คนที่ใช่......ในวันที่ผิด (ตอนที่ 2)

ฝันหวาน

วันที่ 4 ของการฝึกตอนเช้าของวันนี้เป็นการโชว์การดับไฟ และจับผู้ร้ายของทาง 191 เด็กๆ และฉันนั่งดูกันอย่างไม่กระพริบตา เขาพยายามเข้ามานั่งใกล้ๆ ฉันรู้สึกไปเองอีกแล้วรึเปล่า เด็กพยายามจับคู่ให้เรา พวกเด็กเหล่านี้ตัวแสบทั้งนั้น เขาก็ได้แต่หัวเราะส่วนฉันเองก็แกล้งดุเด็กๆเหล่านั้น แต่ก็ไม่ได้ผลเด็กจะล้อและผลักดันความรู้สึกฉันกับเขาต่อไป
	ตอนกลางวันฉันก็มีหน้าที่เตรียมอาหารให้เด็กๆอีกเช่นเคย วันนี้เขาก็มาช่วยตักกับข้าวเหมือนเคย แต่สักพักก็มีกลุ่มเด็กสาวกลุ่มหนึ่งเดินทางเพื่อมาหาเขาโดยเฉพาะ เขาคุยกันกระหนุงกระหนิงสนิมสนมกับเด็กสาวกลุ่มนั้น ฉันรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย แต่ฉันจะทำอะไรได้ล่ะ นอกจากมองอย่าไม่พอใจสักเท่าไหร่ และสงสัยว่า...มัน!....เป็นใครง่ะ
	วันนี้เป็นวันที่จะมีการแสดงรอบกองไฟ แต่ตอนบ่ายก็จะมีการเล่นเกมเงียบ เกมเงียบการคือการให้เด็กแสดงละครโดยออกแค่ลีลาท่าทาง ประกอบกับเสียงพากษ์ของครูฝึกสีต่างๆ สีแสดแสดงเรื่องเงาะป่าค่ะ เด็กๆเล่นได้น่ารักดีมากเลยค่ะ  หลังจากการแสดงเกมเงียบจบลง ก็ถึงเวลาของการแสดงรอบกองไฟ เด็กๆ พักทานข้าวในตอนเย็นแล้วก็ต้องเตรียมตัวที่จะแสดงรอบกองไฟต่อไป เขามีหน้าที่ต้องไปเล่นกีต้าร์บนเวทีกับเพื่อนๆ ของเขา ฉันจึงต้องดูแลเด็กๆ พร้อมกับเพื่อนของเขาอีกคนหนึ่ง
	ตลอดเวลาที่เขาอยู่บนเวที ฉันมองเขาแทบจะตลอดเวลา สิ่งที่ฉันได้พบก็คือเขาก็มองฉันเช่นเดียวกัน ฉันเริ่มรู้สึกอีกครั้งว่าฉันกับเขาเขาคิดตรงกัน.....แต่ฉันอาจจะคิดผิดก็ได้ ฉันพูดกับเพื่อนว่า
	ฉัน "ถ้าคืนนี้พี่เขาไปส่งเราก็ดีสิเนอะ ออมเพี้ยง" ฉันยกมือท่วมหัวได้แต่หวังว่าขอให้แรงอธิฐานเป็นจริง   หลังจากการแสดงรอบกองไฟจบลงก็เป็นเวลา 4 ทุ่มแล้ว มีครูฝึกหลายคนเสนอตัวไปส่งฉันที่บ้าน(ตามประสาคนสวยมีแต่คนสี555) แต่ฉันปฏิเสธจนถึงเขา
	เขา "กลับบ้านอย่างไงล่ะเนี่ย แล้วบ้านอยู่แถวไหนเหรอ"
	ฉัน "เดี๋ยวกลับกับเพื่อนก็ได้ค่ะ ถามทำไมค่ะหรือพี่จะไปส่งหนู" ฉันพูดแบบทอดสะพานให้เขาเลยนะเนี่ย
	เขา "ไกลไหมล่ะบ้านนะ" เขาถามในขณะที่กำลังง่วนกับการเก็บของที่กองอยู่เต็มตรงหน้า
	ฉัน "ไม่เป็นไรดีกว่า พี่คงเหนื่อยพักผ่อนเถอะค่ะเดี๋ยวหนูกลับเองก็ได้ค่ะ"  ความจริงฉันก็อยากจะให้เขาไปส่งจะตายแต่เห็นท่าทางที่แสนจะอิดโรยของเขาแล้วฉันรู้สึกว่าเขาคงเหนื่อยเหลือเกิน ฉันเดินออกมาหาเพื่อนที่รออยู่อีกทางหนึ่ง
	เพื่อน "เฮ้ย...เดี๋ยวพี่สามล้อเขาจะไปส่งเราแล้วเธอจะกลับไงล่ะ"
	ฉัน  "อ้าวไหงเป็นงี้ล่ะ ไหนว่าจะกลับพร้อมกัน"
	พี่สามล้อ "ก็พี่จะไปส่งง่ะ ทำไมล่ะแล้วเราไม่มีคนไปส่งเหรอ"
	พี่หนุ่ม "พี่ไปส่งเอาไหม" 
	ฉัน "ไม่เป็นง่ะค่ะกลับเองก็ได้" ครูฝึกอีกคนเสนอตัวไปส่งฉันแต่ว่าฉันไม่อยากไปกับเขาเลย เพราะเขาเป็นผู้ชายน่ากลัว~o^  ขณะนั้นเพื่อนฉันกำลังกระซิบกระซาบกับพี่สามล้อครูฝึกอีกคนหนึ่ง แล้วพี่สามล้อก็ตะโกนเรียกเขา	
	พี่สามล้อ "........ไปส่งน้องเขาหน่อยซิ" ฉันตกใจ
	ฉัน " พี่เดี๋ยวหนูกลับเองก็ได้" บอกด้วยความเสียเกรงใจสุดขีดแต่บอกไปงั้นแหละความจริงถ้าเขาไปส่งก็จะดีไม่น้อย
	เขา "อืมได้สิ แต่รอเดี๋ยวนะเอาของไปเก็บก่อนแล้วกัน" เขาหันมายิ้มให้ฉันเล็กน้อยแล้วเดินเอาของไปเก็บ ฉันเหลือบไปเห็นเพื่อนตัวดีหัวเราะกิ๊กกั๊ก...ฉันก็ได้แต่อมยิ้มความจริงก็นึกขอบใจมันอยู่ไม่น้อยเชียวแหละ
	เขาหายไปซักพักใหญ่ๆ ก็กลับออกมาพร้อมมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งเป็นของเพื่อนเขา พี่สามล้อเองก็ขับมอเตอร์ไซค์ไปส่งเพื่อนฉันเหมือนกัน ฉันขึ้นนั่งซ้อนท้ายรถเขาอย่างเขิน ฉันรู้สึกว่าตัวฉันร้อนมากทั้งๆ ที่ฉันว่าฉันก็สบายดี เขาขับรถช้าช้าอย่างไม่รีบเหมือนกับว่าไม่อยากถึง.....คิดเข้าข้างตัวเองอีกแล้วง่ะ เราคุยกันตลอดทาง 
	ฉัน "ทำไมพี่ถึงไม่ค่อยพูดเลยล่ะค่ะ" ฉันถามเขาในขณะที่เขาขับรถเหมือนชมวิวไปเรื่อย เบาะรถนี่ก็ช่างกระไรมันชอบทำฉันไหลไปใกล้เขาซะทุกที ไอ้ครั้นจะถอยออกมามันก็ไหลกลับไปอีก ก็เลยจำยอมชิดเขาแบบถูกเบาะบังคับง่ะค่ะ
	เขา "พี่ก็เป็นงี้แหละถ้าคนไม่รู้จักพี่จะไม่ค่อยพูด พี่พูดไม่เก่ง" เขาตอบ
	ฉัน "อ้าวแล้วกับแฟนพี่ล่ะพูดไหมค่ะ" เหมือนเขาไม่ได้ยินหรือแกล้งไม่ได้ยินก็ไม่รู้เหมือนกัน เขาเงียบไม่ตอบฉันฉันก็ไม่กล้าถามต่อ (และเก็บความสงสัยไว้ในใจ) จนถึงร้านจิ้มจุ่มร้านหนึ่งพี่สามล้อก็ชวนพวกเราแวะเราก็ได้นั่งคุยกันอีกพักใหญ่แต่ส่วนมากเราสองคนไม่ค่อยได้ใช้ปากคุยกันสักเท่าไหร่ เราใช้สายตาในการสื่อสารกันมากกว่า แววตาของเขาบอกอะไรหลายๆ อย่างให้ฉันรู้ว่า สิ่งที่ฉันคิดคงไม่แตกต่างจากเขาเท่าไหร่ เรานั่งกันอยู่สักพักเขาก็ขับรถมาส่งฉันที่บ้าน คราวนี้ได้คุยกันต่ออีกนิด
	ฉัน "รบกวนพี่แย่เลยนะค่ะเนี่ย เกรงใจจัง" พูดแบบมีมารยาทสุดขีดเลยค่ะ ดูแล้วเป็นคนขี้เกร๊งใจขี้เกรงใจเนอะค่ะ
	เขา "อืมไม่เลยจ้ะ พี่อยากมาส่งตั้งแต่แรกแล้ว" ฟังเขาตอบสิค่ะ แล้วอย่างงี้จะไม่ทำให้ใจฉันตะเลิดได้ไงเนี่ย ทีนี้หัวใจพองโตเลยค่ะ
	แต่เมื่อมอเตอร์ไซค์จอดตรงหน้าบ้าน เจอของแข็งเลยค่ะคุณขา แม่รอการกลับมาของฉันด้วยอาการโมโหสุดขีดค่ะ ก็ตอนนี้มัน ตี 2 แล้วนี่ค่ะ สมควรโดนแล้วแต่ฉันก็โทรมาบอกท่านแล้วนะค่ะ แต่ยังว่าล่ะค่ะแม่ก็ยังคงเป็นห่วงเช่นเคย แล้วยิ่งผู้ชายมาส่งด้วยนะค่ะ ความจริงเราไม่ได้กลับกัน 2 คนหรอกค่ะ ความจริงพี่สามล้อกับเพื่อนฉันเองก็ขับรถตามมาแต่เราหลงกันนิดหน่อยค่ะ ทันทีที่รถจอด	
	แม่ "ทำไมกลับดึกขนาดนี้" ชีวิตนี้ฉันไม่เคยกลับได้ดึกขนาดนี้เลยค่ะ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกและจะมีครั้งต่อๆ ไปตามมา(อย่าเอาอย่างนะค่ะไม่ดีค่ะ) แม่พูดด้วยน้ำเสียงที่คนได้ฟังคงรู้สึกไม่ดีหนัก ฉันก็ไม่ได้เถียงอะไรแม่สักแอะ เพราะรู้ตัวว่าผิดค่ะ พี่เขาเองก็กุลีกุจอรีบสตาร์รถออกแบบอัติโนมัติเลยค่ะ ฉันก็รีบเข้าบ้านสิค่ะก่อนที่จะโดนอะไรมากไปกว่านี้ค่ะ
	แม่ "ใครมาส่ง" ถามอย่างอยากรู้ ความจริงฉันแทบไม่เคยโกหกแม่เลยสักครั้งมีอะไรก็เล่าให้ฟังหมด ไม่เว้นแม้กระทั่วเรื่องแฟน แม่ฉันเป็นคนหัวสมัยใหม่ในบางเรื่อง เช่นถ้าคิดจะคบใครต้องบอกให้เขารู้อยู่ในสายตาผู้ใหญ่แต่บางเรื่องแม่ก็หัวโบราณเอามากๆ เลยแหละ แต่ฉันก็รักแม่นะ ~o^
	ฉัน "พี่ที่เป็นครูฝึกเขามาส่งจ้ะ" ฉันตอบพร้อมกับหลบสายตา เพราะกลัวว่ามันจะฟ้องว่าฉันคิดอะไรอยู่ แม่เป็นคนที่รู้ว่าฉันคิดอะไร ต้องการอะไรโดยที่ไม่ต้องบอกด้วยคำพูดเลย ฉันรีบไปอาบน้ำและเข้านอนอย่างด่วนที่สุด 
	คืนนั้นก่อนนอนฉันได้แต่บอกกับตัวเองว่าถ้าปาฏิหาริย์ในโลกนี้มีจริง ขอให้วันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้ายแล้ว(ของการฝึก)ที่เราจะได้พบกันเกิดอะไรขึ้นสักอย่างได้ไหม ที่ทำให้เราได้รู้จักกันต่อไป ได้คบกัน ขอให้ใจเขากับฉันตรงกัน........ฉันได้แต่อธิฐาน และหลับไปในที่สุด
	และแล้ววันสุดท้ายก็เดินทางมาถึง ฉันบอกตรงๆ ว่าฉันไม่ชอบวันนี้เอาเสียเลย ในตอนเช้าก็เป็นการปิดการฝึกอบรม พวกเด็กๆ ร้องไห้กันกระจองอแงเลย ฉันเองก็ไม่ต่างจากเด็กๆ เท่าไหร่ ที่ร้องเนี่ยไม่ใช่ว่าไม่อยากจากเด็กหรอกนะ แต่ไม่อยากจากผู้ใหญ่มากกว่า (555 ล้อเล่น) ความจริงมันก็ไม่อยากจากทั้งเด็กทั้งครูฝึกแหละ แต่ในการพบย่อมมีการจากฉันต้องทำใจกับมัน 
	ในขณะที่ฉันร้องไห้ขี้มูกโป่ง เขาก็ยังคงจ้องมองฉันเหมือนทุกวัน เขายิ้มเล็กน้อยพร้อมกับแววตาที่เหมือนจะมีอะไรอยู่ในนั้นมากมาย ฉันรู้สึกว่ามันช่างน่าค้นหาซะจริงๆ แววตาเจ้าเล่ห์คู่นั้นที่มองฉัน ฉันรู้สึกชอบมันเหลือเกิน แต่อีกไม่กี่ชั่วโมงฉันก็จะไม่ได้เห็นมันอีกแล้ว หรืออีกตลอดไป.......
	หลังจากที่เด็กจากไปพร้อมน้ำตา ทีนี้ก็เหลือแต่ครูฝึกกับบรรดาพี่เลี้ยงทั้งหลาย เพราะจะมีการจัดเลี้ยงส่งให้แก่พวกเราหลังที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานที่ไม่ได้รับอะไร นอกจากประสบการณ์และความรู้สึกดีดีของการอยู่ร่วมกัน ฉันเองคงจะได้อะไรจากค่ายนี้เยอะกว่าบรรดาพี่เลี้ยงด้วยกัน เพราะนอกจากประสบการณ์แล้วฉันยังได้รู้จักผู้ชายคนหนึ่งที่ฉันรอคอยมานาน คนที่ใช่ไงค่ะ แล้วคุณคิดว่าฉันจะปล่อยให้คนที่ฉันรอคอยเดินจากไปเฉยๆ งั้นเหรอค่ะไม่มีวันค่ะ~o^
	งานเลี้ยงถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย  บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกและเป็นกันเอง เขานั่งอยู่อีกโต๊ะหนึ่งซึ่งมีบรรดาเพื่อนเขาเต็มไปหมด ส่วนฉันนั่งอยู่โต๊ะไม่ห่างกันนักฉันมองเขาอย่างไม่คาดสายตาเพราะกลัวว่าเขาจะหนีกลับไปเสียก่อน เขาเองก็หันมามองฉันเป็นระยะเหมือนกัน ฉันภาวนาร้องขอปาฏิหาริย์อีกครั้งขอให้เขากับฉันได้คุยกันอย่างเปิดใจสักทีเถอะ  ฉันรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เพราะรู้สึกอะไรๆ มันก็ไม่ได้ดั่งใจเลย ฉันพยายามเดินออกไปข้างนอกหลายครั้ง (เข้าห้องน้ำง่ะ) ด้วยหวังว่าเขาอาจจะหันมาเห็นและเดินตามออกมา แต่คุณขาจนแล้วจนรอดเขาไม่ออกมาสักที มั่วแต่บริโภคสุราลงกระเพาะอยู่นั่นแหละ หงุดหงิดจริงเชียว
	และแล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นจริงๆ ค่ะ ^o^ ในขณะที่เขาหยุดบริโภคสุราชั่วคราว เขาหันมามองฉันอีกครั้งพร้อมกับแสดงอาการโบกไม้โบกมือ ชี้โบ๊กชี้เบ้ให้ออกไปข้างนอก ดีใจสุดฤทธิ์เลยค่ะคุณขาแต่เก็บอาการอยู่ค่ะทั้งๆ ที่ใจเต้นไม่รู้จะเป็นจังหวะอะไรเลยค่ะคราวนี้ เขาเดินออกไปก่อนค่ะพอคล้อยหลังเขาฉันก็เดินตามออกไปติดๆ ค่ะ เดินแบบไม่รีบง่ะค่ะ พอฉันออกไปก็ไม่เจอเขาซะอีก ฉันพอเดาได้ว่าเขาคงเข้าห้องน้ำอยู่ ฉันก็เลยฟอร์มเข้าห้องน้ำบ้างค่ะ พอหลังจากฉันทำธุระเสร็จฉันก็เดินออกมาพร้อมกับเห็นเขาอยู่หันหลังให้อยู่ตรงบริเวณระเบียงของหอประชุม ฉันเดินไปหาเขา
	เราเงียบกันอยู่พักใหญ่แล้วก็เริ่มคุยกัน 
	เขา "เราคงรู้นะว่าพี่คิดยังไง พี่คิดว่าเราคงรู้สึกเหมือนกัน" เขาเปิดประเด็นอย่างตรงไปตรงมา ความจริงฉันก็รู้ว่าเขาหมายความว่าอะไร แต่ฉันก็ไถลไปเรื่อยทั้งๆ ที่ตอนนี้ฉันดีใจยิ่งกว่าสอบผ่านอีกนะเนี่ยที่ได้ยินเขาพูดอย่างนี้ แต่ยังว่าผู้หญิงมารยาร้อยเล่มเกวียน ถ้าผู้หญิงไม่มีมารยาก็เหมือนกระเทยยังไม่แปลงเพศ เหมือนไก่ไม่มีขน (มันเกี่ยวกันไหมเนี่ย555) 
	ฉัน "พี่คิดอะไรหนูจะเป็นรู้ได้ไงล่ะ ก็บอกสิค่ะ" ฉันกลายเป็นผู้หญิงที่แสนอินโนเซนในพริบตา ซึ่งมันขัดกับความเป็นจริงซะเหลือเกิน ~o^
	เขา "เราก็รู้ใช่ไหมว่าพี่ทำงานแบบนี้ พี่ไม่ได้อยู่กับที่ต้องฝึกไปเรื่อยไปตามที่ต่างๆ (ใครถามเนี่ย555) ไอ้เรื่องที่จะต้องเจอกผู้หญิงที่มาช่วยฝึกอย่างเราอย่างเนี่ย หรือเด็กๆ เนี้ยนะมันเป็นเรื่องธรรมดา คือพี่อยากให้เราเข้าใจงานของพี่" อ้ออออออถึงบางอ้อเลยค่ะที่นี้  เขาคงอยากให้เรารู้ว่าเขามีผู้หญิงมาพัวพันเยอะว่างั้นเหอะแล้วเราเองน่ะรับได้แค่ไหน แต่ขอบอกเรื่องแค่นี้สบายมากถ้าอยากจะเป็นแฟนเขาต้องอดทน..........
	ฉัน "ค่ะ หนูเข้าใจแล้วสรุปว่าพี่คิดยังไงกับหนูล่ะเนี่ย" ฉันทำไร้เดียงสาต่อค่ะ คือแบบอยากฟังจากปากเลยค่ะ
	เขา "พี่ชอบเราตั้งแต่วันแรกที่เจอกันแล้วล่ะ" จริงหรือเนี่ย ไม่น่าเชื่อฉันดีใจจนแทบอยากจะกรี๊ดออกมาสักร้อยครั้งค่ะ แต่เก็บอาการค่ะ
	ฉัน "จริงเหรอค่ะ เจอกันวันแรกพี่ก็ดุหนูแล้วหนูก็คิดว่าพี่ไม่ชอบขี้หน้าหนูซะอีก" ทำไขสือค่ะ5555
	เขา "ใครว่าหล่ะ พี่เห็นเราตั้งแต่วันที่มาฝึกพวกพี่เลี้ยงแล้ว พี่รู้นะว่าเราก็คิดเหมือนพี่ใช่ไหมล่ะ" อืมให้ตายสิ เขาเห็นฉันในวันนั้นวันที่เขาแต่งตัวโทรมสุดฤทธิ์วันที่เขายังไม่ได้อยู่ในสายตาฉันซะนิดเดียววันนั้น ผู้ชายที่ใส่เสื้อคลุมสีขาวคนนั้น เขาบอกว่าชอบฉันตั้งแต่วันแรก นั่นหมายความสิ่งที่ฉันคิด สิ่งที่ฉันรู้สึกเขาก็ไม่แตกต่างจากฉันเลย ไชโย.......ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาเขานิดหนึ่งก่อนจะตอบออกไปด้วยประโยคสั้นแต่ได้ใจความซะเหลือเกิน
	ฉัน "ค่ะ" การสนทนาของเราต้องจบลงอีกครั้งหลังจากที่เพื่อนเขาเข้ามาก่อกวนด้วยการมาฉุดเขาเข้าไปภายในงานอีกครั้ง
เรากลับเข้าไปในงานและส่งสายตาให้กันบ่อยครั้ง จนกระทั่งงานเลิกและสิ้นสุดลง
	เขาเดินเข้ามาหาฉันพร้อมกับบอกว่าเขาจะไปส่ง เรากลับพร้อมกันอีกครั้ง แต่คราวนี้เราอาศัยรถของพี่หรั่งนั่งไปลงข้างทางแล้วต่อรถแท็กซี่เพื่อกลับบ้าน เราเดินจูงมือกันไปเรื่อยๆ เขาบอกว่าคิดไม่ถึงว่าจะมีวันนี้ ฉันเองก็แทบไม่อยากจะเชื่อฉันตบหน้าตัวเองหลายครั้ง จนกระทั่งเริ่มรู้สึกเจ็บก็รู้ว่าฉันไม่ได้ฝันไปจริงๆ เราแลกเบอร์โทรศัพท์กันเขามาส่งฉันอีกครั้งที่บ้าน และจากกันในที่สุด 
	คืนนั้นฉันนอนกระสับกระส่ายทั้งคืน เพราะกลัวเหลือเกินว่าจะไม่ได้เจอเขาอีกตลอดชีวิต กลัวเขาจะไม่โทรมาหา ฉันอาศัยแรงอธิฐาน และขอปาฏิหาริย์อีกครั้ง ขอให้เราได้พบกัน.........ฉั น จ ะ ร อ ก า ร ไ ด้ พ บ กั น ข อ ง เ ร า อี ก ค รั้ ง รอคนที่ฉันคอยมาตลอดชีวิต รอ รอ รอ ถึงมันจะนานก็เถอะฉันได้แต่อธิฐาน.....................
============================================================
ปล.เรื่องยังไม่จบแค่นี้หรอกค่ะ นี่เป็นเพียงเหตุการณ์เริ่มต้น เป็นเพียงการได้พบคนที่ใช่.........หลายคนคงอยากรู้ว่าแล้วผิดอย่างไงตอนไหน ถ้าคนอ่านไม่เบื่อซะก่อนก็จะมา Post ให้อ่านกันเรื่อยๆ ค่ะ รักทุกคนค่ะ
============================================================				
comments powered by Disqus
  • ปลา

    14 กรกฎาคม 2545 20:24 น. - comment id 65824

    แล้วจะรออ่านค่ะ
  • โคลอน

    14 กรกฎาคม 2545 23:20 น. - comment id 65831

    จะรออ่านเช่นกันจ๊ะ
  • แมวยิ้ม

    15 กรกฎาคม 2545 15:54 น. - comment id 65842

    ยังรออ่านค่ะ
  • คนที่แอบดูอยู่ห่างๆ

    21 กรกฎาคม 2545 20:03 น. - comment id 65931

    เรื่องจริงหรือป่าวคะ

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน

>