สอน คอมพิวเตอร์ ให้เข้าใจคนทิกิ_

tiki

ประมวลความให้ คอมพิวเตอร์ผู้เสมือนคนป่าคนดอย
ไม่เข้าใจมนุษย์ให้นั่งลง ฟัง วิธีการโต้ตอบพูดจาของมนุษย์
ผู้ต้องการผลลัพท์
    ความเหล่านี้ เก็บมาจากความทรงจำในสมองของข้าพเจ้า 
ที่อ่านบทความท่าน ดร. นิตยา กาญจนวรรณ มาเป็นเวลา  20 ปี 
ผ่านไปได้แล้วยังพอจำได้จึงทบทวน อีกครั้ง
       
       การทำงานของสมองกลคอมพิวเตอร์ ก็เทียบเคียงกับ
กระบวนการทางจิตความจำได้หมายรู้ของจิตมนุษย์
       เมื่อต้องการให้ คอมพิวเตอร์ เข้าใจว่ามนุษย์ต้องการอะไร  
จะพูดอะไรเพื่ออะไร
      ก็มีการตั้งโจทย์เช่น
       นาย ก  ต้องการให้ นาย ข เปิดพัดลม จะพูดประโยคเหล่านี้ 
ตามแต่ อารมณ์ของนาย ก และ ตามแต่ว่า นาย ข จะได้รับ
การเคารพยกย่องแค่ไหน
     นายก พูด ว่า
   1.." ขอความกรุณาช่วยเปิดพัดลมหน่อยครับ"
   2. " ช่วยเปิด พัดลมหน่อยครับ"
   3. "เปิดพัดลมให้หน่อย"
   4. " เปิดพัดลมที"
   5.  "นี่ไม่เปิดพัดลมกันเลยหรือไง"
    6." เปิดพัดลมให้หน่อยวะ(*เว้ย")
   7.  " ร้อนเว้ย เปิดพัดลมให้หน่อยเว้ย"
   และคอมพิวเตอร์ เมื่อต่อไปจะต้องใช้ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ
 Artificial Intelligence  เพื่อจะได้เข้าใจ ความต้องการของมนุษย์
 ก็ยังจะต้องเรียนรู้ว่ามนุษย์ยังจะพูดประโยคพวกนี้เพื่อให้
เปิดพัดลม (ตัวอย่างของอาจารย์ในยุคนั้น)  แม้นว่าจะไม่พูดคำ
ว่า พัดลม ออกมา แต่ได้สื่อความหมายต้องการการสนองตอบ
จากผู้รับฟังที่ควรจะเข้าใจความต้องการของมนุษย์อย่างเขา
   8.   "ร้อนจริง "
   9." ห้องนี้ทำไมมันร้อนอย่างนี้"
  10. "วันนี้ร้อนมากไม่มีลมเลย"
  11.."ร้อนอย่างนี้อยู่กันได้อย่างไร"
         เป็นหน้าที่ของมนุษย์ที่จะต้องสอนคอมพิวเตอร์ซึ่งเปรียบเสมือน
คนป่าคนเขาให้รู้ว่า มนุษย์มีวิธีสารพัดอย่างพูดเพื่อสื่อภาษาใจ
ภาษาความที่แอบซ่อนความหมายอยู่กับวิธีชี้ปัญหา ความร้อนที่ต้องการ
การตอบสนองแก้ปัญหาจากคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม ..คอมพิวเตอร์ก็จะเรียนรู้
ว่านั่นคือสิ่งที่มนุษย์ต้องการ
      ข้อเลือกของคอมพิวเตอร์ที่จะต้องปฏิบัติในสมัยนี้ คงไม่ใช่
แค่เปิดพัดลม    คอมพิวเตอร์ในยุค Super Computer หรือ พวก 
Generation 5 up( ปัจจุบันนี้จะถึง Gen 7 แล้วหรือไม่ ขอรุ่นน้อง
ที่เรียนการบริหาร คอมพ์ ฯลฯ ช่วยมาต่อความให้ทราบหน่อยค่ะ).
        คงจะมีตัวเลือกแบบนี้
      1. เปิดพัดลมให้
      2. เปิดหน้าต่างประตูให้
      3. เปิดแอร์ให้
      4.เปิดน้ำลงอ่างอาบน้ำให้
      5..รินน้ำเย็นในตู้เย็นให้
      6. ส่งหมอนไว้ให้นอนพัก(เพื่อร่างกายจะได้ลดการเคลื่อนไหว)
      7. ส่งพัดให้
      8. เปิด sprinlkler บนหลังคาพ่นน้ำให้อากาศเย็น
      9..เรียก Taxi ให้พาไปส่งศูนย์การค้าประจำของผู้พูด
     10. ส่งแป้ง pricklyheat หรือแป้งเย็นอื่นให้
      11..(โปรดหลับตา)  ...ถอดเสื้อผ้าให้ (จักกะจี้ดีนะ หุ่นคอมพ์)
     
   (ป.ล. 11 ข้อนี้มาต่อให้เอง ส่วนการ ป้อนประโยคให้คอมพ์นั้น
ก็อาศัยความจำเดิม รวมกับแต่งเติมเสริมต่อให้อาจารย์ 
นิตยา กาญจนวรรณ นิดหน่อยไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ค่ะ 
ขออภัยที่พาดพิงถึงนามของท่าน)
ทิกิ_tiki				
อันเนื่องมาจาก การพูดคุยเรื่องการถอดความจากภาษาต่าง
ประเทศเข้าภาษาไทย..ในยุคต่อไป คอมพิวเตอร์จะเป็นผู้แปล
และเลือกคำแปลภาษาดังกล่าวมาให้เลือกใช้ และ ผู้เขียนได้
ออกความเห็นว่า ทนมิได้ กับการแปลความแบบกำปั้นทุบดิน 
อย่าง คำว่าSoftware ที่ให้บัญญัติศัพท์ ออกมาเป็น ละมุนภัณฑ์ 
แล้วไม่มีคนใช้กันเลย เป็นแบบ ทำเป็นมองไม่เห็นคำนี้ 
ใช้ Software ดังเดิม
          ก็เลย ยกตัวอย่าง ว่าการถอดความคำ 
Artificial Intelligence    ;ว่าปัญญาประดิษฐ์     นั้นเป็น 
เรื่องที่รับได้พอรับสือความหมายได้ก็ได้ใช้กันมา 
แต่ คำ  ที่รุ่นหลังมาแปลอย่าง Software ถือว่าเป็นการ
ตีความหมายคำ ผิดสิ้นเชิง....
      เนื่องเพราะ ปัญญาเป็น สิ่งเบื้องหลังของคำว่า Soft ware 
คือสมองเท่านั้นที่จะพัฒนาระบบการคิดของคอมพิวเตอร์ 
ระบบการจัดการฐานข้อมูลหรือแปลงข้อมูลนั้นๆไปเป็น
กระบวนการตามคำสั่งที่ มนุษย์เขียนไว้ให้..
               ในอนาคต คอมพิวเตอร์ ก็จะสามารถสร้างคำสั่งเอง 
สร้างเขียนSoftware ให้ตัวเองทำงานอย่างไรก็ได้ตามใจ 
เมื่อ Compurter สามารถเข้าใจวิธีการใช้คำ ของมนุษย์และ 
วิธีการติดต่อสื่อสารหมดแล้ว
              ก็สามารถจะพัฒนาคำสั่งขึ้นมาเองได้ในอนาคต


          ปีนี้เป็นปี พุทธศักราช 2547 แล้ว
         เราหวังว่า คอมพิวเตอร์จะยังไม่ เขียนกลอน โคลง ฉันท์ 
เพราะเคาะอะไรมาเป็นสูตร ตามสูตรฉันทลักษณ์
ที่มนุษย์วางไว้เป็นหลัก
      แต่การเคาะของคอมพิวเตอร์นั้นจะไม่ได้ หัวใจ หรือ ความรู้สึก
เหมือนกับที่ มนุษย์ ผู้เป็นกวีเคาะหรอกค่ะ(ในวันนี้นะคะ)

           แต่หาก สอนบ่อยๆ มีหลักรู้หมดทุกอย่าง เลือกหยิบลิ้นชัก
ความจำออกมาได้เร็วกว่ามนุษย์ ในอนาคต เราอาจต้องยอมแพ้
กวีดิจิตอลแท้ๆ ที่เลือกหยิบ ถ้อยคำมาผสมเร็วกว่ามนุษย์อีกใน
อนาคต


          ขอพักเรื่อง กวีดิจิตอล คอมพิวเตอร์ไว้เท่านี้ก่อน ให้ท่าน
ผู้อ่านได้ใช้ความคิดตามไปก่อนนะคะ				
ไม่ว่าคำสั่งจากผู้คนจะมาในสภาพไหน
การทบทวนความจำได้หมายรู้ที่มนุษย์จับใส่ไว้ใน สมองกลนั้น
คือการให้รู้ ให้เข้าใจ Function หน้าที่ และ ฉลาดพอที่จะค้นความ
ต้องการของผู้พูดได้ทุกรูปแบบ เสมือน เป็นผู้อ่านใจทายใจ
อย่างแม่นยำ

       ถ้ามนุษย์รู้จัก เลาะเปลือก คือ รูปแบบการสื่อสารออก
ให้มองลึกไปเบื้องก้นสุดของหัวใจ
ว่าสิ่งใดที่ผู้พูด ต้องการ ไม่ว่าจะ หวานไพเราะ หยาบขนาดไหน
แท้แล้วสิ่งที่ต้องการคือสิ่งเดียวกันใช่หรือไม่...

           ฟัง
           คิด
           ไม่ต้องถาม
            ตอบสนอง..

คือหน้าที่ของคนที่จะมากุมชะตาโลก
Super Computer Gen 7th				
comments powered by Disqus
  • tiki

    15 พฤศจิกายน 2547 12:20 น. - comment id 79036

    ว่าจะยกข้อมุลมาจาก เว็บกลอนนี้ ยังไม่มีเวลามาเลยค่ะ
    http://www.thaipoem.com/web/poemdata/poemdata_65364.php
  • มาดามมด

    17 พฤศจิกายน 2547 13:21 น. - comment id 79117

    เข้ามาอ่านแก้ง่วงค่ะ
    แต่ไม่รู้จะแสดงความเห็นอะไร
    แต่อ่านจบก่อนหลับนะ
    ............................
  tiki

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน

>