ความฝันในวันจริง

Parinya

 ฉันรู้สึกเหมือนไม่ค่อยสบายหายใจอึดอัดมาหลายวันแล้ว  โดยไม่รู้สาเหตุจนต้องถาม
ตัวเองว่า  เราควรจะไปหาหมอหรือยัง ถ้าไปจะบอกอาการว่าอย่างไร  จะบอกว่าหายใจ
ไม่ทั่วท้อง หรือรู้สึกเหนื่อย ๆ ดี  เช้านี้ก็เช่นกันแม้จะตื่นนอนใหม่ก็ไม่รู้สึกสดชื่น กำลังคิด
ว่าหลังจากอาบน้ำอาบท่า รับประทานอาหารเช้าแล้ว อาจจะนอนต่ออีกสักพัก  ก็พอดีได้
ยินเสียงกริ่งโทรศัพท์บ้านดังขึ้น เพราะฉันไม่ใช้โทรศัพท์มือถือ ใครนะโทรมาแต่เช้า 
ฉันเพิ่งเปลี่ยนเบอร์โทรใหม่ได้แค่เดือนเดียวและเพิ่งบอกไปกับเพื่อนเพียงคนเดียวเมื่อ
สักสองสัปดาห์ก่อน
        "สวัสดีค่ะ "
        "ยายแดงน้อย"   เสียงปลายสายเรียกชื่อฉัน ฉันจำเสียงเขาไม่ได้หรอกเพราะนาน
ทีปีละหนเขาจึงจะโทรมา แต่ฉันจำได้ว่ามีคนเดียวที่ยกให้ฉันเป็นญาติผู้ใหญ่ ด้วยการเรียก
ชื่อนี้
       เขาเป็นเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงที่เรียนโรงเรียนเดียวกับฉันมาตั้งแต่ชั้นประถม เพิ่งจะ
แยกไปเรียนคนละที่เมื่อฉันเข้ามาเรียนที่กรุงเทพ จนฉันเรียนจบแล้วมาทำงานที่อุดรธานี
เราไม่เคยเจอกันอีกเลย จนล่วงเลยมาเป็นสิบปี เขาจึงโทรศัพท์มาหาฉันแล้วเล่าให้ฉันฟังว่า
แม้ฉันจะไม่อยู่บ้าน แต่เขาก็พยายามเดินทางผ่านบ้านฉันเสมอเพราะคิดถึงฉัน และบอกว่า
เขาชอบฉันมาตั้งแต่ชั้น ม.1  บอกอะไรต่อมิอะไรมากมาย  ฉันจึงเขียนกลอนจากคำบอกเล่า
ของเขาไว้เป็นที่ระลึกดังนี้
                               เธอให้ใจฉันแต่ต้นเป็นคนแรก
                               ตั้งแต่แตกเนื้อหนุ่มซุ่มรักฉัน
                               ยังรักยืดรักทนจนปัจจุบัน
                               และยังฝันถึงบ้างในบางคราว
                               ความรู้สึกของใจใครอาจข่ม
                               ถ้าช่วยห่มให้ใจเธอไม่หนาว
                               หรือช่วยต่ออายุลุยืนยาว
                               ยอมเป็นสาวในฝันอันสุนทร
                               ซึ่งเป็นโลกส่วนตัวชั่ววูบแวบ
                               ที่ทั้งแอบปิดบังทั้งซุกซ่อน
                               แม้มิทำร้ายใจใครเดือดร้อน
                               แต่ต้องซ่อนต้องปิดให้มิดเม้น
                               ความรู้สึกซึ่งสงวนไม่ควรเปิด
                               เพราะอาจเกิดปัญหาถ้าพูดเล่น
                               สิ่งที่ผิดโดยนัย ไยประเคน
                               ยั่วพระเณรเถรชีไม่ดีนะ
         "ได้เบอร์โทรมายังไงคะ เพิ่งจะให้เพื่อนไปรายเดียวเอง "    ฉันทำเสียงระรื่นเพื่อกลบ
เกลื่อนอาการไม่สบายของตัวเอง
      "ผมไปร่วมงานวันเกิดเพื่อนคนหนึ่ง       จึงได้เบอร์นี้มาจากเพื่อนของเพื่อนอีกทีเขาจด
ต่อ ๆ กันมา นี่ตั้งใจฟังนะ เรื่องนี้สำคัญ ผมไม่ได้พูดเล่น "      เสียงเขาดุฉันกลาย ๆ เมื่อได้
ยินเสียงระรื่นที่ฉันตอบไป    ฉันรู้สึกได้ถึงน้ำเสียงจริงจังนั้น   รุ้สึกห่วงคนที่บ้านขึ้นมาทันที 
จึงตั้งใจฟังอย่างที่เขาบอก
       เขาเล่าว่าเมื่อคืนนี้ เขาฝันแต่เป็นความรู้สึกว่า     เหมือนฝันนั้นเป็นจริง ในฝันนั้นเขาเห็น
ฉันเดินไปกับเพื่อนคนหนึ่งที่ตายไปเมื่อหลายปีมาแล้ว     กำลังเดินไปตามทางในป่าที่ทึบมาก
เขาจึงเรียกฉันไว้   แล้วถามว่าฉันจะไปไหน      ฉันตอบเขาว่าจะไปกับเพื่อนคนนั้น  เขาบอกว่า
ไม่ให้ฉันไป ฉันยังไปไม่ได้เพราะเขาอยากได้เบอร์โทรของฉัน ฉันต้องกลับไปจดเบอร์โทรศัพท์
ให้เขาก่อน แล้วถ้าอยากไปเขาจะเป็นคนไปส่ง ฉันจึงหยุดเขียนเบอร์โทรให้เขา ปล่อยให้เพื่อน
ที่ตายแล้วคนนั้นเดินไปก่อน เมื่อฉันเขียนเบอร์เสร็จ   เพื่อนที่ตายคนนั้นก็หายไปแล้ว  ฉันจึงยัง
ยืนอยู่กับเขา   เขาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกห่วงฉันมาก จนต้องโทรมาบอก และเขาจะทำบุญอุทิศ
ส่วนกุศลไปให้เพื่อนที่ตายแล้วคนนั้นด้วย ฉันก็บอกเขาว่าจะทำเหมือนกัน พร้อมกับขอบคุณเขา
ที่ช่วยเรียกฉันไว้ ด้วยความรู้สึกว่าเขาช่วยชีวิตฉันจริง ๆ
        หลังจากนั้นเขาก็ถามฉันว่าสบายดีหรือเปล่า      เมื่อฉันบอกว่าสบายดี เขาจึงสบายใจขึ้น
 นี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเช้าวันศุกร์     ฉันวางโทรศัพท์ลง  แล้วคิดว่าจะบอกเรื่องนี้กับใครดี
 ถ้าบอกกับคนที่รักฉัน    พวกเขาก็จะพากันเป็นห่วง       ฉันจึงเลือกเล่าเรื่องนี้ให้คนข้างบ้านฟัง
 โดยคิดว่าถ้าฉันจะต้องตายอยากให้ใครสักคนได้รับรู้จะได้บอกต่อกับคนที่บ้านของฉัน
         บ่ายวันเสาร์ มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ฉันคว้าโทรศัพท์มาแนบหู
        " มีใครส่งข่าวบอกแล้วยัง" เสียงที่ฉันได้ยินเมื่อวานถาม คราวนี้ฉันจำเสียงได้จึงย้อน
ถามไปว่า
         "มีอะไรหรือ "
         "ตอนนี้ผมอยู่ที่บ้านเธอนะ ตั้งใจฟังดี ๆ "
         เขาเล่าว่าเขามาจากหาดใหญ่เมื่อคืน  กลับมาบ้านเขาซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านฉัน เมื่อเช้านี้
น้องชายของฉันเอาเรือเร็ว (speed- boat ) ซึ่งเป็นของเล่นชิ้นโปรดออกทะเล  ตามปกติเขา
ออกไปเล่นเป็นประจำ และจะกลับเข้าฝั่งประมาณเก้าโมงเช้า  แต่วันนี้มีคนเรือประมงที่ลอยลำ
อยู่นอกชายฝั่งเอาเรือเร็วมาฝากไว้กับชาวประมงชายฝั่ง โดยที่เรือนั้นว่างเปล่า ไม่มีน้องชาย
ของฉันแล้ว ทุกคนที่บ้านรวมทั้งชาวบ้านช่วยกันออกตามหา ถ้าตกน้ำตกท่าจะต้องลอยขึ้นฝั่ง
แต่วันนั้นทั้งวันไม่มีวี่แวว ที่บ้านฉันไม่ส่งข่าวบอกฉัน     เพราะไม่อยากให้ฉันเดินทางกลับไป
แต่ฉันรู้แล้ว    วันรุ่งขึ้นฉันจึงกลับไปบ้าน   ซึ่งต้องใช้เวลานั่งรถไฟทั้งวันทั้งคืนจึงจะถึงบ้าน
เราทำทุกอย่างแค่เพียงหวังจะพบร่างเท่านั้น   เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ก็หมดแรงตามหา แม่ซึ่ง
เข้มแข็งผิดปกติในช่วงที่กำลังตามหาน้อง    ล้มป่วยลงทันทีเมื่อเราทุกคนหมดหวังแม้แต่จะ
เห็นร่างของน้อง
        ฉันอยู่กับแม่ประมาณสิบวัน   ก็ต้องเดินทางกลับมาทำงาน วันที่เดินทางกลับฉันนั่งรถ
ไฟตู้สุดท้ายพอรถเริ่มเคลื่อนออกจากสถานี    ฉันหันไปมองที่ชานชลาแล้วฉันก็ต้องกะพริบ
ตาอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ     ก็ยังเห็นเขา...เพื่อนคนที่ตายไปแล้วที่เพื่อน ๆ   ทุกคนบอกว่าเมื่อ
ยังมีชีวิตอยู่เขาชอบฉัน      ยืนอยู่ที่ชานชลาด้วยสีหน้าเอิบอิ่ม      ที่ฉันรู้สึกได้ทันทีว่าเขามี
ความสุขมากอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน  ทำให้ฉันคิดในใจทันทีว่า
 "เอาน้องฉันไปแล้วมีความสุขนะ" นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันเห็นเขา
        หลังจากนั้นเราทุกคนไม่มีใครพูดถึงน้องอีก     พยายามทำเป็นลืม เพราะเรารู้ว่าถ้าเอ่ย
ออกมาสักคำแม่จะสะเทือนใจ จึงพยายามหากิจกรรมให้ไม่มีเวลาว่าง ให้สมองคิดแต่เรื่องอื่น
พอดีที่บ้านฉันเปิดเป็นร้านขายของจิปาถะ      มีลูกค้ามาทำให้แม่ไม่ว่างตลอดวัน      แต่ถึง
กระนั้นแม่ก็ยังเวียนเข้าออกโรงพยาบาลอีกหลายครั้ง จนเวลาช่วยเยียวยาความรู้สึกได้บาง
ส่วนแต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะแม้เวลาจะผ่านไปสองสามปีแล้ว แม่ก็ยังไม่ยอมลงไปเดินเล่นที่
ชายหาด ทั้งที่แต่ก่อนแม่เคยลงไปทุกวัน แม้แต่ฉันเองถ้าลงไป    ฉันก็อดที่จะมองหาไม่ได้
แล้วก็ถามตัวเองว่าน้องไปอยู่ที่ไหนนะ
        ไม่ว่าความจริงหรือความฝัน   มันเกิดขึ้นพัวพันกัน        จนฉันแยกมันออกจากกันไม่ได้
บางทีฉันจึงคิดว่าความฝันนั้นคือความจริงเพราะเป็นสิ่งที่ฉันสัมผัสได้ด้วยตา ด้วยความรู้สึก
แต่ฉันไม่อยากฝันแบบนี้อีกแล้ว
         
comments powered by Disqus
  Parinya

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน

>