ให้คะแนนกลอน

...เล่นของสูง..

เฌอมาลย์


"..อายุเยาวเรศรุ่นเจริญศรี.."
เสียงดนตรี..พริ้วแผ่วแว่วขับขาน
เสนาะโสตสำเนียงเสียงกังวาล
สื่อประสานสราญรื่นชื่นชีวี
ท่วงทำนองหวานหูมิรู้หาย
คิดถึงชายที่รักเป็นสักขี
คนละฟากฟ้ากั้นหวั่นฤดี
เกรงรักนี้จะไม่สมภิรมย์ปอง
ด้วยฐานะพื้นฐานต่างกันนัก
ซึ้งประจักษ์ทุกข์ท้นจิตหม่นหมอง
ไกลเกินเอื้อมเกินคว้ามาครอบครอง
น้ำตานอง..คิดมากยากทำใจ
เขาดุจดาวพราวพร่างกลางเวหน
เรามันคนต้อยต่ำช้ำไฉน
เขาดั่งหงส์เราดุจกาเกินคว้าใคร
แต่จะให้ตัดใจตัดไม่ลง
จึงตรึกตรองใคร่ครวญทบทวนใหม่
อย่าสนคำพูดใครใช่ประสงค์
ทำตามใจสั่งมาอย่าพะวง
มิใช่หลงแต่เพราะรักเกินหักใจ
รู้ว่าเสี่ยงที่ลองเล่นของสูง..(อายุ)
ยอมถูกจูงเพราะรักอาจตักษัย
แต่จะขอลองดูรู้รอดไป
แม้นว่าวัย..ต่างกันฉันไม่แคร์... อิอิ
เพราะรักคนสูงวัยใจจึงเจ็บ
ถูกแนมเหน็บเพียงใดไม่แยแส
ทุ่มทุนสร้างทางรักทั้งดวงแด
ก็เพราะรักคนแก่..ฉันแน่ใจ ...เอิ๊กกกกส์
แอบแซวบางคน คริ คริ

สู้ต่อไป.......

ขุนหาญ

   เมื่อเราหิวเราโหยเราโรยล้า
จะหันหน้าไปพึ่งใครผู้ใดได้
จะมีคนเหลียวดูเราก็เปล่าดาย
เราควรฝันควรไฝ่ด้วยใจตน
   เก็บความหิวความโหยความโรยล้า
ไว้เป็นยาผนึกชีพให้รีบค้น
คนจะโตใช่โตได้ดั่งใจตน
อยู่ที่คนยอมรับกับแนวทาง
   อันความจริงต้องรู้หลักตระหนักแน่
ย่อมมีแพ้มีชัยในทุกอย่าง
ยามเมื่อแพ้อย่าแน่นิ่งกลิ้งกลางทาง
กำมือโชกเหงื่อบ้างก็ยังดี
   แม้ยอดหญ้ายังแยงใบในหลืบหิน
ดอกบัวดิ้นพ้นตมอวดโฉมศรี
เราเป็นคนจะสูญเปล่าหรือเข้าที
แรงยังมีต้องกล้าท้าชีวิต  .

อย่าเก็บรักฉันมาใส่ใจ

เจลใส

......อย่าเก็บเอาคำพูดฉันมาคิด
ให้ปวดจิตหนักใจเลยรู้ไหม
ปล่อยฉันอยู่ในส่วนฉันต่อไป
ขอบคุณที่ห่วงใยเมื่อวันวาน
......เธออย่าเก็บความสัมพันวันเก่า
เรื่องเศร้าเศร้าหรือสนุกสนาน
ปล่อยทิ้งไปอย่าเก็บมันไว้ยาวนาน
ปล่อยมันพ้นผ่านให้เหมือนกาลเวลา
เฮ้อ ..มีรักก็มีทุกข์

ขอโทษน่ะ..ฝ้าย...

ใจปลายทาง

วันนี้อ้อมทำฝ้ายร้องให้
เพราะความเอาแต่ใจของอ้อมนี้
คิดจะตัดขาดสัมพันที่เคยมี
ความรู้สึกดีดีที่เคยให้ไม่มีเลย
เหตุผลของคนเอาแต่ใจ
ที่ทำให้อ้อมใจร้ายได้อย่างนี้
คิดจะทิ้งฝ้ายคนนี้ที่แสนดี
เพียงเพื่อหนีผู้ชายใจร้ายไปสักคน
อยากจะบอกว่าเสียใจในวันนี้
ฝ้ายคนดีต้องร้องให้-ให้กับฉัน
คำว่าเพื่อนที่ดีมีให้กัน
เกือบสะบั้นเพราะอ้อมนี้ที่วู่วาม
คำง่ายง่ายบอกไปว่าขอโทษ
รู้ว่าโกรธคงโกรธได้ไม่นานใช่ใหม
เพราะอ้อมรู้ว่าฝ้ายจะให้อภัย
เพราะอ้อมไงน่ารักจะตายใครจะโกรธลง
..............(^_^).........ม่ายโกรธเนอะ.................

*+*ชีวิตคล้ายแก้ว1*+*

เหลอหลา


ชีวิตคนเรานั้นคล้ายแก้ว
เมื่อเสร็จแล้วก็สวยงาม
จะใช้ดื่มก็ได้ทุกยาม
แล้วแต่จะเวลาใด
    

ธรรมดา-ธรรมชาติ

สุกรวดี


ขณะย่างเข้าสู่ฤดูหนาว 
จะเห็นข่าวใบไม้ปลิวไปเกลื่อน 
ต้องคอยกวาดเก็บไว้ไม่แชเชือน 
ไม่ปล่อยเรือนรกร้างเป็นรังกา 
ก่อนจะร่วงหล่นไปเปลี่ยนหลายสี 
เหลืองแดงมีปะปนบนยอดหญ้า 
บางใบมีจุดจ้ำช้ำขึ้นรา 
ลมพัดมาเพียงนิดก็ปลิดปลิว 
ลอยตามลมพัดไปในสถาน
เกินจะต้านทานได้แม้ใจฉิว
ถ้าเกิดมีฝนพรมลมพัดพลิ้ว
จะลอยลิ่วเร็วไวดูไม่ทัน
แต่ถ้าตกถึงพื้นที่ชื้นแฉะ
มิต้องแซะปล่อยวางอย่างเดิมนั่น
เดี๋ยวจะมีรถหลวงพ่วงพากัน
เก็บซากพันธุ์ใบไม้ไม่เหลือรอย

ชาติอาชาไนยแห่งธรรม

แก้วประเสริฐ


              ชาติอาชาไนยแห่งธรรม 
          ยอกรพนมก้มกราบสัมพุทธะ
ครบวาระพากเพียรธรรมนำแสงศรี
พุทธองค์ทรงมอบไว้แก่ใจมี
จนสุดที่เบิกบานสำราญใจ
          ย้อนอดีตคิดไปสุดไกลฝัน
สิ่งพัวพันนั้นมัวเมายากผ่องใส
อีกราคะจริตกามามันพาไป
สังคมไซร้ยุ่งเหยิงบันเทิงนอง
           เข้าหุ้มห่อรุมเร้าเคล้าคลึงจิต
ไม่ได้คิดถึงกรรมมันนำจ้อง
ส่งสิ่งชั่วต่ำช้าเข้ามาครอง
จนหม่นหมองอารมณ์มิสมสล้าง
          น้ำตารินอาบแก้มแซมใบหน้า
เมื่อรับผ้าไตรจีวรแม่มาพากระจ่าง
จิตสำนึกพฤกษ์แพร้วเป็นแนวทาง
ตั้งใจสร้างแทนคุณการุนมี
          สามพรรษาผ่านเข้าเฝ้าจดจ้อง
ปริยัติลองปฏิบัติธรรมจนอร่ามศรี
ทั้งนอกในเข้าออกดุจผงคลี
ให้เปรมปรีดิ์ในรสของพระธรรม
           โอ้แม่จ๋าลูกจะนำพระธรรมนี้
สร้างชีวีพุทธบุตรให้สุดล้ำ
เผยแพร่อมฤตรสหมดจดนำ
พ้นบ่วงกรรมนำสู่อู่นิพพาน
          นักรบธรรมนำใจที่ใฝ่กล้า
มุ่งอาสาเกริกไกรสุดไพศาล
ปริยัติธรรมวิปัสสนามาชำนาญ
จะขับขานหน่อเนื้อเกื้อพุทธางกูร
          ตะวันแสงเจิดจ้าดั่งฟ้ากำหนด
พุทธบุตรสุดจะเลิศมิสิ้นสูญ
ธรรมกระจายมิสลายให้เพิ่มพูน
เพื่อเป็นบุญเวไนยสัตว์กำจัดภัย.
                 ๙๙

จึงไปกับสายลม

ช่อมะไฟ


เมื่อสายลมพัดพาเธอมาสู่
ฉันจึงอยู่ข้างกายไม่หายห่าง
เอาความรักมอบถวายไม่จืดจาง
พักพิงร่างเอนกายหมายว่าจริง
จึงกำหนดบทบาทบังอาจคิด
หลงเสพย์ติดมัวเมาเขาไม่ทิ้ง
เที่ยวกอดลมห่มใจหมายแอบอิง
ว่าคือสิ่งมิลวงห่วงอาทร
แสนเย็นฉ่ำปัดเป่าบรรเทาทุกข์
พัดความสุขสุขโขสโมสร
หวังเก็บกักเอาไว้ไม่สังวรณ์
เปลี่ยนเป็นร้อนเป็นหนาวร้าววิญญาณ์
จนยื้อยุดฉุดไว้ในหัวอก
หวังจะพกไว้ปลอบปลุกสนุกสนาน
ดวงฤทัยโหยหาอาลัยลาน
เลยล่วงผ่านหรรษามาถึงวัน
ที่สายลมพัดเอาเขาไปจาก
คราวพลัดพรากหมุนเวียนเข้าเปลี่ยนผัน
เพราะมากับลมรักลวงไม่ห่วงกัน
กระทั่งฝันยังหนีหายกับสายลม

Join with me ^ --- ^

กำมะหยี่

           Farmers   work   in   the  field.
Since   morning   to  noon  they  still.
       Almost  5  o’clock   till    in   the  farm.
                   This  ground   full  with  cereal.
               That   made    they   feel   pround.
        Enjoyment  is  all  around.
Put  your  hand  and  join  with  me.  

แอบ....มีเธอ....

White roses

ไม่เคยมีความหวังใดในดวงจิต
ไม่เคยคิดจะให้ใครมารัก
ไม่เคยรู้ว่าใครอยากรู้จัก
ไม่คิดมากหากใครคิดจะลืม
วันวันหนึ่งรู้บ้างไหมใครคิดถึง
วันวันหนึ่งแอบซึ้งใจได้แต่ฝืน
วันวันหนึ่งแอบมองจันทร์ยามค่ำคืน
วันวันหนึ่งชอบแอบยืนคิดถึงใคร..
ฉันเกิดมาเพื่อรักสลักมั่น
ฉันเกิดมาเพื่อแบ่งปันความสดใส
ฉันเกิดมาเพื่อเป็นกำลังใจ
ฉันเกิดมาเพื่อห่วงใยมีไมตรี
ทุกวันนี้มองจันทร์พลันเห็นหน้า
ทุกวันนี้ดูเหมือนว่าฟ้าเปลี่ยนสี
ทุกวันนี้ยิ้มทั้งวันอารมย์ดี
ทุกวันนี้เหมือนแอบมีใครบางคน
เธอเป็นใครมาจากไหนฉันไม่รู้
เธอจะอยู่แห่งไหนฉันไม่สน
เธอจะรักใครใครมากี่คน
เธอจะสนหรือไม่ไม่สำคัญ
รู้ไว้ว่าฉันแอบสนเธอคนนี้
รู้ไว้ว่าดวงฤดีเริ่มไหวหวั่น
รู้ไว้ว่าคิดถึงเธออยู่ทุกวัน
รู้ไว้ว่าในใจฉัน"นั้นมีเธอ"

นาวาชีวิต

คีตากะ

เรือลำใหญ่ได้จอดทอดสมอ
เทียบท่ารอต่อชนคนทั้งหลาย
เพื่อพาข้ามลำธาราชลาลัย
สู่แดนใหม่ไร้ทุกข์สุขาวดี
ทะเลทุกข์กว้างไกลเหมือนไร้ฝั่ง
ลมบ้าคลั่งอาจฝังร่างกลางวิถี
คลื่นถาโถมโหมใส่ไร้ไมตรี
ห้วงนทีที่เชี่ยวกรากลำบากไป
เรือเทียบท่าชลาศัยจวนใกล้ออก
คู่รักบอกอำลาน้ำตาไหล
โบกมือลาญาติกาก่อนลาไกล
สุดใจหายหวังได้พบสบอีกครา
เรือออกแล่นสู่แดนที่นิรทุกข์
ยามกลียุคทุกข์เข็ญเข้าเข่นฆ่า
จำล่องเรือเหนือน้ำทางสัมมา
สุดขอบฟ้าคงฝ่าไปไม่หวนคืน...

จากคูนสู่มูลชี

ฟ้าฟื้า ธรรมชาติ

คูนลออช่อเหลืองลมเนืองหนุน
สมดุลหมุนติ้วพลิ้วตามสาย
หยอกลำมูลขุ่นข้นสีปนทราย
เอนโบกมูลคูนใหม่กระอายชล
        แคนแล่นแตรเล่นลำฮำฮอนอยู่
บ่วางรู้รักมูลสีขุ่นข้น
พิณล้อโหวดหวูดโหวดโต่ดอี้ตง
น้ำมูลเพื่อมวังวนต้นทำนอง
        คูนส่งรักใจทุกดวงแห่งปวงข้า
คารวะใหม่เก่าทุกเจ้าของ
นับแต่มูลท่วมท้นล้นคะนอง
จวบจนก่องมูลแก่งแห้งเป็นทราย
        คูนพารักฝากไปไหลลอยล่อง
สุดมือมูลที่ครองล่องลงใต้
จากผู้เก่าอยู่ขอบฟ้าส่งมาไกล
ฝากผู้รับรักใหม่ในสายชี
        มูลสีปูนคูนเหลืองเกินเยื้องแล้ว
สู่ความแวววับสว่างอยู่ต่างที่
สะเรเตขาวสะพรั่งริมฝั่งชี
รับหน้าที่จากคูนและมูลไกล
        มูลเอยไหลลงชีจนสีเปลี่ยน
ดอกคูนเพี้ยนสีเฉาคูนเศร้าไหม?
สิ่งฝากวังน้ำเวียนไม่เปลี่ยนไป
คือความ รักน้ำใจ และน้ำเย็น
        โอ้ชีเอยดอกคูนจากมูลนี้
ห่วงใยนักรักมีชีก็เห็น
ฝากรักโหวดพิณแคนที่แฝงเร้น
ส่งกระเซ็นต่อไปในสายชี
        สะเรเตกลีบบางที่พร่างขาว
ล่องน้ำยาวเช้าแลงอย่าแหนงหนี
ช่วยเอารักฝากไว้ไปแต่ดี
รับต่อจากคูนทีให้ชื่นทรวง
        ผู้มาก่อนลาก่อนผู้มาใหม่
ฝากส่งของทั้งหลายที่ไม่หวง
ถึงที่หมายบ้างไหมมูลไม่ทวง
ลุหรือร่วงแล้

วารวางวาย

แก้วประภัสสร


จดจารจำเจือแจ้งแสดงถ้อย
รินรสร้อยเริงรื่นฉ่ำชื่นหวาน
พิศพ้องพจน์พรั่งพร้อมล้อมกลอนกานท์
นับเนิ่นนานนวลน้องยังข้องตา
ทบทวนทั่วเทียบเทียมด้วยเจียมเนื้อ
บางบ่นเบื่อบทบังเหมือนกังขา
ถามไถ่ถ้อยถอยถดหมดเมตตา
คลับคล้ายค่าคลอนแคลนแทนอารี
 
เมื่อหมดมิตรหม่นหมองคับข้องจิต
พึงเพ่งพิศพร่ำพาฟ้าแบ่งสี
รุ้งเรืองโรจน์เริ่มร่อยพลอยเนื้อดี
ปานป่นปี้ปรางค์ปรักเริ่มหักพัง
ดุจดั้นด้นดงดิบไกลริบหรี่
หนาวนอกในเนื้อนี้ไม่มีหวัง
ไร้เรี่ยวแรงรอมร่อท้อกำลัง
สิ้นเสียงสั่งสลัดสร้างวางด้วยปลง
วารวางวายเวียนว่ายล้วนตายเกิด
ลบล้ำเลิศหลุดหลักรักลุ่มหลง
ยามยังอยู่ยืนยันว่ามั่นคง
ครั้นคลายคงแค่คำลำนำลม
ปลิวปลิดปลิวปล่อยปล่องบนท้องฟ้า
ลับลวงลาลอยล่วงคว้างขื่นขม
ดาวดวงเด่นดิ่งดับกับคำคม
พึ่งเพียรพรมพลันพลางเดินทางธรรม
แก้วประภัสสร
23 / 05 / 2554

ป่าเขาลำเนาไพร

พงษ์ศักดิ์ สิงห์ขจร

แสนสุขจริง สุขใจ ได้นั่งพัก
ได้ปักหลัก หนักแน่น ในป่าเขา
นั่นกิ้งก่า โน้นนก ในลำเนา
ในป่าเขา ใจเป็นสุข สนุกดี
สายลมพัด ผ่านกาย คลายความเหงา
ทำให้เรา ผ่อนคลาย ในฤดี
จากทำงาน เหน็ดเหนื่อย เป็นแรมปี
ก็ได้มี วันหยุด บ้างเหมือนกัน
นั่นก็เห็ด มากมาย ให้เลือกดู
อย่างที่รู้ มีให้ดู หลากสีสัน
นึกถึงวัน เก่าเก่า เคยแบ่งปัน
ให้เห็ดนั้น แก่เพื่อนเพื่อน ช่างเบิกบาน
จากวันนั้น ถึงวันนี้ ก็นานโข
เราก็โต ขึ้นทุกวัน ล่วงเลยผ่าน
จากวันนั้น ถึงวันนี้ ก็แสนนาน
ไม่เบิกบาน เหมือนแต่ก่อน แล้วหนอเรา

++ วัว ควาย ในอีกมุมมอง++

บุษราคัม

ถึงใครเปรียบเป็นวัวควายใช่ด้อยค่า
ก็หาได้เสื่อมศรัทธาเจ้าไปไม่
เพราะวัวควายเป็นสัตว์คู่เกษตรกรไทย
ทำนาไร่ให้ผู้คนได้พืชพันธุ์
คนที่เปรียบว่าวัวควายนั้นต้อยต่ำ
อยากจะย้ำถึงข้อเท็จจริงที่สร้างสรรค์
ว่าทุกชีวิตล้วนต้องอาศัยมัน
ตัวฉันนั้นไม่เคยมองว่ามันเลว
ใครจะเปรียบเจ้านั้นโง่งี่เง่า
ดูช่างเขลาจมลงดิ่งสู่เหว
พวกเขานั้นคงมองโลกในด้านเลว
ใช้ชีวิตแหลกเหลวในเปลวไฟ
------------------------------------------------------

มันเป็นเรื่อง

มาร์ท

มันก็เรื่องของเธอที่ชอบแมนยู
แต่ฉันน่ะชอบลิเวอร์พูลจะบอกให้
เรานั้นเป็นอริกันฉันเข้าใจ
ไม่ต้องมาสาธยายพูดแดกดัน
ของอย่างนี้มันห้ามกันไม่ได้
ฉันก็มีสิทธิ์มีความใฝ่ฝัน
อย่ามาเอาแบคแฮมเป็นเดิมพัน
เพราะโอเว่นหล่อเหมือนกันคงเข้าใจ
เธออย่าคิดว่าผีนั้นดีกว่า
เธอยิ่งว่าตัวเองเข้าใจไหม
ผีจะดีกว่าหงส์ได้อย่างไร
เธออาจต้องทำใจ
และมองว่าแบคแฮมเป็นอะไรกับวิคตอเรีย
ไปกินนมก่อนน้อง
แล้วไอ้เรื่องที่พี่จะมองไม่มองน่ะที่หลัง
น้องอ่อนกว่าตั้งปี พี่ว่ามันห่างกันจัง
น้องอย่าเพิ่ง ตั้งความหวังอะไร
พี่เรียนเกินน้องมา 1 ชั้น
น้องก็ว่าไม่สำคัญ รักกันได้
โถ…อย่าดื้อซิจ๊ะคนดี พี่กำลังตัดสินใจ
ว่าจะไปรักผู้ใหญ่ หรือจะตกลงใจ
…..คอยชงนม...
ม.เมียนั้นหายาก
ต้องลำบากไปจีบมา
ฝ่าตะพดของพ่อตา
อีกคำด่าของแม่ยาย
สินสอดและทองหมั้น
เงินทั้งนั้นที่เสียไป
ห้าทุ่มรีบดับไฟ
คืนกำไรให้ตัวเอง

พี่ชาย.........ที่รัก

^นีโม่^

รักพี่มากพี่รู้ไหมใยมองข้าม
ห่วงทุกยามกลัวพี่เจ็บพี่เหน็บหนาว
ความหวังดีที่มีมาทุกคราคราว
ต้องดับด้าวแดดิ้นแทบสิ้นใจ
     พี่เดินทางสายเก่านั้นมันไร้ค่า
คำสัญญา....ตอนนี้อยู่ที่ไหน
ลืมความรักความหวงความห่วงใย
ลืมว่าใครคนนี้........รักพี่ชาย

ก่อนนอน

meenkynori

ยามก่อนนอน ก่อนเธอ จะหลับตา
อยากถามว่า เธอรัก ฉันบ้างไหม
ในยามอยู่ ไกลกัน ฝันถึงใคร
ฝันถึงฉัน ได้ไหม นะคนดี
ไม่บอกก็รู้ใช่ไหม ... ว่าฉันคิดถึง
อยากกล่อมเธอ ซึ้ง-ซึ้ง ก่อนนอนคืนนี้
แล้วหอมแก้ม เธอเบา ๆ ... ก่อนเข้านอน 1 ที
อธิษฐานให้ เธอฝันดี ตลอดคืน

เธอรู้จักฉันดีแค่ไหน

LUNA SEA

     เธอบอกว่าฉันไม่ดี
แล้วเธอรู้จักฉันดีแค่ไหน
ถึงได้มาสรุปเอาง่ายๆ
ว่าฉันเป็นไปตามความคิดเธอ
     แล้วเธอดีนักหรือไง
ถึงได้มาว่าคนนั้นคนนี้เขา
ขอโทษถ้าไม่รู้นิสัยฉันจริงอย่ามาเดา
เดี๋ยวเธอก็ได้เศร้าสักวัน

. ...เสมือนลม... .

เพียงพลิ้ว


เหมือนลม....พรมใจให้ฉ่ำชื่น
เย็นชั่วคืนแล้วพัดเลยมิเคยหวน
เหลือเพียงรอยอาลัยไว้คร่ำครวญ
แด่ผู้ด่วนใจปักหลงรักลม
รักเหมือนลม..แผ่วผ่านแรกหวานซึ้ง
ยังไม่ถึงดั่งปองต้องขื่นขม
คงความหลังครั้งเก่าให้เจ่าจม
ทุกข์ทับถมสุดเหงาเปล่าเดียวดาย
นำความเย็นเข่นฆ่าอุราหม่น
หลงใหลมนต์ลมพลิ้วใจปลิวหาย
เฝ้าถวิลทุกขณะถึงพระพาย
ทุรนทุรายเท่าไรไม่กลับคืน
รักของเธอเสมือนลมพรมแล้วห่าง
ยามลาร้างปล่อยใครไห้สะอื้น
ฉันนั้นเล่าใช่ลมนิ่งขมกลืน
ยิ่งดึกดื่นยิ่งเหงาเศร้าหาลม
>