กลอนคิดถึง

ไม่มีวันฉันลืมเธอ

เบยองจุน


ความสัมพันธ์ นั้นเริ่มต้น ตอน ม.4
ตัวฉันมี กิจต้องเรียน เพียรศึกษา
ทุกเช้าเย็น เห็นฉันผ่าน หน้าร้านมา
ต่างสบตา อาทร ซ่อนความนัย
หลังจากกาล เวลาผ่าน ไม่นานนัก
เธอทายทัก ซักไซร้ คลายสงสัย
ด้วยคำถาม นามแทนชื่อ คืออะไร
ประสานใจ ใส่คำหวาน ผ่านข้อความ
คืนหนึ่งเพื่อน โทรเตือนฉัน พากันเที่ยว
เธอเดินเลี้ยว มาเจอพลัน ลั่นคำถาม
จะไปไหน ไปด้วยนะ จะขอตาม
รักงอกงาม ข้ามวันเดือน มิเลือนจาง
จวบถึงวัน ฉันจบ ครบหลักสูตร
เธอถอยกรูด ไปทหาร วันฟ้าสาง
ฉันเข้าเรียน มหา'ลัย ไกลเส้นทาง
เราเริ่มห่าง ต่างหมางเมิน เกินผูกพัน
ผ่านมาถึง ปัจจุบัน ฉันคนนี้
ยังคงมี ความจำ มีความฝัน
เธอยังคง เป็นคนดี ที่สำคัญ
มิมีวัน ที่ตัวฉัน นั้นลืมเธอ .....  

ยามรัก

มวลภมร


ตื่นยามเช้า พี่เฝ้า คิดถึงน้อง
คอยประคอง น้องตื่น จากคืนหวาน
หวนนึกถึง คืนของเรา ที่ยาวนาน
เป็นคืนหวาน สดชื่น จนตื่นนอน
ยิ้มยามตื่น จากคืน ที่หวานนัก
มีคนรัก อยู่เรียง เคียงข้างหมอน
คอยแนบชิด บิดกาย ใกล้งามงอน
ยังอยากนอน ไม่ฟื้น ตื่นจากเตียง
ยังงัวเงีย คลอดเคลีย ไม่อยากห่าง
อยากอยู่ข้าง อยากใกล้ ได้ยินเสียง
ได้ยินแผ่ว แว่วแว่ว ในสำเนียง
จากคนเคียง ข้างฝัน อันสุขใจ
ยามรักกัน ช่างหวาน ไม่ผันอื่น
จะกี่คืน พ้นผ่าน ไม่หวั่นไหว
หากยังรัก มั่นคง อย่างเต็มใจ
ยังรับได้ รสหวาน ที่จารกัน
คำโบราณ เขาว่า ในยามรัก
น้ำต้มผัก ยังหวาน แม้กาลผัน
จะขอมี ยามรัก ไปทุกวัน
ไม่เปลี่ยนผัน ร่วมฝัน จนวันตาย..
มวลภมร

กระต่ายหมายจันทร์

อัลมิตรา


...สายลมแผ่วพลิ้ว..ยังให้ใบไม้ไหวสั่นคลอน...
...ราตรีที่เงียบงันคล้ายถูกทักทายด้วยสายลมแห่งวสันตฤดู...
...พลันบังเกิดเสียงกิ่งไม้และใบไม้ลู่ไปตามสายลม...
...กระต่ายน้อยตัวหนึ่ง ชะเง้อชะแง้มองจันทร์...
...ไม่เพียงแต่กระต่ายน้อยเท่านั้น...
...ที่ยังมีความเพ้อฝันและเพรียกหา...
...มันคอยจ้องความตระการแห่งจันทรา...
...แล้วหวังใจว่า...จันทราจะปรานี...
...กระต่ายน้อย...มันไม่รู้เลยว่า...
...อีกหนึ่งมนุษย์ผู้น่าเวทนาอุรานี้...
...มิต่างกันกับเจ้ากระต่ายน้อยในพงพี...
...วิงวอนให้จันทราปรานีและเห็นใจ...
...จันทร์เจ้าเอย...
...โปรดมอบความรักความห่วงใยและอาทร...
...แม้นยามเหนื่อยอ่อนครั้งคราไหน...
...คราต้องทุกข์ระทมตรอมตรมใจ...
...จันทราอันสว่างกระจ่างใส...
...โปรดเถิด โปรดได้ปลอบขวัญ...
...กระต่ายน้อยตัวหนึ่ง...
...กับมนุษย์ผู้ซึ่งโศกเศร้าร้าวรำพัน...
...รอคอยค่ำคืนอันตระการตามา..นิจนิรันดร์...
...โอ้ดวงจันทรานั้น  จักเห็นใจหรือไม่เอย ?
..๏ ครั้นรัตติกาลเยือน.......ศศิเคลื่อนนภาพราว
พลันให้หทัยหนาว............อุระร้าวมิเสื่อมคลาย
..๏ ครุ่นคิดคะนึงหา..........ฤ ยุพาสิกลับกลาย
เชยชิดสนิทชาย-.............นระอื่นและชื่นชม ๚
..๏ ครั้นแสงพระจันทร์ส่อง..สิริผ่องประภาสม
ฤๅน้องมโนรม.................ฤ สิชมเสมือนกัน
..๏ เพรียกเพ้อละเมอถึง....และคะนึงมิเว้นวัน
ข่มใจมิใฝ่ฝัน..................รตินั้นก็ลุก

คิดถึง......

โอ้ละหนอ


ความคิดถึงนี้ร้ายนักเกินหักห้าม
มันคุกคามหัวใจให้คิดถึง
เพราะคิดถึงรุมเร้าใจใฝ่คะนึง
เพราะคิดถึงจึงต้องร้องบอกมา
ร่ำร้องว่าคิดถึงและคิดถึง
ครุ่นคำนึงคะนึงครวญชวนหวนหา
ไม่ได้พบนวลน้องแก้วกานดา
ฝากแต่ความคิดถึงมาในราตรี
ค่ำคืนนี้จันทร์เหงาดูเศร้าหมอง
เสมือนใจพี่เรียกร้องถึงน้องพี่
อยู่ที่ไหนให้รู้ไว้นะคนดี
ว่าพี่นี้ยังคิดถึงคะนึงครวญ.

** อสงไขย**.

ราชิกา


** อสงไขย  คล้ายบ่วง   เกี่ยวดวงจิต
ยอดมิ่งมิตร  คนไกล  ที่ใฝ่ฝัน
เฝ้ารอคอย  หนทาง  แต่ปางบรรพ์
ฤาพบกัน  ทุกชาติ  ประหลาดจริง
รู้เพียงว่า  รอใคร  ในวันก่อน
อดีตย้อน  เคียงครอง  ด้วยน้องหญิง
ตักเจ้าพี่  หมายแนบ  เคยแอบอิง
ใจพักพิง  หวนนึก  ระลึกรอย
สองชีวิต  ไม่คิดว่า  มาบรรจบ
คราแรกพบ  สานเชื่อม สุดเอื้อมสอย
หากบุพเพ  สันนิวาส  มิคลาดคอย
นำน้องน้อย  กับพี่ยา  มาร่วมเคียง
คงเป็นบุญ  หนุนนำ  เกินย้ำกล่าว
ร้อยเรื่องราว  แว่วหวาน  ประสานเสียง
สื่อฤทัย ร่ายคำ  ด้วยสำเนียง
ลำนำเรียง  รสถ้อย ถักร้อยใจ
** ท่ามวันคอย  ดวงจิต  เฝ้าคิดถึง
รักรำพึง  มั่นคง  อสงไขย
เพียงกายสอง  จำพราก  ต้องจากไกล
หากหทัย   แนบชิด  นิจนิรันดร์.......ฯ

คนสำคัญในหัวใจยังเป็นเธอ

ลูกหว้า


ลองถามตัวเองสักกี่ครั้ง
ใจก็ยังตอบว่ารักอยู่เสมอ
เเละไม่สามารถเอาใครมาแทนเธอ
ยังรักอยู่เสมอไม่เปลี่ยนไป
ยังรักยังห่วงใยอยู่เสมอ
ถึงแม้ไม่ได้เจอก็ไม่หวั่นไหว
แม้ชีวิตมากมายด้วยใคร-ใคร
แต่คนสำคัญในหัวใจยังเป็นเธอ

..๏ แด่คนไกล ณ ปลายฟ้า

อัลมิตรา


...ได้โปรดรับรู้นิยาม...ของความเป็นห่วง...
...ว่า...ความรู้สึกทั้งปวง...ที่ฉันมอบให้...
...ล่องลอยเคว้งคว้าง...เดินทางมาแสนไกล...
...แท้คือเยื่อใย..น้ำใจ..ไมตรี...
...หมายไขว่ใคร่คว้า...รักมาแนบอก...
...ใช่ว่าเพ้อพก...อยากทบทวนเรื่องนี้...
...แม้ร้างห่างไกล...ใช่สิ้นไมตรี...
...อยากให้คนดี...รับรู้เรื่องราว...
...ว่าแสนคิดถึง...ตราตรึงในจิต...
...แม้เสี้ยวแห่งชีวิต...เคยคิดเหน็บหนาว...
...มีร้อนรุ่มสุมใส่...บ้างในครั้งคราว...
...เจ็บปวดรวดร้าว...ทุกคราวที่คำนึง...
...อยากบอกให้รู้...ผู้อยู่ตรงนี้...
...ยังคงปรารถนาดี...มีความซาบซึ้ง...
...อดีตกาลผ่านแล้ว..ไม่แคล้วตราตรึง...
...มอบความคิดถึง...สุดซึ้งมากมาย...
...คิดย้อนกลับไป...ถึงผู้อยู่ไกลสุดปลายฟ้า...
...สืบเสาะค้นหา...ทิศทางอันหลากหลาย...
...สะท้อนความคิด...ดวงจิตไม่คิดกลับกลาย...
...ไม่เคยเสื่อมคลาย...เปลี่ยนไปจากเดิม...
...รู้ซึ้งตรึงตรา...เกินกว่าพร่ำบอก...
...แม้อาการภายนอก...มาดนิ่งไร้สิ่งเสริม...
...เสมือนเฉยชา...ดั่งว่าผิดแผกจากคนเดิม...
...แต่อ่อนโยนนั้นเริ่ม...ต่อเติมเพิ่มทรวง...
...เก็บงำความรัก...ไว้อย่างนิรันดร์...
...พร้อมกับความสำคัญ..."แสนรักแสนห่วง"...
...ฉันให้ไปแล้ว...หัวใจหมดทั้งดวง...
...ความรู้สึกทั้งปวง...ยังยืนยง...
...เยื่อใยสายรัก...ที่ถักเป็นสร้อย...
...ฉันเฝ้ารอคอย..เธอผู้ประสงค์...
...แม้ว่าอยู่ไกล..

* คำนึงรัก *

แก้วประเสริฐ


* คำนึงรัก *
รักแสนรักฝากไว้อยู่ในจิต
ทาบทรวงคิดละเมอสุดเพ้อฝัน
วันแลคืนตื่นผวาคราสิ้นกัน
ทุกคืนนั้นทรมานผลาญหัวใจ
โอ้รักเอ๋ยอยู่ไหนที่ใดเล่า
ฉันมองเฝ้าคอยวันอันสดใส
เห็นแต่ดาวแลจันทร์นั้นทีไร
อยากร้องไห้ใฝ่คนึงคิดถึงเธอ
จำสัญญาผูกพันนั้นหรือเปล่า
หยอกเคยเย้าฝากไว้ให้เสมอ
เสียงกระซิบหมุนกลับนับยากเจอ
จนพลั้งเผลอเห็นเงาเฝ้าเรียกนาง
แว่วเสียงร้องนกไพรใจวาบหวิว
สายลมพลิ้วเยือกเย็นเน้นใกล้สาง
น้ำค้างพรมเปียกชุ่มรุ่มร้อนจาง
แสนเลือนลางฝากไว้ในแรมลา
อรุโณทัยเบิกฟ้าครายามรุ่ง
หมอกคละคลุ้งเรียงรายยากใฝ่หา
กลิ่นดอกโศกโปรยพลิ้วระลิ่วมา
สิ่งหมายตายากพบประสบเจอ
เหม่อมองฟ้าคำนึงถึงความรัก
หวานฟูมฟักก่อไว้สร้างใจเผลอ
ร่ำร้องเรียกปองหมายในตัวเธอ
พร่ำครวญเพ้อรำพึงคนึงทุกวัน
รักเหมือนเมฆลอยลิ่วปลิวสิ่งหวัง
อาศัยพลังสายลมบ่มสุขสันต์
แทนกลิ่นไอหอมฟุ้งจรุงอนันต์
คลอเคล้ากันผ่านไว้ในรุ่งอรุณ
หวนเวลาผ่านไปใจแสนเศร้า
ความปวดร้าวฝากไว้ในคุกรุ่น
นี่นะหรือความรักยากเจือจุน
ดุจดังฝุ่นผ่านเพ้อละเมอครวญ.
* แก้วประเสริฐ. *

...ลูกอม...

ยาแก้ปวด


คืนนี้ฟ้าส่องสว่างกลางดวงดาว
โอบกอดคืนเหน็บหนาวให้อบอุ่น
เหมือนแสงจันทร์ทอแสงเพื่อให้คุณ
โอบห่อหุ่นหัวใจในคืนนี้
แม้นพรุ่งนี้ดวงดาวจะเลือนหาย
ท้องฟ้าลายหม่นเศร้ากว่าที่นี่
เดือนดาวหดหายหมดทั้งปฐพี
โปรดจงรู้ทุกนาทีมีแต่เธอ
จะโอบกอดเธอไว้ด้วยใจรัก
ความห่วงใยแน่นสลักภักดิ์เสมอ
เขียนกลอนนี้ยืนยันว่ารักเธอ
ทุกคำมั่นใช่เผลอ..บอกใครใคร
ฉันจะลอยข้ามฟ้ามาหาเธอ
ส่งเป็นกลอนบอกเธอไม่ไปไหน
เป็นสัญญาให้รู้ว่าหัวใจ
เป็นของเธอตลอดไปไม่เปลี่ยนแปลง
ขอบคุณเธอวันนี้ที่เธอให้
โอบกอดในหัวใจได้ส่องแสง
สัญญาใจสร้างไว้ไม่เคลือบแคลง
เพื่อแสดงว่ารักเธอตลอดไป
ให้โลกสลายหายลับไปกับตา
ดาวเต็มฟ้ายืนยันฉันไม่ไปไหน
จะยืนอยู่ข้างเธอข้างหัวใจ
ดูแลเธอตลอดไปตั้งแต่นี้...
MVหวาน หวาน

... คิดถึงนะรอยยิ้ม ...

เพรง.พเยีย


๏  สวัสดี...รอยยิ้มที่คิดถึง
ที่เป็นหนึ่งพิมพ์ใจอยู่ไม่หาย
เสมือนรอยลงรัก...ฉลักลาย
ทรงความหมายงดงาม...เมื่อยามมอง
๏  ณ รอยยิ้ม...สบายดีไหม...
ฝากถามไปถึงคนเป็นเจ้าของ
จากวันนั้นผ่านวันตามครรลอง
พาเราสองพบพานแล้วผ่านไกล
๏  แต่โปรดรู้...มีหนึ่งคิดถึงนัก
กี่ร้อยสักอักษรออกปราศรัย
คงมิเทียบเสียงระรัวของหัวใจ
เฝ้ารอใครส่งยิ้มมาอีกครั้ง
๏  รู้ไหมในระหว่างที่ห่างหาย
ความเดียวดายเหมือนเงา..เฝ้าคอยสั่ง
อย่าเลยนะ...อย่าให้เพ้อเพียงลำพัง
อย่าให้ตั้งตาเก้อชะเง้อคอย
๏  แอบยิ้มอยู่ไกลไกล..ใช่หรือเปล่า
หรือแอบเฝ้าเหมือนเคย...ไม่เอ่ยถ้อย
บางครั้งสัมผัสรู้ถึงร่องรอย
ก็ยิ่งพลอยกระวนกระวายใจ
๏  แม้ท้องฟ้าวันนี้...ที่ปรากฏ
จะสวยสดด้วยยาม...สีครามใส
แต่หากมีเมฆขาว-รอยยิ้มใคร
ยิ่งพลอยให้โลกนี้...ชื่นชีวา
๏  ผ่านรอบคืนเพ็ญงาม...เฝ้าถามไถ่
ฝากความไปถึงเขาจันทร์เจ้าขา
หนึ่งคงรออีกคน...ร่วมสนทนา
ก่อนนิทราลากัน..."จงฝันดี"
๏  แม้คืนนี้จันทร์ฟ้าที่ปรากฏ
รอบทรงกรดเรืองแซมเติมแต้มสี
คงเป็นสรวงตื่นตาแห่งราตรี
ถ้าเพียงมีเธอเย้า...ร่วมเงาจันทร์
๏  ปฐมบทความดี...ที่มีให้
คงตรึงใจเสมอกาลที่ผ่านผัน
จึงห่วงหาคำนึงอยู่ถึงกัน
เพียงเธอนั้น..นะคนดี...ทุกที่ไป
๏  คิดถึงนะรอยยิ้ม...
ร่างรอยพิมพ์บรรจงมาส่งให้
พร้อมบทเพลงมอบเคียงเพียงหนึ่งใคร
ฉันดีใจที่มีเธอ...เสมอมา...

ถึงวัน...ก็จะกลับ

อรุโณทัย


ดั่งนกน้อยจากรังยังอ่อนหัด
โผบินลัดท้องทุ่งมุ่งตามฝัน
ท่องเที่ยวไปในป่าพนาวัน
ด้วยมุ่งมั่นเสาะหาประสบการณ์
เที่ยวโผนผกหกเหินห่างจากถิ่น
เพียงโบยบินลัดเลาะอย่างอาจหาญ
อุปสรรคน้อยใหญ่ที่พบพาน
ก็เผาผลาญด้วยจิตที่มั่นคง
ดุจนกน้อยจากรังเพียงครั้งหนึ่ง
ครวญรำพึงถึงถิ่นมิลืมหลง
ยังคิดถึงที่เก่าทั้งเผ่าพงศ์
สักวันคงโบยบินสู่ถิ่นเอย
อรุโณทัย
๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

กลอนบทเก่า

เที่ยนหยด


นั่งอ่านกลอนบทเก่าเคยเย้าหยอก
คุยกันออกรสชาติเผลอฟาดไข่
ฝากรอยยิ้มบานแฉ่งมิแบ่งใคร
ก็มือไวนี่คะโปรดระวัง!
พรั่งพร้อมเพื่อนหญิงชายมาทายทัก
แวะเวียนพักยินยลราวมนต์ขลัง
คลิ๊กหน้าจอจ้อได้ไม่เสียตังค์
จะเสียงดังหรือเบาล้วนเท่ากัน
นั่นก็พี่นี่น้องมิต้องคิด
กระชับมิตรชิดชอบไร้ขอบขั้น
กลอน เรื่องสั้น ทู้ โคลง โยงสัมพันธ์
เผ็ด หวาน มันส์ เฮฮา ประสาเรา
นานเพียงใดยังคงอยู่ตรงนี้
ถึงต่างที่จุดหมายคือหายเหงา
แท้ความจริงมิอาจจะคาดเดา
ไม่ว่าเขาหรือเธอก็เกลอกลอน
บ้างเรียบง่ายอรรถรสจารจรดถ้อย
บ้างเรียงร้อยพลิ้วผ่านงานอักษร
บ้างเปรียบเทียบเรื่องจริงอิงละคร
บ้างอาวรณ์ไหวตามทุกความนัย
นั่งอ่านกลอนบทเก่าเคยเย้าหยอก
จึงอยากบอกตามตรงอย่าสงสัย
ยังคิดถึงวันคืนชื่นฤทัย
กับอาลัยวันวาน..ที่ผ่านมา
เทียนหยด

จำปี

Salukphin


จำเอ๋ยจำปีนามเจ้านี้จดใจให้ใฝ่ถึง
คนร่วมปลูกปล่อยใจให้คะนึงและซาบซึ้งสายใจในความดี
คงเหลือไว้รอยอาลัยให้นึกถึงว่าครั้งหนึ่งร่วมท้องเป็นน้องพี่
พันสายสร้อยร้อยสายใยมิตรไมตรีฝากจำปีอนุสรณ์ก่อนลับเอย

อวยพรปีใหม่พ.ศ.๒๕๕๖

กระต่ายใต้เงาจันทร์


อวยพรปีใหม่พ.ศ.๒๕๕๖
กระต่ายใต้เงาจันทร์
แค่เส้นฟ้าขอบบางที่กางกั้น
ไม่อาจขวางหัวใจฉันที่ใกล้กว่า
แม้ไม่ได้ส่งความสุขทุกครั้ง..ที่หลับตา..
แต่คิดถึงทุกเวลาที่หายใจ
อยากมอบสิ่งดีเรียงรายจากปลายฟ้า
อยากมอบของขวัญล้ำค่าในปีใหม่
อยากส่งยิ้มพริ้มพักตร์ทักเพื่อนไป
วาดโลกใบใหม่สดใสวิไลตา
ใช้เมฆขาวบนท้องฟ้าแทนกระดาษ
เส้นสีรุ้งหยดหมึกวาดความปรารถนา
ร้อยดอกไม้ทักทองดงามตา
ส่งสิ่งดีมีคุณค่าข้ามฟ้าไกล
ไม่ว่าเธอจะอยู่ส่วนไหนของโลกใบนี้
ให้สุขสมหวัง ทุกที่ ดังฝันใฝ่
สุขในธรรม สุขทางโลก สุขด้วยใจ
ปรารถนาสิ่งใด..สมหวัง...เทอญ..

คิดถึง

รงค


ยากตัดใจให้ลืมความคิดถึง
สุดลึกซึ้งจึงพร่ำร่ำเรียกหา
กัดกร่อนให้ไหวหวั่นสั่นกายา
ทุกเวลาปวดร้าวเศร้าเหลือใจ
ใจจะขาดบาดลึกด้วยแผลนั้น
จะกี่วันกี่คืนที่ทนไหว
คิดถึงเขาเข้าแล้วหมดทรวงใน
แล้วเมื่อไหร่จะรู้ความเป็นจริง
อะไรหนอทำให้ใจปวดร้าว
คิดถึงเขาขนาดถูกซึมสิง
สลัดแล้วไม่หลุดจุดแอบอิง
หรือเกรงกริ่งสิ่งใดไฉนฤา
ความคิดถึงมิใช่เช่นความรัก
ยากจะหักใจลืมเสน่หา
ความใกล้ชิดสนิมสนมตลอดมา
ก่อคุณค่าความจริงใช่สิ่งลวง
ยามไกลห่างต่างกันแค่แดนดิน
ลมพัดกลิ่นระเรื่อชวนห่วงหวง
แนวลมพัดหนาวมาพาหนาวทรวง
สุดแสนห่วงด้วยใยความผูกพัน
ต่อแต่นี้รู้ซึ้งความคิดถึง
จึงรำพึงรำพันเกินสิ่งฝัน
ถ้าโชคดีมีวาสนากันและกัน
คงมีวันผูกพันตราบชีพวาย
๑ มกราคม ๒๕๕๖

เดินทางกลางป่า

ป๋อง สหายปุถุชน


จันทร์กระจ่างพร่างฟ้าเวลาเหงา
น้ำค้างเบาพรมหญ้าสายลมหนาว
มองดูจันทร์ลอยเด่นท่ามกลางดาว
สุกสว่างพร่างพราวกลางพงไพรยามเดินทางกลางป่าเวลาค่ำ
จันทร์ส่องนำดูทางสว่างไสว
คิดถึงหน้าคนรักผู้ห่างไกล
ช่างพาใจให้ชุ่มชื้นในคืนเพ็ญคืนนี้จันทร์ลอยเด่นเห็นดวงหน้า
เดือนดาราสาดส่องยังมองเห็น
หนาวน้ำค้างไอหมอกให้หนาวเย็น
สุดลำเค็ญเดินป่ายามราตรีแว่วเสียงหริงเรไรกลางไพรกว้าง
ต้องอ้างว้างห่างคนรักด้วยหน้าที่
ถึงตัวตายใจยังห่วงน้องคนดี
ด้วยชีพนี้พี่ยอมพลีเพื่อชาติไทย

* คิดถึงเธออยู่เสมอ. *

แก้วประเสริฐ


http://upic.me/i/nu/665411.gif
* คิดถึงเธออยู่เสมอ *
ลู่ลมหนาวแผ่วพลิ้วปลิวไสว
ใบไม้ไหวกิ่งก้านผ่านลำแสง
อวลอบกลิ่นมาลีที่ร้อนแรง
รวีแฝงลอดช่องส่องพฤกษ์ไพร
เลาะเลี้ยวสู่ลำธารผ่านคุ้งน้ำ
เย็นชื่นฉ่ำหัวใจให้สดใส
ม่านบุบผาคละคลุ้งจรุงใจ
ห้วงหทัยหวนหาแสนอาดูร
น้ำตกสาดละอองผ่องฟุ้งซ่าน
แว่วขับขานดนตรีที่จะสูญ
ละอองรุ้งพยุงไม้ให้เกื้อกูน
ก่อไผ่หนุนซ่านเสียงเยี่ยงกวี
เหลือสิ่งนี้มิมีแล้วแนวสณฑ์
ถูกโค่นจนเตียนราบฉาบแสงสี
อีกน้ำเล่าเสียงพร่ำย้ำมากมี
แต่บัดนี้แห้งแล้งแฝงโรยลา
เดินชมป่าฝ่าร้อนอ่อนใจนัก
ยากจะพักลมร้อนผ่อนหรรษา
ประดู่เจ้าเหลือตอท้อแสงมา
ก่อนนั้นหนาชูช่อล้อเล่นลม
นี่นะหรือเคยหนาวเฝ้าชื่นจิต
เปลี่ยนชีวิตผันแปรแผ่ป่าขม
มีเพียงไว้แนวหนึ่งซึ้งเคยชม
ก่อนภิรมย์ชื่นฉ่ำย้ำล่วงทรวง
นั่งลงข้างน้ำตกอกสะท้อน
จิตอาวรณ์สิ่งนี้ที่ผ่านห้วง
คิดถึงเสมอผ่านในฝากใยยวง
ลึกเป็นบ่วงจรุงไว้ให้รัญจวน
โอ้คนหนึ่งสุดซึ้งกึ่งแมนสรวง
งามทั้งปวงมธุรสจรดหวน
สู้ห่วงหาอาวรณ์รอนสั่นชวน
แล้วผันผวนดั่งน้ำยามไหลริน
ม่านฟ้าแก้วแพรวพร่างสร้างใส่ห้วง
โปรยใยยวงฝากไว้สุดใคร่ถวิล
เสียงนกร้องฝากพร่ำย้ำดวงจินต์
ภมรบินชมผกาผ่านหน้าไกล
น้ำตกเคยเสียงดังฟังโครมคึก
บัดนี้ผนึกกลั่นลงปลงสดใส
ป่าก็โปร่งน้ำแห้งแฝงภายใน
มวลวิไลหายห่างสร้างอาวรณ์
อกหนออกดุจเจ้าเฝ้าครวญถวิล
จะลารินหรือเปล่าเขาเฝ้าสลอน
กลิ่นไอล่องโชยสบัดมัดใจวอน
นึกถึงต
หน้า / 15  
ทั้งหมด 247 กลอน
>