เหตุเกิดเพราะ บุพเพสันนิวาส

ตระการตา

          เดือนหน้านี้ ก็เป็นเดือน มิถุนายนแล้ว  ซึ่งวันที่ ๒๖ มิถุนายน ของทุกปี 
เป็นวันสุนทรภู่
         ทำให้ผมนึกถึงวันสุนทรภู่  เมื่อ ๔๕ ปีที่แล้ว  ตอนนั้นผมเรียนอยู่ชั้น ม.ศ. ๓ (มัธยมศึกษา ปีที่ ๓)
         ทางโรงเรียนได้จัดให้มีการประกวดการแต่งกลอน เนื่องในโอกาสวันสุนทรภู่  ซึ่งในตอนนั้น ผมยังแต่งกลอนไม่เป็นเลย  และยังไม่เคยแต่งกลอน แม้แต่บทเดียว แต่ผมอยากส่งกลอนเข้าประกวด  ไม่ใช่เพราะว่าผมอยากแต่งกลอน  แต่เป็นเพราะ ผมอยากได้รางวัลมากกว่า
        ซึ่งผมคิดเอาเองว่า  คงจะแต่งไม่ยาก  ดังนั้นผมจึงเอาแผนผังโคลงสร้าง - ของกลอน  มาแปะติดไว้ที่ฝาผนังหน้าโต๊ะเขียนหนังสือ  แล้วผมก็เริ่มลงมือ - แต่งกลอนครั้งแรกในชีวิต กลอนที่ผมส่งเข้าประกวดในครั้งนั้น  ผมจำไม่ค่อยได้ ผมจำได้เพียงบรรทัดแรกเท่านั้น  ซึ่งมีข้อความว่า
          
            สุนทรภู่รู้แจ้งการแต่งกลอน         ทุกวรรคตอนแต่งไปได้เหมาะเจาะ
ผมจำได้เพียงเท่านี้  นึกเท่าไหร่ ก็นึกไม่ออก   ผลของการประกวดการแต่งกลอน ในครั้งนั้น  ผมได้รับรางวัลที่ ๒  โดยมีผู้ส่งกลอนเข้าประกวดทั้งหมด ๒ คนเท่านั้น  ดังนั้นจึงไม่มีใครได้รางวัลที่ ๓                     รางวัลที่ได้รับก็คือ หนังสือพจนานุกรมภาษาไทย ๑ เล่ม  ซึ่งทุกวันนี้ ผมก็ยังเก็บหนังสือเล่มนี้เป็นอย่างดี          นับแต่วันนั้น ผมก็ไม่เคยแต่งกลอนอีกเลย  นับเป็นเวลาถึง ๔๕ ปี
        จนกระทั่งมีละครทางช่อง ๓  เรื่องบุพเพสันนิวาส  ซึ่งผมดูละครเรื่องนี้แล้ว ประทับใจมาก  และตอนที่ผมประทับใจมากที่สุด ก็คือ การแต่งกลอน ระหว่างแม่หญิงจันทร์วาด  คุณพี่หมื่น   และแม่หญิงการะเกด  ผมดูตอนนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ดูหลายรอบ ดูกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ ดูที่ไรต้องอมยิ้มทุกที  ละครเรื่องบุพเพสันนิวาสนี้ ทำให้ผมอยากแต่งกลอนอีกครั้ง  
        ดังนั้นผมจึงแต่งกลอน เป็นครั้งที่ ๒  ซึ่งห่างจากครั้งแรกถึง ๔๕ ปี  โดยมีใจความของกลอนดังนี้
          ดูละครบุพเพ...แล้วตรึงจิต              ทำให้คิดถึงกลอนตอนปฐม
อยากแต่งกลอนเหมือนเขาพอชื่นชม        ให้พอสมที่เคยเล่าเรียนมา
อันโคลงกลอนนั้นทิ้งมานานมาก               จึงจำพรากวิชาการศึกษา
แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ธรรมดา                              จึงใฝ่หาโคลงกลอนมาสอนตน
          บางคนอาจจะสงสัยว่า คนที่แต่งกลอนไม่เป็น  และไม่เคยแต่งกลอนเลย  
ทำไมถึงกล้าที่จะแต่งกลอนส่งเข้าประกวด   อาจจะเป็นเพราะว่าหลักสูตร
ของ นักเรียนในสมัยนั้น  จะต้องเรียน วิชา วรรณคดีทุกชั้นปี  จะต้องอ่านโคลง
กลอนมากมาย  และครูจะบังคับให้ท่องกลอนที่ไพเราะ ให้จำขึ้นใจให้ได้
การที่เราอ่านกลอนมากๆ และท่องกลอนให้ขึ้นใจ  มันเป็นพื้นฐานของการ
แต่งกลอนในอนาคต (ถัาอยากแต่ง)
          
comments powered by Disqus

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน

>