้าเอยเคยชมภิรมย์ภักดิ์
มาแตกหักเพราะใครในวันนี้

เพราะใจซื่อถือว่าสัญญาไว้
จึงจำเนื้อเชื่อใจอยู่เต็มที่
มิรู้เลยว่าน้องสองฤดี
สัญญาพี่จึงขาดกลาดกระจาย

จึงจำร้างห่างห้องให้หมองหม่น
สูญสิ้นมนต์เหมันต์เคยมั่นหมาย
แม้กระทั่งสัญญาคำยังจำคลาย
คงซากกายว้าเหว่อยู่เอกา

เหมันต์หวนชวนจิตให้คิดถึง
กาลครั้งหนึ่งเคยร่วมเล่ห์เสน่หา
ยังเฝ้ารอรักรัญจวนหวนคืนมา
ประสานรอยร้าวอุราที่อาลัย ฯ				
22 กันยายน 2552 00:42 น.

...ขอลูกยาเล่นพระลอให้พ่อดู

"เพชรสังคีต"

gx1JN7H0-1b62dc799e828fb923369c9f8452046

...........................................................gx1JTZcJ.jpg

......................................................................."เพชรสังคีต"

มิทันควรมาด่วนจากจำพรากแล้ว
พระพรหมแก้วเสด็จกลับลับสถาน
ไม่มีบ่วงห่วงใยอาลัยลาน
เนาพิมานเฉลิมรัฐสวัสดี

ได้เกิดเป็นบิดามาชาติหนึ่ง
ก็จำถึงสิ้นกรรมฉนำศรี
ไม่อาลัยอาวรณ์สุนทรวจี
พ่อเปรมปรีดิ์อยู่ชั้นพิมานแมน

จำยิ้มทั้งน้ำตาเมื่อลาจาก
ด้วยจำพรากพรหมบิดาอาลัยแสน
ทั้งเอมใจได้สิ้นกรรมนำสุขแทน
มิขาดแคลนทิพย์อาภรณ์เมื่อมรณา

ได้เป็นบุตรสุดสวาทแล้วชาติหนึ่ง
ขอเป็นซึ่งบุตรสวาทอีกชาติหน้า
เมื่อพรหมแก้วสละแล้วซึ่งโลกา
ขอลูกยาเล่นพระลอให้พ่อดู ฯ				
3 กันยายน 2552 13:04 น.

....กวีศรีแผ่นดิน

"เพชรสังคีต"

๏ เมื่อน้ำค้างใบไผ่วาวไหววับ
สะท้อนกับแสงอรุณรัศมี
ลมระรวยชวยกลิ่นสุมาลี
ไก่แก้วขันกระชั้นที่ท้องทุ่งนา

จาบกระจิบลิบลิ่วแถบทิวเมฆ
ดั่งปลุกเสกโสตสวรรค์หลั่นสู่หล้า
ในหมู่มวลแมกไม้ไกลสายตา
ยังหลามล้นต้นกล้ากลอนกวี

ไม่เด่นดังอย่างใครในเมืองหลวง
ไม่โชติช่วงด้วยปัญญา-สง่าศรี
ไม่ลิงโลด,โดดเด่น,เล่นวจี
ไม่พอที่จะต่อขานกานท์กลอนไกล

แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยดวงใจรัก
แม้ไร้ศักดากวีที่ยิ่งใหญ่
ก็จดจารผ่านขั้วของหัวใจ
ให้จารึกผนึกไว้คล้ายคล้ายกัน

เส้นดินสอจ่อจรดจดอักษร
เป็นงานกลอนค่าน้อยค่อยสร้างสรรค์
ไม่น้อย-ใหญ่ ไม่ด้อย-เด่น เป็นสำคัญ
เฉกเช่นนั้นย่อมกวีศรีแผ่นดิน ฯะ				
30 สิงหาคม 2552 11:02 น.

....พระลอเสี่ยงน้ำ

"เพชรสังคีต"

พระลอเสี่ยงน้ำ 
สำนวน เพชรสังคีต

***

ลาวพุงขาว ๏ เมื่อนั้น		
พระลอเลิศหล้ามหาศาล
เสด็จถึงกาหลงลำธาร		
ภูบาลชื่นชมสมพระทัย
จึงตรัสสั่งพี่เลี้ยงทั้งสอง		
น้องจะลงท่าชลาไหล
สรงวารีเล่นให้เย็นใจ		
ภูวนัยก็เปลี่ยนเครื่องทรง ฯ

		ฯ ๔ คำ ฯ

ลาวเล็กตัดสร้อย ๏ ทรงเครื่องถอดพริ้งเพราเงางาม 
ดังมุนีชีพราหมณ์ตามประสงค์
ทัดเอื้องป่าตามยากลำบากองค์	
ดำเนินลงริมท่าสาคร ฯ

		ฯ ๒ คำ ฯ

ลาวเฉียง ๏ เยาวราชเอย องอาจอรองค์ ท้าวจะลงสรง ลงสรงคงคา
	ดอกเอ๋ย เจ้าดอกสีดา สระสรงคงคา คลายอุราร้อนเอย ฯ
    ๏ มิ่งมกุฏเอย ประเสริฐสุดไตรจักร แย้มยิ้มพริ้มพักตร์ ยักย้ายกรายกร
	ดอกเอ๋ย เจ้าดอกมะลิซ้อน พระลออรชร ปิ่นนครสรวงเอย ฯ
	๏ แก้วขวัญเอย เชิญสุพรรณภูษา พระแสงศาสตรา นายข้าหลวงน้อย
	ดอกเอ๋ย เจ้าดอกคำฝอย มิระย่อท้อถอย นายใหญ่น้อย คอยระวัง ฯ
	๏ หล่อเหลาเอย หล่อเหลาเพราพิศ เยื้องกรายไว้จริต ลอบพิตรลีลา
	ดอกเอ๋ย เจ้าดอกมณฑา ครรไลไคลคลา สู่ท่าสนานเอย ฯ
	๏ พ่อเจ้าแมนสรวงเอย ธ จ่อมวรกาย หลบสุริย์ฉาย ภายใต้ชั้นเฌอ
	ลอเอย พระลอท้าวเธอ ทแกล้วบำเรอ ปรนเปรอเสมือนใจ ฯ
	๏ อ่อนไท้เอย วิไลวรองค์ ณ หัวราชวงศ์ พรหมพงศ์ฤๅเทียบ
	ดอกเอ๋ย เจ้าดอกกระเจี๊ยบ น้ำกระเซ็นเย็นเฉียบ งึมเงียบทรวงเอย ฯ
	๏ ผ่องแผ้วเอย ฉัตรแก้วเมืองแมน คะนึงนุชสุดแสน สุดแสนรัญจวน
	ดอกเอ๋ย เจ้าดอกลำดวน โศกศัลย์ปั่นป่วน อักอ่วนอุราแรง ฯ

		ทำเพลงลงสรงลาว

โอ้ลาวครวญ ๏ โอ้คะนึงเวียงแสนเมืองแมนสรวง	
เคยสุขทรวงแท่นสุวรรณบรรจถรณ์
ในร่มเงาฉัตรธงอลงกรณ์	
อ้าอาวรณ์จะหายไปลับตา
แสนสนมกำนัลเป็นพันหมื่น	
ไม่สดชื่นด้วยนิราศเสน่หา
ทั้งรี้พลองอาจมาตยา		
ก็จากลาห่างหายมาไกลองค์
คงแต่สองพี่เลี้ยงที่เคียงคู่	
แลข้าหลวงเดิมอยู่สนองประสงค์
ระวังกายมิให้ระคายพง		
จนถึงแม่กาหลงเข้านี่แล้ว ฯ

		ฯ ๖ คำ ฯ

ลาวครวญ ๏ โอ้คิดถึงพระชนนีศรีแมนสรวง	
ธ เหนี่ยวหน่วงมิให้พลัดจากฉัตรแก้ว
ต่อแต่นี้จะไปไร้วี่แวว		
อ้ามิ่งมกุฏแพร้วพันธุ์พงศ์
สตรีใดในภิภพจบไตรจักร
ไม่สุดรักหนักฤทัยไหลหลง
เท่าพระแม่ขวัญมิ่งมาตุรงค์	
ที่บำรุงผดุงทรงแต่ก่อนมา
ร้อยชู้ฤๅเท่าเนื้อเมียพี่		
เมียร้อยฤๅเท่าชนนีเสน่หา
จะกินนอนสอนหัดเป็นอัตรา	
แล้วใยมาทิ้งให้อยู่ไกลกัน
คิดคิดจะกลับคืนนคเรศ		
ฉลองเดชพระมารดานราสรรค์
ก็เกรงเหล่าไพร่ทหารชาญฉกรรจ์	
จะนินทาว่ากันให้อับอาย
นายแก้วนายขวัญซั้นเสนอ	
ใครจะเพ้อครหาว่าเสียหาย
หรือไปหน่อยจึงค่อยเอื้อนอุบาย	
หมดฉินยินร้ายนานา
มากูจะเสี่ยงน้ำกาหลง		
แม้ดำรงรอดฤทธิ์ผีป่า
น้ำใสจงไหลหลั่งควะควั่งมา	
กูมรณาน้ำจงพลั่งเป็นวังวน ฯ

		ฯ ๑๒ คำ ฯ สาธุการ

เกริ่น ๏ พอสิ้นพระวาทีวารีกระเพื่อม	
เป็นเงาเงื้อมวนวางกลางเวหน
อับสิ้นสูรย์จันทร์ชั้นเบื้องบน	
นทีวนแดงเดือดเป็นเลือดนก
ประจักษ์แก่พระเนตรพระลอเจ้า	
สองกรเข้าทุ่มถอนข้อนอก
สามทหารตัวสั่นงันงก		
ป้องปกพระเยาวราชา
เลือดแดงเวียนวนในชลเชี่ยว	
ให้แสนเสียวองค์พระลอนาถา
ทั้งสี่เห็นเช่นไท้นัยนา		
ก็โศกาแวดล้อมอยู่พร้อมกัน ฯ

		ฯ ๖ คำ ฯ โอด

ลาวกระแซ ๏ ฝืนฤดีลีลาขึ้นท่าน้ำ	
เงียบงำความในไม่โศกศัลย์
กลับคืนพลับพลาในอารัญ	
แสร้งสรวลสันต์แย้มยิ้มกริ่มพระทัย ฯ

		ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ				
23 มิถุนายน 2552 03:11 น.

....บรรยายความตามวิสัยคนใจเปลี่ยว ๙

"เพชรสังคีต"

...บรรยายความตามวิสัยคนใจเปลี่ยว
เขียนมาถึงครั้งนี้นานทีเดียว
ก็ใช่ว่าจะเชิงเชี่ยวชำนาญกลอน...

ครั้นจะจับคำร้อยเป็นถ้อยพจน์
ให้ปรากฏเลื่องลือชื่อกระฉ่อน
สำนวนก็ขัดเขินเกินสุนทร
จึงขอวอนว่าคำธรรมดา

ด้วยใกล้วันครูกลอนสุนทรภู่
อยากจะเขียนเชิดชูให้หรูหรา
แต่ก็แสนอาภัพอัปรา
ด้วยภาษาโบราณเขาพาลทิ้ง

ดีแต่เขียนกลอนเปลี่ยวเที่ยวจีบสาว
เพราะโง่เขลาจะลัดเลี้ยวเกี้ยวผู้หญิง
คำโบราณเขาไม่ฟังนิจจังจริง
ได้แต่นิ่งอึ้งอดรสภิรมย์

จึงคิดพึ่งเหล้ายาสุราบาน
อุตส่าห์ทานกล้ำกลืนทั้งขื่นขม
จนเมามายกายเย็นจะเป็นลม
ยิ่งตรอมตรมคิดถึงขวัญกลั้นน้ำตา

ใครว่าเหล้าลิ้มแล้วจะลืมทุกข์
มันกลับปลุกความเศร้าเข้าหนักหนา
เหมือน้ำมันราดไฟไหม้ลามมา
อนิจจาช่างเขลามิเบาเลย

ด้วยจิตซื่อถือว่ายุพาภักดิ์
จนร้างรักร้อนไหม้นะใจเอ๋ย
ช่างทำกันแม่คุณคนคุ้นเคย
พอชิดเชยแล้วก็มานิราไกล

อันคนทุกข์ชุกทั่วเหมือนตัวพี่
ภคินีจึงร้างจิตพิสมัย
แต่เอาเถิดทุกข์กี่วันไม่บรรลัย
จะจำใจหวังน้องประคองคอย

พอตกค่ำย่ำยามเป็นความฆ้อง
ถึงหม่นหมองรัญจวนหวนละห้อย
คิดถึงพักตร์รักเก่าเจ้าน้องน้อย
ก็ล่องลอยวิมานฟ้าหนักหนาแล้ว

ถึงอยู่เดียวเปลี่ยวจิตให้คิดถึง
จะคำนึงเป็นทำนองสู่น้องแก้ว
จะร้อยกรองลองวจีพอวี่แวว
วิเวกแว่วสู่ขวัญให้หันคืน ฯ

3:02 23/6/2552				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ"เพชรสังคีต"
Lovings  "เพชรสังคีต" เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ"เพชรสังคีต"
Lovings  "เพชรสังคีต" เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟ"เพชรสังคีต"
Lovings  "เพชรสังคีต" เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึง"เพชรสังคีต"
>