กลอนห่วงใย

คนสำคัญในหัวใจยังเป็นเธอ

ลูกหว้า


ลองถามตัวเองสักกี่ครั้ง
ใจก็ยังตอบว่ารักอยู่เสมอ
เเละไม่สามารถเอาใครมาแทนเธอ
ยังรักอยู่เสมอไม่เปลี่ยนไป
ยังรักยังห่วงใยอยู่เสมอ
ถึงแม้ไม่ได้เจอก็ไม่หวั่นไหว
แม้ชีวิตมากมายด้วยใคร-ใคร
แต่คนสำคัญในหัวใจยังเป็นเธอ

..๏ แด่คนไกล ณ ปลายฟ้า

อัลมิตรา


...ได้โปรดรับรู้นิยาม...ของความเป็นห่วง...
...ว่า...ความรู้สึกทั้งปวง...ที่ฉันมอบให้...
...ล่องลอยเคว้งคว้าง...เดินทางมาแสนไกล...
...แท้คือเยื่อใย..น้ำใจ..ไมตรี...
...หมายไขว่ใคร่คว้า...รักมาแนบอก...
...ใช่ว่าเพ้อพก...อยากทบทวนเรื่องนี้...
...แม้ร้างห่างไกล...ใช่สิ้นไมตรี...
...อยากให้คนดี...รับรู้เรื่องราว...
...ว่าแสนคิดถึง...ตราตรึงในจิต...
...แม้เสี้ยวแห่งชีวิต...เคยคิดเหน็บหนาว...
...มีร้อนรุ่มสุมใส่...บ้างในครั้งคราว...
...เจ็บปวดรวดร้าว...ทุกคราวที่คำนึง...
...อยากบอกให้รู้...ผู้อยู่ตรงนี้...
...ยังคงปรารถนาดี...มีความซาบซึ้ง...
...อดีตกาลผ่านแล้ว..ไม่แคล้วตราตรึง...
...มอบความคิดถึง...สุดซึ้งมากมาย...
...คิดย้อนกลับไป...ถึงผู้อยู่ไกลสุดปลายฟ้า...
...สืบเสาะค้นหา...ทิศทางอันหลากหลาย...
...สะท้อนความคิด...ดวงจิตไม่คิดกลับกลาย...
...ไม่เคยเสื่อมคลาย...เปลี่ยนไปจากเดิม...
...รู้ซึ้งตรึงตรา...เกินกว่าพร่ำบอก...
...แม้อาการภายนอก...มาดนิ่งไร้สิ่งเสริม...
...เสมือนเฉยชา...ดั่งว่าผิดแผกจากคนเดิม...
...แต่อ่อนโยนนั้นเริ่ม...ต่อเติมเพิ่มทรวง...
...เก็บงำความรัก...ไว้อย่างนิรันดร์...
...พร้อมกับความสำคัญ..."แสนรักแสนห่วง"...
...ฉันให้ไปแล้ว...หัวใจหมดทั้งดวง...
...ความรู้สึกทั้งปวง...ยังยืนยง...
...เยื่อใยสายรัก...ที่ถักเป็นสร้อย...
...ฉันเฝ้ารอคอย..เธอผู้ประสงค์...
...แม้ว่าอยู่ไกล..

ส่งใจไปชายแดน

หญิงบ้า


แอบส่งความห่วงใยไปที่หนึ่ง
ส่งไปถึงผู้คนไม่รู้จัก
ณ มุมนี้มีหนึ่งคนหม่นใจนัก
รุนแรงหนักไม่สงบอบอุ่นใจ
อยู่ทางนี้มีแต่รับข่าวสาร
สิ่งที่อ่านที่เห็นเท็จจริงไหม
เมื่อรับรู้เหตุการณ์ความเป็นไป
ทำได้เพียงทำใจและไตร่ตรอง
แต่ละวันปั่นป่วนล้วนสลด
ช่างรันทดหมดกันพลันเศร้าหมอง
อยากให้หยุดให้จบทบทวนมอง
นั่นพวกพ้องมิใช่หรือที่สิ้นใจ
มิอาจหรอกบอกกล่าวใครเศร้ากว่า
หยดน้ำตาฉันเธอล้วนเอ่อไหล
เธอฆ่าฉันฉันฆ่าเธอเสมอไป
คนข้างหลังขาดใจไปตามกัน
.:T____T:.

วันพรุ่งนี้

กวีปกรณ์


ฉันอาจอยู่ไม่ถึงวันพรุ่งนี้
ขอกล่าวลายามที่ยังอยู่ใกล้
เราอาจห่างกันจนแสนไกล
และอาจเกินคว้าไขว่ให้กลับคืน
เฉกเช่นบางคืนมีหมื่นดาว
คล้ายจันทร์เจ้าหนีหายย้ายถิ่นอื่น
เพียงซุกซ่อนใต้เงาดำที่กล้ำกลืน
แต่ยังยืนอยู่เคียงข้างไม่ห่างกาย
ถึงแม้วันพรุ่งนี้ไม่มีฉัน
ขอเธอจงฝ่าฟันดั่งมั่นหมาย
คว้าดวงดาวพราวฟ้าอันพร่างพราย
เป็นรางวัลมากมายแก่ชีวิต
กำลังใจฉันมีให้เสมอ
เส้นทางฉันเธอต่างลิขิต
ประสบการณ์สอนเราจงพินิจ
สุขทุกข์อย่ายึดติดในจิตใจ
รุ่งอรุณตะวันกำลังมา
เหล่านกสนทนาความเคลื่อนไหว
ถึงเรื่องราววันวานที่ผ่านไป
อนาคตเพียงใครพยากรณ์
เทียนกำลังเผาตนท้นน้ำตา
ต้อนรับสนทยายามแสงอ่อน
ดอกไม้กำลังม้วนกลีบนอน
ฉันขีดคัดบางท่อนบทกวี

ปลอบขวัญวันเหงา......

White roses


>
ยลยินคำ..เธอกล่าว..แสนร้าวจิต
โอ้มิ่งมิตร..หม่นหมอง..ต้องกำสรวญ
ด้วยคนรัก..หักอาลัย..ใจเรรวน
จึงคร่ำครวญ..เสียหลัก..เพราะรักลวง
เธอยิ่งเศร้า..ฉันยิ่งร้าว...ปวดใจลึก
แทบสะอึก..ยามเธอเหงา..เฝ้าหวงห่วง
ดั่งไฟเผา..เร้ารุม..สุมกลางทรวง
ถูกเล่ห์ลวง..ตอกย้ำ..ช้ำเจียนตาย
รู้บ้างไหม..คนทางนี้..ใช่หนีห่าง
ไม่เคยร้าง..ทอดทิ้ง..แล้วชิ่งหาย
ยังวนเวียน..ห่วงใย..ไม่เสื่อมคลาย
ขออย่าได้..ทดท้อ..ต่อชะตา
มาปลุกขวัญ..ปลอบเหงา..มาเร้าจิต
ขอเธอใช้..ชีวิต..อย่างคุ้มค่า
สิ่งเลวร้าย..ผ่านลับ..อย่ากลับมา
ซับน้ำตา..ที่หยดไหล..ให้เจือจาง
เมื่อความรัก..จากไป..ใจคงช้ำ
แผลถูกย้ำ..รอยเก่า..เศร้าหมองหมาง
สงสารเธอ..ยิ่งนัก..รักอับปาง
ใครนะช่าง..ใจดำ..ทำอกตรม
หยุดเถิดหนา..ความเศร้า..แต่คราวก่อน
อย่าให้ย้อน..หวนคืน..ความขื่นขม
ขอให้สิ่ง..หรรษา..น่าภิรมย์
จงประพรม..หัวใจ..ให้ชื่นบาน....
เป็นกำลังใจให้เสมอ แอบมาดูอยู่ห่างๆค่ะ....
กุหลาบขาว

ไม่มีวันไหนที่ไม่รักเธอ

กระต่ายใต้เงาจันทร์


หวังว่าความคิดถึงจักสอนให้เหี้ยมหาญ
จะรู้จักเก็บไว้ดังใจหมาย
แม้ความรักหักห่างร้างแรมไกล
แต่ในความห่วงใยยังไม่คลาย
หวังว่าหวังที่หวัง จะยังไหว
หวังหัวใจ ยังเข้าใจในความหมาย
หวังรู้สึก จะรู้สึก ไม่นึกคลาย
หวังจะได้พบกันวันฟ้างาม
เมื่อยังมีหวัง ก็มีหวัง
การรอคอยเหมือนพลังเฝ้ารอถาม
ข้ามเส้นโค้งขอบฟ้าที่งดงาม
หรือว่าความ รักแท้ ไม่แม้มี
ฤา เป็นเพียงสิ่งสมมุติที่หยุดทัก
เหมือนผีเสื้อบินทักหลงแสงสี
ทุกๆห้วงช่วงเสี้ยวเศษนาที
มิอาจหยุดสักนาที ที่รักเธอ
หวังจักสอนหัวใจให้เหี้ยมหาญ
ตั้งเป็นแน่วแน่ปฎิธานกังวานไหว
ว่าจะรัก จะรอ เช่นนี้ เสมอไป
จนลมหายใจสุดท้าย...รอเธอทั้งน้ำตา

กระต่ายน้อยคอยจันทร์

Saran


มองดวงจันทร์ชวนให้นึกถึงวันเก่า
วันที่เรามีเราอยู่ใต้แสง
ของดวงดาวสุกสกาวในคืนแรม
ยิ้มเธอแง้มพร่างพราวสกาวใจ
ร้อยพันดาวดวงสวยที่เรานับ
สายลมขับพัดกล่อมไม่ไปไหน
หมื่นล้านคำว่ารักเอ่อล้นใจ
ลอยล่องไปสว่างใสบนฟ้าคราม
บนนภางดงามสักเพียงไหน
ต่อให้ใครทั้งโลกต่างเฝ้าถาม
ตอบได้โดยหัวใจไม่คิดตาม
คนที่งามที่สุดมีเพียงเธอ
ในวันนี้ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนสี
ใจฉันมีแต่เธออยู่เสมอ
ฟ้าไร้ดาวไม่เหมือนที่พบเจอ
แต่ใจเธออยู่ที่ฉันตลอดไป
ดวงตะวันตกน้ำแล้วจมลับ
ดวงจันทร์กลับกลีบเมฆลบเลือนหาย
เหลือแค่เพียงตัวฉันที่เดียวดาย
ไม่มีเธอเคียงกายเหมือนเคยเป็น
ฝากสายลมโชยเอื่อยว่าคิดถึง
ฝากดวงดาวให้เธอซึ้งเมื่อได้เห็น
ฝากจันทร์นวลแทนรักที่ชื่นเย็น
ให้เธอรู้ว่าเป็นความห่วงใย
แม้ไม่รู้วันนี้เธออยู่ไหน
รู้แค่เพียงใจเธออยู่ที่ฉัน
กระต่ายตัวน้อยยังคอยหาดวงจันทร์
กระต่ายตัวนั้นคือฉันที่คอยเธอ

เคียงข้างเธอ

กวีปกรณ์


หากเธอคิดฉันไกลปันใจห่าง
ฉันรักเธอเสียอย่างอย่าสงสัย
เถิดที่รักโปรดอย่าหมองเศร้าไป
จะห่างเธออย่างไรให้ไกลกัน
หากเธอนั้นชี้นกฉันว่านก
อย่าตระหนกรักแน่มิแปรผัน
หากเหน็บหนาวหัวใจอย่างไรกัน
จะมีฉันเคียงข้างไม่ห่างไกล
บนหนทางหวังไว้ดั่งใจฝัน
จงเชื่อมั่นหนักแน่นอย่าหวั่นไหว
หากเธอล้มพลาดพลั้งในครั้งใด
กลับมาหาฉันได้ในทันที
หรือพลัดหลงเผลอไผลในบางครา
ฉันจะออกตามหาเธอทุกที่
หากชอกช้ำปวดร้าวล้นฤดี
ฉันจะอยู่ตรงนี้ซับน้ำตา
ไม่มีหรอกวันใดปันใจห่าง
รู้เสียบ้างฉันรักเธอยิ่งกว่า
จะโอบกอดเธอไว้ทุกเวลา
คอยห่วงใยห่วงหาทุกคราไป

ความทรงจำ

แย้ม ไกลวันเกิน


ผลสุดท้ายคล้ายว่าเป็นยาพิษ
ขอรับผิดรับผลฉันคนเขียน
จักเผาไหม้ตัวเองเปล่งแสงเทียน
ส่องบทเรียน สู่ตระหนัก เพื่อนนักกลอน
เจตนาหรือไม่ ใช่ข้ออ้าง
เป็นผู้สร้าง ขอรับผิด รับพิษก่อน
นับแต่นี้ต่อไปไม่เขียนกลอน
จะจากจร เจ็บกลืน กลับคืนรัง
(เพลงเริ่มต้น-"เธออยู่ไหน")
เธออยู่ไหน,ใครคนนั้น,ฉันอยู่นี่
เป็นวลี ที่รำพัน กันลับหลัง
เนิ่นนานปี ไม่มีใคร เคยได้ฟัง
เพียงลำพัง รับรู้กัน กับจันทรา
ฝากบอกใครคนนั้นนะจันทร์ไสว
เธออยู่ไหนใช่ถามเพื่อตามหา
ฉันอยู่นี่ก็ใช่อยากให้มา
คล้ายเป็นคำอำลาด้วยอาวรณ์
คงจะไม่มีวันพบกันแล้ว
ขอบคุณแวว ความห่วงใย ในวันก่อน
เธออยู่ไหนไม่สำคัญนิรันดร
เพราะทับซ้อนฉันอยู่นี่อยู่ที่เดิม
เพลง "เธออยู่ไหน" ต้นฉบับ

เหมือนเดิม

อินสวน


มีเรื่องเล่ามากมายจากเพื่อนเก่า
ทั้งเรื่องเศร้าและสุขสนุกสนาน
ระหว่างการรอข่าวที่ยาวนาน
ความน้อยใจไหลผ่านกาลเวลา
มาเยี่ยมยามถามไถ่ห่วงใยอยู่
ได้ยินคำพร่างพรูคิดฮอดหา
ความปวดเจ็บเก็บกดตลอดมา
ระบายเป็นน้ำตาออกจากใจ
เป็นอย่างไรทางบ้านการค้าขาย
เรื่องการเรียนน้องชายไปถึงไหน
ยังอยากเรียนต่อโทที่เมืองไทย
หรือพากันเปลี่ยนใจไปเวียดนาม
กราบพระบางบูชาสารภาพ
ลูกทำบาปบิดเบือนเหมือนมองข้าม
ทางชีวีแต่นี้จะดีงาม
เพราะทุกยามมั่นคงองค์ปฏิมา
เช้าวันนี้สายหมอกทักหยอกเย้า
ร้านกาแฟครั้งเก่าเราหวนหา
ริมน้ำโขงถึงตอนย้อนเวลา
มองสบตาใจสั่นหวั่นหวิวทรวง
มีคำถามมากมายในครานี้
คงจะมีเพื่อนใหม่คนเมืองหลวงฯ
น้ำคานใสไหลลงแม่โขงลวง
ยังเป็นห่วงกลัวใครทำให้ตรม

เก็บไว้ในความจำ

อินสวน


เช้าวันนี้ฝนมาซัดห่าใหญ่
หนาวหรือไม่ห่วงใยใจฝากถาม
อย่าหลับใหลละหลงลืมโมงยาม
ส่งใจข้ามฟากฝั่งคนนั่งคอย
ฟ้าด้านโน้นมัวหม่นม่านฝนกั้น
แลไม่เห็นฝั่งฝันเงียบงันหงอย
ละอองไอวูบไหวใจล่องลอย
ฝนตกบ่อยหรือไรห่วงใยกัน
วันฟ้าฉ่ำฝนพรำใจฉ่ำชื่น
เคยเริงรื่นเคียงคู่ดูสุขสันต์
เหตุไฉนใจดำลืมจำนรรจ์
ความผูกพันหายห่างเป็นร้างรา
ทอดแววเหงาสายตากรำห่าฝน
ความคิดถึงท่วมท้นอยากไปหา
กล้ำกลืนเก็บในกล่องของเวลา
เป็นความจำล้ำค่ากว่าการเจอ

หว่านเมล็ดพันธุ์ให้หัวใจ

ฟ้าฟื้า ธรรมชาติ


หว่านเมล็ดพันธุ์ให้หัวใจ
ห้วงหัวใจสานฝันวันระวี
เกิดก่อมีรักใหม่ใจเรียกหา
สานสิ่งเอื้อเกื้อหนุนเจือจุนมา
บ่มเวลาด้วยรักจักงดงาม
รดน้ำใจรินน้ำใจให้เต็มใจ
ทุกข์สุขอยู่อย่างไรได้ไต่ถาม
เฝ้าคิดถึงห่วงใยในทุกยาม
เติมเต็มความรักแท้ให้แก่กัน
แล้วจงมอบเมล็ดพันธุ์สรรค์ความสุข
เพื่อลดเลือนความทุกข์กระตุกขวัญ
รอดอกรักเบิกบานระหว่างวัน
ปล่อยดวงใจดวงนั้นละวางตน
จะได้อยู่กับตัวเมื่อมัวหมอง
อยู่กับห้องหัวใจในบางหน
เฝ้าดูแลเมล็ดพันธุ์หว่านใจตน
เพียรขุดก่นพรวนดินถิ่นหัวใจ
และจะได้รดน้ำใจให้ต้นรัก
สานทอถักกิ่งต้นจนใบใหม่
รอดอกบานผลิผลล้นหัวใจ
รู้ความหมายดอกผลรักตนเอง
เพื่อจะได้ยืนได้เมื่อไร้รัก
เหลือดอกบานทักทายไล่ข่มเหง
เมื่อกลับมาคนเดียวเปลี่ยววังเวง
ฮำบทเพลงส่งท้ายในความหลัง
ในตอนนั้นแผ่นดินใจอุดมแล้ว
ด้วยหน่อแนวเมล็ดพันธุ์สรรค์ความหวัง
เติมน้ำใจเต็มใจได้พลัง
เฝ้าฝากฝังพันธุ์ไว้ในเวลา
และจะได้รู้จักรักที่แท้
ใจแน่วแน่รื้อพังข้อกังขา
วันทุกข์เกี่ยวเกาะรั้งพันธนา
เมล็ดกล้าจะเติบโตมาคุ้มครอง
โรยละอองเกสรให้หัวใจ
อ่อนละมุนกรุ่นละไมขับไล่หมอง
วันความเหงาตรวนปักตอกหลักจอง
แต่ได้มองและยิ้มให้ไม้ต้นงาม
..................
วันความเหงาตรวนปักตอกหลักจอง
ยังได้มองเห็นว่ารักตัวเอง
ฟ้าฟื้น ธรรมชาติ

อวยพรให้ไปดี

ฤกษ์ ชัยพฤกษ์


หัวใจไม่ยั้งฝังในหัว
สุดขั้วมอบรักภักดิ์ที่สุด
คุดงอท่อตันพลันรักคุด
พลีหลุดสุดถนอมต้องยอมพลี
บางใครก้าวมาเราหน้าบาง
หนีห่างรีบหลบจบด้วยหนี
ทีเขาเราเร้นเป็นถ้อยที
ทุกข์เศร้าเหงาลี้เพราะมีทุกข์
ช้ำนักรักขมตรมเจ็บช้ำ
สุขปองร้องร่ำเคยนำสุข
ยุคเปลี่ยนเวียนวนคนละยุค
เพลินเพลิดเกิดทุกข์เพราะสุขเพลิน
กล่าวลาอาวรณ์มาอ้อนกล่าว
เขินหนักรักร้าวก้าวขัดเขิน
เดินห่างร้างเร้นเส้นทางเดิน
ใจเจ็บเหน็บเกินจะห้ามใจ
พรใดประเสริฐเลิศคำพร
ให้ย้อนประสบครบพรให้
ใครหวังดั่งเป็นเช่นบางใคร
เคียงใกล้สุขสันติ์สวรรค์เคียง..

รักเธอ...แต่ไม่กล้า

วายุ ชลธี


เมื่อเห็นเธอ      เดินมา        แขนขาสั่น
ใจก็หวั่น           เธอจะรู้        สักนิดไหม
ว่ามีคน              หนึ่งคนนี้    ที่ห่วงใย
ที่ได้หมอบ         หัวใจ          ไปทั้งดวง
ก็เพราะว่า         รักคำนี้        ที่มีอยู่
ได้หมอบให้       โฉมตรู        ไม่เคยหวง
คำว่ารัก             คำนี้            ไม่หรอกลวง
จะขอควง           แขนเธอ       เพียงผู้เดียว....

เสียงกระซิบจากหัวใจ

เปลวเพลิง


ความอบอุ่นกรุ่นละไมอยู่ในฝัน
คิดถึงกันข้ามฟ้าเพลาหนาว
ยามราตรีคลี่คลุมด้วยกลุ่มดาว
ใจจักกล่าวคำหวานซ่านทรวงในคิดถึงกันบ้างไหมในคืนที่
ฟ้าไม่มีโสมส่องอันผ่องใส
ยามลมพัดผ่านโพยมมาโลมไล้
ย่นระยะทางไกลเข้าใกล้กันมองสายน้ำฉ่ำไฉนก็ไม่เหมือน
ดั่งมีเพื่อนสู่สองประคองขวัญ
เคยแย้มยิ้มเสนาะคำเพ้อรำพัน
ว่า รัก รัก รัก มั่น มิผันแปรอิงไออุ่นกรุ่นหอมอ้อมฟากฟ้า
เพียงผกาบำบวงมอบดวงแข
สบตาสองจ้องซึ้งตะลึงแล
สะท้านแดดวงนี้ทุกทีไปเพลานี้ที่ไม่ได้อยู่ใกล้ชิด
เขาจะคิดถึงเหมือนตอนแต่ก่อนไหม
หว่างเส้นรุ้งคุ้งโค้งโยงเยื่อใย
เราส่งใจไปหาทุกนาทีเขาคนที่อยู่ไกลรู้ไหมหนอ
ใครส่งต่อความห่วงใยไปจากนี่
สะท้อนเลื่อมปลาบประกายสายวารี
ในยามที่เราพรากไกลจากกันกับวงแขนกอดเชยอันเคยคุ้น
ซบอกอุ่นวุ่นหวามดั่งความฝัน
ในรู้สึกลึกเกินเกริ่นจำนรรจ์
แรกรักฟั่นกลมเกลียวเหนียวแนบเนาโอ้พระพายพัดไปไกลลับลิบ
ฝากกระซิบ “คิดถึง ซึ้ง และเหงา”
เพียงผู้หนึ่งซึ่งครองห้องใจเรา
เนิ่นนานเท่านิจนิรันดร์เท่านั้นเอง
..................................................
ด้วยความปรารถนาดี

ฝากสายลมห่มใจบางใครจร

(น้ำตาลหวาน)


เสียงสายฝนหล่นฟ้าพาใจอุ่น
หอมละมุนกรุ่นไอเย็นกระเซ็นไหว
แอบหนาวเหน็บเก็บกลิ่นฝนระคนไอ
แม้นหนาวเย็นกายเพียงใดใจชื่นทรวง
ฝากสายลมห่มใจบางใครจร
ฝากสายฝนระคนวอนอ้อนแดนสรวง
ฝากสายน้ำไหลเฉื่อยฉิวริบริ่วรวง
ขออย่าลวงอย่ารับไปแล้วหายเลย
สายฝนพรำวอนขอนำจากใจนี้
ฝากคนดีที่อยู่ไกลได้ไหมเอ๋ย
สายลมพัดดึกสงัดอย่าปัดดั่งเคย
ความคิดถึงคนึงเอ่ยนิ่งเฉยไย
แม้นสายลมห่มหอบมอบแล้วหนัก
วอนสายลมนำห่มรักแอบพักไว้
คลายเหนื่อยหนักพักแล้วเร่งเร็วไว
นำคิดถึงและห่วงใยบางใครจร

โศลกร่ำวันอำลา

เปลวเพลิง


“อย่าร้องไห้เสียใจไปเลยน้อง
พี่หมายปองเดินทางอย่างชาติทหาร
ศึกผจญผองริปูผู้รุกราน
ด้วยเชิงชาญณรงค์รบทบธรณีทุ่มแรงกาย กำลังนี้ทั้งหมด
สร้างทางสู่อนาคตอันสดศรี
บ้านเราจักปลอดภัยในเสรี
ทั้งวันนี้ พรุ่งนี้ ตราบนิรันดร์”“พี่จ๋า
นับเวลาผ่านปีหรี่ตาฝัน
ในวงแวดผุดผ่องของนวลจันทร์
ในเพชรพรรณแสงพราวของดาวพรายพี่กลับมาที่นี่ที่อบอุ่น
เขนยหนุนน้ำจิตมิตรสหาย
หลับลงกับนิยามของความตาย
นอนอยู่ภายใต้หลุมหญ้าคลุมดินวีรกรรมความกล้าในคราก่อน
อนุสรณ์ตรึงจิตชีวิตสิ้น
เกียรติขจรเจือผสานสายธารริน
ศักดิ์กสิณหอมในดอกไม้บานและแม้ว่าตัวน้องจะร้องไห้
ก็ภูมิใจยามพี่ยากลับมาบ้าน
ไผ่เสียดสีบทเพลงวังเวงมาน
เปล่งคำขานโศลกร่ำน้ำตานองกับอีกหลายหลายคนบนโลกนี้
ชีพยอมพลีเพื่อชาติเห็นไม่เป็นสอง
ยอมฝังร่างภายใต้หินทรายรอง
หลังปกป้องรักษามายาวนานนิทราเถิดพี่ยาใต้ฟ้าค่ำ
ดาวจะร่ำโศลกแว่วผิวแผ่วผ่าน
หลับจากสงคราม ท้อ ทรมาน
อยู่ที่บ้านเรานั้นนิรันดร”
หน้า / 7  
ทั้งหมด 110 กลอน
>