21 มกราคม 2562 14:00 น.

---2---

แทนคุณแทนไท


				
7 กุมภาพันธ์ 2556 09:46 น.

การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย คืออะไร... ต่างกับการกระความผิดอาญาตามอำเภอใจอย่างไร

แทนคุณแทนไท

การป้องกัน โดยชอบด้วยกฎหมาย
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 บัญญัติว่า "ผู้ใดต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่น ให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด"

หลักเกณฑ์ของการ ป้องกันตัว โดยชอบ ด้วยกฎหมาย
1. มีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย นั่นคือ
- ภยันตรายที่เกิดขึ้นนั้นผู้กระทำไม่มีอำนาจตามกฎหมายจะทำได้ หากผู้ก่อภัยนั้นมีอำนาจทำได้โดยชอบ ท่านก็ไม่มีสิทธิจะป้องกัน เช่น พ่อมีสิทธิว่ากล่าว/ลงโทษลูก ไม่ถือเป็นภยันตรายตามข้อ 1.
- แม้จะมีภยันตรายแล้วก็ตาม แต่ผู้ที่อ้างป้องกันได้ จะต้องไม่มีส่วนผิดในการก่อให้เกิดภยันตรายดังกล่าวขึ้นด้วย เช่น ไม่เป็นผู้ก่อภัยขึ้นในตอนแรก ไม่เป็นผู้ที่สมัครใจเข้าวิวาทกัน ไม่เป็นผู้ที่ยินยอมให้ผู้อื่นกระทำต่อตนโดยสมัครใจ และ ไม่เป้นผู้ที่ไปยั่วให้คนอื่นเข้าโกรธก่อน
2. ภยันตรายนั้น ใกล้จะถึง แม้ท่านจะมีภยันตรายอันละเมิดต่อกฎหมายเกิดขึ้น
ตามข้อ ๑ แล้วก็ตาม ก็อย่าเพิ่งนอนใจว่าท่านจะมีสิทธิป้องกันได้ กล่าวคือท่านจะมีสิทธิ ป้องกันตัว ได้ต่อเมื่อภยันตรายนั้น เป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง คือภัยที่เกิดขึ้นกระชั้นชิดถึงขนาดที่ไม่มีหนทางอื่นที่จะขจัดปัดเป่าภัยนั้นได้ นอกจากการป้องกันตัวเอง
3. ผู้กระทำจำต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตน ให้พ้นจากภยันตรายนั้น
4. การกระทำ ป้องกันตัว ตามสมควรแก่เหตุ ก็คือ แม้กฎหมายจะให้สิทธิแก่ประชา ชนผู้ประสบอันตรายป้องกันตนเองได้ แต่ก็ไม่ได้ให้เสียจนหาขอบเขตไม่ได้ จนกลายเป็นการป้อง กันผสมกับความโกรธแค้น บันดาลโทสะ หรือสะใจ เช่น เมื่อมีผู้ร้ายถือมีดจะทำร้ายท่าน ท่านได้ตอบโต้จนผู้ร้ายไม่สามารถจะถือมีด หรือไม่สามารถจะแทงท่านได้อีกแล้ว ถือว่าภยันตรายได้ผ่านพ้นไปแล้ว ถ้าท่านซ้ำเติมอีก จะถือว่าเกินกว่าเหตุ

หรือจะอธิบายแยกได้ดังนี้ก็ได้..........

อธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้นว่า

1.  ต้องมีภัยอันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายที่ละเมิดต่อกฏหมาย

2.  และเป็นภัยอันตรายที่ใกล้จะถึงตัว  โดยภัยนั้นยังมีอยู่ไม่สิ้นสุดไป

3.  ผู้ป้องกันจำต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือผู้อื่นให้พ้นภัย

4.  และการกระทำป้องกันนั้นต้องพอสมควรแก่เหตุ  จึงทำให้ผู้ป้องกัน
ไม่มีความผิด

ยกตัวอย่าง เช่น

กรณีเป็นภัยอันตรายซึ่งเกิดจาการประทุษร้ายที่ละเมิดต่อกฏหมาย
>> เราเป็นเจ้าของบ้าน  มีสิทธิป้องกันไม่ให้ใครเข้ามารุกรานทำร้าย
แม้ว่าจะมีทางหนีได้  แต่ไม่มีความจำเป็นที่เจ้าของบ้านต้องหนีผู้ทำผิด
กฏหมาย  ถ้าผู้ร้ายถืออาวุธจะเข้ามาทำร้ายเราถึงบ้าน  เราสามารถกระทำ
ป้องกันชีวิตเราพอสมควรแก่เหตุได้

กรณีต้องเป็นภัยอันตรายที่ใกล้จะถึงตัว  โดยภัยนั้ยังมีอยู่  ไม่สิ้นสุดไป
>> เราเป็นหญิง  ถูกชายลากเข้าไปป่าข้างทางเพื่อข่มขืนและขู่ว่าจะฆ่า
เราจึงใช้มีดแทงหนึ่งทีแล้ววิ่งหนีออกมา  ฝ่ายผู้ร้ายจะพยายามแย่งมีดจากเรา
ทำให้เราแทงผู้ร้ายอีกหลายครั้งจนเป็นหตุถึงตาย  เช่นนี้ถือว่าภัยยังไม่หมดไป
เมื่อเป็นหญิงอยู่ในภาวะเช่นนั้น  จะเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ

กรณีผู้ป้องกันจำต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือผู้อื่นให้พ้นภัย
>> มีคนบุกรุกเข้ามาฉุดคร่าลูกสาวของเราถึงในบ้าน  และกำลังพาออกจาก
บ้านไป  การที่เรายิงผู้ร้ายนั้นเป็นการกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของลูกสาวให้
พ้นจากภัยอันตรายดังกล่าว  โดยเราไม่มีทางเลือกอื่นที่จะป้องกันได้  การยิง
ผู้ร้ายจึงเป็นการป้องกันที่ชอบด้วยกฏหมาย

กรณีเป็นการกระทำป้องกันที่พอสมควรแก่เหตุ
>> หากภัยที่มีมาอาจทำให้ถึงตาย  ก็สามารถตอบโต้ถึงตายได้  โดยไม่ต้อง
คำนึงว่าจะใช้อาวุธหรือวิธีการอย่างไร  แต่ถ้าภัยที่มีมาถึงเราเป็นเหตุไม่ร้ายแรง
การที่เราป้องกันถึงขนาดทำให้ผู้ร้ายถึงตายหรือบาดเจ็บสาหัส  ย่อมเป็นการ
กระทำที่เกินสมควรแก่เหตุ  เป็นความผิดที่ต้องรับโทษ  เพียงแต่ศาลอาจ
ลงโทษน้อยกว่าที่กฏหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้

เหตุที่อ้างป้องกันโดยชอบด้วยกฏหมายไม่ได้

1.  ถ้าภัยอันตรายที่เราอ้างว่าใกล้จะถึงตัวได้ผ่านพ้นไปแล้ว  เราจะอ้างป้องกัน
ไม่ได้  เช่น  เราเห็นคนกำลังปีนรั้วเข้าบ้าน  เราจึงร้องเอะอะขึ้น  คนนั้นจึงรีบปีน
หนีไป  แต่เรายังใช้ปืนยิงเขาถึงตาย  อย่างนี้จะอ้างว่ายิงเขาตายเป็นการกระทำ
เพื่อป้องกันไม่ได้

2.  เราเป็นผู้ก่อเหตุขึ้นก่อนหรือเป็นผู้ที่ท้าทายผู้อื่นก่อน  เช่น  เราเป็นฝ่ายก่อเหตุ
ด่าเขาก่อน  เมื่อเขาจะเข้ามาทำร้าย  เราจึงทำร้ายเขานั้น จะอ้างว่าป้องกันตัวไม่ได้

3.  เราเป็นผู้สมัครใจเข้าต่อสู้  วิวาทกัน  ที่ไม่ใช่การโต้เถียงกัน  แต่ทั้งคู่กระทำโดย
ใช้กำลังเข้าชกต่อยหรือตบตีกัน  ย่อมถือว่าสมัครใจทะเลาะวิวาท  อ้างเหตุป้องกัน
ตัวไม่ได้

ตัวอย่างการป้องกันที่เกินสมควรแก่เหตุ  เช่น  เด็กเข้ามาลักทรัพย์สินในบ้าน
เราโดยไม่มีอาวุธ  ขณะเด็กโผล่ขึ้นมาจากที่ซ่อนตัวใต้แคร่อันเป็นที่จำกัด  เราอาจ
ใช้วิธีอื่นในการสกัดจับเด็กหรือเรียกคนอื่นมาช่วยกันจับ  แต่เราถึงขั้นใช้อาวุธปืนยิง
จนเด็กเสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัส  ย่อมเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ				
7 มกราคม 2556 16:28 น.

รัฐประหารทำให้รัฐธรรมนูญมีตำหนิ จริงหรือไม่

แทนคุณแทนไท

281221_435072009891242_2094740325_n.jpg

คณะราษฎร์ได้อำนาจมาจากพระมหากษัตริย์ ก็เพราะการรัฐประหาร พอปีต่อมาก็มีรัฐประหารเปลี่ยนรัฐบาลอีก คำมั่น6ข้อที่เคยสัญญาไว้กับประชาชนที่จะใช้อำนาจเพื่อประชาชน ก็ไม่ได้ทำ อำนาจที่ได้มากับตกไปอยู่กับคนเพียง2-3คนเท่านั้น จึงเกิดการก่อรัฐประหาร และลอบสังหารผู้นำขึ้นมากมาย จากกบฏบวรเดช,กบฏนายสิบ,กบฏเสนาธิการ,การลอบสังหารจอมพล ป.ฯลฯ หลังจากนั้นก็มีการรัฐประหารเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง. ควบคู่กับการร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้นมาใหม่

จนกระทั่งเกิดการรัฐประหาร ของ รสช.โดย พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ซึ่งได้เป็นผลทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณฯร่ำรวยขึ้นมาจากการผูกขาดโทรศัพท์มือถือ ดังนั้นการพยายามแก้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน โดยอ้างว่ามาจากการรัฐประหารจึงไม่ใช่ข้ออ้างที่ถูกต้องที่จะมาแก้รัฐธรรมนูญที่มีระบบตรวจสอบที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา 

นอกจากนั้น ผู้ที่สนับสนุนให้แก้ไข คือ พ.ต.ท.ทักษิณฯก็เติบโตมาจาการรัฐประหารนั้นเอง ก็เหมือนที่คุณทักษิณฯเคยพูดไว้ว่า"ช้างตายทั้งตัวอย่าเอาใบบัวมาปิด"ไม่มิดหรอกครับ"				
18 ธันวาคม 2555 15:48 น.

ระบบความคิดที่บิดเบี้ยว

แทนคุณแทนไท

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายกล้านรงค์ จันทิก คณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงผลสำรวจของประชาชนจากเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ที่สำรวจความคิดเห็นของประชาชนในหัวข้อ ยอมรับได้หากรัฐบาลมีการทุจริตและทำให้ประเทศชาติรุ่งเรือง ตัวเองอยู่ดีกินดีว่า การสำรวจความคิดเห็นในลักษณะนี้ออกมาหลายครั้ง ในระหว่าง ปี  2554-2555 มีถึง 4 ครั้งและตัวเลขผู้เห็นด้วยกับคำถามเป็นตัวเลขที่สูง

 

การตั้งคำถามลักษณะนี้เป็นการชี้นำ และขัดกับหลักตรรกะ เพราะหากมีการทุจริตคอร์รัปชั่น ประเทศชาติจะไม่เจริญรุ่งเรือง และหากถามคำถามในลักษณะนี้เรื่อย ๆ เกรงว่า จะทำให้เกิดการสับสน หากคำว่า ถ้า หายไป จะกลายเป็นว่า รัฐบาลคอร์รัปชั่นทุจริตและทำให้ประเทศรุ่งเรือง ตัวเองอยู่ดีกินดี เป็นเรื่องที่อันตราย และเชื่อว่าคนที่ลงคะแนนเห็นด้วยในผลการสำรวจนั้น ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการคอร์รัปชั่น แต่ตอบเห็นด้วยเพราะความสับสนของโพลล์ นายกล้านรงค์ กล่าว

 

นายกล้านรงค์ กล่าวต่อว่า ขอเรียนไปยังผู้จัดทำเอแบคโพลล์ ขอให้ตั้งคำถามว่า เชื่อหรือไม่ว่า ถ้ารัฐบาลมีการทุจริตแล้วจะทำให้ประเทศชาติรุ่งเรือง เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่จะไม่เชื่อ แต่ถ้าหากผลการสำรวจออกมาว่า เชื่อเป็นจำนวนมาก คิดว่าบ้านเมืองคงไปไม่รอด จึงขอสะท้อนไปยังเอแบคโพลล์ว่า ขอให้คำนึงถึงการตั้งคำถามที่เป็นการชี้นำและอาจทำให้ประชาชนมีความเข้าใจผิดได้ว่าการคอร์รัปชั่น จะทำให้ประเทศมีความเจริญรุ่งเรือง

 

นายกล้านรงค์ กล่าวด้วยว่า ผลการสำรวจความคิดเห็นของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและนิด้า ที่ตั้งหัวข้อว่า คนไทยกับปัญหาคอร์รัปชั่น โดยมีผลออกมา ร้อยละ 76.63 มองว่าการคอรัปชั่นเป็นเรื่องสำคัญและเป็นปัญหากับประเทศชาติและยืนยันจะแจ้งเบาะแสหากพบการคอร์รัปชั่น จึงสะท้อนให้เห็นว่าโพลล์ทั้ง 3 มหาวิทยาลัยมีความขัดแย้งกัน  ดังนั้น จึงเชื่อว่า คนไทยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการทุจริตคอรัปชั่น.				
29 ตุลาคม 2555 16:19 น.

...เปิดใจ แม่ทัพแดง...

แทนคุณแทนไท

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนนปช.กล่าวเปิดใจถึงการไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีว่า พี่น้องเสื้อแดง เชื่อว่ารัฐบาลและฝ่ายศัตรูต่างๆ กำลังรอดูว่า นายจตุพร กำลังจะเลือกเดินทางชีวิตจากนี้อย่างไร 

ขอเปิดอกว่าตลอดเวลาสองสามวันที่ผ่านมา สิ่งที่เกิดขึ้นมาทั้งหมดไม่ได้มีอำนาจพิเศษใด ๆ เป็นเพียงอำนาจธรรมดา ที่มักเรียกว่าภาระหน้าที่ของพวกเรามีความจำเป็นที่จะทวงความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิต บาดเจ็บและถูกคุมขังอยู่

 เป็นความอ่อนแอของอำนาจธรรมดาพร้อมที่จะรักษาอำนาจของตนเองไว้ จนลืมไปว่าคนที่ให้ชีวิตที่แท้จริงเป็นใคร 

ผมเรียนว่าตำแหน่งแห่งหนกับผมเป็นเรื่องเล็กน้อย มีเพื่อนพ้องได้โทรศัพท์ไปหาผมตลอดหลังจากรายชื่อ ครม.ออกมาไม่มีชื่อผม โดยขอให้ผมมาเป็นแม่ทัพคนเสื้อแดงเหมือนเดิม นี่คือชะตากรรมที่ผ่านการสู้รบมา 

สิ่งที่เดินมาทุกวันนี้ เราเข้ามาโดยไม่รู้ว่าเขากำลังเล่นละคร เรานึกว่าเป็นเรื่องจริง เราทำในสิ่งที่เป็นจริง ทั้งที่เป็นเรื่องเล่นละคร เพราะเราไม่มีทางเลือกอย่างอื่น 

เวลานี้ฝ่ายศัตรูบอกว่าผมไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ฮ่องกง พร้อมกับนายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ยอมรับเงินเพื่อแลกกับตำแหน่ง ผมสาบานต่อหน้าดวงวิญญานคนเสื้อแดงที่เสียชีวิต ผมไม่มีทางเอาตัวผมไปแลกกับเงิน

 ความเป็น นายจตุพร จิตวิญญานเป็นวีรชนมันมากกว่าเงิน หากวันใดที่ผมไม่พอใจผมอยากมีเงินผมจะบอกกับทุกคนโดยตรง ผมเองทำใจได้กับตำแหน่ง ผมคุยกับผู้มีอำนาจมามากแล้ว 

ว่ากันตามตรงผมอยากจนหายอยากแล้ว

เพราะเราเข้ามาอยู่ท่ามกลางละครโดยที่ไม่รู้ตัวมาก่อน เราต่อสู้แต่ละอย่างคดีเต็มไปหมด การต่อสู้ของเราได้คดีจำนวนมาก 

ต่อไปพรรคเพื่อไทย  จะได้คนมาต่อสู้อีกหรือไม่ เพราะทุกคนก็รักตัวกลัวตาย ไม่มีใครมารักษารัฐบาลให้ 

เพราะทุกคดีไม่มีเรื่องส่วนตัว มีแต่การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ผมภาคภูมิใจต่อความเป็นนักรบ 

แต่เมื่อเสร็จศึกสงครามบอกว่าบาดแผลจากสู้รบ ไม่ได้พิสูจน์คน แต่คนหน้าตาดีผิวพรรณเกลี้ยงเกลาไม่มีบาดแผลกลับได้รับรางวัล ส่วนนักรบพิกลพิการอยู่แถวหลังสุดต่อไป นี่คือเรื่ิองจริงไม่ใช่ละครที่เขาเล่นกันอยู่ ท้ายสุดไม่รู้จะตอบปัญหากับคนเสื้อแดงอย่างไร

นายจตุพร กล่าวต่อไปว่า เส้นทางผมเป็นไปด้วยความยากลำบาก สิ่งที่พวกเราไม่ว่าอยู่ในสภา หรือในตำแหน่ง วันนี้เราต้องตั้งหลักตั้งสติ ถือทุกอย่างเป็นเรื่องส่วนตัวเป็นเรื่องเล็ก ฝ่ายที่เขาพยายามทำลายรัฐบาลพยายามทำซ้ำๆให้เป็นการเหยีบย่ำคนเสื้อแดงหรือตนมากๆท้ายสุดจะทนไม่ได้ และ สิ่งที่ศัตรูต้องการให้ตนออกจากรัฐบาลสร้างความอ่อนแอให้ฝ่ายเรา หนทางข้างหน้าจะเจอแต่ปัญหาเหตุการณ์ข้างหน้าจะะกิดอะไรขึ้น การขับเคลื่อนไล่รัฐบาล ดูเหมือนไม่มีน้ำยา แต่กลุ่มคนเห็นช่องทางทำลายรัฐบาลจะทำทันที ทุกอย่างเป็นกระบวนการจัดการสร้างความเจ็บช้ำให้พี่น้องคนเสื้อแดง ท้ายที่สุดเชื่ิอว่ามีการรัฐประหาร หรือคว่ำรัฐบาลที่มาจากเลือกตั้ง จะไม่เหลือใครที่เป็นรัฐมนตรีในวันนี้มาต่อสู้ให้พรรคเพื่อไทยในวันข้างหน้า อาจจะเหลือแค่นายณัฐวุฒิเพียงคนเดียว


หน้าที่เราสร้างกระบวนการประชาชน นำความยุติธรรมให้เกิด ผมไม่ได้เป็นรัฐมนตรีเป็นเรื่องเล็กที่สุด หากบ้านเมืองไม่มีความเป็นธรรม ทั้งหมดอย่าโทษใครพวกเรามีทางเลือกสองทางไม่ตายก็ติดคุก นี่รอดมาก็ดีเกินตัวแล้วเวลานี้ความอดทนจึงเป็นเรื่องสำคัญ มันเป็นทางลือกของพวกเรา ความตาย ผู้บาดเจ็บ มันค้ำคอความเป็นมุนษย์ เราต้องลุกขึ้นยืนอย่างทรนงอย่างเร็วที่สุดและฝากความหวังกับตนเอง ว่าจะร่วมกำหนดชะตากรรมนี้ด้วยมือและหัวใจของตัวเอง การต่อสู้สอนให้รู้ว่าวันนี้ต้องยึดแนวทางอุดมการณ์ประชาธิปไตยเป็นตัวตั้ง ที่ไม่มีวันตาย อย่าได้ฝากความเสียใจดีใจไว้กับมนุษย์ แต่ฝากความหวังไว้กับอุดมการณ์ วันนี้ยังพาพี่น้องออกจาเรือนจำไม่ได้ เรายังต้องเดินทางร่วมกับรัฐบาลนี้กับพรรคเพื่อไทยต่อไป เพียงแต่ฝากบอกรัฐบาลว่าต้องเป็นรัฐบาลที่ซื่อสัตย์ ไม่ลุอำนาจ ไม่ทรยศประชาชน หากปฏิบัติไม่ได้หลังจะไม่มีที่ให้พิง

นายจตุพร กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า ที่ออกมาพูดไม่ได้น้อยใจเพราะทุกครั้งที่มีการปรับ ครม.จะมีชื่อตนตลอดเรียกว่าอยากจนไม่อยากแล้วและอ้างว่าตนมีคดีมาก แต่พูดให้เป็นอุทาธรณ์กับรัฐบาลว่านักรบที่ต่อสู้มาฟันฝ่าจากเหตุการณ์ต่างๆไม่ได้รับเหรียญตรา มีแต่รอยบาดแผลของการต่อสู้หากรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตยต้องถูกคว่ำลงไปจะเหลือนักรบกี่คนมาช่วยรัฐบาลอีก				
Calendar
Lovers  2 คน เลิฟแทนคุณแทนไท
Lovings  แทนคุณแทนไท เลิฟ 1 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟแทนคุณแทนไท
Lovings  แทนคุณแทนไท เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงแทนคุณแทนไท
>