กลอนธรรมะ

ของดี.....ที่เซเว่นฯ

เสมอจุก


เมื่อวานซื้อหนังสือจากเซเว่นฯ
มาอ่านเล่นเห็นว่ามันน่าอ่าน
เป็นข้อคิดกำลังใจในการงาน
เขียนโดยพระไพศาล  วิสาโล
ในบางตอนท่านเล่าเอาไว้ว่า
ณ วัดวาแห่งหนึ่งซึ่งไกลโข
ผู้ป่วยเอดส์นอนเตียงเหมือนเรียงโชว์
เป็นหลายโหลเรียงรายอยู่ในเรือน
ทุกทุกวันใครตายเขาย้ายออก
ผู้ป่วยนอกก็แล่นมาแทนเพื่อน
ก็ได้เห็นแบบนี้เป็นปีเดือน
ดูเสมือนธรรมดาเรื่องสามัญ
โอ้ละหนอรอคอยแต่ความตาย
ด้วยร่างกายไร้แรงจะแข็งขัน
ผอมซูบลูบกระดูกก็ถูกอัน
ตุ่มพองหนองคันดูมันเฟะ
แต่จิตใจใช่แย่เหมือนอย่างร่าง
พระนำทางสว่างใจไม่ปะเปะ
ให้มองเห็นความตายที่ฟายเฟะ
ก็เละเทะแค่กายมิใช่ตน
จึงแววตาสดใสอยู่ในธรรม
ไม่ครวญคร่ำร่ำไห้ไร้เหตุผล
มัจจุราชมาดหมายไม่เว้นคน
แต่ก็พ้นความทุกข์เข้ารุกใจ
พลันสำเนียงเสียงเพลงจากวิทยุ
ดังปะทุลั่นเรือนของคนไข้
เพลงฉลองวันเกิดเปิดฉลองใคร
ฟังบาดใจ happy birthday to you
ยังมิทันเสียงเพลงบรรเลงจบ
นั่นเสียงใครร้องกลบก็ไม่รู้
happy deadday to you
ร้องอยู่ลั่นลั่นสนั่นเตียง
ฉับพลันลูกคู่ก็กู่รับ
พรึบพรับรับร้องกันก้องเสียง
กระหึ่มดังฟังดูโดยพร้อมเพรียง
สำเนียงเบิกบานสำราญกาย
พอร้องจบครบถ้วนกระบวนเพลง
ก็ครื้นเครงหัวร่อกันงอหาย
บ้างนั่งขำน้ำตาเล็ดเป็นเม็ดพราย
บ้างก็ส่ายหัวดิกคิกคักกัน
ท่านสรุปความไว้ให้แง่คิด
ไม่ยึดติดตัวคนของตนนั่น
หากมีทุกข์รุกโหมมาโรมรัน
ก็หัวเราะเยาะมันให้ลั่นไป
ลงกลอนเสร็จจะระเห็จไปเซเว่น ฯ
เมื่อ

ทำร้ายตนเอง

ลุงแทน


ตัดให้ได้ หนีให้ห่าง อย่าข้องจิต
อย่ายึดติด เป็นบ่วงมาร ผลาญสิ้นสูญ
อกุศล กลเล่ห์ร้าย หน่ายอาดูร
เหตุเป็นมูล แห่งอบาย หมายชีวัน
หนึ่งโลภะ สองโทสะ สามโมหะ
เป็นมละ แห่งมลทิน ถิ่นโศกศัลย์
ใครติดบ่วง ห่วงวงล้อ ต้องจาบัลย์
สูญสิ้นพลัน ทางสวรรค์ อันสุขใจ
* อันโลภะ หายนะ คือความโลภ
ต้องเศร้าโศก ความอยากได้ ให้หวั่นใหว
ไม่รู้จัก คำว่าพอ ให้ท้อใจ
มากแค่ใหน ไร้แผ่นดิน ก็สิ้นดี
อยากเป็นใหญ่ พอสมใจ ให้อยากเพิ่ม
ด้วยอยากเสริม บารมี ไม่ขวยเขิลล์
ในที่สุด ความยากมาก มาซ้ำเติม
ความเจริญ เริ่มเสื่อมถอย ต้องระกำ
** ก่อให้เกิด เพิ่มโทสะ ละไม่หยุด
คอยประทุ - ษร้ายใจ ให้เจ็บช้ำ
กลายเป็นโกรธ โทษอบาย กายหมองคล้ำ
เจ็บระยำ ย่ำผูกโกรธ โทษเพิ่มตาม
ก่อให้เกิด เป็นความแค้น แสนสาหัส
คิดกำจัด ตัดเสี้ยมหนาม ให้ย่อยยับ
ความโกรธแค้น ต่อตามเติม เพิ่มระดับ
อาฆาตกลับ สับใจตน ทนหมองใจ
*** เหตุเพราะหลง กลอบาย ให้ใจทุกข์
หลงจนสุด หลุดความดี ชีวีไหม้
ขาวเป็นดำ ดำเป็นขาว ร้ายหทัย
ความสดใส ไม่มีเหลือ เหยื่ออธรรม
เราต้องลด ลงต้องละ แล้วผละเลิก
ก่อให้เกิด เพิ่มความดี ไม่ถล่ำ
เตือนสติ คิดรอบครอบ ประกอบกรรม
กุศลธรรม นำชีวิต ปลิดบ่วงมาร

ของขวัญปี 52 : สันติธรรมค้ำจุนโลก

อ.วรศิลป์


การคิดถึงตนเองมากเกินไป....ไม่ดีแน่
พาให้แย่ไร้ผู้คนอยากคบหา
คิดถึงแต่ตนเองตลอดเวลา
ช่างไร้ค่าไร้งามความเป็นคน
การคิดถึงตนเองนั้นธรรมดา
ดุจทำไร่ไถนาย่อมหวังผล
เพราะทุกผู้ล้วนแสวงหาประโยชน์ตน
พร้อมดิ้นรนเพื่ออยู่รอดตลอดไป
หากแต่การคิดถึงคนอื่นด้วย
จะอำนวยผลดีที่ยิ่งใหญ่
เหตุความรักความอารีที่แบ่งไป
สิ่งที่ได้กลับมานั้น...สันติธรรม
สันติธรรม....งามงดหมดจดยิ่ง
เป็นขวัญมิ่งคุ้มภัยไม่กรายกล้ำ
เป็นความสุขความยินดีวิถีธรรม
เลอค่าล้ำ....ค้ำจุนหนุนโลกเอย

เพียงโพธิจิต..สถิตเนา...!

พุด


โลกภายนอกหมุนไปไม่สิ้นสุด
โลกภายในรอวิมุติผ่องแผ้ว
พบรัศมีบุญงามเพริศแพร้ว
เกิดปัญญาแก้วกระจ่างว่างภายใน
เห็นเกิดดับนับเนื่องเป็นสายโซ่
มีเพียงโพธิจิตแตกพร่างสว่างไสว
ดั่งไม้ธรรมนำนิพพานงามเกินใด
ใต้ร่มใจปลดแอกหนักพักเรื่องราว
เป็นไม้ทิพย์ไม้ทองต่อยอดบุญ
งามละมุนสอนเมตตาลบเลือนหนาว
กลางบึงใจดอกนิพพานบานพร่างพราว
ทุกข์รานร้าวรักพันธนารู้ค่าลม
ลมหายใจสั้นยาวเข้าแล้วออก
กายภายนอกหลอกเลือกเปลือกสะสม
หวังละเมียดรสกิเลสอิฏฐารมณ์
พาสู่ปมบ่มเพาะอยากมากทวี
ทิ้งสรรพสิ่งภาวนาท่ามไพรพฤกษ์
ดูรู้สึกจิตสับสนแห่งชีพนี้
อนิจจังรายรอบสอนชีวี
อริยสัจจ์สี่อยู่ที่นี่ณภายในใจเราเองดับเพรงกรรม..!
พลังแห่ง..จิตเกษม..!
ยามตะวันสนธยาที่ฟ้าฉ่ำฉ่ำหลัวๆ
แพนเปิดโคมไฟอบอุ่นอ่าน*พลังแห่งจิตปัจจุบัน*
หนึ่งในหนังสือดีที่สุดที่วางแผงในช่วงหลายสิบปีนี้
เพระทุกประโยคนั้นเต็มไปด้วยพลังและสัจจธรรม
และพลบค่ำในท่ามกลางความเงียบ
หัวใจดวงนิ่งงันสงบงาม
ก็ราวเข้าสู่ภวังค์ไร้มิติลึกเลยค่ะ
รู้สึกราวได้นิทราไปอย่างอิ่มเต็ม
แพนจะแนะนำหนังสือแสนดีแสนมีค่ามาสักนิดสักหน่อยนะคะ
บทนำ..ความเป็นมาของหนังสือเล่มนี้..
*ผมแทบไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย
ผมอยากจะเล่าย่อๆถึงความเป็นมาเป็นครูฝึกพลังแห่งจิตนี้
ได้อย่างไรและทำไมถึงเขียนหนังสือเล่มนี้ออกมา
ก่อนผมจะอายุสามสิบ
ชีวิตผมเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
หดหู่ และหลายครั้งที่คิดจะฆ่าตัวตายเสี

ความยินดีในรสพระธรรม ชนะความยินดีทั้งปวง

ลักษมณ์


การให้พระธรรม
ชนะการให้ทั้งปวง
รสพระธรรม
ชนะรสทั้งปวง
ความยินดีในรสพระธรรม
ชนะความยินดีทั้งปวง
ความสิ้นตัณหา
ชนะทุกข์ทั้งปวง
ละชั่ว ทำดี
ทำใจผ่องใส
ทาน ศีล ภาวนา
รู้ ตื่น เบิกบาน
มาฆบูชา
วันพระธรรม

๓๑ กรกฎาคม..วันอาสาฬหบูชา..

พี่ดอกแก้ว


จตุรงค์ปฐมบรมวาร
พุทธกาลบังเกิดพระศาสนา
ครั้งเดือนแปดแวดล้อมพระศาสดา
สี่เหตุการณ์มีค่าคราวันเพ็ญ
พระมหากรุณามิสิ้นสุด
ทรงเร่งรุดโปรดวัคคีย์หนีทุกข์เข็ญ
ธัมมจักกัปปะให้ความเย็น
ทรงหมุนจักรบำเพ็ญ ปฐมเทศนา
ทางสายกลางห่างโศกไร้โรคหมอง
ทรงให้ตรองอริยสัจจ์ตัดตัณหา
ครบรอบสามอาการสิบสองของภาวนา
เปิดดวงตา. .ปฐมสาวกสิ้นรกมาร
ปฐมสงฆ์ องค์แรกในโลกหล้า
บังเกิดมา ณ อิสิปปตนสถาน
พระไตรรัตน์ครบองค์  ปฐมวาร
ในเบื้องกาลอาสาฬหบูรณมี
กงล้อธรรมนำสุขปลุกชีพชื่น
ให้ชนตื่นเบิกบานสานสุขี
ขบวนสงฆ์ลั่นธรรมเภรี
สานไมตรีพระมหากรุณาคุณ.

เธอคือ ...สำเภาเจ้าพาณิชย์

ยุทธภูมิ สุวรรณเวช


เธอคือนามสำเภาเจ้าพาณิชย์
รู้ประสืทธิ์วิทยานาวาสาร
รู้ลิขิตคิดธรรมลำนำธาร
รู้แตกฉานงานการงานสังคม
ใบระบัดศตวรรษปักษ์สนปก
อร่ามกนกหกทิศสฤษดิ์สม
พ่อชุมพรขจรพรายขจายพรหม
ฤาโลกชม  สมสมญา  พระนคร

เสียงสวดมนต์

วฤก


๏ เสียงสวดมนต์บ่นคำพระธรรมขาน
ก้องกังวานแว่วดังทั้งสองหู
ถามพ่อแก่แม่เฒ่าว่าเจ้ากู
ชี้ให้รู้ธรรมใดไม่ชัดความ
ท่านบอกว่าพระสวดเพื่อศักดิ์สิทธิ์
ทรงซึ่งฤทธิ์มิรู้ถ้วนมิควรหยาม
เป็นเช่นนี้นานเก่าเฝ้าติดตาม
แต่ครั้งข้ามเขตสมัยไม่เปลี่ยนแปลง
ฟังบาลีวาทีที่ท่านกล่าว
คือเรื่องราวคติธรรมนำแถลง
ถ้ารู้ความตามไปไขชี้แจง
ก็จะแจ้งจริงพระธรรมนำจิตใจ
เสียงสวดมนต์บ่นคำพระธรรมก้อง
ใช่เพื่อป้องเสนียดร่นพ้นไฉน
ปากถือธรรมแต่ต่ำจิตคิดจัญไร
พระมาลัยมาโปรดก็โฉดชิน ๚
หน้า / 6  
ทั้งหมด 93 กลอน
>