30 กรกฎาคม 2553 17:30 น.

ดึกเศร้า ดาวโศก เราโยกไหว

ใบคา

ฝนโปรยโรยหล้าจากฟ้าเก่า		
บรรเลงพรมบนร่มเงาอันเศร้าสร้อย
หลายมนุษย์หยุดย่างอยู่คว้างคอย			
ใต้เสาไฟแสงน้อยอยู่วังเวง

เมืองนิ่งอยู่ใต้ฟ้า, ดาราเศร้า			
วูบสายลมเยียบหนาวเข้าข่มเหง
อยู่ใดหนอ...รมย์รื่นอันครื้นเครง			
หรือกริ่งเกรงเกลียดกลัวต่อตัวเมือง

ยิ่งดึกเศร้า ยิ่งดาวโศก ฟ้าโยกไหว			
ดื่นห้วงดวงใจใฝ่ดาษเรื่อง
เรียงรัก - ปักร้ายอยู่รายเรือง			
จนว้าวุ่นขุ่นเคืองอยู่เรืองราย

กันสาดกราวกรูด้วยพรูฝน			
ร่างต่อร่างต่างรอพ้นยามฝนหาย
จิตต่อจิตต่างกระวน จนกระวาย			
กายต่อกายต่างกระหาย กระจายจินต์

เราต่อเราใกล้เคียงถึงเพียงนี้			
หูต่อหูรอวจีพาทีศิลป์
ปากต่อปากกลับเปล่าไร้ ไม่ได้ยิน			
จินต์ต่อจินต์จึงจืดจาง ยิ่งหมางเมิน

ยิ่งดึกเศร้า ยิ่งดาวโศก เราโยกไหว		
ต่างตัวมันตัวใครให้ห่างเหิน
ฟ้าคงห่วง จึงควงเมฆเสกฝนเพลิน			
หวังเชื้อเชิญห่างไกลให้ใกล้กัน

ยามพายุดุร้ายก่อกายกราด				
ไม้ใหญ่ยังหวาด ยังไหวหวั่น
แล้วมนุษย์จะต้านไหวอย่างไรกัน			
ย่อมโยกไหวชีวัน, อันตราย

แต่ยิ่งดึก ยิ่งตรึกเศร้า ฟ้าเฝ้าหม่น			
ป่วยการหมาย ใจทุรน จนใจหาย
ใต้เสาไฟแสงหม่น, ฝนพรูพราย			
แม้ตัวชิด จิตกระจายออกรายใจ

ฝนโปรยโรยหล้าจากฟ้าเก่า		
พร้อมคำถามว่าเรารู้สึกไหม?
สายสัมพันธ์ ฉัน...เธอ ช่างห่างไกล		
ในเมืองใหญ่ แต่ตัวใคร แต่ตัวมัน

เพราะดึกเศร้า ดาวโศก หรือโลกไหว		
จึงกระเทือนเกลื่อนไปจนไหวหวั่น
จิตวิญญาณเราตกใจหรือไรกัน			
จึงหนีหาย สายสัมพันธ์สะบั้นรัก

ความโดดเดี่ยวเกี่ยวกอดพลอดรักเหงา		
ประสานหัตถ์ความเศร้าเข้าปักหลัก
หัวใจจึงอ่อนแอ แลไร้รัก				
ชีพจึงไหวง่ายนัก พร้อมหักไป

จิตวิญญาณกลับมาหรือยังเล่า?		
ยิ่งดึกเศร้า เรายิ่งโศก ยิ่งโยกไหว
ในห่าฝน ถ้าเราไม่รวมหัวใจ			
พายุลูกไหนไหนเราย่อมแพ้! ๛


..............................

จากหนังสือ ตามภาพครับ บทกวีแห่งคืนค่ำ ของกิติคุณ คัมภิรานนท์ (เพื่อนผมๆ)  แฮ่ๆ มาขายหนังสือครับ

เกาะกระแสซีไรท์ ถึงไม่ได้เข้ารอบกับเขาก็เถอะ แต่ที่ 1  ในใจผมครับ

...				
7 กรกฎาคม 2553 08:44 น.

สะพานโก

ใบคา

สะพานโกสีขาวจากซีเมนต์		
ทอดพาดเด่นอยู่บนคลองน้ำขาว*
คั่นระหว่างแว้ง โก  ลกเป็นแนวยาว		
ให้เหล่าชาวประชาได้สัญจร

	ทางทิศใต้จากแว้งสู่โก  ลก		
แล้วโค้งวกตีขวาเบื้องอุดร
สวนยางปกรกทึบดูซับซ้อน			
ตลอดตอนย่านสะพานไร้ผู้คน

	มีชายหนุ่มหนวดเครารกขับรถจอด	
กาแรมสอดสองนิ้วสูดควันพ่น
ทอดสายตาไปยังส่วนน้ำวน			
ค้ำศอกตนบนราวสบายใจ

	ไฟแดงลามยาสูบเกือบก้นมวน		
ชายหนุ่มบ้วนน้ำลายลงคลองไหล
กรองกาแรมสีน้ำตาลโยนตามไป			
ลอยไม่ไกลตกลงเบื้องสะพาน

	บ่ายสามโมงอากาศเย็นลมพัดแผ่ว	
ชายหนุ่มแว่วเสียงรถเครื่องจะวิ่งผ่าน
ชายกลางคนขับเอื่อยขึ้นสะพาน			
สบประสานสายตาแวบวูบเดียว

	ชายหนุ่มรีบสตาร์ทติดเครื่องยนต์		
เร่งเทียบคนคนนั้นอย่างปราดเปรียว
เก้ามอมอชักกราดอย่างหวาดเสียว		
ไม่ถึงเสี้ยวกัมปนาทก็...ตวาดดัง

	รถเครื่องล้มหนุ่มนั่นบึ่งหนีหาย		
ปล่อยให้ชายกลางคนด้นเสียงคลั่ง
ยิงกูไส่ห่าเหี้ยเอ๋ยแม่งโคตรชัง			
สะอื้นไห้ฟังสลดทดท้อใจ





	ถามหนุ่มนั่นมันไปแล้วพี่ชายเอ๋ย		
แล้วใครเลยจะตอบคำพี่ได้
ถามผู้อ่านวานตอบหน่อยได้ไหม			
หรือหันไปถามศพพี่ที่นอนตาย

	   

****จบ****


* ชื่อคลองแห่งหนึ่งใน บ.น้ำขาว อ.แว้ง				
27 มกราคม 2553 09:56 น.

กลับบ้าน

ใบคา

มุ่งหน้าสู่บ้านป่าที่เคยอยู่			
ในฤดูฝนฉ่ำน้ำนองสวน
จากไกลนานบ้านนี้ไม่เคยหวน		
คล้ายลิงน้อยหลุดตรวนเตลิดไกล

หนีเข้ากรุงมุ่งไปตายเอาดาบหน้า		
คล้ายดั่งว่าตัดขาดครอบครัวใหญ่
ทั้งแม่พ่อน้าอาเคยอาศัย			
สิ้นอาลัยหายไปนับสิบปี

กลับมาแล้วดั่งนกที่ปีกหัก		
กลับมาพักบ้านป่าที่ข้าฯ หนี
กลับมาพร้อมความช้ำกะหล่ำปลี		
เคยมั่งมีทรัพย์สินต้องสิ้นไป

ไม่เคยคิดหวนคืนบ้านสวนยาง		
คิดคิดพลางน้ำตาเอ่อล้นไหล
ต่อสองแถวเข้าบ้านสลดใจ		
พ่อแม่ท่านให้อภัยไหมหนอเรา

ตลอดทางฝนตกต้นยางเปียก		
ให้สำเหนียกรายได้คงอับเฉา
ฝนตกอย่างนี้รายได้คงน่าเศร้า		
ชาวสวนเขาคงลำบากมากพอตัว

พบพ่อแม่พวกท่านน้ำตาไหล		
ห่างนานไกลเพียงสบตาว่าแน่ชัวร์
ความทรงจำยังตรึงลึกอยู่ในหัว		
โผกอดตัวลูบหลังน้ำตานอง

กลับมาแล้วลูกกลับมาอย่างผู้แพ้		
กลับมาซบตักแม่...สิ้นลำพอง
ท่านไม่ถามความเป็นมาให้ช้ำตรอง	
กลับจ้องมองถามว่ากินข้าวยัง


...				
26 มกราคม 2553 10:27 น.

เริ่มโคลงกลอนได้อย่างไร

ใบคา

3079169836_a5f8809e01.jpg


เริ่มโคลงกลอนได้อย่างไรเพื่อนน้องพี่		
ตัวผมนี้ที่มาน่าชวนขัน
ตอนนั้นเรียนประถมหกเริ่มผกผัน			
เขียนเอามันด่าอริที่แค้นเคือง

สิบสองขวบวิวาทเพื่อนร่วมชั้น			
ผมท้ามันชกต่อยให้ลือเลื่อง
หลังโรงเรียนระฆังเลิกมามีเรื่อง			
ไม่เอาเครื่องทุนแรงแค่สองมือ

ผมคอยนานมันไม่มาพี่น้องเอ๋ย			
ผมก็เลยกลับบ้านพร้อมหนังสือ
ทำอย่างไรให้มันต้องเสียชื่อ			
พร้อมกระพือลือว่าหน้าตัวเมีย

ในหนังสือสอนโคลงกลอนพอดีครับ		
ผมจึงจับถ้อยคำสร้างไอเดียร์
ไอ้ขี้ขลาดชาติหมาหน้าตัวเมีย			
แล้วก็เรี่ยแจกจ่ายกระจายไป

เขียนไปเรื่อยด่าไปเรื่อยเริ่มชักมัน			
จึงสร้างสรรค์กลอนดีดีที่สดใส
นับแต่นั้นจึงฝึกอย่างตั้งใจ			
ปาเข้าไปยีบเจ็ดเฮ้อ!...ไม่คืบเลย				
22 มกราคม 2553 10:22 น.

ขอฝน

ใบคา

rain.jpg



แดดแผดร้อนร้อนแสงมาเป็นเดือน		
รถฉันเปื้อนฝุ่นผงก็หลายวัน
ตัดสินใจนำรถเข้าคาร์แคร์พลัน			
ล้างเสร็จนั้นแวววับประทับใจ

นำรถออกจากร้านฟ้าเริ่มครึ้ม			
เริ่มอึมครึมเมฆฝนลอยมาใกล้
ภาวนาอย่าตกในเร็วไว				
เพิ่งล้างไปร้อยยี่สิบเมื่อกี้เอง

เหมือนเสียงวอนไม่ถึงพญาแถน			
ฉันสุดแค้นฝนกระหน่ำเหมือนข่มเหง
แล้งหลายวันดันไม่ตกฝนนักเลง			
เจ้าไม่เกรงใจกันบ้างหรือไร

อีกร้อยเมตรถึงบ้านฝนเริ่มซา			
แต่น้ำตาของฉันนั้นตกใน
ฟ้าหลังฝนสวยงามและสดใส			
แล้วทำไมรถฉันถึงหมองมัว

จากวันนั้นยันวันนี้ล่วงเป็นเดือน			
รถสุดเปื้อนแต่คราวนี้ไม่อยากมั่ว
เช็คอุตุฯ ฟ้าจะโปร่งหลายวันชัวร์			
สบายตัวมั่นใจเข้าคาร์แคร์
.........
โถโถ่โถอะไรเนี่ยพระพิรุณ			
จะการุนกันหน่อยไม่ได้แท้
กรมอุตุฯ ยืนยันมั่นใจแน่				
กลับต้องแพ้น้ำใจท่านเข้าให้ซี

เอาละท่าน ไหนไหนก็ไหนไหน			
ฉันขอให้ล้างรถแล้วเป็นอย่างนี้
จะไปล้างถึงอีสานท่าจะดี				
จะได้มีน้ำเลี้ยงข้าวสร้างกำไร				
Lovers  0 คน เลิฟใบคา
Lovings  ใบคา เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟใบคา
Lovings  ใบคา เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟใบคา
Lovings  ใบคา เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงใบคา
>