กลอนคิดถึง

เธออยู่หนใด

คาปูชิโน่


 เธออยู่ไหนในวันที่แสนเหงาวันคืนเก่าเก่าย้อนกลับมาหา
ฉันยังคิดถึงเธออยู่เรื่อยมา
ไม่รู้ว่าป่านนี้อยู่แ่ห่งหนใด
อาจมีบางวันที่ไม่เข้าใจกัน
แต่ความสัมพันธ์อันดีไม่หายไปไหน
ยังผูกพันห่วงหาและห่วงใย
ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่ลืมเธอ
ฉันยังอยู่ที่เดิมตรงนี้
รอให้เวลาพาคนดีมาพบเจอ
ถึงจะอยู่ห่างไกลรอเธออยู่เสมอ
ดั่งละเมอหาเธอทุกคืนวัน

อาวรณ์รัก

แก้วประเสริฐ


           อาวรณ์รัก
   หนึ่งนางเดียวเกี่ยวก้อยร้อยสู่ฝัน
หนึ่งเธอนั้นพันผูกปลูกสดใส
หนึ่งหมายปองครองไว้ในห้วงใจ
แสนวาบไหวคลั่งไคล้ให้ลืมตัว
   จันทร์เอ๋ยเจ้าแสงนวลชวนสวาท
งามพิลาสหายไปในแสงสลัว
ใยบอบบางเหลือเกินเพลินลืมกลัว
ตราบมืดมัวแฝงซ่อนยอกย้อนฤดี
   ปากกับใจมิตรงส่งมธุรส
แล้วแสร้งปดหลอกไว้ให้หมองศรี
นี่แหละหนอรักแรกเหมือนแฝกตี
ผ่านนวลฉวีชอกช้ำระกำใจ
   จะรักใครสักคนจนต้องคิด
เหมือนหนามปลิดเลือดไว้ไร้สดใส
น้ำจากตาหลั่งรินสิ้นห้วงใย
เธอฝากไว้เหมือนลมบ่มกายา
   มองบุปผาเบ่งบานผ่านเศร้าหมอง
หยาดละอองสายฝนปนเสน่หา
อันความหวานฝากไว้ในรจนา
ยากนำพาบั่นทอนห่อนเปรมปรีดิ์
   หอมระรวยชวยชื่นคืนแสงสกาว
อบอวลพราวระรินจินต์เกษมศรี
สู้หมายปองครองไว้ในห้วงชีวี
ป่านฉะนี้ความหวังสร้างลางเลือน
   เปรียบบุปผาแปรเปลี่ยนเยียนนิเวศน์
สู่อาณาเขตแสงสีพลีถูกเฉือน
เปลี่ยนเป็นช้ำระกำคล้ำมาเยือน
แสนสะเทือนหัวใจใยหวนคืน
   ผ่านแสงทองผ่องอำไพมลายแล้ว
ก่อนเสียงแจ้วหวามเก่าเฝ้าสุดฝืน
ฟ้าเปลี่ยนสีพราวไสวคล้ายยั่งยืน
เสียงสะอื้นจากห้วงดวงแหลกราญ
   คราแสงนวลจันทร์ผ่องละอองไสว
เหมือนภายในแตกช้ำระกำผ่าน
เคยแลปองนวลเจ้าเฝ้านงคราญ
สู่ร้าวฉานแยกทรวงห้วงระบม
   หวนเฝ้ามองรัญจวนคร่ำครวญรัก
ดุจหนามปักเลือดหลั่งหลังขื่นขม
ปลอบขวัญเจ้าอย่าไหวในสิ่งปม
ทิ้งตรอมตรมผ่านไปสร้างใหม่มา
   ดุจจันทร์เจ้าหายลับยังกลับใหม่
ผ่องอำไพ

เพียงพอ...เท่านี้..แหละที่รัก..

ครูพิม


ฝนโปรยโรยชื่นทุกผืนหญ้า
แตกช่อศรัทธาทุกแห่งหน
ผลิใบตระการบันดาลดล
ฉ่ำฝนน้ำฟ้า..ที่บ่าริน
รินร่ำฉ่ำใจคราได้เห็น
ชื่นเย็นชื่นชูมิรู้สิ้น
กบเขียดเริงร่าออกหากิน
ยลยิน..ตื่นตา..ช่างน่ายล
ป่าไพรผลิรับขยับฝัน
ดุจฟ้าเสกสรรทุกแห่งหน
สีเขียวห่มไพรไหวกมล
คิดถึงอีกคน...ที่ห่วงใย
เดินทางสร้างงานสร้างฐานรัก
สลักลงแรงเปลี่ยนแปลงให้
ชีวิตพรั่งพร้อมหอมหัวใจ
ยิ้มได้...เมื่อเสร็จ..สำเร็จงาน
เหนื่อยล้า...อย่าท้อ...น้องขอร้อง
ครรลองนักสู้ผู้สร้างฐาน
ใจน้องรองรับซับดวงมาน
ขับขาน..เพลงรัก...ร่วมถักทอ
รางวัลนักสู้ขออยู่ใกล้
ก้าวไกลร่วมทางร่วมสร้างต่อ
ยามร้อนพัดวีไม่รีรอ
เพียงพอ...เท่านี้..แหละที่รัก...

รอยเลื่อน..ของเวลา

พิมญดา


รอยเลื่อน..ของเวลา
เวลานำพา..คิดถึง.วันเก่า
ผ่านสายลมเหงาเหงา ..ที่เฝ้าอยู่
อาจไม่มี..ความหวัง..ให้ชื่นชู
แต่ก็รู้จะอยู่..เพื่อใคร
ต้องก้าวไป..ทุกวันให้ดีขึ้น
อาจซ่อนความ.ขมขื่น สะอื้นไหว
ไม่ต้องกลัวจะร้าวลึก..เพียงใด
ลมหายใจ..เข้า-ออก.บอกทน

คิดถึงจัง บ้านกลอน

พิมญดา


คิดถึงจังบ้านกลอน
คิดถึงจังบ้านกลอนเคยนอนพัก
ได้สลักอักษร ลานกลอนไหว
ฝึกเขียนเป็น เย็นย่ำ ชื่นฉ่ำใจ
รอยอาลัยมิจาง..บนทางกลอน
เที่ยวร่อนเร่พเนจร แรมรอนฝัน
ฝ่าสายฝนโรมรัน ผันอักษร
เหมือนนกน้อยโผผินบินกลับคอน
ยังอาวรณ์ บ้านอยู่ ทุกนาที
ตอนนี้มีกุญแจเปิดบ้านแล้ว
แต่ว่าแห้วเปิดเม้น ไม่เป็นนี่
หรือว่าเราแก่แล้ว ตาไม่ดี
ช่วยบ่งชี้ให้หน่อยคอยอยู่นาน
คิดถึงจังเพื่อนบ้านน้ำใจงาม
ฝากความรักในนามกลอนแว่วหวาน
สู่บ้านกลอนไทยโพเอม..ยิ้มเบิกบาน
จากไปนาน.คิดถึงเน้อ มิเพ้อความ
หากใครเม้นขออภัยมิได้ตอบ
ของมกรอบคอมเม้น คอยไถ่ถาม
นึกสงสัยอยู่ไหน กดเม้นตาม
กี่โมงยามต้อง ขานไข ให้ได้เอย

คืนฟ้าใส

คนกรุงศรี


ใครระบาย ป้ายสี ที่ขอบฟ้า
กลบดารา และเดือน ให้เลือนหาย
ลมกระโชก โบกพัด โอบรัดกาย
พร้อมกับสาย ฝนพรำ เมื่อค่ำคืน
หนาวสะท้าน ซ่านซุก ทุกขุมขน
พิรุณหล่น จากฟ้า ก็พาชื่น
สิ้นแสงแปลบ เสียงฟ้า ก็ผ่าครืน
พืชไพรยืน ซับน้ำ ที่ฉ่ำดิน
วสันต์มา คราใด ใจสับสน
สัญญาคน อยู่ไกล ใจถวิล
วันฝนลา ฟ้าใส เคยได้ยิน
จะคืนถิ่น เมื่อฝน มิหล่นลง
หลายวสันต์ ผ่านไป ยังหมายมั่น
เฝ้าคอยวัน ฝันใฝ่ ใจประสงค์
ยังเชื่อคำ สัญญา ว่ายืนยง
จะมั่นคง จงคอย อย่าน้อยใจ
จะรอวัน ฝนลา เมื่อฟ้าแจ้ง
เฝ้ามองแสง จันทรา คืนฟ้าใส
หวังเพียงนิด คิดถึง ซึงคนไกล
กลับมาให้ ได้ชม ภิรมย์ปอง
ดาราล้อม เดือนเสี้ยว ที่เกี่ยวฟ้า
คืนนภา ผ่องใส แต่ใจหมอง
เสียงกรีดปีก เรไร ให้ทำนอง
ปล่อยเรามอง เดือนลับ ...ไปกับตา

อสงไขยกัลป์

คีตากะ


ฝากความคิดถึง....คำนึงหา
แหวกข้ามฟ้าอากาศดาดาษหน
หมายส่งถึงหัวใจใครหนึ่งคน
แม้ท่วมท้นเกินกว่าเธอเข้าใจ
ฝากความห่วงหา....อาทรจิต
แพร่ทุกทิศลอยลมพรมพลิ้วไหว
ถึงตกหล่นลับเร้นมิเป็นไร
ยังดีได้มอบส่งห่วงคงคลาย
ฝากความรักไป....ในอากาศ
แม้เธออาจมิเข้าใจในความหมาย
แต่อย่างน้อยหัวใจได้ระบาย
ถึงห่างหายระหว่างทางก็ช่างมัน
ฝากบทกลอนมา....นภากาศ
ใจแทบขาดคิดถึงจึงเสกสรร
มาดหมายเธอตระหนักในสักวัน
อสงไขยกัลป์ยังรักจักเฝ้ารอ.....

ความรักของพี่

ก่องกิก


อันความรักของพี่มีคิดถึง
รักสุดซึ้งสดใสใจแอบเผลอ
พูดถึงรักทีไรใจละเมอ
บอกกับเธอว่าพี่นี้ต้องการ
 
โอ้ความรักของพี่มีเพียงเจ้า
พี่คอยเฝ้าจดจ้องมองประสาน
แสนเป็นสุขยิ่งนักรักเบิกบาน
สุขสำราญหวานเย็นเป็นบทกลอน
 
รักเนื้อเย็นเอ็นดูอยู่เคียงข้าง
ความอ้างว้างหายไปไม่สังหรณ์
มีรักจริงอิงแอบแนบหนุนนอน
พี่จึงอ้อนเธอจ๋าน่ารักจัง
 
ด้วยความรักห่วงใยมีให้น้อง
มิหม่นหมองของดีมิผิดหวัง
พี่รักจริงน้องจ๋าอย่าเสียงดัง
โปรดระวังเบาหน่อยค่อยค่อยทำ 

ฝากใจ ส่งปลายฟ้า

มวลภมร


เพียงพี่ได้ เห็นหน้า พาใจเพ้อ
อยากเคียงเธอ ทุกวัน ไ่ม่พลันหาย
อยากให้เธอ นั้นอยู่ เป็นคู่กาย
จะไม่คลาย รักเธอ เพ้อทุกวัน
ยามสบตา ยิ่งพา ให้ใจหวั่น
หัวใจสั่น หวั่นไหว พาใจฝัน
ดังตัองมนต์ ตลใจ ให้งงงงัน
แม้ห่างกัน แสนไกล ใจใกล้เธอ
ความคิดถึง ส่งไป ใจโหยหา
ข้ามขอบฟ้า แสนไกล ใจเสนอ
หอบความรัก ส่งไกล ไปหาเธอ
หลับละเมอ เผลอคว้า ไขว่หากาย
ทุกครั้งพี่ สุขใจ ได้ยินเสียง
แม้เป็นเพียง เสียงผ่าน มาทางสาย
ส่งเสียงใส ถึงกัน หวานไ่่ม่คลาย
ผ่านวายฟาย ข้ามฟ้า ไปหากัน
คงเป็นเธอ ที่ฟ้า ส่งมาให้
มาทำใจ ของพี่ นี้ไหวหวั่น
ทำให้พี่ นี้คิดถึง เธอทุกวัน
มาเติมฝัน ก่อรัก จากนี้ไป
o  มวลภมร  o 

ดาวน้อย

แก้วประเสริฐ


              ดาวน้อย
   ยามเดือนดับนับดาวเฝ้าเหงาหงอย
จิตระห้อยถึงสิ่งเคยอิงไสว
แสงแห่งโคมสาดส่องละอองใจ
วาบหวามไหวยามแลชะแง้มอง
   ค่ำคืนนี้มีแต่ดาวพราวพร่างฟ้า
ไร้จันทราขาดเจ้าเฝ้าเคล้าสนอง
ความผุดผ่องหายไปในสิ่งปอง
ได้แต่จ้องดาวเจ้าเฝ้าใฝ่คนึง
   เฝ้าแต่มองดาวระยิบพริบแสงส่อง
เคยประคองน้องเจ้าเคล้าคิดถึง
ต่างชี้ชวนชมจันทร์พลันรำพึง
ม่านดาวซึ้งประกายใจใฝ่รำพัน
   ช่างโดดเดี่ยวเปลี่ยวไว้ไร้นวลโสม
เคยเป็นโคมนำส่องสองสุขสันต์
เหลือดาวน้อยลอยอยู่ไร้คู่จันทร์
พราวแสงนั้นระห้อยย้อยอาลัย
   คล้ายตัวฉันบัดนี้ที่คอยเฝ้า
นั่งจับเจ่าเคล้าดาวเฝ้าอาศัย
อยู่เป็นเพื่อนคอยโฉมโน้มไฉไล
กาลผ่านไปเมื่อไหร่ได้คลอเคียง
   ดึกแล้วหนอน้ำค้างกลางเวหน
หยาดล่วงหล่นทาบกายไร้สุ่มเสียง
เย็นหนาวสั่นแต่ใจใคร่โลมเรียง
เหมือนไฟเพนียงสุมอกฟกช้ำใจ
   ดุจดาวน้อยระห้อยหวนครวญโสมเจ้า
ยากคลอเคล้าแสงส่องหมองสดใส
ค่ำคืนมืดจืดจางระหว่างภายใน
ดุจข้าไซร้ปั่นป่วนล้วนแต่คอย
   ตราบดาวน้อยลอยลับจับแนวฟ้า
โอ้ดาราพราวระยิบพริบแสงย้อย
ทอทาบฝากจากไปไร้ร่องรอย
แสนระห้อยหัวใจไร้คนมอง.
           แก้วประเสริฐ.

เหงา หนาว

กันนาเทวี


ใต้ฟ้าพราวดาวพร่างกระจ่างฟ้า
ก่อนนิทราแสนเหงาเศร้าจริงหนอ
คิดถึงคนเคยใกล้ได้พะนอ
ยังเฝ้ารอเฝ้าฝันทุกวันคืน

คิดถึงกันบ้างไหมใจผวา
อยากพูดจาเห็นหน้าพาใจชื่น อยู่ที่นี่หนาวจนทนกล้ำกลืน ลืมตาตื่นภาพฝันนั้นยังจำ ยามฟ้าครวญฝนมาพาใจป่วน หัวใจครวญหนาวอุราฟ้าชุ่มฉ่ำ ได้แต่รอเรียงถ้อยร้อยลำนำ วอนเว้าคำฝากไปใจคนคอย หนาวจับจิตคิดหวังรอฟังหา ส่งข่าวมาถึงบ้างช่างเหงาหงอย คนทางนี้หวั่นรักจักเลื่อนลอย ตะวันคล้อยลับทิวเขาสุดเศร้าใจ หนาว...เหลือเกินคนดีสุดที่รัก หัวใจปักรักเธอมั่นไม่หวั่นไหว ยามลาไกลรอเธอเพัอเพลงไพร ส่งรักไปออดอ้อนวอนตามลม ใต้ฟ้าพราวดาวลอยคล้อยลงต่ำ น้ำค้างพรำเยือนหล้าพาขื่นขม ร้อยคำรักเรียงถ้อยคอยชื่นชม หวังสุขสมสองเราคงเข้าใจ

ตอบจดหมายนางนาก (พระโขนง)

อัลมิตรา


อ่านจดหมายของนากที่ฝากถึง
ช่างซาบซึ้งยิ่งนักที่รักเอ๋ย
หวนนึกถึงวันเก่าสองเราเคย
ยั่วยิ้มเย้ยหยอกเย้ากระเซ้ากัน
เป็นผัวเมียเคลียคลอถักทอรัก
เฝ้าฟูมฟักเรือยไปไม่แปรผัน
คล้ายเวรซ้ำกรรมซัดพลัดพรากพลัน
นากตั้งครรภ์ทว่าพี่ปรี่ชายแดน
ท่ามสงครามยามนี้มีแต่ทุกข์
พี่ต้องขลุกอยู่อีกฟากลำบากแสน
ทั้งหยูกยาสารพันมันขาดแคลน
ทั่วขาแขนร่างกายมากมายพรุน
กลิ่นลำดวนยวนใจให้ครุ่นคิด
เคยจุมพิตบอกรักนอนตักหนุน
ซอกแก้มดอกพยอมหอมละมุน
ยังหอมกรุ่นเสมอมาแม้นคราใด
ที่ห่างหายไปนานใช่ห่างเหิน
ลำบากเกินตามประชิดติดต่อไหน
มีแต่ศพทหารกองคราวมองไป
แสนปวดใจคิดถึงนากมากเหลือเกิน
ไม่รู้ว่าป่านฉะนี้อยู่ดีไหม
เจ็บป่วยไข้หรือเปล่าใคร่กล่าวเกริ่น
อีกเจ้าแดงลูกพ่อรอหัดเดิน
คงเพลิดเพลินดื่มดมนมแม่มัน
เขียนจดหมายถึงนากฝากส่งถึง
บวกอีกหนึ่งลูกน้อยกลอยใจฉัน
เสร็จสงครามเมื่อไหร่ได้พบกัน
ส่วนนมนั้นบอกเจ้าแดง "ขอแย่งคืน"

จดหมายถึง พี่มาก

cicada


เขียนที่บ้านพระโขนง..ข้างโลงผุ
วัน-เดือนลุหลายปี ก็ที่ผ่าน
ส่งถึงคนชื่อมาก..จากไปนาน
คนที่บ้านเฝ้ารอ..จนท้อใจ
 
ตั้งแต่กลิ่นลำดวนยังหวนหอม
ดอกพยอมเคยบานคุ้งบ้านใต้
มาบัดนี้ลำดวนเจ้า ก็เฉาไป
ต้นผักไห่รกคลุมสุมเป็นแนว
 
จะฝากบอกพี่มาก..นากคิดถึง
แม้น้อยหนึ่งมิส่งข่าว..สาวกินแห้ว
นากก็คอยถามข่าวนกเค้าแมว
ลืมนากแล้วหรือไร..จึงไร้วาจา
 
เขียนที่บ้านพระโขนง..ข้างโลงเก่า
ให้โศกเศร้าขื่นใจ..ไม่เห็นหน้า
นั่งคอยที่หัวสะพานใครผ่านมา
บอกพี่มากด้วยหนา.....ว่านากคอย..ย..ย..ย..

บทสนทนาจากห้วงคำนึง….

ลานเทวา


บทสนทนาจากห้วงคำนึง….
………………..
 
ไม่มีอะไรซับซ้อน
ชีวิตจากวันก่อน  ถึงวันนี้
ปฏิทินข้างฝาแต่ละปี
บอกเราว่าไม่มีอะไร เป็นของเรา….
 
ชีวิต ดังสายลมผ่าน
ไหวเคลื่อนไปตามฤดูกาล เก่าเก่า
คุณค่าความหมายอันใด รูปเงา
สดับเถิดความแผ่วเบา ของหัวใจ….
 
บนความเป็นจริง อันหลากหลาย
เฝ้ารู้อย่างเดียวดาย และอ่อนไหว
วันที่โลกทั้งโลก ไม่มีใคร
ชีวิตยังเป็นไป อยู่อย่างนั้น….
 
ครุ่นถกเถียงกับตัวเอง วัน ค่ำ
โหยร่ำ น้ำตาตกในไหวหวั่น
บางรู้สึก ที่ไม่เคยเท่าทัน
ท้นวัยวัน ผ่านเวียนการเรียนรู้…
 
เพื่อเข้าใจว่าโลกนี้  เดียวดาย
ท่ามงดงามแห่งความตาย อันกรายสู่
ดอกไม้ชีวิตผลิบาน ผ่านฤดู
หอมจางจางกลิ่นในอณู ที่เลือนลับ….
……………โดยคำ ลานเทวา…

เสียงแคนเอิ้นสาว

ครูพิม


เสียงแคนเอิ้นสาว..
 
แว่วเสียงแคนข้ามโขงคดโค้งไหล
กล่อมหัวใจคนล้าอยากลาหนี
ป่าคอนกรีตร้อนร้ายมากภัยมี
อยากย้อนถอยรอยวิถีที่บ้านนา
 
แว่วเสียงเพลงแคนลำโขงติดโต่งแว่ว
สายลมแผ่วต้องใจอยากไปหา
เพลงพิณแคนเอิ้นบ่าวและสาวนา
ให้คืนมา...สู่อ้อมกอด...อันปลอดภัย
 
แว่วคำเอิ้นมาไกลสู้ไสหล้า
พ่อตั้งตาแลทางก่อนสางไข
แม่สีข้าวหอมรอหนอทรามวัย
แกงหน่อไม้..เตรียมท่า...เจ้าอย่าลืม
 
ยอดผักหวานป่งใหม่เตรียมให้แล้ว
ไข่มดแดงของแก้วที่เคยปลื้ม
ผ้ามัดหมี่ทอไว้มีหลายฟืม
เขาหยิบยืม..แม่เก็บไว้..ให้คนดี
 
น้ำตารินหลั่งไหลรดใจสาว
รอสักคราวจะคืนนาหาวิถี
ญาติพี่น้องอบอุ่นคุ้นชีวี
เพลงแคนมีมนต์ขลังให้หวังงาม
แว่วเสียงแคนข้ามทุ่งมุ่งเมืองฟ้า
เรียกศรัทธาพลิกดินถิ่นสยาม
มาเสริมแรงคนแก่เฒ่าผู้เฝ้ายาม
ดอกห่วงตาม...ให้คืนท่ง...เล่นสงกรานต์

หนาวใจเมื่อห่างไกล2

ลูกหว้า


ดาวระดาษวาดฟ้าคราหนาวฉ่ำ
อุ่นไอร่ำคำนึงก็ซึ้งหวาน
หยดน้ำค้างบนดอกเหมยที่เคยบาน
ทุกวันวารหวนละห้อยคอยกลับมา คิดถึงคน, คิดถึงลมเคยห่มหวน
คิดคร่ำครวญแสนไกลใจผวา
คิดถึงเมฆ..ถึงหมอก.. ดอกหญ้าคา
คิดถึงฟ้าบ้านเราจนเหงาตรม ท่ามเงาทองสะท้อนแลอ่อนไหว
แสงรำไรสุรีย์ฉายปรายผสม
ดาวร้างฟ้าลาลับกับสายลม 
ที่จูบพรมคลอเคล้าจนเงาจาง ดาวระดาษวาดฟ้าคราหนาวฉ่ำ
เฝ้าครวญคร่ำหนาวใจเมื่อไกลห่าง
หวนคำนึงถึงไอดินทุกถิ่นทาง
จำใจร้างจางลับรอกลับเรือน

ฝาก-ใจ-ไป กับ ลม

ลูกหว้า


แว่วสายลม พรมพัด สะบัดพลิ้ว
ส่งใจลิ่ว ปลิวไป ไกลหนักหนา
ฝากลมหวน ทวนไป ในนภา
ผ่านฟากฟ้า พาใจ ไปถึงเธอ
เป็นห่วงถึง คะนึงหา อุราหมอง
ได้แด่มอง จ้องดาว พราวเสมอ
ยามห่างไกล ใจเหงา เฝ้าละเมอ
นั่งมองเหม่อ เผลอคิด จิตวกวน
อยากฝากลม ห่มรัก ถักถ้อยคำ
ร้อยลำนำ พร่ำวอน อ้อนสายฝน
ส่งความรัก ภักดีไป ในสกล
ส่งถึงคน บนทางรัก ภักดิ์ผูกพัน
ส่งความรัก ภักดี นี้ไปให้
ไว้ห่มใจ คลายเหงา เศร้าโศกศัลย์
ให้หายเหงา เศร้าใจ ในทุกวัน
อย่าไหวหวั่น ฉันรักเธอ เสมอไป
หน้า / 15  
ทั้งหมด 247 กลอน
>