กลอนคิดถึง

คิดถึง

ฤกษ์ ชัยพฤกษ์


คำนึงถึงน้องเคยข้องสัมพันธ์
บ้านเกิดก่อนนั้นแรกรุ่นชันษา
เคยเรียนเคยเล่นเคยเห็นกันมา
ห่างหายไกลตาเธอเป็นฉันท์ใด
 
ฉันเล่นเป็นพ่อเธอเล่นเป็นแม่
สำเริงจริงแท้สร้างเพิงห้องใหญ่
ใช้ผ้าขาวม้ากั้นฝาเอาไว้
พ่อแม่อยู่ในกะหนุงกะหนิง
 
ประสาเด็กน้อยพาพลอยรื่นเริง
เพื่อนมารื้อเพิงพังบ้านล้มกลิ้ง
มีเกลียดมีก่นแต่ไม่โกรธจริง
สุขใจไล่วิ่งร่วมเล่นเป็นเกม
 
มาถืงวันนี้น้องพี่อยู่ไหน
คงเป็นสาวใหญ่ไร้ทุกข์สุขเกษม
ครอบครัวอยู่ดีสุขศรีปรีเปรม
หรือทุกข์ท่วมเต็มลำบากยากจน
 
โปรดรับรู้ด้วยแล้วช่วยส่งข่าว
ให้รู้เรื่องราวเพื่อนเก่าสับสน
ไม่ลืมไม่เลือนเพื่อนพ้องทุกคน
ยิ่งน้องหน้ามลยังตรึงซึ้งใจ

ความรัก

แสงศรัทธา


ความรัก
1.สบตา
คล้ายแสงทองส่องทาบนผืนโลก
คล้ายลมไหวพลิ้วโบกโยกดอกหญ้า
คล้ายเดือนช่วงเด่นฟ้ากระจ่างตา
คล้ายดาราเด่นตากระจ่างใจ
คล้ายอิ่มอุ่นละมุนฝันอัศจรรย์ยิ่ง
คล้ายทุกสิ่งลอยนิ่งหยุดเคลื่อนไหว
คล้ายใจน้อยดวงนี้หลุดลอยไกล
คล้ายสายใยสานสายใจเข้าหากัน
คล้ายหวาดกลัวแต่ใจกลับแข็งแกร่ง
คล้ายอ่อนแรงแต่ใจแกร่งมิหวาดหวั่น
คล้ายจะทุกข์กลับอิ่มสุขทุกคืนวัน
คล้ายภาพฝันแต่ก็คล้ายความเป็นจริง
คล้ายสวรรค์ดลใจให้ใกล้ชิด
คล้ายจิตสื่อถึงจิตเป็นขวัญมิ่ง
คล้ายใจเชื่อมถึงใจ - แหล่งพักพิง
เกิดเพียงเสี้ยวยามหยุดนิ่งตาสบตา.
2.
เรียนรู้
เมื่อดวงตาสบตาประจักษ์จิต
ดั่งแสงทองแห่งชีวิตผลิคุณค่า
เมื่อดวงใจสบใจปรารถนา
ดั่งผลิห้วงเวลาค่าอนันต์
เมื่อดวงใจสองใจมั่นคงนิ่ง
ดั่งทุกสิ่งคือภาพจริงใช่ภาพฝัน
เมื่อความรักเกี่ยวก้อยผูกสัมพันธ์
ดั่งค่ำคืนสุขนิรันดร์นั้นยาวนาน
เมื่อความรักค่อยผลิบานลงหว่างใจ
ดั่งดอกใบออกผลที่โปรยหว่าน
เมื่อสองคนเรียนรู้รักอย่างอาจหาญ
ดั่งตะวันที่เดือดดาลพลันดับลง
เราต่างจากที่มาเพื่อร่วมสู้
เราต่างรู้น้อมประจักษ์ใช่ลุ่มหลง
เราต่างผูกสัมพันธ์ใจใฝ่ประจง
เราต่างคงเคียงคู่รู้ค่ารัก.
3.
นัยรัก
รักก็เป็นเช่นนี้นั้นแหละเจ้า
มีอ่อนหวานบางเบาและหน่วงหนัก
มีร้อนหนาวอุ่นเย็นมาทายทัก
มีทุกข์สุขเป็นหลัก มีร่มเย็น
รักก็เป็นเช่นนี้นั้นแหละเจ้า
มีโง่เขลาซ่อนเล่ห์อย่างที่เห็น
มีอิ่มอดปวดร้าวเศร้าลำเค็ญ
มีหอม

สู่คนไกล

ไผ่ลู่ลมม


ไผ่ลู่ลม ร้อยเรียง สำเนียงอ้อน
สื่ออักษร อารมณ์ ผสมศิลป์
จากไพรพง บรรจง ถึงบุรินทร์
ฟ้าสีนิล จารจด บทกวี
รังสิมันต์ เลื่อนหลบ สงบแสง
ดาราแจ้ง ดื่นดาษ ประกาศศรี
วาโยผ่าน พร่างพรม ห่มฤดี
ณ ราตรี คิดถึง ซึ่งคนไกล
ร้อยกำมือ เม็ดทราย มากมายนัก
น้อยกว่ารัก จากดิน ได้ยินไหม
ล้านดวงดาว ไม่เท่า ความห่วงใย
ของหนึ่งใจ ที่ให้ นิรมล
ระหว่างทาง พร่างพราย ประกายฝัน
ใต้เงาจันทร์ เยื่อใจ อย่าคลายหม่น
ฤดูผ่าน นานไป ให้อดทน
คงได้วน มากอด ยอดหทัย
ร่ายรำพันธ์ กลั่นฝาก จากห้วงจิต
เผยความคิด กลอนกานท์ นำขานไข
อยู่ขุนเขา เขตเขื่อง ส่งเมืองใหญ่
ใช่ร่ำไร หมายปอง กรองแก้วตา
ปากกาหยด หมดหมึก เกินนึกเขียน
คอยแวะเวียน ใจริน ถวิลหา
จะหลับตื่น ซึมทราบ คราบน้ำตา
มารุตพา รับรู้ สู่คนไกล
ไผ่ลู่ลม

๏.. ณ.คืนแรม แอร่มจันทร์..๏

กิ่งโศก


  ๏ พลบค่ำย่ำโพล้เพล้เสียงเห่หาย
อ่อนแสงแรงระรายเลือนวายดับ-
ลาพร้อมย้อมจันทรจรประทับ-
ประดาฟ้าระยับรับจันทร์แรม ๚ะ๛
    ๏ พลบย่ำโพล้เพล้บ่าย .... บรรพรต ลับแล 
สิ้นสุริย์ฉายยศ .... ย่อแล้ว
งันแลเงียบเรียบลด .... ลาวุ่น วายอา
สัตว์โลกต่างมิแคล้ว .... ล่วงเข้านิทรา
   ๏ จันทร์เสี้ยวเลี้ยวผ่านซุ้ม .... เมฆแฝง
ปิ่นศิวะสำแดง .... เดชไซร้
รัศมีหรี่ยิ่งแรง .... ทีฆรัต
คล้ายโอบประโลมไล้ .... พระแม่เจ้าเทวี
   ๏ ดื่นจวนดึกนึกเย้า .... ยลตัว
ใยเบิ่งซุ่มมุมสลัว .... แอบซ้อน
มัวชื่นตื่นชมกลัว .... ใครแอบ รู้เอย
โผล่สบประจบอ้อน .... ศศิเจ้าเห็นใจ
   ๏ ประทานหว่านรสล้ำ .... เลอสุข
ปลาตหายคลายทุกข์ .... พรากล้วน
ปรุงเสน่ห์เห่สนุก .... สนานนับ นานเนอ
เปล่งปลั่งประดังถ้วน .... ทรัพย์ถ้วมหัวหู
   ๏ จันทร์แรมแอร่มเจ้า .... อย่าจร จากเฮย
อยู่คู่ข้าอย่าถอน .... พรากข้า
โดดเดี่ยวยิ่งรอนรอน .... จิตร่ำ  เจรียงแล
เคียงแนบแอบเถิดอ้า.... อกผู้ระทม ๚ะ๛
         
            + กิ่งโศก +
    ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖
ขึ้น ๔ ค่ำ เดือนแปด ปีมะเส็ง
 (พระจันทร์ข้างขึ้น แต่ใยคิดถึงข้างแรม)

วันนี้ไม่มีเธอ

ชากร


จำสัมผัส งดงาม ความอบอุ่น
จากมือคุณ สองเรา ตอนอยู่ใกล้
กุมมือแนบ ถ่ายทอด ความในใจ
กลิ่นอุ่นไอ รักเคล้า เริ่มถักทอ
จำดวงตา สดใส รับใบหน้า
จากแววตา คู่นั้น รักเกิดก่อ
หน้าต่างใจ ดวงน้อย เฝ้าคอยรอ
เปิดรับต่อ นงเยาว์ เข้าครอบครอง
จำสองแก้ม เนียนขาว ราวผิวไข่
บริสุทธ์ สดใส นัยน์ตาจ้อง
ห้วงภวังค์ คล้อยเคลิ้ม ทอดตามอง
แก้มทั้งสอง จดจำ จิตยากลืม
ทุกๆความ ทรงจำ จดบันทึก
ทุกๆความ รู้สึก หัวใจปลื้ม
ทุกๆครั้ง คิดถึง จึงยากลืม
ทุกๆครั้ง ด่ำดื่ม ในห้วงภวังค์
แม้วันนี้ไม่มีเธอ/ทิวากร
9/7/56

.ลมเช้า....

ทิพย์โนราห์ พันดาว


.ลมเช้า....

ลมเช้าโลมอรุณ กรุ่นแสงสา
ตะวันทาฟ้ากว้างกระจ่างสวย
ลมรินร่ำโปรยรื่นชื่นระรวย
เจ้าแพงพวยไหวดอกหยอกคันนา....
ตะวันงามสาดคลุมสุมทุมไม้ ยะโย้กย้ายร่ายระบำฉ่ำหรรษา บัวหลีกใบหมายเคล้าเจ้า... ภุมรา หมู่หญ้าคาเริงเร้า... เย้าสายลม... น้ำในบึงสงบนิ่งดิ่ง..ล้ำลึก พะวงนึกอารมณ์ทรวงห่วงผสม ณ ภายนอกสงบงามท่ามสายลม ภายในตรมระทมดื่น..พื้นที่ใจ.. คิดถึงเธอแต่บางเบาเพราะเหงาหนัก จากใจภักดิ์ต่อคนดีที่มีให้ ในยามไม่เหงาบ้าง หรืออย่างไร ทวงถามใจคนไกลห่าง บางเวลา....

รักนี้ชั่วนิรันดร์

ก้าวที่...กล้า


ความฝันที่นิรันดร์เกินกว่าครั้งคราไหน
เข้าเกาะกุมรู้สึกลึกลึกใน
ทุกเสี้ยวส่วนหัวใจ-อุ่นในรัก
ไหวหวาน
กับถ้อยคำเมื่อวาน-แรกรู้จัก
ฝันเฝ้ารอลำนำหนึ่งคำรัก
มาเนิ่นนานยิ่งนักเพื่อทักทาย
ความฝัน
ที่มีกันและกันในความหมาย
เข้าทดแทนอ้างว้างและเดียวดาย
และเป็นสายสัมพันธ์-ฉันรักเธอ
ไหวหวาน
ไปกับวันเมื่อวานนั้นเสมอ
หนึ่งคิดถึงหัวใจใฝ่ละเมอ
จะกอดรักของเธอไปชั่วกาล
..

เกี่ยวคำกลอน

โคลอน


เกี่ยวอักษรกลอนคำกำตะขอ
มาเรียงรอ ความหมายขยายใส่
ห่ออารมณ์ห่มรักมาพักใจ
ผูกโยงใย...สายจิตมิตรไมตรี
เก็บอักษรลอยคว้างอยู่กลางฟ้า
ใส่ตระกร้า ใบเก่า ของเรานี้
เรียงร้อยคำจำจดพจน์วจี
ต่อวลีปรุงรสเป็นบทกลอน
ฉวยเอา “รัก”และ“ยิ้ม”มาพิมพ์เล่น
สระเด่น เสริมลักษณ์แหล่งอักษร
ปะติดต่อ เติมแต่ง  แบ่งปันพร
จับโยนย้อน ขึ้นฟ้า นภาคืน
เมื่อมิตรมองท้องฟ้าทุกคราพบ
มิรู้จบ พรฟ้า ระดาดื่น
หากมีวันใดเจ็บเก็บกล้ำกลืน
เกี่ยวถ้อยใจ หยัดยืนขึ้นเบิกบาน
ปล่อยถ้อยคำล่องลอยคอยคนคว้า
ด้วยแรงรักศรัทธา...อธิษฐาน
ระเรื่อแรงแสงดาว ราวสัญญาณ
จากบทกานท์แห่งกลอนย้อนคำนึง
เกี่ยวอักษรกลอนคำกำตะขอ
กระพริบรอข้อความยามคิดถึง
หากเธอเหงาเศร้าทุกข์เหมือนถูกตรึง
ดาวกลุ่มหนึ่งยังคอยลอยที่เดิม

แด่ เพื่อนไพร

เปลวเพลิง


เพื่อนรัก
ฉันคิดถึงเธอยิ่งนักเพื่อนรักเอ๋ย
ด้วยมีเพียงภาพเก่าให้เฝ้าเชย
ว่าเธอเคยเกิดก่อบนธรณิน
วันนี้เธอล้มหายตายหมดแล้ว
ปราศวี่แวว-ยิ่งให้อาลัยถวิล
เหลือชื่อคงยงอยู่คู่แดนดิน
ย้ำให้ยิน-คิดถึงเธอเสมอมา
เนื้อสมัน
ฉันคิดถึงเธอนั้นมากนักหนา
หวังเห็นเธอสง่างามตามธรรมดา
เล็มยอดหญ้าเขียวขจีที่ลออ
ปลาหวีเกศ
ทั่วประเทศเธอไปอยู่ไหนหนอ
ทั้งค่ำเช้าฉันละห้อยอยู่คอยรอ
หวังแค่ขอเห็นเธอว่ายกลางสายธาร
นกตาพอง
ฉันนี้ปองยลเธอเพลินเหินสนาน
เธอโบยบินลับหายไปแสนนาน
หวังเห็นวารเธอกลับมาร่อนฟ้าไทย
และเพื่อนรักอีกมากมายในโลกนี้
ฉันคิดถึงเธอเหลือที่เกินขานไข
เธอล่วงลาอาสัญ-ฉันอาลัย
เหลือเพียงภาพประทับใจทิ้งให้ยล
ฉันคิดถึงเธอจริงจริงมิ่งมิตรรัก
และตระหนัก “มนุษย์” หนอผู้ก่อผล
แม้นใจหวังปลุกเธอฟื้นคืนชีพชนม์
ก็ต้องหม่น-รักเธอได้ในทรงจำ

บทกวีจากศรีธัญฯ

Jackie


๏ พี่รักน้อง..ปองนุช..สุดสวาท
จึงบังอาจ..วาดกลอน..อักษรศรี
เป็นเพลงยาว..พราวไสว...ด้วยไมตรี
มอบคนดี..ที่รัก..เกินหักใจ..ฯ
๏ คิดถึงน้อง..หมองหม่น..ระคนท้อ
อยู่หน้าจอ..รอนวล..อกหวลไห้
เจ้าโฉมงาม..ยามนี้..อยู่ที่ใด
เจ้ารู้ไหม..ใครเฝ้า..จับเจ่าคอย..ฯ
๏ ไม่เห็นหน้า..นวลพักตร์..พี่ชักกลุ้ม
ไฟร้อนรุม..สุมเอา..จนเหงาหงอย
เหมือนเสพติด..ฤทธิ์ยา..จนตาปรอย
ต้องนั่งเอ๋อ..เหม่อลอย..น่าน้อยใจ..ฯ
๏ เพราะว่ารัก..หนักฤดี..พี่คิดถึง
นั่งคำนึง..ถึงประจำ..ช้ำไฉน
เจ้าโฉมงาม..ตามมา..จะช้าไย
จะทำให้..ได้สุข..ทุกคืนวัน..ฯ
๏ ทรัพย์สมบัติ..จัดหา..เอามาให้
“กว๊านพะเยา”..”เขาใหญ่”..คนใฝ่ฝัน
“สนามหลวง”..พ่วงไป..ให้แจ่มจันทร์
เป็นของขวัญ..หมั้นหมาย..สายสุดา..ฯ
๏ หากว่าน้อง..ครองคู่.. อยู่กับพี่
ทุกทิวา..ราตรี..มีสุขหนา
เสวยสุข..ทุกวัน..เจ้าขวัญตา
แดนในฝัน..ศรีธัญญา..อย่าช้าเอย..ฯ
๏ จะพาน้อง..นวลใย..ไปอยู่บ้าน
ณ สถาน..ศรีธัญฯ..มันละเหวย
ดื่มน้ำผึ้ง..พระจันทร์..ที่นั่นเลย
หากทรามเชย..เผยรัก..สมัครใจ..ฯ
๏ อยู่ด้วยกัน..วันหยุด.สุดที่รัก
จะพาพัก..เที่ยวท่อง..สองเกาะใหญ่
ชื่อ “พีพี”..”สีชัง”..นั่นยังไง
พึ่งลงมือ..ซื้อไว้..เมื่อไม่นาน..ฯ
๏ อีกหาดทราย..หมายใจ..มอบให้น้อง
ที่จับจอง..สองแปลง..สองแหล่งย่าน
ชื่อ”บางแสน”..แดนดิน..ถิ่นวิมาน
กับหาด”เจ้า-..สำราญ”..น่าผ่านยล..ฯ
๏ ยัง “หัวหิน”..ถิ่นหอย..ทั้งน้อย-ใหญ่
มัดจำไว้..ไม

มีเพียงเธอ

มวลภมร


มีเพียงเธอ คนนี้ ที่พี่เพ้อ
มีเพียงเธอ คนนี้ ที่ไฝ่หา
มีเพียงเธอ คนเดียว ทุกเวลา
มีเพียงเธอ นั่นหนา พี่รักเธอ
มีเพียงเธอ เท่านั้น ไม่ปันรัก
มีเพียงเธอ แน่นหนัก รักเสมอ
มีเพียงเธอ ทำให้ ใจละเมอ
มีเพียงเธอ ไม่เผลอ เปลี่ยนแปรใจ
มีเพียงเธอ คนนี้ ที่พี่รัก
มีเพียงเธอ พี่ภักดิ์ หัวใจให้
มีเพียงเธอ เสมอ แม้ห่างไกล
มีเพียงเธอ หัวใจ พี่เปรมปรีด์
มีเพียงเธอ แม้วัน คืนผันเปลี่ยน
มีเพียงเธอ วนเวียน ในใจพี่
มีเพียงเธอ หวานรัก รักคนดี
มีเพียงเธอ คนนี้ เต็มห้องใจ
มีเพียงเธอ ตอบใจ ได้ทั้งหมด
มีเพียงเธอ หวานลด ลงที่ใหน
มีเพียงเธอ อยากหวาน หวานหมดใจ
มีเพียงเธอ รู้ไว้ “มีเพียงเธอ”
o..มวลภมร..o

"ยังอยากนั่งมองจันทร์ด้วยกันไหม"

Cobra


"ยังอยากนั่งมองจันทร์ด้วยกันไหม"
-------------------------------------
ลมเย็นชื่นแผ่วผิวพริ้วใบไผ่
ฉ่ำชื่นใจในราตรีที่ครึ้มฝน
แหงนมองฟ้าเมฆาฟ่องล่องลมบน
พัดใจคนเหงาหงอยให้ลอยไกล
เห็นดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวเลี้ยวบังเมฆ
ช่างวิเวกในความคิดจิตหวั่นไหว
โอ้... ดึกดื่นค่ำคืนนี้ไม่มีใคร
อยู่เคียงใกล้มองเดือนเหมือนก่อนเคย
ดึกสงัดเงียบงันจันทร์สลัว
รอบๆตัวเสียงเรไรใยเงียบเฉย
ทุกสิ่งอย่างดูต่างไปไม่เหมือนเคย
โอ้... ใจเอ๋ยใจเราช่างเหงาจัง
หลายผู้คนพักผ่อนนอนหลับฝัน
แต่ใจฉันมันยังถามถึงความหลัง
อยากจะรู้ผู้ลาลับหลับหรือยัง ??
ยังอยากนั่งมองจันทร์ด้วยกันมั๊ย ???
---------------------------------------
By... Cobra Owens

นาิฬิกา ทางไกล และใจคน

สองตุลา


มีคำถามอยู่ในใจคิดไม่ออกจะมีใครช่วยบอกตอบได้ไหม
นาฬิกา ระยะทาง หรือหัวใจ
เพราะอะไรทำไมต้องร้างลา
ระยะทางที่ไกลใช่เหตุผล
หัวใจคนต่างหากคือปัญหา
หากมั่นคงแต่ไหนแต่ไรมา
ให้เวลาพิสูจน์ระยะใจ
มีคำถามเอาไว้เป็นข้อสอบ
ใครช่วยตอบให้หายคลายสงสัย
ว่าเหตุผลเพราะเวลาที่เปลี่ยนไป
หรือเหตุผลเป็นเพราะใจคนเปลี่ยนแปลง

ความรักผ่านโคลง

เชษฐภัทร วิสัยจร


เท่าฟ้า-ถ้าเฝ้าบอก.............ว่ารัก
ตามไถ่-ไต่ถามสัก.............แต่อ้อน
วางท่า-ว่าทางวรรค...........โคลงสี่
ขอส่ง-คงส่อซ้อน..............แทรกข้อความเขียน
พักเรียน-เพียรรักแล้ว............คิดถึง
หวานใส่-ไว้ซ่านตรึง...........อกบ้าง
ขมติด-คิดตรมจึง..............ใจเจ็บ
ค่าบ่น-คนบ้าสร้าง............แต่เศร้าเคล้าโคลง

คิดถึงจุงเบย

แก้วประภัสสร


เพราะรักจึงวางใจ
แม้อยู่ไกลก็ศรัทธา
วันนี้ฉันเหนือยล้า
หมดแรงขาจะ้ก้าวเดิน
งานยุ่งอีตุงนัง
ไร้พลังดูขัดเขิน
รอวันหวังเพลิดเพลิน
มาจำเริญและเบิกบาน
เข้าบ้านก็ลำบาก
ทำไมยากเหลือประมาณ
รหัสก็บอกขาน
ยังมา่วานส่งอีเมล์
พิมพ์แล้วก็พิมพ์อีก
จนเล็บฉีกใจเลยเขว
เหมือนเพลิงจะหมดเปลว
ปล่อยให้ดับกับตะวัน
สิ้นแสงแรงก็อ่อน
ล้มตัวนอนก็ร้ายฝัน-
ว่ามือกดแป้นพลัน
ฝากคิดถึงซึ่ง..เพื่อนกลอน
แก้วประภัสสร งามงอน อรชนคนเดิม ^_^

โปสการ์ดกับความคิดถึง

คาปูชิโน่


    ฝากความคิดถึงมากับโปสการ์ด          เป็นภาพวาดรูปเงาแห่งขุนเขาผ่านสายลมก้อนเมฆสีเทา                      ที่สองเราเคยอยู่เคียงข้างกัน
ให้เธออ่านยามท้อแท้ใจ                         รู้สึกได้เมื่อยามคิดถึงฉัน
ถึงเป็นเพียงข้อความที่แสนสั้น                ทว่านั้นมีความหมายที่มากมาย
แม้โลกออนไลน์ก้าวไกลสักเพียงไหน       เชื่อมติดต่อฉับไวได้หลากหลาย
ยังคงเขียนโปสการ์ดมาระบาย                 สื่อความหมายถึงเธอทุกคืนวัน....... 

ไปนอนเถิดแล้วเจ้าจงหลับตา

หมอกจาง


ไปนอนเถิดแล้วเจ้าจงหลับตา
ฝันให้เหมือนดังว่าพี่กอดเจ้า
จูบที่ตรงไรผมจรดรุ่งเช้า
กระซิบถ้อยแผ่วเบาว่ารักนัก
หนาวก็ห่มผ้าห่มให้อบอุ่น
หมอนก็หนุนที่ยัดนุ่นจนแน่นหนัก
นอนที่นอนอย่าให้นุ่มเกินไปนัก
ตื่นเช้าเจ้าจักปวดเมื่อยตัว
ไกลเกินสองแขนจะไปกอด
จึงอ้อนออดด้วยคำน่าใคร่หัว
เถิดหัวเราะแต่อย่าเยาะให้หมองมัว
คิดถึงตัวหรอกจึงพล่อยด้วยถ้อยคำ
ไปนอนเถิดแล้วเจ้าจงหลับตา
คิดถึงนักหนา-ตั้งแต่เมื่อหัวค่ำ
ฝนปรอยปรอยความคิดถึงก็พรำพรำ
นอนเถิดนอน อย่ามาขำ-นี่พูดจริง
หน้า / 15  
ทั้งหมด 247 กลอน
>