ให้คะแนนกลอน

" ฝาก....รัก "

ผีเสื้อปีกบางฯ


.....ฝากรักหวาน ผ่านมา ที่ฟ้าใส 
ถึงพี่ชาย คนไกล ด้วยใจมั่น 
แม้นว่ากาล นานเพียงไหน ไม่สำคัญ 
เฝ้านับวัน พี่คืนบ้าน สำราญใจ 
.....ความคิดถึง ฝากไป กับปักษา 
ที่บินผ่าน ข้ามมหา ชลาไหล 
ส่งเพียงพี่ ไม่มี ให้ใครใคร 
ช่วยเก็บไว้ ดีดี นะพี่ชาย 
.....ความอาทร ความผูกพัน นั้นมากนัก 
เราฟูมฟัก เก็บไว้ ไม่ให้หาย 
ฝากมากับ ดวงดาว ที่พราวพราย 
ส่องกระจาย เต็มฟากฟ้า นภาลัย..... 

อกหัก

duck

เพียงวันเวลาที่ผ่านมา
แสนสุขอุรายิ่งนัก
เราเคยเคียงคูน่ารัก
ใครๆมักอิจฉาเรา
แต่วันนี้แสนเศร้า
อยามที่เรานั้นต้องแตกหัก
ทำให้หัวใจแห่งความรัก
เจ็บยิ่งนักเรื่องความรักระหว่างเรา
หัวใจตอนนี้มันเหี่ยวเฉา
เมื่อความรู้สึกระหว่างเราไม่เหมือนเก่า
จะให้ฉันทำอย่างไรดีเล่า
เมื่อเรื่องระหว่างเราต้องจบลง
ฉันคงไม่มีหัวใจให้ใครอีก
คงต้องหลีกหนี้ไปให้หายเหงา
แล้วเมื่อลืมความรักระหว่างเรา
ฉันคงกลับมายืนได้อีกครังนึง

..เปรต..

รัถยา

.
เสียงพรุแตก ติ้ง ตั้ง ดังสนั่น
ปลายปล่องควันคลุ้งเคล้าสีขาวขุ่น
แว่วเสียงพระ มาติกา บังสุกุล
พิธีบุญบอกบ่ง..ส่งวิญญาณ
เสียงร่ำไห้อาลัยหา คณาญาติ
ที่ไม่อาจยื้อรั้งในสังขาร
อันเกิดแก่เจ็บกายจนวายปราณ
เพียงเถ้าถ่านและรูปถ่ายไว้บูชา
ทั้งทรัพย์สินศฤงคารแต่กาลก่อน
หรือใช้กร กอดไว้ในห่วงหา
แม้นเศษเฟื้องหวังฝาก ในปากคา
หรือจะพาเพื่อใช้ในอีกภพ
เถิดปรับเปลื่ยน อย่าเป็นว่าเช่นเปรต
อันทุกเศษ ทุกเสี้ยว ต้องเคี้ยวขบ
เหมือนหิวโหย ต้องเล็ม ไส้เต็มครบ
คงเสาะสบ แสวงหาแม้นอาจม
................

วันเหงา// เสียใจ// ดีใจ

`คนโง่ๆอย่างฉันจะรู้อะไร`

     ในวันนี้วันเหงาเศร้าดวงจิต
ในชีวิตของเราเศร้าหนักหนา
เหนื่อยกับงานที่ทำทุกทุกครา
อยากเอ่ยป้องบอกฟ้าว่าข้าตรม
    
    เคยแฟนกับเขาแล้วหลายหน
มีแต่คนหนีหน้าเมินหน้าใส่
อยากขอโทษที่เราผิดพลาดไป
เมื่อหัวใจมันเศร้าเหงาทุกครา
    ทุกคนบอกว่าเรานั้นทำผิด
ที่เขาคิดจากไปไม่ผิดหนา
เขาไม่เคยสงสารเราเจ้าน้ำตา
ที่มันไหลออกมาว่าข้าตรม
     เขาจากไปเราก็ดีใจกับเขาด้วย
ที่เขาช่วยเป็นแรงใจให้เราหนา
เขาไปดีเรากลับไม่มีน้ำตา
สุขเถิดหนาที่รักข้ายามห่างไกล
...............................................
     
     

คนช่างเม้าท์

ดอกไม้ไร้กลิ่น หัวใจไร้สาร

แหมเม้าท์กันเก่งจริงนะคุณเธอๆ
พูดไม่หยุดไม่ย่อนเลย
ดูซีกาแฟที่สั่งไว้
ก็ปล่อยทิ้งไม่ดื่มกัน
ไม่รู้จะเม้าท์กันถึงไหน
ทำอย่างกับไม่เคยเจอกันนานแรมปี
ทั้งที่เดินไปช๊อปกันทุกๆวัน
แล้วยังมีเรื่องให้เม้าท์สนุกปากกันได้
เป็นแฟนเธอคงปวดหัวไม่ใช่น้อย
ช่างเม้าท์แตกแบบนี้
ต้องค่อยระวังระไว
เพราะไม่รู้จะเอาเรื่องเราไปเม้าท์กันเมื่อไหร่

การต้อนรับของนรก...

ตะวัน

เหมือนวันนี้ที่เหน็บหนาวช่างยาวยืด
โลกช่างเงียบเยียบชืดและมืดครึ้ม
ราวมุมอับที่ทับท่ามความอึมครึม
มันแรเงาความเศร้าซึมด้วยทึมเทา
ในระนาบที่ภาพฉายได้สะท้อน
ภาพความฝันวันเก่าก่อนมันย้อนเร้า
บทละคอนตอนเหล่านั้น นั่นหรือเรา!?
ช่างเป็นฝันในวันเยาว์ที่เร้าใจ
ช่างเป็นฝันในวันคืนอันตื่นเต้น
กว่าบทตอนที่ซ่อนเร้นตอนไหนๆ
และเป็นเพียงภาพเดียวนี้ที่ส่องไฟ
อยู่ใน...ราตรีที่มืดมิด
ส่วนภาพอื่นที่รื้นเรืองอยู่เบื้องหน้า
คือแผ่นดินแผ่นฟ้าที่มืดสนิท
ไร้ทางออกทางใดให้ชีวิต
ความกดดัน! มันสถิตย์ไว้ครบรส
มองตึก...
ในนิยามความรู้สึกที่เก็บกด
ฟ้าเส็งเคร็ง คนโสโครก โลกทรยศ
ทุกอย่าง ทั้งหมด มันกดทับ
มุ่งหน้าสู่ชั้นสูงสุดหาจุดจบ
แสวงหาความสงบจากแสงดับ
จบได้แล้วบทละคอนที่ซ้อนซับ
พร้อมเข้าสู่การต้อนรับของนรก!

สบตาหวาน

มวลภมร

ส่งตาหวาน ประสาน กับตาน้อง
สองเราจ้อง นั่งมอง สบตาหวาน
สายตาส่ง ตามอง จ้องตานาน
เพียงส่งต่อ ความหวาน ผ่านสายตา
ส่งเป็นคำ ครวญคร่ำ คล้ายคำรัก
ส่งใจภักดิ์ จากใจ ให้โหยหา
ส่งมาแทน ถ้อยคำ แทนสัญญา
ผ่านมาทาง สายตา ว่ารักเธอ
อยากหาคำ หมื่นแสน มาแทนใส่
หวังแทนความ ในใจ นำเสนอ
มาแทนคำ คำนั้น ฉันรักเธอ
หาไม่เจอ คำไหน บรรยายแทน
จบตรงที่ บทนี้ บทสุดท้าย
ไม่มากมาย แค่ใจ ที่เหนียวแน่น
จะกี่บท บรรยาย ไม่อาจแทน 
เท่าเพียงแกน ใจพี่ "ที่รักเธอ"

เปลี่ยนไป...เพราะใคร บางคน

หัวใจอ่อนหวาน

เปลี่ยนไป  เพราะใคร  บางคน
สับสน  นั่งเหม่อ  คอยหา
เมื่อไหร่  คนดี  จะมา
ปลอบซับ  น้ำตา  ดังเดิม
รอแล้ว  รอเล่า  หวนหลัง
ยังฝัง  ใจจำ  ไม่หาย
เวลา  เคยใกล้  ใจกาย
มิคลาย  จากไกล  ใจเรา
เขาคง  มีใคร  แนบข้าง
คอยฟัง  เสียงเว้า  วอนหา
เราเอง  นั่งซึม  ทุกครา
เมื่อไหร่  ท้องฟ้า  จะเปลี่ยนไป
คิดถึง  เธอจน  ใจหาย
เรากลาย  เป็นใคร  คนอื่น
เคยซึ้ง  เคยมี  วันคืน
กลับกลืน  หายไป  ตามกาล
ผ่านมา  ผ่านแล้ว  ผ่านเล่า
ความเก่า  เรายัง  ติดฝัง
ไม่ลืม  ว่าเคย  จริงจัง
รักเธอ  ซึ่งครั้ง  เคยมี
จริงจัง  จริงใจ  เสมอ
เพราะเธอ  เป็นใคร  ใจฝัน
เมื่อเธอ  ลาหาย  ไกลกัน
ชอกช้ำ  เหงางัน  เดียวดาย  

ดิฉันสวย

SonyaBeauty


ใครจะด่า      หรือว่าใคร      ชั้นไม่สน 
ฉันเป็นคน       สุดน่ารัก        ไม่บัดสี 
ชื่อซอนย่า     ใครต่อใคร        รู้..กันดี 
ซอนย่านี้   แสนเรียบร้อย   สวยสมวัย 
งามสดใส วัยสร้างสรรค์ Conceptสวย 
แถมยังรวย    ด้วยเสน่ห์      กิ๊บเก๋ไก๋ 
คำพูดจา      ก็อ่อนหวาน   กุลสตรีไทย 
งามทั้ง กาย   วาจาใจ     ใครเทียมทัน 
 

รักคนอ้วน

สุนทรวิทย์

แม้เธออ้วน  เกินเยียวยา  หนักกว่าหมู
ยังน่าดู  หากเปรียบ  เทียบช้างสาร
ถึงเนื้อหนัง  ภายนอก  บอกหย่อนยาน
คิดว่าความ  สะคราญ  หว่านอยู่ใน
แม้เธอจะ  กินจุ  ดุเหมือนเสือ
ฉันกลับเชื่อ  แน่วแน่  พอแก้ไข
ถึงผิวกาย  หมักหมม  อมขี้ไคล
ยังไฉไล  สะอาดกว่า  เปื้อนอาจม
แม้เธอมัก  อวดรู้  บ่นจู้จี้
มองแง่ดี  ก็ไพเราะ  ฟังเหมาะสม
บ่อยครั้งเธอ  ชม้าย  แอบผายลม
ฉันว่าดม-ดมไป  คล้ายทุเรียน
เพราะเธออ้วน  อุดม  สมรูปลักษณ์
ฉันจึงรัก  ภักดี  มิมีเปลี่ยน
พวกเพื่อนปาก-ปีจอ  ชอบล้อเลียน
คอยติเตียน  ดูเบา  ยากเข้าใจ
เขาไม่รู้  คุณค่า  ว่าคนอ้วน
มีเสน่ห์  ยั่วยวน  ชวนหลงใหล
จะกอดซ้าย  ป่ายขวา  อุ่นกว่าใคร
มีแต่ได้  กับได้  ไม่ขาดทุน

หัวใจของฉัน..จะบอกเธอเอง

Jeminine

คำว่ารัก...พูดง่ายนะ...
ง่ายเกินไปถ้า...เทียบกับความรู้สึกของฉัน
อาจมีคนรอบกายบอกรักเธอทุกวัน
จนคำคำนั้นดูไม่สำคัญอีกต่อไป
ฉันไม่ขอเหมือนใครใครของเธอ
เพราะรักของฉัน ใช่ความพลั้งเผลอหรืออ่อนไหว
มันเติบโตขึ้นช้าช้า..และผลิบานอยู่ในใจ
ฝังรากลึกลงไป...อย่างงดงามและมั่นคง
หากเธอยังไม่แน่ใจคนคนนี้
หวั่นกลัวว่าสักวันความรู้สึกดีดี คงเป็นเพียงฝุ่นผง
ไม่เป็นไร..เพราะเวลาจะพิสูจน์ได้ในความมั่นคง
ความรู้สึกนี้จะยืนยง..ทุกครั้งที่เธอหันมา
ขอเพียงที่ว่างเล็กเล็กในหัวใจ
อาจเป็นเพียงหนึ่งในร้อยของใครใครที่เธอห่วงหา
ให้ส่วนหนึ่งของฉัน ได้อยู่ตรงนั้นตลอดเวลา
สิ่งนั้นคงจะบอกเธอได้เองว่า...ความรู้สึกที่ฉันมีตลอดมา...คืออะไร

เธอเป็นที่หนึ่ง

ปากกาสีฟ้ากับตุ๊กตาทวิสตี้ฯ

                นานอย่างไรใจฉันนั้นคงอยู่
                อบอุ่นอยู่ในใจแม้แต่ในเวลาฝัน
                ฉันจะเก็บเอาบทกลอนทั้งร้อยพัน
                เป็นเพื่อนปลอบยามเหงาเมื่อฉันนั้นคิดถึงเธอ
                เธอเป็นที่หนึ่งตลอดมาจากคำว่าเพื่อน
                นานๆเลื่อนจากเพื่อนยามาเป็น...ของฉัน
                จากวันนี้วันไหนอีกกี่ร้อยพัน(วัน)
                เธอก็ยังคงจะเป็นที่หนึ่งของฉันตลอดไป

สงบนิ่ง

เที่ยนหยด


๏ ลมหายใจเข้าออกเหมือนบอกรู้
กายเป็นอยู่สงบนิ่งไม่ติงไหว
สรรพสิ่งรายรอบคลุมครอบใจ
ระลึกได้ไม่หวั่นพลอยบรรเทา
อันใดเล่าเลือนลางอำพรางเหตุ
เกิดกิเลสขุ่นมัวดั่งตัวเขลา
ปล่อยอารมณ์ไร้หลักทึกทักเอา
ปราศเรื่องราวเร้นลับเพื่อดับจินต์
เหตุนี้หนอในอกวิตกสั่น
จึงไหวหวั่นหดหู่มิรู้สิ้น
สดับเสียงสับสนเคล้ามลทิน
คล้ายสูดกลิ่นเน่าเหม็นจีงเป็นไป
ลมหายใจเข้าออกเหมือนตอกย้ำ
จิตเพลี้ยงพล้ำมัวหม่นเกินทนไหว
เกิดที่เราปรุงแต่งคลางแคลงใจ
ลดละไซร์ปล่อยวางจึงบางเบา๚๛
                            เทียนหยด
                             4/1/53
                                       

คุณธรรม

จ่าน้อย

คุณธรรมทำให้เรานั้นมีค่า
ใช้รักษาชีวิตให้สวยหรู
คุณธรรมนั้นเป็นเช่นคุณครู
สอนให้รู้ถึงคุณค่าของความดี
คุณธรรมนั้นยังช่วยเสริมสร้าง
เป็นแนวทางให้เราเปลี่ยนวิถี
คุณธรรมทำให้เราหมดราคี
ทุกชีวีพ้นทุกข์สุขสบาย
คุณธรรมนำไทยให้สูงส่ง
ให้มั่นคงความดีไม่สูญหาย
คุณธรรมนั้นยังส่องประกาย
เป็นเครื่องหมายความดีมีให้กัน
คุณธรรมนำไทยทั่วไพศาล
ช่วยเล่าขานสิ่งดีที่สร้างสรรค์
ความประหยัด อีกขยันช่วยป้องกัน
สารพันพอเพียงเลี้ยงชีพตน
คุณธรรมนำไทยให้ก้าวหน้า
ช่วยพัฒนาผองไทยทุกแห่งหน
คุณธรรมนำไทยให้รอดพ้น
ช่วยทุกคนพบสุขสวัสดี

ยังรักเธอ

Q

ยอมรับนะว่ารักเธออยู่
ทั้งๆที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้
เลยต้องเก็บความรักนี้ไว้ในใจ
ไม่กล้าบอกไป กลัวมันจะทำร้ายหัวใจกัน
เพราะเธอคือที่สุดของใจ
มีความหมายมากกว่าใคร ในชีวิตฉัน
เธอทำให้ฉันรู้จักความหมายของ......กันและกัน
ไม่ใช่แค่ช่วงเวลาเท่านั้น แต่เธอคือคนสำคัญของใจ
เธอทำให้ฉันรู้จักคำว่ารัก
สอนให้ฉันรู้จักคำว่า " เราคบกันต่อไม่ได้ "
แต่เธอไม่สอนให้ฉันรู้จักการรับมือกับความเสียใจ
ฉันเลยยังรับไม่ได้กับ....การจากลา
แต่ยังไงก็ต้องทำใจยอมรับมัน
กับคำๆนั้นที่เธอพูดว่า.....
เราเป็นเพื่อนกันเหมือนทุกวันที่ผ่านมา
เธอให้ฉันได้เพียงคำว่า " เพื่อนกัน "
ฉันเองแหละที่ผิด
ทั้งที่ไม่มีสิทธิ์ไปคิดกับเธออย่างนั้น
เลยต้องเก็บเอาไว้ในใจทุกวัน
และกระซิบบอกเธอในฝัน
....ว่าเธอยังเป็นคนสำคัญ ของหัวใจ
ปล.แต่งจากชีวิตจริงบางส่วนคับป๋ม -_-"

แรกรัก..ยังรัก..

กุ้งหนามแดง


แรกรัก..
สองดวงใจแนบแน่นแผ่นผนึก
ในห้วงลึกทั้งโพยสุดโหยหา
ทานอาหารพร้อมกันเป็นขวัญตา
มิเคยว่าอะไรยามให้รอ
เช้ายันเย็นเห็นเสมอเสนอหน้า
ทั้งเสื้อผ้าจีบตั้งนั่งป๋อหลอ
เล่นกีต้าร์เราสองยังร้องคลอ
ไปดูจอรส์ฉลามใหญ่ตั๋วได้ฟรี
วาจางามตามควรชวนไปวัด
หาเคืองขัดอันใดไม่หน่ายหนี
สองเป็นหนึ่งรวมรักสามัคคี
อารมณ์ดีตลอดวันขยันโทร
แต่ละครั้งวนเวียนเปลี่ยนของฝาก
ผลหมากรากไม้ให้เป็นโหล
แฟนดีเด่นยกให้ใจอยากโชว์
แสนจะโก้ตัวข้าเป็นยาใจ..
..
ยังรัก (เขาว่างั้น..)
สองดวงใจเหินห่างต่างกันลิบ
เธอนับสิบเราเพิ่งหนึ่งซึ้งไม่ไหว
ทานอาหารคนละจานเพราะหวานไป
เธอผัดไทยฉันขาหมูไม่คู่กัน
เช้ายันเย็นไม่เห็นหัวกลัวฝนตก
สกปรกเสื้อผ้าไม่กล้าฝัน
เชิญเธอร้องคนเดียวไม่เกี่ยวพัน
สุดสร้างสรรหนังโรงโก่งราคา
ชวนไปวัดรอก่อนตอนแก่แก่
ไปแน่แน่แต่รอก่อนละอ่อนจ๋า
ซิมมันหายเงินมันหมดงดโทรมา
ชักระอาในอกผกผันจริง
แวะมาหาเข้าครัวนัวเนียแว๊ป
มุ่งหน้าแน่บขนมปังอังน้ำขิง
แฟนคนเดิมต้นเรื่องเฟื่องซะจริง
อยากจะวิ่งชนตึกนึกกลัวตาย..
..

อาหารกระป๋อง

ทรายกะทะเล

น้ำมันแพงโลกวิกฤตติดคงอยู่
ตามกันกรูสิ่งอื่นแพงตามติดคิดฉงน
อยากอยู่มั่นคงไว้ในอาจิณ
สะสม ไว้กระป๋องปลา อาหาร ยามจำเป็น
ซื้อข้าวสาร น้ำตาล เกลือน้ำจิ้ม
ก็ได้ยิมแช่ไว้ในบ้านเห็น
อย่าได้เป็น กลับเกิด อดกันไป
อยากทานไร ตุนนั้ผลไม้ไป
มีชีวิตกินเพื่ออยู่ คู่ทำงาน
หากไม่มีอาหารอยู่ได้ไหม
ก็ตุนไว้ บ้าง ก็พอ ทานกันไป
อย่าให้เราและลูกลานอดอยากกัน
คงไม่นาน ที่เกิดวิกฤตบ่อย
เดี๋ยวก็ดีปล่อยวางตามพระสอน
ทำบุญบ้าง พรางสมาธิจิตสังวรณ์
ฉันเฝ้าสอนตัวเองเล้งความจริง
ไม่น่า ไม่น่า โลกเราเอง มีให้อยู่ทำร้ายกัน
คนหนอคน ต้องการใหญ่ไม่รู้สิ้น
ไม่นึกถึงเด็กคนแก่ คนเฒ่า ลำบากชิน
กบคนทำงานสิ้นสูญ อาดูรกัน
น้ำมันแพงเพราะไรใครก็รู้
แต่ต้องสู้เพื่ออยู่รอดกอดหัวใจไม่หวั่นไหว
อย่าเอาความกลัวมาเป็นที่ตั้งยึดถือไป
ขอให้ใจสงบนิ่งทำดีเทอญ

ขยะ

ลิลิต


  อ๊ะ อ๊ะ อย่าทิ้งขยะ
ตาวิเศษ เห็นนะ จะบอกให้
ทิ้งให้มัน ถูกที่ เถอะพี่ไทย
หรือเอาไป รีไซเคิล ได้เงินทอง
  ขยะเปียก ขยะแห้ง ทุกแห่งหับ
แยกกันครับ จับเข้าที่ ไม่มีหมอง
กลิ่นเหม็นเหม็น เช่นขี้หมา ไม่น่ามอง
เราก็ต้อง กำจัดทิ้ง สิ่งปฏิกูล
  มีขยะ อยู่สามชิ้น ดูสิ้นท่า
มันช่างไร้ ราคา พาเสียศูนย์
ถึงจะรีไซเคิล เกินเกื้อกูล
ไม่เพิ่มพูน มูลค่า พวกกาลี
  ชิ้นที่หนึ่ง หึ่งเหม็น เป็นปี้ป่น
เป็นขยะ จากสิชล คนหน่ายหนี
เละเป็นโจ๊กติดโรคแม้วแจ้ววจี                          
ขยะที่ มีสารพิษ จิตระอา
  ชิ้นที่สอง มองดู รู้ตลอด
หน้าเหมือนร็อด ไวเลอร์ ดูเด๋อด๋า
ขยะเน่า ชาวสุราษฎร์ ฯ ประกาศมา
เขาบอกว่า อย่าเข้าใกล้ ไม่ต้องการ
  ชิ้นที่สาม ห่ามมาก  จากระโนด
เคยถูกโจทก์ ไล่จับ กลับขึ้นศาล
เป็นขยะ เพาะเชื้อโรค โลกประจาน
จนชาวบ้าน ว่าเนรคุณ สถุลจัง
  แต่ทำไม ใยรากหญ้า บูชานัก
คอยฟูมฟัก ซักถาม เดินตามหลัง
แถมยังหลอก นายด๊อกเตอร์ เผลอจ่ายตังค์
เก็บใส่ฝัง ถังขยะ ตระกูลชิน
  อย่ามักง่าย ชายหญิง ทิ้งขยะ
ตาวิเศษ เห็นนะ จะติฉิน
เรามาร่วม ทดแทน คุณแผ่นดิน
เอาสามชิ้น ที่ดิ้นเร่า....ไปเผาซะ 

ไม่มีที่ว่างให้เรายืนด้วยเลยหรือ....

ราศีตุลย์

ไม่มีที่ว่างให้ยืนเลยหรือ....
เขาว่ากันว่า  โลกใบนี้มีผืนแผ่นดินกว้างใหญ่นัก
แต่ทำไมในบางพื้นที่......ที่ร่ำร้อง่ว่าเป็นพื้นที่ของความมีน้ำใจ
กลับแออัด  ไปด้วย  หมอก  ฝุ่น  ควัน  เพราะไม่มี.แม้ที่ว่างซักเพียงเสี้ยวธุลี
ทำไมทำให้โลกในใจของความผูกพันแคบนัก....
หลายแห่งของความรู้สึก....ความหม่นข้องยังคงมี..ยังคงเกิด
ทำไมทำให้มันทับถมขึ้นไปอีก..
แทนที่จะพยายามทะลายลง.....หรือเหมือนเกราะอะไรสักอย่าง
ขังความรู้สึกของตัวเองเอาไว้....มันสุงส่งถึงเพียงนั้นเลยหรือ..
ความต่ำต้อยคงอยุ่ที่....คนที่ไม่มีที่ยืน....
คงต้องตัดใจเดินทางไปในโลกที่มีผืนฟ้า และผืนดินที่กว้างใหญ่
ที่ไม่มีความรู้สึกในใจที่คับแคบ...
หาเหตุผลได้ไหม..กับคำตอบในคำถามที่ยังคงคาใจ.....
ความถูกต้องของใครบางคน  คงไม่ถูกใจใครหลายคน
ชีวิตยังคงดำเนินไปตามครรลองของแต่ละคน...
ไม่นึกว่าความรู้สึกที่เรียกว่าผูกพัน  ..จะต้องมาจบสิ้น  ณ  วันนี้
ความไม่มีค่า  หรือ  การมีคุณค่า   ถูกวางไว้ ณ บางแห่ง
...
ลาก่อนนะ..สิ่งที่คิดว่าเคยมี
ลาก่อนนะ...กับคำว่า   คนคุ้นเคย...หรือผูกพัน
จะยังคงเก็บบางร่องรอยบางสิ่งเอาไว้เท่านั้น
เพื่อนำไปใช้เยียวยา...ให้

.....ใบไม้ร่วง......

นักเดินทาง(Skeczys)

     ใบไม้เหลือง เรืองเรื่อ สะบัดพลิ้ว     
สายลมปลิว ปลิดปลาย ใบไม้ไหว
ลงร่วงพรู ลู่กิ่ง และก้านใบ
งามจับใจ ดังฝน หยดเป็นทอง
      ใบละเอียด เลียดโรย แล้วลอยร่อน
ตามลมอ่อน  มองดู เป็นคู่สอง
ลมกับหมู่ ใบไม้ กอดตระกรอง
เกี้ยวควงคล้อง เคลื่อนสู่ ลู่ลงดิน
      
>