5 พฤษภาคม 2556 12:27 น.

นายหงอก

EthanHank

ช่วงสั้นๆที่พ่อแม่ผมทนคิดถึงลูกไม่ไหว จึงมารับผมจากสัตหีบไปอยู่ด้วยที่ กทม. ย่านลาดพร้าว
สมัยนั้นซอยบ้านผม เป็นถนนลาดยางมะตอย แถมมีจำนวนหลุมบ่อมากกว่าทางเรียบ ฝนตกเพียงนิดเดียวน้ำก็ท่วมแล้ว
สภาพบ้านผมตอนนั้นเป็นสลัมขนาดย่อม มีบ้านไม้หลังคาสังกะสีสนิมเขรอะปลูกติดกัน 4 หลัง บ้านผมอยู่หลังในสุด ต้องเดินไปบนสะพานไม้ราว 30 เมตร ถึงจะเข้าบ้านได้ สภาพบ้านยกสูงขึ้น เพราะด้านล่างเป็นน้ำสีดำ มีระดับความเข้มของสีที่ Coke หรือ Pepsi ต้องเรียกทวด
พ่อแม่ออกไปทำงานตั้งแต่เช้าทิ้งผม (ไม่ได้แปลว่า ทิ้งขว้างนะ) ไว้กับเครื่องเล่นเกมส์ ยี่ห้อ Artari ซึ่งถือว่า Hi so เอามากๆ ผมนั่งเล่นได้ทั้งวัน ครึ่งวัน หมดไปกับ Pack man อีกครึ่งวัน เป็น Battle Tank เพราะความบ้านนอกที่ไม่เคยเจอ แถมยังเล่นบนทีวีสี ยิ่งตื่นตาตื่นใจเข้าไปใหญ่ เพราะผมเคยดู แต่ ทีวี 3 สี คือ ดำ เทา ขาว
ไม่นานนักก็เริ่มเบื่อ บอกแล้วว่าผมเป็นคนซนมาก ต้องหาแนวสนุกใหม่ๆเรื่อยๆ เลยออกมานั่งทอดหุ่ยบนสะพานทางเดินเข้าบ้าน อึดใจนึงผมก็พบเพื่อนใหม่ แต่ต่างสายพันธุ์ เค้าคือปลาช่อนขนาดเขื่องพอๆกับต้นขาผม
เพื่อนใหม่ผมมีสีขาวๆ ปุปะ ที่หัว หลายจุด เค้าทอดสมอลอยนิ่ง ดูเผินๆคงคิดว่าปลาปลอม .. นึกสนุกลองเอาหินปาลงข้างๆตัวเขา เสียงสาวไพเราะดังในหัวผม "ไม่มีสัญญาณตอบรับจากก้อนหินที่ท่านปาค่ะ" ถ้าผมได้เรียนธรรมในตอนนั้น คงคิดว่าเพื่อนผม บรรลุแล้ว ไม่ไหวติงนิ่งสนิทกับเหตุการณ์รอบตัว "เราปลงแล้ว" ท่านคงว่าอย่างนั้น
ผมเริ่มตีสนิทโดยการโยนข้าวสุก ไปตรงหน้าเพื่อนใหม่ สมอถูกถอนทันที แล้วเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ข้าวเม็ดขาวก้อนขนาดนิ้วโป้ง หายวับไปกับตา อ้าว! ยังไม่ปลงนี่หว่า
พอเริ่มจะคุ้นเคยกันดีแล้วเลยถือวิสาสะตั้งชื่อให้ "ไอ้หงอก" เพราะจุดขาวๆบนหัว ดูราวคนผมหงอก คุ้นเคยกันมากเข้า เค้าก็พาเพื่อน ขนาดไล่เลี่ยกันมาให้ผมรู้จักอีก 2 คน (ตัว) ยุ่งเลยคราวนี้ เพราะ หัวหงอกกันทุกคน (ตัว) แต่ไม่ยากเกินจะจำได้ เลยมี หงอก2 หงอก3 ตามมา แอบอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไม เค้าหัวหงอกกันทุกคน (ตัว)
แม่ผมจะกลับบ้านตรงเวลาทุกวันคือ 6 โมงเย็น ผมจะไปนั่งรอแม่ที่ม้าหินอ่อน หน้าสะพานเสมอ วันนั้นฝนตกปรอยๆ ผมเห็นแม่แต่ไกล แม่ใส่ชุดออฟฟิศ สีน้ำเงินอ่อน ตรงปกขลิบขาวเล็กๆ ภาพแม่เข้าใกล้มาเรื่องๆ แต่แล้วจู่ๆ แม่ก็โดดลงไปในแอ่งน้ำที่ขังอยู่บนถนน ผมไม่รู้ว่าแม่ทะเลาะกับอะไร เห็นปล้ำตบตีกันชุลมุน ผมรีบวิ่งไปหาแม่ทันที
คู่ชก ของแม่ คือ ปลาช่อนตัวเกือบเท่าผม (วัย 5 ขวบ) กำลังชกกันนัวเนีย ระฆังก็ไม่มีทีท่าว่าจะลั่นหมดยกสักที
บ้านผมมีเรือพลาสติกลำน้อยๆสีฟ้า เพื่อเอาไว้ใส่ของจากร้าน หรือ ตลาดเวลาน้ำท่วม ... เจ้าช่อน คู่ชกของแม่ นอนในเรื่อด้วยอาการ เกรี้ยวกราด ไม่ยอมแพ้ ราวกับจะบ่นว่าไม่แฟร์ เพราะเล่นชก 2 รุม 1
ถึงบ้านเราสองแม่ลูกมองหน้ากัน ผักกระเฉด และเครื่องแกงส้ม ที่เป็นของประจำตู้เย็นบ้านเรา พร้อมอยู่แล้ว เห็นชัดเจนว่า ปลายทางของคู่ชกของแม่จะจบตรงไหน เวลาผ่านไปหลายอึดใจ เรายังตัดสินใจไม่ได้ จนกระทั่งพ่อผมขี่รถ SuZuki Rc 100 คันเก่งกลับมาถึงบ้าน ประชาธิปไตยภายในบ้านจึงเริ่มขึ้น 3คน ย่อมมี ข้างน้อยและข้างมากแน่ๆ ผลการลงคะแนนเสียง ปรากฎว่า "งดออกเสียง" ทั้ง 3 ผู้มีสิทธิ
เพื่อนผม 3 คน (ตัว) มีพี่เบิ้มคุมบ่อ (คงต้องยกตำแหน่งให้เค้าเพราะขนาดต่างกันมาก) คน (ตัว)ใหม่ลงไปร่วมแก๊งค์ด้วย ไม่นานเกินรอ พี่เบิ้มก็เริ่มหัวหงอก พ่อผมบอกว่า หัวมันไม่หงอกหรอก แต่มันเป็นขี้กลาก เหมือนผมเวลาที่ขี้เกียจอาบน้ำ อดสงสัยไม่ได้ว่าเพื่อนผมอาบน้ำตลอดเวลา แล้วทำไมยังเป็นขี้กลากหว่า
แบบนี้ต้องเดินทางสายกลาง คือ อาบบ้าง ไม่อาบบ้าง คงจะไม่เป็นขี้กลากเป็นแน่แท้
30 เมษายน 2556 16:50 น.

ผีหลอกผม

EthanHank

ผมริเป็นสิงห์อมวันตั้งแต่หัวเท่ากำปั้น โดยแอบเก็บก้นบุหรี่ที่เหลือจากพวกขี้เหล้าแถวบ้าน แล้วแอบไปปฏิบัติการ ที่บ้านบนต้นมะปรางของผม
หลังบ้านผม มีต้นมะปรางต้นใหญ่ (มาก) คุณสมบัติที่ดีของต้นมะปรางคือ กิ่งก้านของมันไม่เปราะ เหนียวมาก ไว้ใจได้

เราค่อยๆลำเลียงไม้กระดานขึ้นไปเหมือนนกที่คาบเศษหญ้าไปสร้างรังทีละเส้น สำเร็จเสร็จสิ้น หมู่บ้านบนต้นมะปราง มี 3 หลัง ด้วยกัน บ้านผมอยู่ในทำเลที่ดีที่สุด เพราะใช้อำนาจสิทธิ์ ว่าเป็นเจ้าของต้นมะปรางต้นนี้

ข้าวเช้าและเย็น กินบ้านใครบ้านมัน ส่วนข้าวกลางวัน ถ้าเราไม่ไปซนที่ไหน ก็จะมารวมตัวกันกินที่ห้องรับแขก (มีห้องรับแขกด้วย หรูจัด) ซึ่งอยู่ชั้นล่างสุด

เราใช้ระบบลอกลำเลียงสิ่งของที่ต้องการไปตุนไว้ น้ำปลา กะปิ น้ำตาล ขนม ที่ขาดไม่ได้คือ หนังสือ การ์ตูน (ตอนหลัง มี เอ่อออ หนังสือ โป๊ แถมมาด้วย) ซึ่งมีหีบหับไว้เก็บอย่างดี

ถ้าคุณจะนึกถึงภาพ "บ้าน" ของพวกผมให้นึกถึง โลงศพที่มีแค่ 3 ด้าน ตรงปลายเท้าเปิดโล่ง จะว่าไปก็แค่กันไม่ให้เวลาเผลอหลับ แล้วตกแอ้ก ลงมานั่นเอง หมอนเน่าๆอีก 1 ใบ เป็นอันครบ เฟอร์นิเจอร์ ขนาดของบ้าน กว้างพอให้นั่งขัดสมาธิ ได้ และล้มตัวลงนอนได้พอดิบพอดี

วันหนึ่งย่าผมรู้เข้าว่าเราแอบไปทำ "บ้าน" (รัง) ไว้ หลังจากอาบน้ำประแป้งจนขาววอก กินข้าวอิ่ม ย่าเริ่มเล่ากึ่งๆนิทาน ว่าต้นไม้ทุกต้น จะมีสิ่งที่ "เคย" มีชีวิตอาศัยอยู่ และจะผสมผสานจิตใจเข้ากับเนื้อไม้ต้นนั้น เวลาเราเอาตะปูไปตีตอก หรือเอาคมมีดคมเลื่อยไปฟัน มันจะเจ็บปวด และ ร้องครวญครางในเวลาดึกสงัด เอาล่ะสิ!

ในตอนนั้นผมเป็นคนกลัว สิ่งที่"เคย"มีชีวิต ขี้ขึ้นหัว หลังไม่เหลือแสงอาทิตย์แล้ว บันไดขั้นสุดท้าย อย่าหวังจะได้ต้อนรับเท้าของผม ย่าบอกว่า ผีจะคอยจับขาตรงบันไดขั้นสุดท้าย เรื่องอะไรจะยอมให้จับ ไม่ได้โง่นี่นา

ด้วยความอยากรู้อยากเห็นประกอบกับรู้สึกกังวลใจอย่างบอกไม่ถูก ผมรวบรวมความกล้า พกพาความมั่นใจมาเต็ม "ห่อ" เป็นห่อผ้ายันต์สีแดงซึ่งทำหน้าที่เป็นที่บรรจุ"ความมั่นใจ" ของผมนับ เกือบ 100 องค์

แสร้งทำลุกมาฉี่ แล้วแอบลงบ้าน เดินไปที่โคนต้นมะปราง พร้อม กับ 2 ด่าง คือ ไอ้ด่างกับอีด่าง หูลู่ ส่ายหางจนสั่นไปถึงตูด เดินตามผมไปด้วย พอใกล้ๆโคนต้น เท่านั้นล่ะ ฉิบ! เสือกหอน 

ระดับ"ความมั่นใจ"ของผมแปรผกผันกับความยาวและระดับความดังของ เสียง 2 ด่าง
ถึงโคนต้นจนได้ ในจังหวะที่ 2 ด่างหยุดหอน ผมได้ยินเสียงร้องไห้!!!

ไม่ต้องห่วงครับตอนนั้นถ้าโอลิมปิคมีแข่งวิ่ง 20 เมตร เป็นเป็นเจ้าของเหรียญทองแน่ๆ ปู่ย่าตื่นตกใจที่ได้ยินเสียงหลานวิ่งตึงตังผลุบเข้ามุ้ง เปิดไฟมาถาม "ผีหลอกครับ" เดือดร้อนปู่ต้องเอาน้ำมนต์มาพ่นและกล่อมจนหลับ

ปกติหลังกินข้าวเช้าเสร็จถ้าไม่ไปซนที่ไหนก็เจอผมแน่ครับบน "บ้าน" แต่วันนี้ขอเช็คชัวร์ก่อน แดดแรงได้ที่ จึงอืดรุดไปที่เกิดเหตุ

เหงยหน้าขึ้นไป ผมประหลาดใจ ที่เห็นเพื่อนขึ้นไปนั่งเขลงอยู่บน "บ้าน" ของเขาแล้ว ซึ่งปกติเราจะรอและปีนขึ้น "บ้าน" ไปพร้อมกัน

สังเกตุแล้ว ใบหน้ามันเกรอะกรัง ตาบวมฉึ่ง "ทำไมมึงขึ้นไปก่อนพวกกูวะไอ้ต้อ"
ถึงตรงนี้ย้อนกลับไปอ่านที่ต้นเรื่องก่อนได้เลยครับ

......ผมริสูบบุหรี่ตั้งแต่สมัยหัวเท่ากำปั้น บน"บ้าน"ต้นมะปราง
ไอ้ต้อ ไปศึกษาและอาจจะไปลอง พรีเทสต์ มาก่อนแล้ว มันจึงพกยาขื่น ของตามันมา 1 มวน พร้อมหมากอีก 1 จีบ

มันเคยกินหมาก แต่คงไม่เคยกินหมากแล้วสูบยาไปด้วย! หลังจากเสร็จการทดลอง พวกผม 3 คน ลงมาก่อนมัน

หลังจากตะโกนไถ่ถามกันในระดับ 1 แหงน 1 ก้ม ได้ใจความว่า "เหี้ยแม่ง มึนจัดจนเผลอหลับ ตื่นมาก็มืดมากแล้ว หิวข้าวก็หิว แต่ไม่กล้าลง กลัวผีผลัก แถมหมามึงหอนอีก ผีมาแล้วแน่ๆเลย"
ผมรู้แล้วล่ะว่าเมื่อคืนผีตนไหนมันร้องไห้ ให้ผมได้ยิน ผมนี่คงเป็นแรงบันดาลใจของ DJ ป๋องแหงๆ

ทำไมผมถึงอยากลองสูบบุหรี่ ผมไม่ได้อยากเท่ห์แบบพระเอกหนัง รึอยากรู้ในฤทธิ์ของมัน แค่อยากมีควันออกจากปากเวลาพูดแบบ ฝรั่ง ... ดูด อม พ่น......อ่าห์ กูอยู่ลอนดอนแล้ว
				
29 เมษายน 2556 14:50 น.

ล้มลุก

EthanHank

               ผมเป็นคนที่วาดรูปได้ห่วยแตกมาก ฝีมือสมัยประถมเป็นยังไง ตอนนี้ก็ไม่แตกต่าง วันก่อนผมกระแดะออกมาวาดรูปวิว หน้าบ้าน อดชื่นชมตัวเองไม่ได้ว่าเป็นคนที่สม่ำเสมอคงเส้นคงวาจริงๆ ยังคงเหมือนเด็กเอาปากกามาขีดเล่นในสมุด
              ฝนของช่วงสงกรานต์กำลังโปรยลงมาแผ่วๆ ได้ยินความเหงาของตัวเองกระทบลงบนใบหญ้า ไม่ดังมาก แต่ชัดเจน และมีความถี่ สม่ำเสมอ
              มะเขือเทศแสนรัก ทอดร่างเหี่ยวเฉา กองลงกับพื้นดิน ใช่! มันตายแล้ว! ผมได้แต่หวังว่ามันจะเกิดมาใหม่ เพราะคุณครูสมัยประถม บอกว่ามันเป็นพืชล้มลุก 
              มะเขือเปราะ ที่รายล้อมอยู่รอบบ้าน ออกลูกผลมากมาย แต่ตอนนี้กลายเป็นสีเหลือง บางลูกก็เน่าไปแล้ว แต่เมล็ดภายใน มันคงคว้าร่มชูชีพทัน ดิ่งลงดินเพื่อเกิดใหม่อีกครั้ง
          ทั้ง 2 มะเขือกระซิบบอกผมว่า พวกเขาเหมือนความเหงาที่สุกงอมเต็มที่ แต่เมื่องอกเจริญเติบโตใหม่
ก็จะกลายเป็นต้นกล้าแห่งความหวังและความสุขอีกครั้ง
มะเขือ "ล้ม" แล้วมันยัง "ลุก" แล้วทำไมคนที่ "ล้ม" จะ "ลุก" ไม่ได้				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟEthanHank
Lovings  EthanHank เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟEthanHank
Lovings  EthanHank เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟEthanHank
Lovings  EthanHank เลิฟ 1 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงEthanHank
>