นายจะอยู่ในใจฉันตลอดไป ตอนที่2 (ต้องสงสารเต้ยแน่เลย)

เก่งกาจ

สวัสดีครับ ผมชื่อเป็นเต้ย เป็นเพื่อนกับนายเก่งกาจของคุณ นิสัยของผมละครับ ก็เงียบ ๆ อย่างที่นายเก่งเค้าบอกพวกคุณแหละครับ แต่ผมก็รักเพื่อนมาก มากแค่ไหน ให้พวกคุณเป็นคนตัดสินดีกว่าครับ
ตอนนี้ ผมจะมาเล่าตอนต่อจากที่เก่งกาจเคยเล่าไว้นะครับ   ก็หลังจากที่ไอ้เก่งเพื่อนผมมันแกล้งผมจนต้องเข้าโรงพยาบาล มันแกล้งผมยังไง คุณคงทราบดี และก็อยากจะถามผมใช่ไหมว่าผมโกรธมันหรือ เปล่า ผมขอตอบว่า ผมไม่เอาคืนหรอกครับ ทำไมหรือ ครับ ก็ไอ้เก่งมันไม่รู้ว่าวันนั้นผมก็ไม่อยากเรียนเหมือนมัน เลยร่วมมือกับมัน แล้วก็ชักกระแด่ว ๆ อย่างที่คุณเห็นโดยที่มันไม่ต้องเตี้ยมกับผมสักคำ  
	
แ                   ในใจพวกคุณคงไม่แปลกใจแล้วนะครับ ว่าทำไม เราสองคนถึงยังคบกันได้ ก็แบบว่า ..นะ.เหมือนกัน(กะล่อน เหมือนกันทั้งคู่  อ๊ะ..แต่ผมก็ไม่ยอมให้ใครรู้ไต๋ผมได้เหมือนไอ้เก่งแล้วกัน)
	                 
                       หลังจากที่หมอตรวจอาการผมแล้วเห็นว่าผมไม่เป็นอะไร เราสองคน ก็ออกมารอรถเมล์ที่ป้ายรถหน้าโรงพยาบาล อ้อ..เหตุผลที่ผมอยากโดดเรียน ก็มีอีกข้อครับ คือผมอยากเจอเธอคนนี้   คงแปลกใจละสิว่าคนไหน ??  ก็เป็นคนเดียวกับที่ไอ้เก่งมันเคยเล่าไว้นั่นแหละครับ    เธอชื่อแจม ชื่อจริงชื่อจณิสตาเหมือนดาราเลยใช่ไหม ไม่ใช่แค่ชื่อที่เหมือนเท่านั้นนะครับ ความน่ารักของเธอทำให้ผมอยากจะลบปมด้อยของผมเสียให้ได้ ก็อะไรละครับ??? นอกจากไอ้อาการปากเบี้ยวของผม    แต่มันก็เป็นข้อดีนะครับ เพราะไอ้ปากที่มันเบี้ยวนี่แหละ เลยได้คะแนนความสงสารมาจากเธอ   
                         ตอนนั้น ขณะที่ผมกำลังรอรถเมล์อยู่ แจมก็ลงจากรถเพื่อจะมาหาพ่อซึ่งเป็นหมออยู่ที่โรงพยาบาล และทันที่ผมเห็นเธอ สายตาผมไม่เพียงหยุดจับจ้องไปที่เธอ แต่ว่าตัวผมมันไม่ขยับไปตามที่ไอ้เก่งมันเรียก เพื่อนผมมันเลยแปลกใจว่าทำไมผมไม่ยอมเดินไปกับมัน แต่ทันทีที่ไอ้เก่งมันเห็นเหรอครับ คุณคิดว่ามันจะทำอย่างไร ??
มันไม่ยอมพลาดโอกาส จนเสียฉายาคาสโนว่าของห้องหรอกครับ มันเดินตามเธอไปทันที  ผมเองก็ไม่รอช้า รีบเดินตามมันไปก่อนที่มันจะคว้าสาวที่ผมหมายปอง ไปรับประทาน
	แต่ในขณะที่เรากำลังเดินตาม ก็เห็นเธอทำท่าจะหยิบของบางสิ่งดูเหมือนจะเป็นกำไลครับ  เธอทำมันหล่นแล้วกำไลก็กลิ้งไปกับพื้น จนเธอวิ่งไล่ตามมัน แต่เธอไม่รู้เลยว่าในขณะนั้นมีรถกระบะคันหนึ่งกำลังวิ่งมาทางเธอด้วยความเร็วสูง   แล้วทันใดนั้นในขณะที่รถกะบะกำลังวิ่งเข้ามาหาตัวเธอ ก็มีใครคนหนึ่งดึงร่างของเธอให้พ้นจากทางรถนั้นอย่างรวดเร็ว  พระเอกขี่ม้าขาวนั้นก็คือ  ไอ้เก่งครับ ..  น่าเสียดายถ้าผมไม่มัวแต่ยืนตะลึงคนที่อยู่ตรงนั้นอาจเป็นผม 
	
                          แต่เหมือนโชคเข้าข้าง เพราะ ในจังหวะที่ไอ้เก่งมันช่วยแจมนั้น  ทั้งสองก็กลิ้งกันไปจนหัวแจมชนฟุตบาทสลบไป แล้วเวลานั้นก็มืดเสียด้วย   ครับคุณคงเดาได้ไม่ยาก หลังจากที่พวกผมพาแจมไปรักษากับพ่อของเธอ  เธอก็ฟื้น แล้วทันทีที่เธอฟื้น เธอเห็นผมครับ แล้วเธอก็เข้าใจว่าผมช่วยเธอเอาไว้ ส่วนไอ้เก่งมันทำแผลอยู่อีกห้องหนึ่ง  
	เต้ย เต้ยช่วยแจมไว้หรือแจมถาม แต่เหมือนเธอไม่อยากจะรู้คำตอบเท่าไร   พร้อมยิ้มให้ผม เหมือนผมเป็นฮีโร่ในใจเธอก็ไม่ปาน เธอน่ารักนะครับคุณ เวลายิ้มแก้มเธอแดงเหมือนลูกมะเขือเทศ ตาเธอก็สวยราวกับลูกกวาง เวลานี้เธอตัดผมม้ายิ่งเหมือนตุ๊กตาญี่ปุ่นมาก  ผมก็อยากจะปฏิเสธว่าไม่ใช่คนที่ช่วยเธอไว้ แต่ไม่รู้ทำไมถึงไม่กล้าพูดออกไป อาจเป็นเพราะอยากให้เธอรู้สึกว่าผมกล้าหาญเหมือนกับลูกผู้ชายคนอื่นบ้างในสายตาเธอ  ผมคิดในใจว่าเรื่องราวทั้งหมดให้ไอ้เก่งเพื่อนผมมาเล่าให้ฟังแล้วกัน   
	จากนั้นไม่นานไอ้เก่งมันก็เดินเข้ามา    น่าแปลกนะครับที่มันไม่พูดความจริงว่าเป็นอย่างไร แถมมันยังไปด่าให้เขาเกลียดขี้หน้าอีกทำไมถึงไม่ระวังตัว!!! คิดว่าตัวเองกระดูกเหล็กหรือไง ยัยบ้า !! ถ้าเพื่อนฉันไม่ไปช่วยเธอ ป่านนี้เธอจะเป็นอย่างไร!! มันยกความดีความชอบทั้งหมดให้ผมครับ ผมมองหน้ามันที่ตอนนี้เคร่งขรึม จนแจมนิ่งไปเลย ที่นิ่งไม่ใช่เพราะกลัวหรอกครับ แต่แจมเค้าไม่ชอบให้ใครมายืนว่าเธอปาว ๆอย่างที่มันทำ มันไม่มีมารยาท แหมก็พ่อเธอนอกจากเป็นหมอ แล้วก็ยังรวย ก็เลยติดนิสัยคุณหนูมาเป็นธรรมดา แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรค ที่จะทำให้ผมรักเธอน้อยลง  
	หลังจากวันนั้นผมกับแจม เราก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเรื่อยมา  แจมมักจะมาปรึกษาผมเรื่องเรียน แต่ไม่รู้ทำไม เธอชอบที่จะเข้ามาตอนที่ผมกำลังนั่งติวให้ไอ้เก่งมัน  แล้วไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ต้องทะเลาะกันเหมือนเป็นไม้เบื่อไม้เมามาสัก สามสี่ชาติ  ไอ้เก่งมันเคยถามว่าผมรู้จักกับแจมมาก่อนหรือ ผมก็ยอมรับ แล้วบอกว่าแจมคือผู้หญิงที่ผมแอบชอบมานาน และตั้งแต่มีแจม ทุกครั้งที่ผมพบแจม ผมรู้สึกเหมือนชีวิตมันสดใสขึ้น ไม่เฉื่อยชา เซื่องซึมอย่างที่เพื่อน ๆคนอื่นเห็นกันอยู่ทุกวัน   ไอ้เก่งมันได้ยินอย่างนั้นมันไม่พูดอะไรสักคำ แต่หลังจากวันที่มันถามผม พอมันเจอหน้าแจมที่ไร มันจะหาเรื่องพร้อมทั้งกล่าววาจาสามหาวใส่แจมสารพัด จนผมรู้สึกได้แล้วว่าทั้งคู่ ต้องไม่ชอบหน้ากันอย่างแรง
	วันหนึ่ง ผมนัดกับไอ้เก่งไว้  แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เห็นเงามันเสียที่ ผมเลยแปลกใจ ไปตามหามันเสียทั่วแล้วผมก็เข้าใจทุกสิ่ง  ที่ผมเคยคิดว่าผมเข้าใจแล้ว แต่ความจริงมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นสักนิด 
 ผมหลงกลเค้าสองคน เค้าสองคนปั่นหัวผม ผู้หญิงที่เปรียบเสมือนแสงสว่างในใจของผม เปรียบเสมือน สายน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจผมให้กลับมามีชีวิตได้เหมือนคนอื่น ๆ กับเพื่อนที่ผมคิดว่ามันคือเพื่อนตายเพียงคนเดียว ที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยผมทั้งที่มันก็เอาตัวเองแทบไม่รอดในวันที่ผมจะจมน้ำตาย
	ทั้งสองคนทำอะไรหรือครับ  ในโลกนี้จะมีสิ่งใดทำให้ผมเจ็บปวดไปได้มากกว่าเห็นคนสองคนนี้ยืนจูบกันอย่างดูดดื่ม ณที่ที่ผมเคยจะจมน้ำตาย  เค้าสองคนรักกัน..ผมก็ยินดีครับ ผม ผมยินดีจริง ๆ แต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมทั้งสองต้องหลอกผม ถึงปากผมมันจะเบี้ยวแต่ผมก็มีหัวใจ แม้ผมไม่แสดงความรู้สึก แต่ผมก็เจ็บเป็น ถ้าผมสามารถควักหัวใจดวงน้อยของผมมาให้ทุกคนดูได้ คุณจะรู้ว่าตอนนี้มันแหลกสลายเพียงใด  แหลกสลายไปพร้อมกับมิตรภาพและความรัก อันจอมปลอมของทั้งสองคนที่ผมไว้ใจ
	อยากรู้เสียจริง ๆ ว่าทั้งสองคน คิดอะไรอยู่ เคยเห็นผมเป็นเพื่อนบ้างไหม การที่ไอ้เก่งมันเรียก ผมว่าไอ้เบี้ยว มันยังไม่ทำให้ผมเจ็บช้ำใจ ได้กว่าการทรยศความไว้วางใจทั้งหมดที่ผมมีให้กับมัน  แต่มันก็คงไม่สนใจผมหรอกครับคุณ ผมก็เป็นเพียงแค่หมากตัวหนึ่งที่มันหลอกใช้เท่านั้นเอง ไม่ว่าผมจะพยายามเป็นเพื่อนที่ดีต่อมันแค่ไหน มันก็คงไม่ซาบซึ้งไปถึงใจกลางหัวใจหรอกครับ
	ผมตัดสินใจไปรอมันอยู่ที่ผมนัดกับเก่งไว้ แล้วเก่งไม่ยอมมา   แต่ไม่อยากเชื่อครับ มันมา ตามที่ผมนัดไว้ ผมเดินเข้าไปหามัน แต่มันเหมือนไม่รู้ถึงความผิดปกติ และความปวดร้าวทั้งมวลในใจของผม ผมยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นดูเศร้าหมองเสียจริงในความคิดผมแต่ไอ้เก่งมันก็ไม่รู้หรอกครับ หน้ามันยังกวนทะเล้นเหมือนเดิม แล้วผมก็ถามมันว่าฉันเห็นหมดแล้วละ ฉันเห็นแกจูบกับแจม  แกผมหยุดไปนิดหนึ่งแล้วมันก็ตกใจมากที่ผมรู้แกกับแจมรักกันใช่ไหมจากนั้นผมรู้ตัวว่าน้ำเสียงผมเข้มขึ้นด้วยความโกรธถึงฉันจะไม่เคยขอสัญญาว่าไม่ให้แกยุ่งกับแจม แต่แกก็น่าจะรู้ดีว่าฉันรักแจมมากแค่ไหน แล้วทำไม่ ทำไมละผมถามมันอย่างปวดร้าว ทำไมแกต้องทำกับฉันอย่างนี้น้ำตาของผมหลั่งรินลงมา ตายังคงมองมาที่มันอย่างแค้นเคืองระคนผิดหวัง มันอึ้งครับ ผมอยากจะฟังคำขอโทษจากมัน แต่สิ่งที่ผมได้มาคือ
                          แล้วแกจะให้ฉันทำยังไงฮึ ไอ้เต้ย ฉันยอมเปิดโอกาสให้นายแล้ว แต่แจมเค้าก็ชอบฉัน แล้วแกจะให้ฉันทำยังไง  ถ้าอยากให้แจมเค้ารัก ก็ปรับปรุงตัวเองเสียใหม่สิ ไม่ใช่ร้องไห้ขี้มูกโป่งเป็นเด็ก ๆอย่างนี้ ผู้หญิงที่ไหนเค้าจะยอมสนใจคนอย่างแกกันเล่า   พูดจบมันก็เดินจากไป แต่ผมก็ถามมันต่อว่า เดี๋ยว!!วันนั้น แกช่วยชีวิตฉันไว้ทำไม แกคงอยากเก็บฉันไว้ เพื่อหักหลังฉันในวันนี้ใช่ไหม???มันหันหน้าแล้วบอกกับผมว่าถ้าแกไม่เห็นคุณค่าของมัน แกอยากไปตายที่ไหน ก็ไปเลยไปแล้วมันก็เดินจากไป ทิ้งให้ผมอึ้งสนิทกับพูดที่แสนจะเฉือดเฉือนของมัน พวกคุณ..คิดเห็นกันว่ายังไงละครับ นี่ผมผิดใช่ไหมที่อยู่รอดปลอดภัย  สร้างความรำคาญใจให้กับทุกคนมาถึงวันนี้            ทำไมพวกคุณไม่ตอบผมละครับ พวกคุณไม่ตอบผมก็ทราบดีครับ ผมทราบแล้ว  ผมพึ่งประจักษ์วันนี้เองว่าไม่ควรมีลมหายใจอยู่เพื่อใครอีกแล้ว เพราะชีวิตผมมันไร้ค่าเหลือเกิน.
โปรดติดตามอ่านตอนจบค่ะ				
comments powered by Disqus
  • ลอยไปในสายลม

    24 ตุลาคม 2547 14:37 น. - comment id 78313

    อีกนานไหม รออยู่นะจ๊ะ อิ อิ

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน

>