27 พฤศจิกายน 2556 09:45 น.

วงกลม : The circle

Prayad

วงกลม

เปรียบวงกลมให้เห็นเป็นความรัก

คำสลักตามเส้นเน้นความหมาย

รัศมีโดยรอบมอบอุ่นอาย

แทนขอบข่ายแหนหวงเต็มห้วงรัก                                       

 

เธอเนาในวงรักอันพรักพร้อม

เฝ้าโน้มน้อมนุ่มนวลสงวนศักดิ์

พะเน้าพะนอเป็นตูมคอยฟูมฟัก

โสตประจักษ์กล่อมเห่เปลสายใจ

 

ฉันโคจรเป็นกรอบอยู่รอบข้าง

เพื่อสรรสร้างจักรวาลที่ขานไข

ขนดเหนือทะเลสาบอาบอิ่มใน

ดุจหทัยคงคาพะงางาม                                               

 

ฉันเป็นคนกลมหนากายาล่ำ

เคลื่อนสูงต่ำริมรอบขอบสนาม

กลิ้งดั่งคลื่นเคลียเคล้าเจ้านงราม

พยายามมือป้อง  ฉันร้องทัก

 

โอช้าก่อนยอดรักพักนิ่งๆ

นี่ที่จริงใช่หมุนให้วุ่นหนัก

เพียงนิ่งเฉยเชยชมคารมรัก

แต่วงจักรจรดแน่อย่างแท้จริง

The Circle

A circle is my love, and all

my words along that line will tell

the radius my passions fill.

            You lie within it. Gently there

            you nestle in its humming care,

            until its humming fills your ear.

Yes I, who spin around you, make

a universe beyond the lake,

the silent lake which is your heart.     

Its depth I am, circumference round,

            and moving ripples when your hand

            leans out to touch me on the ground.

And yet, and yet, it is, my dear,

Your stillness, not my turning here,

that makes the circle true entire.

( Alan Riddell, 1927, Translated by P. Pantasri)

17 พฤศจิกายน 2556 07:12 น.

ลอยกระทงปี ๓๐

Prayad

ลอยกระทงปี ๓๐

มือบรรจงกระทงน้อยลงลอยล่อง

สายตาจ้องดวงเดือนเคลื่อนเวหน

น้ำกระเพื่อมไหลหลั่งสองฝั่งชล

สายลมบนพัดวูบจูบกระทง

 

ปล่อยลงลอยจากไปจนไกลฝั่ง

สายตายังไม่เคลื่อนลับเลือนหลง

จนแสงเทียนดวงน้อยค่อยหรี่ลง

ตายังคงจดจ้องดูท้องธาร

 

ไม่มีเงางามงอนเหมือนก่อนนั้น

ไม่มีวันเพริศแพร้วแห่งแววหวาน

ไม่มีเราเคียงสองครองวิมาน

เหลือเพียงลานความหลังริมฝั่งชล

 

ขอขมานทีที่ไหลหลาก

ปีพลัดพรากบรรจบครบอีกหน

แต่คนรักจมหายตายน้ำวน

กระทงดลส่งสาส์นถึงกานดา

 

ด้วยคิดถึงน้องนุชสุดที่รัก

อกเพียงหักร้างเร่เสน่หา

ไม่ขอมีรักใหม่ไกลแก้วตา

แม่คงคาโปรดเห็นเป็นพยาน

 

คืนนี้เพ็ญเด่นดวงในห้วงฟ้า

ดุจดวงหน้าอดีตแฟนที่แสนหวาน

ยิ้มรับรักด้วยฤกษ์อันเบิกบาน

เชื่อมผสานสองโลกคลายโศกเอย                                

๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๐

16 พฤศจิกายน 2556 07:13 น.

เนื้อคู่ : A match

Prayad

เนื้อคู่

หากความรักนั้นเป็นเช่นกุหลาบ

ฉันใคร่ทาบเป็นใบใกล้บุปผา

เราเติบโตร่วมทุกข์สุขพบพา

สวนมาลาหรือทุ่งร้างต่างพบพาน

 

หากฉันเป็นถ้อยคำพร่ำสลัก 

มีความรักดุจโทนเสียงสำเนียงหวาน

ริมฝีปากฝากสัมผัสรึงรัดนาน

หอมหวนปานนกเล่นฝนยลตะวัน

 

สุดที่รักหากเธอเป็นชีวิต

ฉันขอคิดเป็นความตายรักหมายมั่น

ร่วมเรืองรองหิมะหล่นทุกข์ทนกัน

หฤหรรษ์เดือนมีนาบุปผางาม

 

               หากเธอเป็นเลดี้แห่งเมษา

               พฤษภาฉันเป็นลอร์ดยอดสนาม

               เฝ้าชี้ชวนสวนสนุกทุกโมงยาม 

               จวบวันข้ามคืนค่อนก่อนทิวา

 

หากเธอเป็นราชินีแห่งความสุข

ฉันเป็นทุกข์แห่งราชันย์ขวัญผวา

ร่วมกำราบความรักกันสักครา

ขนปีกกล้าถอนสิ้นหยุดบินจร

 

                ตีนนั้นเล่าจำกัดคอยวัดไว้

               ส่วนปากใส่บังเหียนเฆี่ยนสั่งสอน

               เพียงเธอเป็นราชินีศรีอาทร 

              เจ็บปวดร้อนแห่งราชันย์...ฉันยินดี

A match 

If love were what the rose is And I were like the leaf,

Our lives would grow together

In sad or singing weather, Blown fields or flower closes,

Green pleasure or grey grief;

If love were what the rose is,

And I were like the leaf.

If I were what the words are,

And love were like the tune, 

With double sound and single Delight

our lips would mingle, With kisses glad as birds are

That get sweet rain at noon;

 If I were what the words are,

 And love were like the tune.

If you were life, my darling,

And I your love were death,

We’d shine and snow together Ere March made

sweet the weather With daffodil and starling

And hours of fruitful breath;

If you were life, my darling,

 And I your love were death.

 If you were April’s lady, And I were lord in May,

 We’d throw with leaves for hours

 And draw for days with flowers,

 Till day like night were shady,

  And night were bright like day;

If you were April’s lady,

And I were lord in May.

If you were queen of pleasure,

And I were king of pain,

We’d hunt down love together,

Pluck out his flying feather,

And teach his feet a measure,

And find his mouth a rein;

If you were queen of pleasure,

And I were king of pain.

(Algernon Charles Swinburne, 1837 – 1909, Translated by P.Pantasri)

5 พฤศจิกายน 2556 07:38 น.

อย่าครวญคร่ำรำพันหากฉันสิ้น : No longer mourn for me when I am dead

Prayad

อย่าครวญคร่ำรำพันหากฉันสิ้น

อย่าครวญคร่ำรำพันหากฉันสิ้น

เกินกว่ายินเสียงสั่งระฆังไข

สื่อโศกเศร้าเหงาผ่านส่งสาส์นไป

เตือนโลกให้รู้ทีฉันหนีมา

 

หนีจากโลกโสมมหนอนจมเจาะ

อย่าจำเพาะจดจำคำนี้หนา

ทั้งลายมือสื่อรักปักอุรา

จักชักพาให้ลืมหวานแห่งวันวาน

 

หากเธอคิดถึงฉันแล้วฝันเพ้อ

ยิ่งพาเธอโศกเศร้าสุดร้าวฉาน

ยามฉันผุพังสิ้นเป็นดินดาน

เหลือกลอนกานท์อ่านค้างเมื่อห่างกัน

 

อย่าใส่ใจชื่อเสียงใครเรียงร้อย

แต่เพราะรักเลิศลอยค่อยโศกศัลย์

แม้นชีวิตฉันปลิดปลงคงจาบัลย์

จึงรำพันเศร้าโศกให้โลกดู

No longer mourn for me when I am dead

 

No longer mourn for me when I am dead,

Than you should hear the surly sullen bell

Give warning to the world that I am fled

From this vile world with vilest worms to dwell:

Nay if you read this line, remember not

The hand that writ it, for I love so,

That I in your sweet thoughts would be forgot,

If thinking on me then should make you woe.

O if (I say) you look upon this verse,

When I (perhaps) compounded am with clay,

Do not so much as my poor name rehearse;

But let your love even with my life decay

            Les the wise world should look into your moan,

            And mock you with me after I am gone.

(William Shakespeare, 1564-1616, Translated by P.Pantasri)

Calendar
Lovers  0 คน เลิฟPrayad
Lovings  Prayad เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟPrayad
Lovings  Prayad เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟPrayad
Lovings  Prayad เลิฟ 0 คน
  Prayad
ไม่มีข้อความส่งถึงPrayad
>