กลอนข้อคิด

ต่อเทียน

เสี้ยว


"ตัวเทียนนั้นไม่ได้ต้องเสียอะไรเลยมิใช่หรือ
ถ้าจะเอามาต่อเทัยนอีกเล่มให้สุกสว่างขึ้นมา"

"ใบไม้บนพื้นทราย"

ภีม


ปลิดขั้วปลิวพริ้วล่วงร่วงบนทราย
เปื่อยสลายตามกาลที่ผ่านผัน
อากาศเย็นร้อนรุกทุกคืนวัน
เร่งบีบคั้นทำลายกลายเป็นดิน
เปื่อยผุพังไม่ยั่งยืนฝืนไม่ได้
สลายไปเปื่อยป่นจนหมดสิ้น
กาลเวลาขย้ำกล้ำกลืนกิน
ต้องพังภินท์เปื่อยป่นบนพื้นทราย
กลางคืนที่เหน็บหนาวดาวเต็มฟ้า
ส่องแสงจ้าสว่างต่างเฉิดฉาย
หยาดน้ำค้างฉ่ำเย็นเซ็นกระจาย
ระเหยหายเมื่อฟ้ารับตาวัน
ดินชุ่มฉ่ำน้ำค้างที่พร่างพรม
ยอดหญ้าล้อเล่นลมที่โลมผ่าน
ทุกทุกสิ่งเคลื่อนไหวไปตามกาล
ดั่งดนตรีขับขานแล้วจบลง
ทุกสิ่งล้วนเปลี่ยนแปรไม่แน่นอน
เป็นคำสอนให้ละโลภโกรธหลง
อย่ายึดมั่นอัตตาว่ามั่นคง
จักดำรงยั่งยืนฝืนอนิจจัง
เป็นปรัชญาใบไม้ให้ข้อคิด
ช่วยสะกิดตักเตือนเหมือนสอนสั่ง
เกิดมาแล้วชีวิตนี้ไม่จีรัง
ล้วนต้องพังแตกดับลับสิ้นไป ฯ

รักสร้างโลก..

นิติ


เขาบอกว่าความรักสร้างโลก
ความโกรธที่ใด้จากความรักหล่ะ.....เคยคิดถึงหรือเปล่า
คิดอะไรที่มันง่ายเกินไปมันไม่เกิดผลดีในอนาคตหรอกน่ะ
จิตใจเราคิดว่าทำถูกเสมอ....ทั้งๆที่คนส่วนใหญ่..พ่อแม่พี่น้องบอกว่าไม่ถูก
แต่ไม่รับฟังเจตนาดีของเขาน่ะ.....นี้แหละเขาจึงว่าความรักทำให้คนตาบอด
สร้างโลกให้วุ่นวาย ...จริงไหม..คุณว่า

ชาติชายต้องไว้ลาย

นิติ


อยู่อย่างเสือที่ไว้ลาย
อยู่อย่างนายที่คุมเชิง
อยู่อย่างนี้มีร่าเริง
อยู่อย่างเขาสรรเสริญยินดี
อยู่ได้อย่างใจคือไทยแท้
อยู่ดูแลแม่พ่อก่อศักดิ์ศรี
อยู่อย่างคนถึงจนไม่ค่อยมี
อยู่อย่างนี้เป็นเป็นคนดีของสังคม

กว่าจะรู้

zonkung


กว่าจะรู้จะซึ้งถึงสิ่งๆหนึ่งที่มีค่า
กว่าจะรู้ว่าวันเวลาที่มีเธอเคียงข้าง
....มันอบอุ่นใจ
กว่าจะรู้สึกถึงความรักที่มากมี
...ที่ยิ่งใหญ่
กว่าจะรู้จะเข้าใจ
ก็เมื่อสิ่งนั้นหายไป...ไม่มี

ชีวิต...

ธารา


ทุกทุกคน ในโลกนี้ ที่เกิดมา
ต่างก็ไขว่ ต่างก็คว้า หาสุขสันต์
ทุกทุกเดือน ทุกทุกปี ที่วี่วัน
จึงต้องฝัน ต้องใฝ่ ไต่เต้าตาม
ทุกลีลา ท่าที แห่งชีวิต
จึงต้องคิด พิจารณา อย่าผลีผลาม
ทุกบทบาท หน้าที่ ต้องดีงาม
พยายาม ก้าวตามทาง ที่สร้างสรรค์
ทุกคราวครั้ง  หากพลั้งผิด ชีวิตแย่
ต้องหมั่นแก้ แปรปรับ ให้กลับผัน
ทุกคคราวครั้ง ถึงก้าวถูก  ยังถูกหยัน
ก็อย่าหวั่น อย่าท้อ ต่อความดี
ทุกชีวิต เมื่อคิดดี ย่อมมีผล
ความดีดล ให้พร้อมพรัก  ด้วยศักดิ์ศรี
ทุกชีวิต ในสังคม นิยมดี
สังคมนี้ ย่อมดีเด่น ร่มเย็นเอย...

รับน้อง..ฉบับมองต่างมุม

ตะวัน


น้องของฉันฉันด่าเพราะว่ารัก
ให้แน่นหนักหนักแน่นดั่งแท่นผา
มหาลัยใช่มีแค่แต่ตำรา
รู้วิชาเอาตัวรอดคือยอดคน
ออกทำงานผ่านผู้คนหลายชนนัก
ใช่รู้จักเพียงถ้อยถักหลักเหตุผล
ต้องรู้ผ่อนอ่อนน้อมยอมถ่อมตน
คนเหนือคนใช่มือแข็งแต่แกร่งใจ
ให้รู้รักสามัคคีให้มีเพื่อน
ให้รู้เตือนใช่ขันแข่งแย่งกันใหญ่
ถึงพี่ด่าแต่ว่าเพื่อนจะเหมือนใจ
ประคองไปให้ถึงฝั่งดั่งพี่ทำ
ใครจะมองฟ้องสื่อไม่ถือเขา
หวังแค่เจ้าก้าวไปไม่ถลำ
ในเส้นทางกว้างใหญ่ไร้กรอบนำ
สมกับคำคนกล้าปัญญาชน

พร้อม

...


หนึ่งครั้งที่พลาด  เธออาจไม่รู้
ผิดแล้วเป็น        ครูรู้อยู่แก่ใจ
หนึ่งครั้งที่ผิด      จงคิดแก้ไข
จดจำเอาไว้        เป็นบทเรียน
ชีวิตสอนให้เรียนรู้ว่า
เราสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกวินาที
แม้ในใจของเราเองก็ตาม
ลูกโป่ง....ยามล่องลอยต้องใช้ลม
เราเป็นคนเดินดินหากใจหมาย
สิ่งที่สูงสิ่งที่ยากเตรียมใจกาย
พร้อมแล้วไปเดินหน้าท้าผจญ

หยุดพักสักหน่อย

หยดหมึก


มุ่งเสาะหาความรักไกลแสนไกล
หวังจะได้พบปะร่วมสุขสอง
ทางข้างหน้ายาวไกลถ้าใจปอง
ยังคงต้องก้าวไปให้ได้มา...
กี่ลมฝนพายุซัดกระหน่ำ
กี่ความช้ำพบปะกี่ความหนาว
กี่แสงแดดเจ็บปวดสุดรวดร้าว
อีกกี่ก้าวก็จะไปหวังจะเจอ...
เคยหยุดคิดหยุดพักกันบ้างไหม
ว่าเสียไปเท่าไรคุ้มไหมหนอ
รักตัวเองดีกว่ายามเราท้อ
มีแม่พ่ออยู่ข้างหลังกำลังใจ
หน้า / 28  
ทั้งหมด 468 กลอน