ให้คะแนนกลอน

ใส่บาตร....อธิฐานจิต

sun strom


วันนี้ตื่น ตีสี่  แล้วหยิบฉวย
ผมเกล้ามวย ใส่หมวก เข้าห้องน้ำ
เนื้อตัวผ่อง สะอาด ร้องเพลงฮัม
จากนั้นพับ ผ่าห่ม เก็บที่นอน
มานั่งหน้า กระจก แล้วหวีผม
ประแป้งพรม ตามตัว ให้หอม ๆ
แต่งตัวงาม เรียบร้อย แล้วเปิดคอม
เพื่อนรุมล้อม ให้ร้องเพลง ครื้นเครงจัง
หกโมงเช้า รับอาหาร ป้าจัดให้
นวยนาดไป ใส่บาตร ด้วยใจหวัง
อธิฐาน ขอพร เพิ่มพลัง
ข้าน้อยหวัง จะเคียงเขา ทุกเช้าเย็น
หากชาติหน้า มีจริง ตัวข้านี้
เกิดที่ดี คู่เขา ให้มองเห็น
หากบุญกรรม ที่ทำ ของเนื้อเย็น
ข้าขอเป็น คู่ครอง ของเขาเอย

............มึงก็ตายกูก็ตาย............

[ไร้ตัวตน]


มึงก็คนกูก็คนไหนความต่าง
อย่ามัวอ้างรวยจนคนไฉน
รวยคับฟ้าหรือยาจกแม้นว่าใคร
ผลสุดท้ายจบอย่างไรก็คือตาย
.........................................
งานนี้ตายหมดครับ
มือใหม่ครับหัดเขียนโทษทีที่ไม่ถูกใจใครแต่แนะได้ครับยินดีรับแสมอ

เก็บเปนความลับ..ในใจ

yamazea

รักเธอก็ได้แค่เก็บไว้ในใจ
รักเธอมากแค่ไหนแต่ต้องอยู่ในใจเท่านั้น
รักเธอคำๆนี้คงทำลายความผูกพัน
ที่เธอมีให้กันโดยไม่คิดอะไร
เพราะความรักทำให้คิดมากมายขนาดนี้
มากกว่าคำว่าเพื่อนที่เธอมีให้
รู้ตัวดีแม้จะพูดว่ารักออกไป
มันคงไม่มีผลอะไรกับใจเธอ

หลังกำแพง

Alphilic

หวังอิฐแข็ง กำแพงสูง สร้างเป็นเกราะ
ปิดล้อมใจ แสนเปราะ พังสลาย
อย่าให้ใคร เข้ามา คิดทำลาย
เพราะหทัย ดวงนี้ เกินทัดทาน
เลือกเร้นกาย ในมุม ไร้ใครพบ
หวังเพียงหลบ สายตา ว่าสงสาร
ไม่อยากให้ ใครเห็น คนร้าวราน
จึงขอวาน สิ่งต่าง ช่วยกำบัง
ปรารถนา นานา ช่วยปิดโลก
กำแพงล้อม คนโศก สร้างห้องขัง
เมื่อความฝัน ผันพลิก มาภินท์พัง
จึงชิงชัง โลกกว้าง ที่ใหญ่เกิน
สร้างกำแพง ให้โลก นี้แคบนัก
ตัดตัวเอง พิงพัก หักห่างเหิน
อย่างน้อยยาม ไร้ใคร ร่วมทางเดิน
ไม่เผชิญ ความอ้างว้าง ของทางไกล

....ห้วงกาล....

ปราณรวี


แม้ไกลห่างต่างฟ้า...........ดาวเดือน
เหมือนอยู่คู่ครองเรือน.....ชิดใกล้
พรหมลิขิตลางเลือน........แต่ก่อน
กลับชักพามาให้.............อยู่คล้องดวงแดฯ
หรือบุพเพเสกปั้น..........บันดาล
ต่างภพต่างห้วงกาล.......ขวัญแม่
จึ่งโฉมนุชนงคราญ........ปรากฏ
ใจมุ่งหมายรักแท้..........มอบน้องนางเดียวฯ
เพราะบุพเพเสกสรรบรรจงสร้าง
ถึงไกลห่างข้ามฟ้ามหาสมุทร
อยู่ต่างภพต่างแคว้นแดนมนุษย์
ประหนึ่งสุดสายตาจะหาเห็น
แต่บุญเก่าเราสองเคยครองคู่
หรือใครสู่ชักพามาหยอกเล่น
จึงพบพานประสานใจให้ชุ่มเย็น
เปรียบเจ้าเป็นจอมขวัญแต่นั้นมา
ขออย่าร้างห่างไกลไปเลยหนอ
อยู่เคลียคลอเคียงข้างดังปรารถนา
เป็นยอดแห่งชีวันให้สัญญา
ใครอื่นมามิเหลียวแลรักแต่นวล
หากฟ้าพรากจากเราอีกคราวแล้ว
ไม่คลาดแคล้วหม่นหมองต้องกำสรวล
ขาดเธอไปใจคงขาดอนาถครวญ
แม้นย้อนทวนภพได้..จะใคร่ทำ  

โรครัก

ice_ry

โรครักนี้แรงหาน้อยไม่
ร้ายยิ่งกว่าโรคาอย่างใดๆ
ยิ่งกว่าไข้จับหนาวร้าวราญครัน
แม้มิชื่นชอบให้สมจิต
เหมือนเพลิงพิษเผาอุราแทบอาสัญ
ไม่เห็นหน้าคู่รักเพียงสักวัน
จิตพลันร้อนผ่าวราวอัคคี

รักเอย---คือสิ่งใด

ฤกษ์ ชัยพฤกษ์

รักคืออะไรเล่า
ทุกค่ำเช้าเฝ้าคิดถึง
ดวงหน้าติดตาตรึง
อารมณ์ซึ้งยามคิดทวน
ห่วงใยฤาใช่รัก
คอยถามทักให้เสสรวล
ติดตามเป็นขบวน
ทุกสิ่งล้วนทำเพื่อเธอ
ช่วยเหลือใช่รักไหม
รีบเร่งไวสม่ำเสมอ
หัวใจใฝ่บำเรอ
รอพบเจอทุกวันคืน
ตื่นเต้นตัวสั่นเทา
ได้รับข่าวหัวใจชื่น
ข่าวร้ายใจแตกตื่น
มิต้องฝืนอำนาจใด
หรือเป็นเพราะความรัก
จิตตระหนักมั่นคงไว้
มอบแล้วทั้งหัวใจ
วาเลนไทน์สำหรับเธอ

จิตสับสน

สายรุ้ง

จิตสับสนวุ่นวายใครช่วยบอก
วิธีออกจากทุกข์เป็นสุขได้
เพราะกินยาหลายวัยยังมิวาย
คิดถึงเธอไม่หายทำไงดี
ใครเคยเป็นโรคนี้มีบ้างไหม
ทำอย่างไรจึงจะหายได้ล่ะนี่
ช่วยเมตตาบอกยาให้รุ้งที
นึกว่าช่วยชุบชีวีคนหลงทาง
หางหลงทางนั้นยังมีทางออก
เมื่อคนบอกชี้ทางสว่างให้
แต่คนหลงร่างกายและจิตใจ
จะทำให้หมุนไปในวังวน
คนหลงทางกับเรือนร่างของคนนี้
เป็นบ่วงที่มัดหลวมแต่ออกยาก
ยอมจำนนเป็นทาสของความรัก
มันแสนยากนักหนาลาวังวน

ใต้ต้นกร่าง

เวทย์

(๑) 
.....ครั้งหนึ่งเหนือลานหญ้า............ผ่านแดดจ้าและมนต์จันทร์ 
ทุกแสงถูกแบ่งปัน........................ความเป็นไปเปี่ยมไมตรี 
(๒) 
.....เมล็ดกร่างเริ่มผลิกล้า.............โดยเหล่าหญ้าร่วมยินดี 
ร่มรางต้นกร่างมี..........................มอบเย็นสู่, สู้แดดแทน ? 
(๓) 
.....ต้นกร่างยิ่งกางพุ่ม...................ปกแผ่คลุมครอบครองแดน 
แยบยลบนแบบแผน......................เพื่อเก็บกักกอบโกยกิน 
.....รากแน่นร่มใบหนา..................คือฉกฟ้าฉวยฟากดิน 
เหล่าหญ้าน้ำตาริน........................รอล้มหายรายลำเค็ญ 
.....พุ่มกร่างแผ่กว้างไกล................หวังยิ่งใหญ่ใช่ร่มเย็น 
แดด,ดิน..สินจำเป็น.......................ยื้อแย่งไปไม่แบ่งปัน 
.....หมกมืดย่อมหญ้าม้วย...............ฤๅรอดด้วยแรงดึงดัน 
ขมขื่นแห่งคืนวัน...........................ลอยเวียนวนจนชินชา 
(๔) 
บนลานดินลานเดิมเหมือนเริ่มแรก 
ภาพผิดแผกเพียงตอนนี้ไม่มีหญ้า 
หนึ่งใบแก่จากต้นกร่างร่วงคว้างมา 
แทนหยดหนึ่งน้ำตา..แสร้งอาลัย 
อีกตำนานอันอนาถที่อาจพบ 
เริ่มแล้วจบเช่นนั้นนิรันดร์สมัย 
เว้นแต่หญ้าสามารถอ่านสัญญาณภัย 
ก่อนสายไปสำหรับเตรี

- - ค้นหา - -

|NdEpEndEnT


เข้มแข็งไว้อย่ายอมพ้
ความอ่อนแอเกิดได้ทุกแห่งหน
อาจจะมีบางคราที่วกวน
นั่นเพราะคนอย่างฉันแสนเดี่ยวดาย
มองไปยังโลกกว้าง
ขีดเส้นทางเดินนั้นหลากหลาย
แม้นชีวิตต้องกลับกลาย
จุดมุ่งหมายของทางเดินอยู่แห่งใด
เดินต่อไปวันเวลา
ฉันคงหาจุดหมายที่ฝันใฝ่
คงจะมีสักวันให้ฉันไป
อีกไม่ไกลใช่ไหมทางชีวี
อาจผ่านพบขวากหนามทางข้างหน้า
ต้องค้นหาต่อไปแม้นชีพพลี
ขอพลังแห่งชีวิตที่พึงมี
อย่าย่ำยีศักดิ์ศรีของเวลา
      - - 
-มี ค ว า ม สุ ข กั บ สิ่ ง ที่ เ ป็ น -

ดอกไม้งามดั่งคนทรามลั่นวาจา

Soldivie

ดอกไม้งาม...ทรามกลิ่น...นกบินหนี
ดอกกลิ่นดี...ทรามกาย...หมายเข้าหา
ดั่งเช่นคน...รูปงาม...ทรามวาจา
ดูเถิดหนา...ว่ามีใคร...เขาหมายปอง

เรื่องจองป่ะ -+-//

moji_kawa

   จูบเธออย่างดูดดื่ม
แสนชื่นมื่นทุกค่ำเช้า
หอมเธออย่างบางเบา
แล้วสองเราก็กอดกัน
   ฉันทำกับข้าวให้
ช่างสดใสเธอกับฉัน
กุมมือกันทุกวัน
มองตากันแล้วชื่นใจ
   มีคนเดินเข้ามา
แล้วถามว่า เธอเป็นใคร
ฉันเป็นแฟนเขาไง
แล้วชี้ไปที่ตัวเธอ
   มีคนมาสะกิด
รำคาญตะหงิด_ตะหงิด มีอะไรเหรอ
เขาบอก ฉันละเมอ
รีบตื่นเถอะ ต้องไปเรียน

แต่งต่อทีนะ ขำขำ

ไอดิน...กลิ่นฝุ่น

ฉันไม่ขอร้องให้เธอเห็นใจ
คำขอสุดท้ายให้เราจบกันดีกว่า
ถึงวันนี้ต้องร้องไห้มีน้ำตา
มันแปลว่าเรายังหายใจ

เช็ดน้ำตา...ยิ้มท้า..ด้วยหัวใจ

sodasasa

น้ำใสใส ไหลหล่น บนแก้มสวย
น้ำใสใส ไม่ช่วย ต่อสิ่งไหน
น้ำใสใส ไร้ค่า กว่าสิ่งใด
น้ำใสใส เช็ดไป อย่าไหลเลย
คนชั่วเลว มีปน บนโลกนี้
ความร้ายดี มากมี ไม่เปิดเผย
เพียงแค่เรา ปรับใจ ให้คุ้นเคย
แกล้งละเลย ไม่ใส่ใจ ในเรื่องมัน
น้ำตานั้น วันนี้ ไม่มีค่า
ขอจงอย่า หวั่นไหว ใจแปรผัน
ช่างมันนะ เรื่องร้าย ในคืนวัน
ยิ้มสู้พลัน เชิดไว้ ให้หน้าตรง
อย่าก้มหน้า น้ำตา จะตกพื้น
จงลุกยืน มองไป ในประสงค์
ใจเจ้านั้น อย่าท้อ ทระนง
จงมั่นคง ความคิด พิชิตใจ
ใครจะร้าย จะเลว จงช่างเขา
เพียงใจเรา เท่านั้น อย่าหวั่นไหว
ยิ้มและสู้ โลกสวย ด้วยหัวใจ
สร้างวันใหม่ ไร้น้ำตา ดีกว่าเดิม

วันที่...ดอกเสลาบาน

นายธนา

พุ่มเสลาพลิ้วไหวใบกิ่งก้าน          
โต้ลมต้านท่ามกลางหว่างเวหา
ยืนหยัดต้นแข็งแกร่งแห่งปัญญา                
เหนือพฤกษาสง่างามความสมบูรณ์
จากเมล็ดกล้าน้อยค่อยค่อยใหญ่                 
แตกยอดใบตั้งต้นพ้นความสูญ
ค่อยสั่งสมงอกงามล้ำจำรูญ               
ค่อยเพิ่มพูนเพิ่มปัญญาน่าเปรมปรีด์
พุ่มเสลาผลิใบไสวสวย                               
รายล้อมด้วยแมกไม้หลากหลายสี
เนื่องจากถิ่นดินอุดมสมบูรณ์ดี                   
เสลานี้จึงเติบใหญ่เหนือไม้ปวง
เจ้าเสลาเจ้าเติบใหญ่เจ้าแกร่งกล้า               
งามกลางป่าดงไพรให้ใครหวง
แผ่กิ่งก้านสาขาระย้าพวง                           
ผลัดใบร่วงผลิใบเริ่มเพิ่มจำนวน
เสลาสูงงามตระหง่านต้านลมปะทะ           
มุมานะยืนดำรงตรงกลางสวน
ไม่หลงเล่ห์เฉไฉก่อนวัยควร                      
 ฝ่าสิ่งเสื่อมยั่วยวนชวนอัปรีย์
จนถึงกาลที่เสลาพร้อมก้าวหาญ                
จะเบ่งบานชูช่อลออสี
พร้อมผลิดอกออกผลให้ยลที                      
ให้ยินดีปรีดาทั่วหน้าพลัน
ถึงวันแล้วที่เสลาเจ้าจะบาน                       
แผ่ดอกก้านผลงานทำความขยัน
แย้มกลีบม่วงพวงสะอาดแห่งชาติพันธุ์      
ร่วม

happy birthday คนของใจ

ไอดิน...กลิ่นฝุ่น

สุขสันต์วันเกิดนะคนดี
ขอโทษทีที่ได้อยู่ฉลองด้วยตรงนั้น
ถึงอยู่ไกลเธอก็ยังเป็นคนสำคัญ
และอยู่ในหัวใจฉันทุกเวลา
ไม่มีของขวัญที่มีราคาอย่างใคร
มีแค่คำอวยพรฝากลมไปถึงเธอที่นั่น
คนทางนี้คิดถึงเธอทุกวัน
ก็คนพิเศษของฉันจะลืมได้ไง
มีความสุขมากๆนะคนดี
ของขวัญที่ฉันมีเป็นหัวใจดวงนี้ต้องการไหม
จะผูกโบว์ด้วยรักและห่วงใย
และจะมอบหัวใจ..รักไว้เพียงเธอ

** สายลม. **

แก้วประเสริฐ


                    สายลม
       ลมหวนแผ่วแว่วเสียงโสตเสนาะ
หวานไพเราะผ่านหูมิรู้หาย
ซาบซึ้งช่วงล่วงคืนยืนเดียวดาย
ดาวเรียงรายจันทร์ฉายให้วังเวง
       เจื่อนแจ้วสำเนียงดูเหมือนชู้เรียก
ดุจพร่ำเพรียกคลอเคล้าเร้ารีบเร่ง
ระริกชวนป่วนไปคล้ายยำเกรง
ส่งเสียงเพลงอ่อนพลิ้วละลิ่วไกล
       สดับฟังวังเวงหวนชวนสะท้าน
นกบินผ่านอดสะดุ้งจรุงหาย
ไหวลมพัดให้สะท้านผ่านฤทัย
เมฆปิดฉายมืดสลัวตัวคนเดียว
       อดคิดย้อนตอนอดีตถูกกรีดยับ
รักคืนกลับสะบั้นนั้นเป็นเสี้ยว
ชอกช้ำมัดหฤทัยคล้ายเป็นเกลียว
โลดแล่นเลี้ยวทิ้งไว้ให้อกตรม
       อกดูเหมือนเจื่อนแจ้วแว่วเสียงผ่าน
วกเวียนพล่านฝากไว้ได้ขื่นขม
ดูจะเหมือนเราหนอรอชื่นชม
สิ่งภิรมย์เหลือไว้แต่ไกลตา
       นึกคิดไปใจคล้ายสายลมแผ่ว
หวานพลิ้วแล้วฝากกลิ่นรินนาสา
สิ้นความหวังดั่งจันทร์ดั้นเมฆา
น้อยวาสนาคว้าได้เพียงไร้เงา.
         ***  แก้วประเสริฐ.  **

ไม่ได้อยากเป็นเจ้าของ

แว่นหนา

     ไม่ได้อยากจะเป็นเจ้าของเธอ
แค่อยากเจอทุกวันใหหวั่นไหว
แค่อยากคุยให้ได้ชุ่มชื่นใจ
แค่อยากมองใกล้ใกล้ก็เพียงพอ
     รู้อยู่แล้วว่าเธอมีใครอยู่
รู้ทั้งรู้ก็เลยไม่เคยขอ
ไม่ได้ฝันไม่ได้เพ้อไม่ได้รอ
แต่งกลอนไปน้ำตาคลอ...
                         ...เอ๊ะ...ยังไง?

อารมณ์ของใจ

พี่ดอกแก้ว

กาลเวลาพัดพาความแตกต่าง 
มาพบกันกลางทางระหว่างฝัน 
คนสองคนกับสองใจที่ไกลกัน 
มาสืบสานสัมพันธ์เป็นหนึ่งใจ 
เริ่มพื้นที่มีความหมายเชื่อมใจสอง 
กำหนดกรอบครอบครองจองพิสัย
ลงสีพื้นกลืนความต่างที่ห่างไกล
เป็นเฉดใหม่สีอ่อนผ่อนปรนกัน 
เมื่ออารมณ์งดงามตามหมายปอง 
ใจทั้งสองผสมสีที่สุขสันต์ 
แล้วแต่งแต้มดอกไม้นานาพันธุ์ 
เต็มสวนฝันกลิ่นหอมย้อมฤดี 
ยามเมื่อใจได้รับ...ความสดชื่น 
จึงร่มรื่นพันธุ์ไม้ระบายสี 
วาดพู่กันสานใบเขียวขจี 
คลุมพื้นที่ของใจให้ร่มเย็น 
ความอ่อนหวาน...บันดาลให้ใช้สีฟ้า 
วาดนภาสดใสไร้ขุ่นเข็ญ 
ความอบอุ่นให้แสงงามยามเช้าเย็น 
ลงสีเป็นลายทองของตะวัน 
ความหม่นเศร้า...คราวร้างห่างกันไกล 
วาดใบไหวไม้ร่วงควงโศกศัลย์ 
ทับถมพื้นสีน้ำตาลพาลจาบัลย์ 
จรดพู่กันแต้มสีเทาคราวเหงาใจ 
คราวแตกหัก...พักใจไม่สมาน 
ผสมสีลงจานอย่างหมองไหม้ 
ระบายสีดำด่างกลางหทัย 
ดั่งคืนแรมที่ไร้เพ็ญนภา 
ครารักชื่น...ฟื้นค่ามาใกล้ชิด 
สีของมิตรถูกฉาบลงตรงท้องฟ้า 
กลบสีดำให้จางบางเบาตา 
วาดเมฆขาวพราวฟ้าพาเบิกบาน 
จุ่มพู่กันฝันใฝ่ในจานสี 
แล้วแต่งแต้มฤดีที่สืบสาน 
ความรู้สึกลึกซึ้งตรึงดวงมาน 
ปรากฏการณ์จิตรกรรมย้ำอาร

เธออยู่ที่ " ใจ "

ยูริ

วันเวลาผ่านพ้นไปอีก 1 ปี
ไม่มีใครข้างกายคืนนี้แต่ก็ไม่หวั่นไหว
แม้ห่างกันไม่พบเจอแต่ว่า " เธอ " อยู่ที่ใจ
ต่อให้ไกลซักเท่าไหร่เชื่อว่าใจส่งถึงกัน
ขอบคุณที่ยังห่วงใยกันนะคนดี
หลับตาลงคืนนี้เราคงเจอกันในฝัน
แม้ความเป็นจริงที่มีอาจยังไม่มีกันและกัน
แต่เชื่อเถอะทุกวินาทีที่ผ่านนั้น " ฉันคิดถึงเธอ "
>