ดอกไม้ของแม่

กวีปกรณ์

(๑)
"เรื่องวันสำคัญของชาติ นักเรียนคงจะทราบได้ทั้งหมดอย่างคร่าว ๆ แล้ว" ดาริกา ครูสาวลุกยืนระหว่างที่สนทนากับนักเรียนตัวน้อยของเธอ
"...และวันนี้ ครูจะให้นักเรียนกลับไปวาดภาพสัญลักษณ์ของแม่มาส่งอาทิตย์หน้านะค่ะ" เธอกล่าวภายหลังเขียนคำสั่งบนกระดานดำ
นักเรียนทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาจดบันทึกลงในสมุดจดการบ้าน บางคนคงเล่นซนตามวัยไม่เลิก บางคนไม่ได้สนใจฟังคำสั่งนั้นเท่าไรนัก ดาริกา ยืนมองนักเรียนของเธออีกพักนึงก่อนที่จะรวบรวมสัมภาระและเดินจากไป พร้อมคำขอบคุณของนักเรียนในชั้น
(๒) 
"การบ้านที่ครูสั่งให้ทุกคนกลับไปวาดภาพสัญลักษณ์ของวันแม่มาส่ง ขอให้นำมาวางที่โต๊ะหน้าชั้นเรียนค่ะ" 
สิ้นเสียงนักเรียนต่างค้นหาการบ้านที่ยังนอนค้างอยู่ในกระเป๋า เพราะวิชานี้เป็นวิชาสุดท้ายของนักเรียนห้องนี้ ๓/๓ บางคนก็ทำหน้าตาเหรอหรา เหมือนไม่รู้ว่าต้องมีการบ้านส่ง บ้างก็ทำทีท่าว่าสำนึกผิด บ้างก็กลัวจะถูกทำโทษเตรียมหาข้ออ้างต่าง ๆ นานา ส่วนอีกจำนวนเกินกว่าครึ่งห้องต่างทยายนำการบ้านนั้นไปวางบนโต๊ะคุณครูหน้าชั้นเรียน
"สำหรับการบ้านที่คุณครูให้ไป ใครไม่ได้..." สีหน้าของนักเรียนบางกลุ่มเริ่มแสดงอาการหวั่นวิตก เกรงว่าจะถูกทำโทษอย่างไม่อาจหลีกหนีได้ ดาริกาสังเกตได้เช่นนั้น 
"...ขอให้นำมาส่งในวันถัดไป..." นักเรียนที่ไม่ได้ทำมาต่างเริ่มผ่อนคลายอย่างไม่ต้องสังเกตเห็น รอยยิ้มเริ่มแต้มแย้มรอยปรากฎบนใบหน้าจนเป็นมุมคล้ายมัดเอาไว้สักครู่ 
"สำหรับนักเรียนที่นำมาส่งในวันนี้ครูจะให้คะแนนเต็ม และมอบเข็มกลัดดอกมะลิไว้ให้ไปกราบคุณแม่ที่ใกล้มาถึง ส่วนนักเรียนที่ไม่ได้นำมาส่งในวันนี้คะแนนก็จะลดลงไป หากใครไม่ได้ทำส่งครูก็ของดให้เข็มกลัดนี้นะค่ะ" เด็กน้อยกำลังสนอกสนใจกับรางวัลที่ซุกซ่อนอยู่ในถุงใบขนาดย่อม ที่พอจะใส่ดอกมะลิเข็มกลัดตามจำนวนนักเรียนในชั้น มากกว่าที่จะสนใจน้ำเสียงของเธอ แต่นั่นก็เป็นการกระตุ้นให้เด็กที่ไม่สนใจเรียนได้บ้าง 
"เราจะมากันดูว่าสัญลักษณ์ของวันแม่ของทุกคนนั้นเป็นอย่างไรกันบ้าง" ดาริกากล่าวและเดินไปยังเบื้องหน้าโต๊ะที่อยู่กลางห้องพร้อมยกปึกกระดาษที่นักเรียนต่างวาดภาพสัญลักษณ์ขึ้นมาทีละใบให้นักเรียนในชั้นดูกัน ซึ่งสิ่งที่เธอกำลังทำนั้นถือว่าดึงความสนใจเรื่องดอกมะลิ
ภาพที่ได้หยิบยกขึ้นมาแทบไม่ได้แตกต่างกันเลย ที่เห็นว่าไม่เหมือนกันชัดเจนก็คือ ขนาดของ ดอกมะลิ หรือ จำนวนเท่านั้น และทุกผลงานที่ได้แสดงหน้าห้อง ดาริกาก็จะเรียกนักเรียนผู้เป็นเจ้าของผลงานออกมาบอกเหตุผลว่าทำไมจึงวาดรูปดอกไม้ชนิดนั้น และรับเข็มกลัดดอกมะลิกลับไปด้วยความดีใจ
ทุกคนที่มารับต่างก็บอกเพียงแค่ ดอกมะลิเป็นสัญลักษณ์ของวันแม่ จะต่างกันก็เพียงคำพูดและการบอกเล่า ตามนิสัยของเด็ก ๆ ที่มักจะตาม ๆ กัน นั่นไม่ได้ทำให้เธอผิดหวังแต่คิดเสียว่าเด็ก ๆ ได้เรียนรู้ที่จะรับผิดชอบเสียอีก
แต่มีเพียงกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาพินิจดูรูปนั้นด้วยความแปลกใจ!
ดอกมะลิหรือก็ไม่ใช่... ท่าทางจะไม่ใช่ดอกไม้แน่ ๆ ครูสาวเอ่ยถามทั้งตัวเองและนักเรียนภายในห้อง... 
ไร้สำเนียงพูดคุยขับคลอสอดแทรกแหวกอากาศ... นอกจากเสียงขยับเก้าอี้ตัวหนึ่งดังมาจากริมหน้าต่างห้องเรียนแถวที่สาม พิมพ์มาดา กำลังลุกและก้าวมายังหน้าห้อง พร้อมที่จะตอบคำถามเติมเหตุผลที่ว่างจากความเงียบก่อนหน้านั้น วันนี้สีเสื้อนักเรียนที่เด็กหญิงสวมดูไม่สะอาดตา หม่นหมอง เมื่อเทียบกับสีหน้าที่ดูหมอง เปื้อนไปด้วยริ้วรอยหยดหยาดแห่งความโศกเศร้าจากดวงตาคู่นั้นทั้งเก่าและที่ดูเพิ่งจะแห้งลงไม่นานนี้ กลับทำให้รอยยิ้มแย้มแต้มสุขบนใบหน้าของครูสาวหายไปในทันที 
ดาริกาไม่ได้กล่าวย้ำคำถามใด ๆ เพิ่มเติม แต่เด็กหญิงก็พร้อมที่จะตอบคำถามเดิมนั้นอยู่แล้ว
นั่นเป็น ดอกกุหลาบ ค่ะ... ใบหน้าของนักเรียนที่ยืนอยู่หน้าชั้นหลุบต่ำ สายตามองลงที่พื้น
 ในห้องของแม่มีกรอบรูปไม้สลักลายกุหลาบ... ในนั้นมีรูปภาพของแม่กำลัง... กำลังนั่งอยู่กลางแปลงดอกไม้เล็ก ๆ หน้าบ้าน หนูเคยตัดดอกกุหลาบมาครั้งหนึ่ง...ให้แม่ในวันเกิดปีที่แล้ว วันนั้นแม่ร้องไห้ดีใจ...และก็เสียใจด้วยที่หนูรังแกกุหลาบต้นนั้น แต่แม่ก็ไม่ได้โกรธหรือว่าอะไรเลย...  ท่วงทำนองของความเสียใจขับสะอื้นออกมาเคล้ากับคำบอกเล่าจนน้ำเสียงของนักเรียนหญิงยืนสั่นเครืออยู่ภายในห้องนั้น
ดาริกาจับยืนมือเด็กหญิงด้วยท่าทีที่ปลอบใจ คล้ายเธอทำให้ทุกคนและห้องเรียนในชั่วโมงนี้หมองลงไปพร้อมกับเสื้อนักเรียน และแววตาของเด็กหญิงพิมพ์มาดา
เสียงสะอื้นค่อย ๆ เขย่ากายเด็กหญิงไหวน้อย ๆ แต่ก็มิอาจห้ามคำบอกเล่าของนักเรียนหญิงนั้นได้
นับตั้งแต่คืนนั้น... หนู...หนู..ก็จำไว้ว่าแม่ไม่ชอบใจ หนูรู้ว่าแม่รักหนู.. และแม่ก็รักดอกไม้ดอกนั้นด้วย เพราะแม่รักหนูมาก... แม่ไม่เคยทำโทษหนูเลยสักครั้ง เหมือนกุ...กุหลาบพุ่มนั้นที่สวน น้ำตาหยดรินรดพื้น หยุดสะอื้นเพียงครู่
ภาพนี้หนูวาดให้แม่นานแล้วค่ะ  และตั้งใจจะมอบให้ในวันแม่ที่ใกล้จะถึงนี้ เพื่อมอบให้แม่ของหนู... (เด็กหญิงร้องไห้หนักขึ้น)  ดาริกาจึงปลอบให้เด็กหญิงหยุดสะอื้น และหยุดการบอกเล่าสาเหตุนั้นเสีย 
แท้ที่จริงนั้น เธอได้พลิกอ่านบนหน้ากระดาษที่เปรอะไปด้วยรอยน้ำตาและอักษร ลายมือนั้นเธอพอจะอ่านได้ลาง ๆ แต่พอจับใจความได้ ข้อความนั้นทำให้เธอเข้าใจถึงสาเหตุว่าทำไมแม่ของพิมพ์มาดาจึงรักกุหลาบนั้นนัก และได้อ่านข้อความที่คิดว่าเด็กหญิงคงไม่ได้อ่าน
ครูสาวโอบกอดเด็กหญิงไว้จนเธอคลายความเสียใจลง... 
เสียงกริ่งบอกเวลาเลิกเรียนดังขึ้น ดาริกาคงจับมือเด็กหญิงหน้าห้องไว้พร้อมทั้งบอกลานักเรียนในชั้นทุกคน จากนั้นจึงก้มหน้าลงกระซิบข้างหูเด็กนักเรียนที่กำลังยืนข้างกายเธอ ...
(๓)
เมื่อครูสาวและนักเรียนได้จากกัน พิมพ์มาดาได้อ่านข้อความบนหลังภาพที่เธอได้วาดขึ้นเพื่อหวังที่จะมอบให้แม่ จึงเข้าใจว่ากุหลาบนั้นเป็นดอกไม้ที่พ่อเธอปลูกให้แก่แม่ในวันที่คลอดเธอ คำอธิบายของคุณครูดาริกาก็ทำให้เธอเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างดอกกุหลาบนั้นโดยละเอียด ก่อนเข้านอนเด็กหญิงเดินเข้าไปกราบพ่อของเธอและกอดด้วยความรัก...
ค่ำนั้นดาริกาจึงเห็นความสำคัญของความรู้สึกผูกพันระหว่างเธอและแม่อย่างบอกไม่ถูก ท่วงทำนองของความคิดถึงถ่ายทอดออกมาเป็นเสียงสะอื้นเล็กน้อยขณะที่เธอกำลังนอนกอดผืนผ้าพันคอของแม่ แม้ห้วงกาลเวลาจะขโมยกลิ่นกายของแม่เธอไปมากเสียจนเกือบสิ้นแล้วก็ตาม สายลมเย็นพาพัดเข้าสู่ห้องของเธอทางหน้าต่างห่มกายเธอจนเคลิ้มหลับ อีกไม่กี่วันแล้วจะถึงวันแม่คือห้วงความคิดสุดท้าย เธอยิ้มและตั้งใจมั่นว่าจะทำหน้าที่ของเธอให้ดี เป็นบุคลากรที่ดี เพื่อตัวเธอ เพื่อแม่ของเธอ และแม่ของแผ่นดิน เธอคิดอย่างนั้น...				
comments powered by Disqus
  • นู๋หยาดเพชร

    10 สิงหาคม 2550 14:49 น. - comment id 97190

    แต่งเรื่อได้น่าอ่านน่าติดตาม
    เข้ากับเทศกาลดีจัง
    ไม่รู้นะว่านอกจากแต่งกลอนเก่งแล้วเรื่องสั้นก็เก่งใช่ย่อย
  • อัลมิตรา

    10 สิงหาคม 2550 15:20 น. - comment id 97191

    นานมาแล้ว .. เคยถามแม่ว่า วันเดือนปีเกิด วันไหน ?
    แม่บอกว่าไม่รู้ว่าเกิดวันไหน เดือนไหน รู้แต่คร่าว ๆ ว่าเกิดปีขาลช่วงน้ำท่วม
    
    เคยถามแม่อีกว่า อยากได้ของขวัญอะไรเป็นพิเศษ ?
    แม่บอกว่า สงสัยจะเป็นเงิน ..  คำว่าสงสัย เห็นที ลูกคงสงสัยพ่วงไปด้วย
    แม่ไม่ค่อยใช้เงินสักเท่าไหร่ เงินที่แม่เก็บใส่กล่องเหล็กเล็ก ๆ ในตู้ใบใหญ่อีกชั้น
    แม่สำรองเผื่อให้ลูกชายคนเล็กของแม่ .. ก็พี่ชายของฉันเองนั่นแหล่ะ
    
    ฉันไม่เคยอ้อนออเซาะแม่ แม่ดุจะตายชัก .. ไม่เหมือนพ่อ พ่อแสนจะตลกและใจดี
    วีรกรรมตอนเด็กของฉันคงมีมากมิใช่น้อย จำได้ว่า โดนตีบ่อย ๆ 
    คราวที่ต่อยกับคนข้างบ้าน .. ฉันโดนตีซะก้นลาย
    หนที่ต่อยกับพี่ชาย .. ฉันก็โดนแม่ตีจนน่วมเหมือนกัน  .. แต่พี่ชายไม่โดน
    
    แม่ลำเอียงนี่หว่า รักลูกไม่เท่ากัน .. ให้ตายเหอะ !! .. ฉันคิดอย่างนั้นนะ
    
    หลายวันก่อนตอนช่วยแม่หาสำเนาทะเบียนบ้านในตู้ 
    ฉันเจอรูปเก่า ๆ กระดาษเหลืองหมอง
    ผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตาชาวบ้านแท้ ๆ นุ่งผ้าถุง เสื้อลายดอกกระดำกระด่าง
    ที่เอว มีเด็กผอมกระหร่องหนีบเอวอยู่  ... ใครหว่า ?
    
    ฉันหยิบรูปเก่าใบนั้นออกมาดู ว่าจะถามแม่แต่ก็ลืม ในที่สุดรูปเก่านั้นก็ติดกระเป๋ามา
    ฉันเอามาถามพี่สาว ... ใครน่ะ ผู้หญิงคนที่อุ้มเด็กหน้าเหมือนแม่เนอะ แล้วเด็กคนนั้นใคร 
    
    "จะใครเสียอีก .. ก็ตะเอ็งนั่นแหล่ะ" พี่สาวว่างั้น ..
    
    ฉันไม่รู้หรอกว่าขณะที่รูปใบนั้นอยู่ที่ฉัน แม่ของฉันกระวนกระวายใจมากที่หารูปนั้นไม่เจอ
    แม่รื้อทุกซอกทุกมุมของตู้ใบใหญ่ แม่กังวล แม่รื้อของเพื่อค้นหาซ้ำแล้วซ้ำอีก .. โธ่ ไม่รู้นี่
    
    อีกสองเดือนถัดไป ฉันไปบ้านแม่อีกหน เอาเงินเดือนไปให้แทนการโอนผ่านธนาคาร
    อันที่จริง เบื่ออาหารถุงแล้ว ตั้งใจจะไปกินข้าวกับแม่สักมื้อ 
    ฉันย่องไปที่ห้องนอนของแม่ แล้วแอบเอารูปเก่าใบนั้นไปวางคืนไว้ที่เดิม ทำทีเป็นว่าไม่ได้หายไปไหน
    
    รู้สึกผิดชะมัด แต่ก็ไม่กล้าบอกแม่ ถึงแม้ว่าปีนี้แม่จะแก่ลงไปเยอะ แต่เรี่ยวแรงบ่นแม่ไม่เคยลดลง
    ไม่อยากให้แม่เอ็ดแม่บ่น เดี๋ยวอรรถรสของอาหารกร่อยหมด
    
    แม่มานั่งร่วมโต๊ะอาหารด้วย แกะปลาสลิดทอดใส่จานของฉัน คอยถามว่าเอานั่น เอานี่ เพิ่มมั๊ย
    ทำไปทำมา แม่โกยกับข้าวพูนเต็มจานข้าวของฉัน จนฉันต้องบอกแม่ว่า กินไม่ทันแล้ว ..
    
    จู่ ๆ แม่ก็พูดขึ้นมาว่า .. "อีกหน่อย ถ้าแม่ไม่อยู่ ก็ขอให้พี่น้องรักกัน อย่าทิ้งกัน ให้ดูแลกันไป"
    ฉันก็ตอบแบบข้าวเต็มปาก .. ฮืมม รู้แล้ว
    แม่บอกอีกว่า .."ชัยมันร่างกายอ่อนแอ ตอนเล็กถูกรถชนนอนไม่รู้สึกตัวเป็นเดือน ทุกวันนี้ไม่ปกติ"
    ชัย .. ลูกชายคนเล็กของแม่ พี่ชายของฉัน .. ฉันก็เห็นเขาปกติดีนี่นา ทำไมแม่เป็นห่วงเขานัก
    แม่ย้ำ.."ปอดมันไม่ดี หัวใจก็ไม่แข็งแรง สมองก็ถูกกระทบกระเทือน ต้องช่วยกันระวังอย่าให้ทำงานหนัก"
    พี่ชายของฉันเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ฉันก็คิดว่าเขาแข็งแรงอยู่นะ แต่ฉันก็ไม่ได้แย้งแม่ นั่งฟังเงียบ ๆ 
    
    "แม่ทำรูปหาย รูปใบเดียวที่แม่มี รูปใบเดียวที่แม่หยิบมาดูบ่อย ๆ ตอนแกไม่ว่างมาหา"
    ฉันแทบสำลักข้าว รูปใบไหนกันนะที่แม่พูดถึง ใช่ใบนั้นหรือเปล่า
    "ตอนนั้นถ่ายที่วัดของหลวงตา แกยังเล็กอยู่เลย เอาแต่เล่นซนทั้งวัน แย่จริงๆ ไม่รู้หลงลืมเอารูปไปไว้ไหน"
    "หาดีหรือยังแม่ ดูให้ดี ๆ นะ บางที่หล่นอยู่แถวใต้ตู้หรือเปล่า" ฉันอ้อมแอ้มถาม พาลอิ่มเสียดื้อ ๆ
    
    "ตอนย้ายบ้านมาก็ลืมเอารูปใหญ่ลงจากท้ายรถแท็กซี่ ยังดีที่พกรูปนั้นใส่กระเป๋าเสื้อผ้า นี่ก็มาหายไปเสียอีก"
    จำได้ ตอนนั้นแม่ร้องไห้อยู่หลายวัน รูปใหญ่นั้นรูปที่ถ่ายรวมกับญาติพี่น้องหน้าสุสานของปู่ และ ของตา
    พวกเรามัวแต่วุ่นวายกับการยกของย้ายของหอบหิ้วหลานเล็ก ๆ จนลืมของที่ท้ายรถแท็กซี่  แม่เสียใจมาก
    
    "เดี๋ยวจะไปช่วยหาอีกรอบนะ แม่"
    
    เฮ้อ ! .. ทำไงดีว๊า ปลาสลิดติดคอ
  • ตะวันจะลับขอบฟ้า

    10 สิงหาคม 2550 19:01 น. - comment id 97197

    น้องเล็กมีความรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องสั้น ที่ไม่ยาวค่ะ11.gif36.gif
  • 10 สิงหาคม 2550 20:59 น. - comment id 97198

    อ่านแล้วเศร้าจัง...คิดถึงแม่ อยากกลับบ้าน
    ปกติช่วงปิดเทอม summer ป จะกลับบ้าน และ
    เป็นช่วงเวลาที่ได้กลับไปทำบุญวันเข้าพรรษา
    วันเกิด และวันแม่ไปพร้อมกัน เพราะใกล้
    กันมาก แต่ปีนี้เศร้า...ยังไม่ได้กลับเลยค่ะ
    
    6.gif34.gif18.gif
  • ฉางน้อย

    10 สิงหาคม 2550 21:30 น. - comment id 97199

    ...... ช่ายๆๆๆ เห็นด้วยๆๆ 
    
    คุณกวีปกรณ์น๊า นอกจากเขียนกลอนเก่งแล้ว ยังเขียนเรื่องสั้น น่าอ่านคะ
    
    ( แอบมาอ่าน ก่อนปิ๊กบ้านไปหาแม่ อิอิ )
    
    (((((..... อยากบอกว่า แม่โว๊ยยยยยยย คิดถึงจัง อิอิ .....46.gif46.gif
  • นายธนา

    13 สิงหาคม 2550 14:13 น. - comment id 97206

    ยอดเยี่ยมเลยครับ...
    หวังว่าจะมาลงผลงานมีคุณภาพให้
    อ่านตลอดไปนะครับ...
    
    57.gif57.gif57.gif
  • วิจิตรวาทะลักษณ์

    13 สิงหาคม 2550 19:23 น. - comment id 97209

    เพิ่งประจักษืแก่สายตาวันนี้เองครับว่า
    กวีปกรณ์  หาใช่เพียงแต่ประพันธ์กลอนเก่งเท่านั้น
    หากแต่ยังประพันธ์เรื่องสั้นได้ดีมิแพ้กัน
    
    ขอคารวะ
  • H2O

    18 กันยายน 2550 09:12 น. - comment id 97622

    ชอบจังเลย  29.gif41.gif41.gif41.gif

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน

>