~~~เงาของพระจันทร์~~~ (บทที่ 2 ต่อจากคราวที่แล้ว)

..สีน้ำฟ้า..

บทที่ 1  http://www.thaipoem.com/forever/ipage/story6026.html
บทที่ 1 (ต่อ)  http://www.thaipoem.com/forever/ipage/story6075.html
บทที่  2 http://www.thaipoem.com/forever/ipage/story6733.html
(บทที่ 2 ต่อ)
	..   ..    เสียงดนตรีเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือดัง ระหว่างที่เขากำลังจะลงจากรถก็เลยต้องชะงัก 	
	
	สวัสดีครับ   ดวงตาคมเข้มหันมามองคนที่นั่งข้าง ๆ  ดวงตาสดใส
	
	สบายดีครับ คุณมิ้นท์ล่ะ   เลยกลายเป็นว่าประตูรถเปิดออกสองข้าง ฝั่งหนึ่งเขาก้าวขาลงเหยียบพื้น นั่งคุยโทรศัพท์ต่อ
	กลับบ้านครับ  แม่เริ่มบ่น นี่ก็หยุดนักขัตฤกษ์ก็เลยมา  คุณมิ้นท์ล่ะกลับระยองไหมครับ   ซีเปิดประตูก้าวขาลงไปยืนป้วนเปี้ยนไม่ไกลจากตัวรถ
	
	เพิ่งขับรถมาถึง ยังไม่ได้เข้าบ้านเลย
	ครับ แล้วคุยกันอีกนะครับ     เขาวางสาย ก้าวลงจากรถสอดโทรศัพท์ลงเก็บในกระเป๋ากางเกง ซีหันมาตามเสียงปิดประตูรถ เลยก้าวมาปิดประตูฝั่งของเธอบ้าง
	ไป ขึ้นบ้านกัน    เขายิ้มปลอบเมื่อสายตาหวาดหวั่นแกมไม่มั่นใจมองมา  สองคนเดินเคียงกันขึ้นเรือน ได้ยินเสียงเหมือนคนคุยกันมาจากห้องใดห้องหนึ่งของตัวบ้าน  ฝ่ายชายเดินนำก้าวผ่านประตูเข้าไปก่อน	 ห้องใดที่หนึ่งที่คาดไว้ตั้งแต่ได้ยินเสียงตอนเดินขึ้นบันไดมา คือห้องโถงโล่ง ๆ ตรงกลางตัวบ้าน มีตู้โชว์วางชิดผนัง 2 ตู้ใหญ่ ถัดจัดวางโซฟาสีแดงเลือดนกไว้ 1ชุด ผู้หญิงสองคนที่นั่งตรงข้ามกันหันมาให้ความสนใจผู้มาใหม่ ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มทั้งคู่ หากแต่แววตาขี้สงสัยของคนที่อายุน้อยกว่าของหนึ่งในสองคนที่นั่งอยู่ฉายชัด 
	อ้าวคราม  มา ๆ นั่ง ๆ ข้าง ๆ น้านี่มา ไหนมาสาวมาด้วยอีกต่างหาก มาให้น้าสอบสวนซิ  ผู้พูดไม่คิดปิดบังความในใจแต่อย่างใด ครามยกมือไหว้แล้วเดินไปกอดแม่ แทนจะทำตามคำพูดของน้า ด้วยรู้ฤทธิ์กันดี ซียกมือทำความเคารพผู้ใหญ่ ก่อนจำต้องไปนั่งข้างที่เหลือ เพื่อไม่ให้เสียมารยาท จนเกินไปหากจะปลีกตัวไปนั่งโซฟาตัวที่ใกล้ที่สุด แล้วก็จะกลายเป็นว่าเธอนั่งหัวโต๊ะเด่นไปอีกด้วย 
	คนนี้คุณแม่ที่รัก  และคนโน้นก็คุณน้าที่รักเหมือนกันจ้ะ ซี     เธอทำความเคารพอีกรอบ ถือว่าเป็นการรู้จักอย่างเป็นทางการอีกครั้ง หลังจากที่เมื่อกี้ไหว้ไปรอบหนึ่งแล้ว แหม..ก็ออกเขิน ๆ จะให้ทำยังไงได้ล่ะ
	ซี  เป็นน้องที่รู้จักกันมานานแล้วครับ  เคยเล่าให้แม่ฟังเหมือนกัน คนที่ว่าไงครับ   แม่เขาพยักหน้าหงึกหงัก
	เป็นไงจ้ะหนู  มากันเหนื่อย ๆ หิวข้าวมั้ย แม่ทำกับข้าวเรียบร้อยหมดแล้ว เหลือแต่ลำเลียงมาขึ้นโต๊ะก็ใช้ได้แล้วล่ะ
 	ก็ดีเหมือนกันนะครับ งั้นเราย้ายไปคุยกันต่อที่โต๊ะกินข้าวดีกว่า  นี่แดงไปไหมไม่เห็นหน้า  เขาขยับตัวประคองมารดาลุกขึ้นยืน ถามหาเด็กสาวที่ช่วยทำงานบ้านให้แม่
	แล้วน้าลีมาไง  ทำไมไม่เห็นรถจอดอยู่ล่ะ  หรือว่าทะเลาะกับน้าชาติมาอีก
	มั่วแล้วเจ้านี่ น้าชาติไปซื้อของ พาแดงไปด้วยเพราะน้าชาติเขามาดูของจะเอาไปตกแต่งโรงแรม
	ทุนหนากันจัง ปรับปรุงโรงแรมอีกแล้ว หมดไปอีกเท่าไหร่ล่ะ น่าจะมาแบ่งให้ผมบ้างจะได้ออกรถคันใหม่  ทั้งหมดเดินคุยกันไประหว่างทางเดินเข้าห้องครัว ที่จัดมุมหนึ่งไว้ตั้งโต๊ะสำหรับรับประทานอาหาร  ซึ่งฝ่ายเจ้าบ้านก็ไปลำเลียงกับข้าวที่อยู่ในตู้กับข้าวออกมาวางบนโต๊ะ  
	เว่อร์ ! ไปย่ะ เราเถอะเงินเดือน เงินดาวน์ตั้งหลายหมื่นไม่รู้จะขี้เหนียวไปถึงไหน ขนาดคอมพิวเตอร์ยังต้องให้แม่ออกเงินช่วยซื้อ
	โธ่  ผมก็มีภาระของผมบ้างซี น้ามาลีก็   ซียืนเก้ ๆ กัง อยู่ระหว่างโต๊ะไม่รู้จะทำไงดี
	ไม่ใช่ไปลงขวดหมดนะ    น้ามาลีหันมาพยักหน้าให้หญิงสาว
	นั่งนี่เถอะแม่หนู  ทำอะไรไม่ถูกเลยสินั่น   คุณมาลัย มารดาของเขาหันมามองยิ้ม ๆ
	ตามสบายนะ  ที่นี่อยู่กันแบบสบาย ๆ ไม่มีพิธีรีตองกันมากนัก
	ให้หนูช่วยอะไรไหมคะ    เธอเดินเข้าไปใกล้ยึดเอามารดาเขาไว้เป็นหลักดีกว่า ดูสองคนนั่นจะคุยกันอย่างออกรสออกชาติเหลือเกิน จนทิ้งให้แขกเป็นตัวเกะกะอย่างบอกไม่ถูก
	โธ่น้า  ผมเป็นคนดี กินเกล้าอาทิตย์ละไม่กี่วัน  แหม..หนุ่มโสดก็เป็นแบบนี้แหละ
	หนูชื่ออะไรนะ ขอโทษทีน้าความจำแย่เต็มที   น้ามาลี เป็นคนถาม
	ซีค่ะ  จริยา  จินตนอำไพ   เธอยิ้ม ซียิ้มตอบออกจะเขิน ดูเกะกะเก้งก้างไปหมด
	ซีมานั่งข้างน้านี่มา   เธอหาที่นั่งสำหรับตัวเองปล่อยให้เจ้าของบ้านเป็นฝ่ายบริการ เพราะรู้จักพี่สาวดี
	พี่มาลัยน่ะ  เขาชอบปรนนิบัติ มานั่งนิ่ง ๆ ทำตัวสบาย ๆ จะดีกว่า   ซียิ้มแหย ๆ แม้ว่าตัวเองจะมีญาติมิตรผู้ใหญ่ หรือไปพบปะญาติผู้ใหญ่ของเพื่อนฝูงมาแล้วนับไม่ถ้วนก็ยังไม่ประหม่าเหมือนหนนี้
	
	เสียงรถยนต์แล่นเข้ามาจอด สักครู่ใหญ่ก็มีผู้ชายอายุราว ๆ สี่สิบต้น ๆ เดินยิ้มแย้มเข้ามา พร้อมเด็กสาวอีกคน ซึ่งก็คงเป็นแดง ที่ชายหนุ่มถามถึง เขายิ้มเลยมาถึงสาวแปลกหน้าที่ไม่เคยเห็น รอรับฟังคำบอกเล่าของคนที่อยู่ก่อน
	กลับมากันแล้ว ทานข้าวกันเลยนะคะ    แดงรีบเดินเข้ามาช่วยจัดโต๊ะ 
	น้าชาติ  น้าเขยพี่เองจ้ะซี    ชายหนุ่มหันมาสวัสดีน้าเขย และแนะนำให้ซีรู้จักผู้มาใหม่ เธอกระพุ่มมือไหว้ สวยเหมือนที่เขาเคยเห็นครั้งแรก เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ทุกคนประจำที่ก็เริ่มลงมือรับประทานอาหาร คุยกันบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ จนกระทั่งจบมื้อแล้วแยกย้ายกันออกมาที่ห้องโถงกึ่งห้องนั่งเล่นกันเหมือนเดิม
	ผมขอตัวซี ไปเดินดูข้างล่างก่อนนะครับ    ซีลอบถอนหายใจ ในที่สุด เขาช่วยไม่ให้เธออึดอัดจนเกินไปเสียที
	แล้วแต่เถอะ น้าคุยกับแม่เราอีกประเดี๋ยวก็กลับแล้วล่ะ
	ครับ งั้นไปซี พี่จะพาไปเดินรอบ ๆ บ้าน.. ไปเจ้าตัวดี   เขาพยักหน้าซียิ้มกับผู้ใหญ่
	ขออนุญาตนะคะ
	 --------------------------------***************************--------------------------------------
	ฟ้ามืดแล้ว.. แสงจันทร์นวลทอสีเงินยวงสาดลงมา ทำให้ทั่วบริเวณ เขาพาเธอไปนั่งที่ศาลาทรงไทยถัดจากตัวบ้านไปไม่เท่าไหร่ ด้านขวามือที่มืดตื๋อนั้นเขาบอกว่าเป็นแปลงดอกไม้ ซึ่งซีเองก็พอจะทันสังเกตอยู่บ้าง ตอนที่รอเขาโทรศัพท์ขณะที่มาถึงใหม่ ๆ ได้กวาดสายตาไปรอบ ๆ ด้วยเหมือนกัน ด้านหลังเป็นพื้นที่สีเขียว สำหรับปลูกผักสวนครัว เขายังบอกต่อไปอีกว่าบ้านหลังนี้มีพื้นที่ประมาณไร่เศษ ๆ  แม่มีลูกชายคนเดียว และที่บ้านเขาเลิกอาชีพทำสวนไปนานแล้ว จะมีก็แต่ให้คนเช่าที่ดินเอาไปทำกิน แม่เก็บกินค่าเช่านั้น ซึ่งก็ไม่ได้มากมายอะไร แต่ก็เพียงพอสำหรับหญิงหม้ายสามีเสียชีวิตด้วยโรคถุงลมโป่งพอง
	ครามเล่าว่าพ่อเขาสูบบุหรี่จัดมาก แม่ก็เลยขอร้องไม่ให้ลูกชายคนเดียว เพราะมีกันอยู่แค่สามคน พ่อ-แม่-ลูก  แม่เขากลัวแต่สุดท้ายพ่อก็ต้องจากโลกนี้ไปก่อนวัยอันควรจนได้ เขาก็เลยไม่สูบบุหรี่ อาจจะดื่มเหล้าแต่ก็ไม่มาก เพราะสงสารแม่  ซีลอบยิ้มในความมืด ท่าทางเขาเป็นลูกชายที่น่ารักของแม่และเป็นคนดีพอใช้ แต่ก็ได้ฟังแค่เรื่องเล่ายังไม่ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันไปมากกว่าการพบกันสองครั้งนี้ และมารดาของเขาก็น่ารักมาก ให้น้องแดงจุดเทียนหอมไล่ยุงมาวางให้ ซีมองจนน้องคนนั้นห่างไป จึงเอ่ยปากถามขึ้นบ้าง
	แล้วเราจะกลับกันตอนไหนคะ   
	ซีไม่มีภาระอะไรไม่ใช่หรือ ค้างที่นี่เถอะนะ   เขาอ้อน
	อ้าว..พี่คราม
	น่า..ไม่เห็นจะเป็นไร พี่ขี้เกียจขับรถแล้ว
	ซีไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยน..ไม่ได้เตรียมตัวอะไรสักอย่างเกรงใจคุณแม่พี่ด้วย
	ไม่เป็นไรหรอก พี่ไม่เคยพาสาวมาบ้านสักหน แล้วเราก็เป็นน้องพี่เคยเล่าเรื่องของซีให้แม่ฟังบ่อย แม่เข้าใจ   ย้ำจังนะ ซีมันเป็นน้อง..หน็อยแน่
	แล้วเรื่องสาวที่ว่าล่ะ ไหนว่าจะเล่าให้ฟัง
	อ๋อ คุณมิ้นท์ เจอกันที่ระยองเมื่อวันก่อน ไปไซต์งานเป็นลูกสาวเจ้าของบังกะโล เห็นว่าเรียนอยู่ในกรุงเทพฯ ไม่รู้มหาวิทยาลัยอะไร ปีไหน ไม่กล้าถาม ซีจีบให้พี่หน่อยดิ
	อ้าว..อ้าว
	ก็เขินนี่หว่า ไม่ได้จีบสาวนานแล้ว
	รุ่นพี่นี่ คงมีแต่สาวมาจีบสินะ   ขนาดว่าประชด เขาได้หัวเราะชอบใจ ซีค้อนผ่านลมผ่านแล้งไปในความมืด
	อยู่แล้ว   เขาว่าแล้วหัวเราะต่อ
	แหม..คบซีไว้ใช้ซะคุ้มเลยนะ
	ไม่หรอกน่า  พี่ชอบอัธยาศัยซี ปกติผู้หญิงมักมีจริตแต่ซีไม่ใช่คนอย่างนั้นก็เลยชอบใจ เอ่อ..ภาษาผู้หญิงเขาว่าไงนะ ไม่ดัดจริตไง
	ชมหรือด่านั่น
	ชมจ้า.. ชม ชมสิจ้ะ  เสียงหัวเราะไม่เคยขาดสาย ไม่รู้เขาไปเมาแกงอะไรของแม่มา วันนี้ถึงได้อารมณ์ดีนัก
	ไป .. ดูละครบ้างหรือเปล่าเรา ไปดูกับแม่ ส่วนน้ามาลีกับน้าชาติเดี๋ยวคงกลับแล้วล่ะ ชอบมาหาของแต่งโรงแรมแถวบ้านเรา บอกว่าถูกกว่าแถวนครนายก แม้ว่าจะรวมพวกค่าขนส่ง ค่าอะไรแล้ว คือน้ามาลีเค้ามีเพื่อนทำพวกนี้ บางทีก็ให้น้องแดงพาไป  น้องแดงนั่นก็หลาน ๆ  ออกจากโรงเรียนไม่ได้เรียนต่อ แม่ก็เลยขอมาเลี้ยงพอได้ช่วยงานบ้าน งานเรือนและอยู่เป็นเพื่อน
	ค่ะ.. ไป.. ไปดูละคร แม่เขาชอบต้องเอาใจเขาหน่อย ปล่อยให้อยู่คนเดียวก็ผิดมากแล้ว บางทีพี่ไม่เคยรู้เรื่องหรอก เขาก็จะเล่าเท้าความให้ฟัง เราก็พอได้ดูและคุยกับเขาได้ เออ ออ ห่อหมกตามไป แค่นั้นเขาก็ดีใจแล้ว
	แล้วเมื่อไหร่ พี่ครามจะกลับมาอยู่บ้านคะ  จริง ๆ ก็ไม่ได้ไกลกรุงเทพฯ สักเท่าไหร่ ขับรถไป-กลับที่ทำงานก็ยังไหว ถ้าขยัน
	ไม่ไหวล่ะซีเอ้ย.. รถติด พี่ขี้โมโห ใจร้อน ส่วนใหญ่ก็นอนที่คอนโดใกล้ ๆ ออฟฟิศ บางทีต้องไปไซต์งานที่ระยอง คุมลูกน้องติดตั้งระบบไฟฟ้าที่ศูนย์ราชการระยอง อาทิตย์หน้าว่างไหม ไปเที่ยวทะเลกับพี่สิ
	อ๋อ.. แบบนี้นี่เอง ที่ว่าชวนไปเที่ยวทะเล คือตัวเองไปทำงานแล้วปล่อยให้เรานั่งรอในรถ  เขาหัวเราะอีก ไม่ระรื่นไปหน่อยหรือไงเนี่ย หัวเราะได้ตลอด ซีอดที่จะค่อนในใจเสียไม่ได้
	ไม่หรอกน่า หนนี้จะนัดคุณมิ้นท์ให้ ซีจะได้มีเพื่อนแล้วพี่จะได้จีบสาวด้วย เห็นมั้ยยิงนกด้วยกระสุนนัดเดียว พาน้องเที่ยว ได้จีบสาว
	ค๊า..แหม พี่ชายคนดี
	คืนนี้พระจันทร์สวยนะ  
	
	คะ   ไม่ค่อยอยากเชื่อหูตัวเองหรอก ผู้ชายบ้าอะไร จู่ ๆ อารมณ์ก็เปลี่ยนก็แปร
	พระจันทร์สวย เสียดายที่บ้านไม่มีสระ ไม่งั้นคงได้ดูเงาของพระจันทร์ที่อยู่ในน้ำ
	พี่ครามก็ขุดสระซี  ที่ว่างเยอะแยะ
	เรามาช่วยไหมล่ะ  ช่วยกันออกแบบ ดีแม่จะได้เลี้ยงปลาแก้เหงาด้วย
	เป็นงั้นไป..
	เข้าท่านะซี  เดี๋ยวถ้างั้นวันศุกร์นี้เราไประยอง ค้างคืนหนึ่ง วันเสาร์มาหาแม่ มาดูที่ มาวางแผนขุดบ่อปลากัน
	อะไรพี่  เขาฉุดแขนเธอลุกขึ้นยืนเหมือนเด็กได้ของเล่นถูกใจ และกำลังเห่อ จะต้องไปอวดใครสักคนเพื่อให้เขาอิจฉาเล่น
	ไป..ไปคุยกับแม่ แม่คงดีใจ    ซีเหลือกตามองฟ้า..
	ซีต้อง...
	ไม่ต้อง ไม่แต้งอะไรทั้งนั้น เชื่อพี่ซี.. แหม.. นาน ๆ ตั้งแต่โตมาพี่ยังไม่เคยได้ทำอะไรให้แม่เป็นชิ้นเป็นอัน พ่อ-แม่ ซีอยู่ไหน ไว้พี่จะไปขอเรามาเป็นน้องอีกคน
	กรรม   ซีพึมพำ งึมงำ  .. เดินตามแรงฉุดกระชาก ลากทึ้งของเขาเซ็ง ๆ
--------------------------------***************************--------------------------------------				
comments powered by Disqus
  • สีน้ำฟ้า

    15 พฤษภาคม 2549 11:49 น. - comment id 90231

    แหะ แหะ หน้าแตกไปดังเพล้ง เพราะไม่เคยเห็นเรื่องสั้นคุณดอกข้าวโพส
    
    ตอนนี้เห็นแล้วค่ะ.. อย่างไรจะไปตามอ่านนะ
  • ดอกข้าว

    15 พฤษภาคม 2549 10:53 น. - comment id 90256

    ฮี่ฮี่ ผมก็เริ่มเขียนนวนิยายเหมือนกัน ได้สามบทแล้ว ไม่รู้จะไปได้ถึงไหน..
  • สีน้ำฟ้า

    15 พฤษภาคม 2549 11:13 น. - comment id 90257

    คุณดอกข้าว
    
    คุณเป็นดาวดวงใหม่ในใจแจม จริง ๆ นะ
    ชื่นชมค่ะ ชื่นชม .. เพราะแจมว่า แนวของคุณคล้ายพี่ไพ  (ไพวรินทร์)  อยู่หน่อย ๆ คือนำเสนอแนวเดียวกัน แต่การใช้ภาษา การเรียบเรียงเรื่อง ไม่เหมือนกัน
    
    ต่างก็มีเอกลักษณ์ประจำตัวของตนไป
    
    ดีใจค่ะ ที่คุณเขียนนวนิยาย หากยังไง เมล์ไปให้แจมอ่านบ้างนะ.. อยากเห็น ๆๆ 4.gif
    
    นะ นะ
  • ..สีน้ำฟ้า..

    14 พฤษภาคม 2549 02:44 น. - comment id 90693

    ไม่ทราบจะยืดเยื้อเกินไปไหม..
    
    กำลังหัดเขียนการบรรยายภาพบรรยากาศรอบข้าง ซึ่งเป็นงานยากมาก สมัยเรียนสีน้ำฟ้าตก พรรณนาโวหารค่ะ .. 
    
    อืมม.. แม้กระทั่งคำว่า พัน-นะ-นา ก็ไม่ยังไม่แน่ใจเลยแฮะ ว่าเขียนถูกไหม ไว้ค่อยไปเช็คพจนานุกรมก็แล้วกันนะคะ
    
    ไปล่ะ ง่วงค่ะ.. ยาแก้ปวด แก้ไขคงออกฤทธิ์เต็มที่แล้วล่ะ
    
    คิดถึงนะคะ
  • กิ่งไผ่

    14 พฤษภาคม 2549 09:20 น. - comment id 90694

    สวัสดีค่ะ คุณสีน้ำฟ้า
     เป็นไงบ้างล่ะ ทานยาแล้ว ค่อยยังชั่วขึ้นบ้างหรือยัง ยังมีแก่ใจมาโพสอีกนะเนี่ย แต่คราวนี้รู้สึกว่า เนื้อเรื่องดูละเอียด และยืดเยื้อไปสักนิดนะคะ ถ้าโกรธล่ะ ถือว่าติเพื่อก่อก็แล้วกัน แต่ก็จะเป็นกำลังใจให้ต่อไปค่ะ แล้วจะรออ่านบทต่อไปนะคะ ยังไงก็ขอให้หายไว ๆ จะได้มาสร้างสรรค์ผลงานดี ๆ ให้กิ่งไผ่และคนอื่นๆ ได้อ่านอีกนะคะ
  • สีน้ำฟ้า

    14 พฤษภาคม 2549 12:35 น. - comment id 90697

    สวัสดีจ้า
    
    ไม่ว่าเลยค่ะ.. แหมขนาดแจมเองก็รู้สึก เลยออกตัวไว้ตั้งแต่ความเห็นแรก (ฮา)
    
    39.gif  ไปก่อนนะคะ
    
    แวะมาทักทาย
  • แก้วกาหลง

    14 พฤษภาคม 2549 14:57 น. - comment id 90700

    ขอชื่นชมด้วยคนค่ะ ลองอ่านแล้ว
    เนื้อเรื่องน่าติดตามจริง ๆ เป็นกำลังใจให้นะ
  • ยอดหญ้า

    14 พฤษภาคม 2549 14:58 น. - comment id 90701

    แต่งได้ดีครับ 29.gif
  • สีน้ำฟ้า

    14 พฤษภาคม 2549 16:09 น. - comment id 90702

    สวัสดีค่ะ
    
    เอ..คุณแก้วกาหลง กับคุณยอดหญ้า
    ชนกันกลางอากาศแฮะ
    
    อ้อ.. ยังไม่ชน ห่างกันหนึ่งนาที
    
    เฉียวเฉียด อิอิ  
    
    มาแซวผู้อ่านค่ะ ขอบคุณที่แวะเข้ามาเป็นกำลัง แล้วอย่าหายไปนะ .. ตอนหน้าจะคั้นเหลือแต่หัวกะทิ ส่งมาให้
    
    แต่หลายวันหน่อยนะคะ ช่วงนี้ไม่ค่อยสบายค่ะ
  • กิ่งไผ่

    17 พฤษภาคม 2549 21:27 น. - comment id 90769

    สวัสดีค่ะ คุณสีน้ำฟ้า เป็นยังไงบ้าง หายดีหรือยัง รีบหายไว ๆ นะคะ จะได้กลับมาโพสผลงานดี ๆ ได้ไว ๆ อยากอ่านเงาของพระจันทร์ต่อแล้วล่ะ
  • ..สีน้ำฟ้า..

    18 พฤษภาคม 2549 02:47 น. - comment id 90774

    คุณกิ่งไผ่
    
    เสร็จทันควันพอดีค่ะ ก็เลยโพสให้แล้ว ตามไปอ่านได้เลยค่ะ
    
    คืนนี้ ที่นี่ไม่มีพระจันทร์ค่ะ ฝนตกมาตั้งแต่กลางวัน จนป่านนี้ตก ๆ หยุด ๆ 
    
    ตอนนี้ฝนก็กำลังตกค่ะ ได้ยินถึงฝั่งโน้นไหม ไม่รู้??

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน

>