กลอนข้อคิด

คิดเสียว่าเป็นเวรกรรม

นักสืบไร้ชื่อ


   
    วัวลืมตีนคนโบราณท่านกล่าวไว้
ถ้าเมื่อใด ได้มา จงหย่าหลง
อย่าลืมถิ่นกำเนิดเกิดเป็นคน
คิดว่าตนยิ่งใหญ่เหนื่อใครๆ
   หากลืมสิ้นแม้ถิ่นกำเนิดแล้ว
ไม่คาดแคล้วจะวิบัติเป็นไหนๆ
จะเป็นเพียงเถ่าถ่านในกองไฟ
ไม่มีค่าอะไรให้จดจำ
  คนบางคนลืมว่าตนเคยลำบาก
จ้องสร้างฉากบังหน้าอันเลิศล้ำ
ทำให้ดูมีค่าดั่งทองคำ
กำเอ๋ยกรรม ลืมค่าความเป็นคน
 ลืมหมดสิ้นสัญญาที่ว่าไว้
ความไว้ใจที่ให้ไปไม่มีผล
ช่วยทุกอย่าง ให้ทุกอย่าง อย่างอดทน
ช่วยให้คน คนหนึ่ง จนได้ดี
   ช่างเขาเถอะคิดเสียว่าเป็นเวณกรรม
ใครกระทำอย่างไรจะเกิดผล
เวณกรรมนั้นติดจรวด ตามตัวตน
ให้ทุกคนชดใช้กรรมที่ทำมา
เรามีบุญร่วมกันเพียงเท่านี้
ได้แค่นี้ก็ดีเป็นหนักหนา
เมื่อหมดบุญหมดเวรกรรมที่ทำมา
ต้องจากลา เสมือนว่า ทางใครทางมัน....

สามสาวเหยียบหมา

เชษฐภัทร วิสัยจร


สามสาวรุมเหยียบน้อง.........ลูกหมา
อึ้งตกใจคาตา......................แตกอึ้ง
หรือเป็นคลิปโฆษณา.............เขาจัด ฉากฤา
ใครจะใจร้ายทึ้ง...............ถีบน้องหมาลง

ปลงด้วยเป็นยุคสร้าง............แสวงหา
อัตลักษณ์ใหม่เด็กพา............เพื่อนพ้อง
อยากเด่นอยากดังคา.............คับคั่ง
อยากเกิดถึงกับต้อง..............ฆ่าน้องหมาโชว์
คุยโวทุนมนุษย์แกล้ง............อวดกัน โพสเฟสบุคประชัน.............ชาติได้ สวย-หล่อ-เก่ง-ฮา ฉัน..............อวดยาก กระนั้นฤา เลยอยากอวด-โหด-ไว้.............ว่าน้องแน่เสมอ

เป็นกูรู

บุญพร้อม


  กูรูรู้ วิชา ปัญญามากแต่ไร้ปาก ไร้ตา มีค่าไฉน
ดังตำรา กองเร้น เป็นเชื้อไฟ
ประโยชน์ใดก็ไม่เห็นเป็นชิ้นอัน
 
  เป็นกูรู  น่าจะแจก แลกความรู้
มิใช่หลู่  ส่อเสียด จ้องเหยียดหยัน
คนโน้นร้าย คนนั้นดี จนตีกัน
นี่หรือท่าน ผู้รู้ ครูของเรา

บนความแตกต่าง

ร้อยฝัน


กินขนมมั๊ย
มือป้อม ๆ ยื่นออกไปจากใจขาว
ไม่มีเสียงสำเนียงใดบอกเรื่องราว
ความทรงจำนานยาวไม่ลืมเลือน
เธอบอกว่าเราเหมือนกันฉันว่าไม่
เพียงหัวใจเราสองคล้องเป็นเพื่อน
ฉันคือจันทร์เธออาทิตย์มิบิดเบือน
จากวันเดือนเลื่อนเป็นปีที่จดจำ
เธอคิดต่างฉันคิดแยกช่างแปลกหนอ
หนึ่งคนรอ หนึ่งคนห่างช่างน่าขำ
คนหนึ่งทุกข์คนหนึ่งปลอบเราชอบทำ
ฉันคอยย้ำ เธอไม่สน จึงบ่นไป
เป็นเพียงความผูกพันธ์อันเก่าก่อน
หากนึกย้อนวันนี้จะมีไหม
ฤาฝังลึกอยู่ในห้วงแห่งดวงใจ
รอวันใดความสัมพันธ์นั้นกลับมา

ลิเกไทย

กุ้งหนามแดง


จะเอ่ยถึงเรื่องจันทโครพ
ที่ต้องพบวินาศด้วยขลาดเขลา
เมียยื่นดาบให้โจรตะโกนเอา
สัญญาเปลี่ยนฟ้าเทาให้เรืองรอง
หลงคารมคนพาลถูกหว่านล้อม
นางจึงพร้อมเหลวไหลเทใจสอง
คำนึงถึงผลลัพธ์ใจคับพอง
ลืมไตร่ตรองมองข้ามความเป็นจริง
ใช้ชีวิตโลดโผนกับโจรป่า
ร่วมเข่นฆ่าทำร้ายทั้งชายหญิง
ทรัพย์ทั้งมวลเหลือล้นล้วนปล้นชิง
ขาดเพียงสิ่งเคยโปรยฝันโบยบิน
จึงได้แต่เสียใจ...ในวันนี้
พรากสิ่งดีคร่ำครวญหวนถวิล
ถึงตระหนักแสงสว่างกระจ่างจินต์
ตอนได้ยินฝาผอบกระทบดอน
..

แสงสุรีย์

แก้วประเสริฐ


               สุรีย์แสง
๐ ม่านเมฆฟ้าคราตะวันพลันส่อง
ความหมายปองคนเราเฝ้าหวนหา
ชีวิตนั้นเปรียบไปคล้ายตำรา
ส่องสาดมาเพื่อชีพยั้งยืนยง
๐ ครั้นดำรงคงไว้ในความหมาย
ย่อมกลับกลายกาลมาคราประสงค์
บ้างเหลือไว้ในโลกโฉลกดำรง
ส่วนที่คงเหมือนเดิมย่อมเสริมเอา
๐ อันแปรเปลี่ยนเวียนวนปนดีชั่ว
ต่อเติมยั่วโลกีย์ที่ขลาดเขลา
เศร้าปนสุขมีไว้ไม่บรรเทา
ปวงชนเอาแต่ใจคล้ายปนเป
๐ สิ่งหัวร่อปนทุกข์ปลุกใจเข็ญ
แตกประเด็นมากมายคล้ายหวนเห
ดีหรือชั่วมิได้ให้มาคะเน
บ้างก็เซบ้างรุกปลุกหัวใจ
๐ ที่เกิดมายากแล้วมิแคล้วพราก
ดุจของฝากธรรมชาติสาดสิ่งไสว
รู้ทั้งรู้และทำซ้ำเติมไป
นี่แหละไซร้คนเอาเฝ้าคะนอง
๐ ดุจดั่งแสงตะวันอันสาดส่อง
ปะปนผองไสวสว่างบ้างมืดหมอง
ชีวิตคนทั้งหลายล้วนให้ลำพอง
มิได้สนองดำรงคงฝ่าฟัน
๐ หลงเมามัวความงามยามผ่องใส
กอร์ปคลั่งไคล้มืนเมาเฝ้าแต่ฝัน
ยากจำแนกดีงามหยามปนกัน
ดุจดั่งฟันกับลิ้นปลิ้นหลอกลวง
๐ คล้ายแสงของตะวันอันแจ่มใส
แต่ภายในปรวนเปเล่ห์ในหวง
ล้วนแตกไว้ต่อสิ่งอิงทั้งปวง
นั้นเป็นห่วงผูกมัดจัดคนปอง.
           แก้วประเสริฐ.

ฉันชื่อ “ปัจจุบัน”

เปลวเพลิง


เธอรักฉันหรือไม่ใคร่ขอถาม
รักนิยาม “ปัจจุบัน” ชื่อฉันไหม
ตอบว่ารัก-หากเธอเฉยปล่อยเลยไป
นั่นจะสร้างประโยชน์ใดให้แก่เธอ
ฉันเป็นทั้งความงามเป็นความรัก
เป็นทุกข์หนักหน่วงใจได้เสมอ
ด้วยภักดีมอบกมลหมายปรนเปรอ
บัดนี้เก้อ-คอยหายหลายขวบปี
ฉันไม่สวยไม่สะหรือไฉน
เธอจึงมิสนใจและหน่ายหนี
มองข้ามฉันไม่คำนึงถึงสิ่งดี
ที่ฉันพลีเป็นของขวัญกำนัลมา
เธอรักฉันหรือไม่ใคร่ขอถาม
รักนิยามยิ่งใหญ่ฉันไหมหนา
วันพรุ่งนี้เธอมีแต่แก่ชรา
ฉันคงค่าสวยใสไม่เว้นวาย
ถ้าพรุ่งนี้เธอเสียใจนะที่รัก
ฉันคงจักเศร้าโศกราวโลกสลาย
และได้แต่มองละเหี่ยอย่างเสียดาย
เพราะมิอาจเปลี่ยนดี-ร้ายเธอได้เลย
โอ้ที่รัก...วันนี้ยังไม่สาย
ถ้าเธอรักฉันมากมายอย่างเปิดเผย
ชื่อฉันคือ “ปัจจุบัน” อันคุ้นเคย
วานอย่าเฉย-รักและใช้-ทำให้ดี

เมื่ออยาก

บุญพร้อม


  เมื่ออยากลำบากกายต้องขนขวายเพื่อได้มา
ผิดหวังนั่งอ่อนล้า
โทษชะตา ข้าไม่ดี
  เพราะอยากเลยยากยุ่ง
พาจิตมุ่งอเวจี
เห็นกงจักร์ว่างามดี
จึ่งสิ้นศรีหมดที่ชม
  เมื่ออิ่มก็อย่าอยาก
มันจะยากหากช้ำตรม
เพื่อนพ้องร้องว่าสม
น้ำหน้านักทัก ไม่ฟัง

ลิ้นไม่มีกระดูก

Sa


ลิ้นคน..มันไมีมีกระดูก
อย่าตัดสินผิดถูก..แค่ชิวหา
ชีวิตคนอย่าตัดสิน..แค่ลมพา
ต้องคบหาถึงจะรู้..ความเป็นไป

ค่าของคน

Sa


ค่าของคนอยู่ที่..ผลของงาน
เกียจคล้านการงาน..ก็พิสูจน์ตัวตน
หน้าที่การงานของ..แต่ละคน
อาจจะวัดกันได้..ว่ายากดีมีจน
ขอแค่คุณไม่ดูถูก..ความเป็นคน
จะรวย หรือ จน เราก็คนเหมือนกัน

ไปที่ชอบ -- ที่ชอบ

ฤกษ์ ชัยพฤกษ์


เมื่อชีวิตเป็นสุขมีทุกอย่าง
มีรถขี่มีสตางค์ใช้เต็มที่
อยากจะเที่ยวประเทศไหนได้ทันที
แต่ก็มีคนห้ามปรามทุกวัน
 
อย่านะอย่ากินเหล้าเคล้านารี
ยาเสพติดไม่ดีอย่าสังสรรค์
อยากเล่นม้าเล่นไพ่เอาให้มัน
ต่างกีดกันไม่สมควรอย่าด่วนทำ
 
พอวางวายบอกให้ไปสู่ที่ชอบ
แล้วที่เคยวางกรอบห้ามเหยียบย่ำ
อนุญาติตอนตายใจเจ็บช้ำ
ที่อยากทำไม่ได้ทำช้ำใจจริง
 
พี่ดอกแก้วเคยบอก"ตายแล้วไปไหน"
แล้วแต่กรรมทำไว้ได้ทุกสิ่ง
ทำกรรมชั่วไปเกิดเป็นหมาเป็นลิง
หากกรรมดีปรี่ชิงเป็นเทวดา
 
หากฉันตายขอไปเกิดเป็นทายก
ละการชั่วกลัวนรกในชาติหน้า
เกิดใกล้วัดได้สมบัติเป็นทายิกา
บำเพ็ญเพียรภาวนาอยู่ด้วยกัน  อิอิ

แสงตะวัน

ทัณฑฆาต


เกิดอะไรขึ้นเล่าวิญญาณข้า?
จึงโรยแรงอ่อนล้าดูเหนื่อยหน่าย
มีมลทินใดเปื้อนปิดเงื่อนปลาย
ไม่ยินดียินร้ายอะไรเลย
 
ทั้งทั้งที่เหล่ามารอาละวาด
มาฉ้อฉลประเทศชาติอย่างเปิดเผย
ท่ามเมฆดำปกคลุมไม่คุ้นเคย
เกลื่อนกระดูกก่อเกยอยู่ก่ายกอง
 
ทั้งทั้งที่ศาสนาเริ่มเสื่อมทรุด
อมนุษย์ห่มเหลืองทำเรื่องหมอง
แดนศรัทธาล่าเงินสรรเสริญทอง
ไร้คนป้องปกปักรักษาธรรม
 
ทั้งทั้งที่เกียรติกษัตริย์แสนศักดิ์สิทธิ์
ถูกเบือนบิดจาบจ้วงล่วงถลำ
กบฏแอบแนบเนียนเขียนกระทำ
ต่างวาระต่างกรรมหลายครั้งคราว
 
สถาบันที่ภักดิ์ถูกผลักเล่น
ทุกเรื่องเด่นถูกสื่อกระพือฉาว
เหมือนหลับหูหลับตาหลับปวดร้าว
จรรยาบรรณเพียงดาวอุดมการณ์
 
เกิดอะไรขึ้นเล่าวิญญาณข้า?
เมื่อศูนย์รวมศรัทธาถูกพร่าผลาญ
ไฉนนิ่งดูดายคล้ายกบดาน
ปล่อยสาวกหมู่มารให้เหิมเกริม
 
ถึงเวลา แตกหัก อีกสักครั้ง
ถึงเวลา ยับยั้ง มารแพร่เพิ่ม
ถึงเวลา กอบชาติ อันหยาดเยิ้ม
ถึงเวลา ส่งเสริม แสงตะวัน

NO DAM

ประภัสสุทธ


น้ำมาปลากินมด 
น้ำลดมดกินปลา
น้ำฝนล้นไหลบ่า
น้ำตานองหน้าใคร

น้ำมาทำเขื่อนกั้น
น้ำตาบั่นใครกั้นไหว
ความทุกข์คนทั่วไป เขื่อนแบบใดกันกั้นอยู่

ความกลัวเป็นเหตุแห่งความเสื่อม

ฤกษ์ ชัยพฤกษ์


คงถูกปรามถามไถ่ให้เข้มงวด
เขาถูกแขวะเจ็บปวดมาหลายหน
ด้วยอาศัยเคยใหญ่จึงไม่ทน
ต้องหาคนพิชิตปิดปากมัน
 
พวกแบ่งข้างสองฝ่ายไม่ยี่หระ
ใช้คารมปะทะเวปสนั่น
จะควบคุมขัดขวางอย่างไรกัน
มิให้ถูกลงทัณฑ์ทำไงดี
 
จึงต้องเกิดระบบDisqus
เพื่อขจัดพวกขยะให้ละหนี
ให้คนเฒ่าสบายใจละคราวนี้
ไม่ต้องมีมลพิษมากวนใจ
 
พวกบรรดาสมาชิกต่างเดือดร้อน
เคยเข้ามาพักผ่อนเข้าไม่ได้
เคยได้ลงผลงานให้อ่านไว้
เลยหนีหายเวปเงียบเหมือนป่าช้า
 
อีกไม่นานคงเสื่อมสูญสลาย
ดั่งพฤกษายืนตายสมน้ำหน้า
เพียงแค่จะเอาใจท่านสั่งมา
อีกไม่นานคงต้องลาไปเหมือนกัน
 

สะสมทรัพย์

แก้วประภัสสร


สะสมทรัพย์เพิ่มค่าจะพาสุข
สะสมทุกข์ทุกวันมันเสียหาย
คนฉลาดเ้ก็บเพชรนิลสินมากมาย
คนใจร้ายสะสมเกลียดและเครียดตึง

เลือกเอาเถิดสิ่งใดที่ใจชอบ จะเก็บกอบเงินตราค่าสลึง หรือเก็บกอบเกลียดโกรธโปรดคำนึง สะสมซึ่งปัญญาดีกว่าเอย ----แก้วประภัสสร----

ทั้งที่รู้

บุญพร้อม


   ทั้งที่รู้  ทำไป 
เหมือนไม่รู้
สองตาดู หูฟัง  ยังไม่เห็น      
เชื่อได้ว่า
ฟังได้ว่า มันน่าเป็น
จึงไม่เว้น
ไม่ละ จะเคยตัว
 
  ยังเยาะเย้ย
หยามหยัน ว่าฝันเฟื่อง
เห็นเป็นเรื่อง
ขบขัน ว่าฝันมั่ว
ปณิธาน  แบบไหน ไม่ดูตัว
ใหญ่กว่าเจ้า
เขายังกลัว กันทั่วไป
 
  หากเรียนมา จนแก่ ได้แค่นี้
ก็เห็นที
สิ้นหวัง  พังจนได้
เพราะมัวแต่
แบ่งชั้น กันเรื่อยไป
แล้วเมื่อไร
ไทสงบ พบเรื่องงาม

แค่นี้แหละ ชีวิต

บุญพร้อม


 โลกไม่เคย สะดุด หรือหยุดนิ่ง
พาทุกสิ่ง ไหลเลื่อน ได้เคลื่อนไหว
ที่หมดแรง เสื่อมสลาย ก็ตายไป
นั่นมิใช่  สิ้นเชื้อ  คงเหลือดิน
 
 ให้พืชพันธุ์ นกกา ได้อาศัย
ผลิตเส้นใย กันไป ไม่จบสิ้น
จุดสุดท้าย ทุกอย่าง ย่อมพังภินท์
กลับเป็นดิน เหมือนเก่า ให้เราเดิน
 
  แค่นี้แหละ ชีวิต ใยคิดมาก
มีพบพราก ทั้งนั้น ที่ฉันเห็น
หนีไม่พ้น โลกกำหนด เป็นกฎเกณฑ์
ไม่โอนเอน  เข้าข้าง  อย่างกฎ…..เรา
 
หน้า / 28  
ทั้งหมด 468 กลอน