กลอนห่วงใย

** ด้วยความคิดถึง **

ราชิกา


**  สุดขอบฟ้า  แสนไกล  หทัยนี้
ดวงฤดี เคียงข้าง มิห่างหาย
อุ่นไอรัก สลักซึ้ง ตรึงใจกาย
รักมิคลาย คิดถึง คะนึงครวญ
**  เหม่อมองฟ้า สะท้อน  ถึงก้อนเมฆ
คล้ายมนต์เสก   ดวงจิต  ให้คิดหวน
ความผูกพัน  ห่างเห ไม่เรรวน
น้องเนื้อนวล  ใจภักดิ์  สองรักเรา
**  กระซิบหวาน  คนดี  สุดที่รัก
ใจแน่นหนัก  คงมั่น  ดั่งขุนเขา
กระซิบแผ่ว  แว่วเสียง  สำเนียงเบา
คราใดเหงา  เฝ้ารำพึง...คิดถึงเธอ.....
**  ด้วย...ความรัก  สลักไว้  ในดวงจิต
ความ..ใกล้ชิด  ห่วงใย  ให้เสมอ
คิด...ทุกวัน  ห่วงหา  ทุกคราเจอ
ถึง...ละเมอ  คอยอยู่  เธอผู้เดียว.......ฯ

ฟังหน่อยเถิดลูกรัก

สุนทรวิทย์


พ่อ,แม่รัก  ลูกนี้  กว่าชีวาตม์
ต่างมุ่งมาด  ทำดี  ถึงที่สุด
ลูกผิดพลาด  เพียงใด  ไม่ประทุษ
เร่งรีบรุด  บูรณะ  ช่วยประทังดูพยัคฆ์  ทมิฬ  ใช่กินลูก
กลับพันผูก  มุทุตา  ห่วงหน้า-หลัง
คอยปกป้อง  อาพัทธ์  ระมัดระวัง
เพียรสอนสั่ง  เยี่ยงมนุษย์  ดุจเดียวกันลูกเข้าใจ  พ่อ,แม่  สักแค่ไหน
ว่าห่วงใย  ลึกซึ้ง  จึงกวดขัน
หวั่นเกรงลูก  หูเบา  มิเท่าทัน
อาจหุนหัน  บุ่มบ่าม  ตามเล่ห์กลลูกเชื่อเพื่อน  ง่ายดาย  คล้ายหัวอ่อน
พ่อ,แม่สอน  กลับโกรธา  ว่าขี้บ่น
คือปัญหา  หนักใจ  ของหลายคน
ต้องกังวล  ทนแก้  แม้ยากเย็นเพียงลูกลูก  กตัญญู  รู้จักคิด
ย่อมวิศิษฏ์  แสนสุข  พ้นทุกข์เข็ญ
แม้นลูกเขลา  หลงผิด  คิดไม่เป็น
ก็เหมือนเวร-กรรมแผดเผา  น่าเศร้าใจวันใดลูก  นิราศ  ขาดพ่อ,แม่
ใครจะตาม  เหลียวแล  บ่มแก้ไข
ที่พ่อ,แม่  อุตส่าห์  จาระไน
ล้วนหวังให้  ลูกลูก  เดินถูกทาง

สั่งนาง

สุนทรวิทย์


แหวนนี้  พี่สวมให้
จองขวัญใจ  หมั้นไว้ก่อน
หนาวหน้า  อย่าเกี่ยงงอน
พี่จะย้อน  ตอนวิวาห์ลาไกล  ไปทำกิจ
เลิกหงุดหงิด  จิตผวา
คำนึง  ถึงสัญญา
ว่าเราจัก  มั่นรักเดียวแม้นใคร  หมายเกี้ยวพา
ขอแก้วตา  อย่าแลเหลียว
ขับไส  ให้พ้นเชียว
ใจเด็ดเดี่ยว  งดเกี่ยวพันนงราม  ต่างความหวัง
คือพลัง  กำลังขวัญ
เป็นเพื่อน  เตือนชีวัน
ให้เร่งสรรค์  ความมั่นคงพี่รู้  สู้ยืนหยัด
คอยระมัด  ตัดลุ่มหลง
อาบเหงื่อ  เพื่ออนงค์
ขอน้องจง  หมดสงกายามใด  ใจคลอนแคลน
โปรดดูแหวน  ทดแทนหน้า
ชายหนึ่ง  ซึ่งบูชา
จะกลับมา  มิช้าเชือนที่ย้ำ  พร่ำพิไร
เพราะห่วงใย  กว่าใดเหมือน
แสนรัก  จึงตักเตือน
เอื้อนสอนสั่ง  ด้วยหวังดีรักนวล  สงวนกาย
รอพี่ชาย  ห้ามหน่ายหนี
ก่อนพราก  ฝากวจี
จากว่าที่-สามีเธอ

เพลงอวยพร

คนบางบอน


“แม้นสอยดาวสาวเดือนได้เหมือนว่า”
จะร้อยเป็นมาลาภาษาฝัน
อัญเชิญเทพเทวามาทุกชั้น
มาร่วมสรรบรรเลงเพลงอวยพร
เห่ ... เอย ...เห่กล่อมเจ้าจอมขวัญ
ชื่นชีวันขวัญชีวาเจ้าอย่าอ้อน
ดูพระจันทร์เด่นฟ้าเหนือนาคร
ฟังเพลงกลอนแล้วหลับฝันอย่าหวั่นใจ
เมื่อตื่นมาฟ้าสีครามหวานความรัก
สายลมทัก แสงแดดพ้อ นกล้อให้
จงยิ้มสู้กับไฟฝันวันเปลี่ยนวัย
ชีวิตใหม่แปรผันแล้ววันนี้
ทุกย่างก้าวในวัยมากไฟฝัน
ย่อมสำคัญกับชีวินทุกถิ่นที่
คิด พูด ทำ จงทำแต่กรรมดี
เสริมศักดิ์ศรี เสริมชีวิต เสริมจิตใจ
อยากเห็นเจ้าเป็น “คนดี” เหมือนที่คิด
ถึงแม้สิทธิ์เสรีไม่มีให้
ด้วยรักและผูกพันมิหวั่นใคร
จะห่วงใยมิ่งขวัญนิรันดร์กาล
“แม้นสอยดาวสาวเดือนได้เหมือนว่า”
จะนำมาเป็นของขวัญในวันหวาน
อวยพรให้เจ้าสุขแสนนานแสนนาน
จากสายธารศรัทธา “คนบ้ากลอน”
สมยศ          เปียสนิท

ร้อยรักถักใจ

เฌอมาลย์


ห้าเจ้าจอมรวมกันเมื่อวันก่อน
คิดเขียนกลอนเรื่องใดอะไรหนอ
งั้นเอางานด้านที่ฝีมือพอ
เรื่องถักทอฉันนั้นชำนาญการ
จับไหมพรมเข็มควักถักเส้นไหม
โยงสายใยสัมพันธ์มั่นประสาน
ประดิดประดอยด้วยมือสื่อผลงาน
แทนถ้อยขานผ่านใจไปถึงเธอ
ร้อยห่วงโซ่แทนห่วงใยไปทุกช่วง
ทุกทุกห่วงแทนจิตคิดถึงเสมอ
ปรารถนาดีหมายประสบให้พบเจอ
หวังปรนเปรอความสุขทุกช่วงวัน
เกิดผลงานแทนใจให้มิ่งมิตร
ที่สนิทชิดใกล้ดวงใจฉัน
ตุ๊กตาเจ้าสาวพริ้งพราวพรรณ
ความหมายนั่นให้เธอเจอคู่ดี
ส่วนทิชชูแทนใจนัยภาษา
หากน้ำตาเธอท้นจนล้นปรี
พร้อมจะซับน้ำตาทุกนาที
เพื่อนคนนี้..เคียงข้างมิร้างลา..
ใครได้รับของขวัญนั้นพิเศษ
จำนงเจตน์หมายมาดปรารถนา
แทนไมตรีมิตรภาพที่ทาบทา
เสมือนว่าได้ใจไปทั้งดวง อิอิ

บึนทึกจากพ่อ

รงค


พ่อยินดีเหน็ดเหนื่อยเพื่อลูกรัก
แม้งานหนักเท่าไรไม่บ่นหนี
ตั้งใจสู้เสมอทุกนาที
ปรารถนาที่ดีมีทุกวัน
แม้เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าขนาดไหน
ยังมุ่งไปข้างหน้าท้าสู้ฝัน
เพียงหวังไว้ให้เจ้าเฝ้าผูกพัน
ได้มีวันดิบดีมีหน้าตา
คอยส่งเสียเจ้าเรียนเพียรเขียนอ่าน
ปฏิบัติการงานเร่งศึกษา
ยอมอดออมให้เจ้ามีวิชา
เพื่อภายหน้าเติบใหญ่ได้ดิบดี
อย่าคบเพื่อนเพียงเพื่อคอยเที่ยวเตร่
ช่วยเกเรเฮฮาพาบัดสี
จงมุ่งสร้างสะสมบ่มวิธี
สร้างศักดิ์ศรีติดตัวอย่ามัวเพลิน
อบายมุขทั้งหลายจงละเว้น
ที่หลีกเร้นเย็นค่ำควรห่างเหิน
อย่ามัวหลงระเริงบันเทิงเกิน
ความเจริญล้วนมาจากการเรียน
เจ้าจงเร่งร่ำเรียนนะลูกรัก
หากเหนื่อยนักพักผ่อนก่อนปวดเศียร
เพราะห่วงใยในเจ้ายังวนเวียน
พ่อจึงเพียรทำงานสร้างความดี
ด้วยพ่อหวังสักวันฝันของเจ้า
คอยไต่เต้าเติบใหญ่ได้ศักดิ์ศรี
สร้างหน้าที่การงานบารมี
เป็นคนดีที่สังคมชื่นชมกัน
พ่อยังสู้เสมอเพื่อลูกรัก
ความตระหนักตื่นตัวทั่วความฝัน
หลับตานึกถึงเจ้าอยู่ทุกวัน
ต้องคอยกั้นน้ำตาความห่วงใย
๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

44/104 สุขใจเมื่อได้รัก (กลบท นาคบริพันธ์)

กวีน้อยเจ้าสำราญครับ


อย่าพร่ำเพรียกเรียกหาคำว่ารัก
คำว่ารอรู้หลักภักดีมั่น
ภักดีเหมือนบันได้ให้ฝ่าฟัน
ให้ฝ่าฝืนคืนวันครั้นห่างตา
ครั้นห่างตัวกลัวไยหัวใจชิด
หัวใจชอบชวนคิดพินิจค่า
พินิจคำฉ่ำหวานน้ำตาลทา
น้ำตาลท่วมอุราพารำพัน
พารำพึงจึงคล้อยละห้อยหวน
ละห้อยหารัญจวนจิตป่วนปั่น
จิตป่วนแปรแต่เราเข้าใจกัน
เข้าใจกว่าเสกสรรวันผ่านมา
วันผ่านมีสุขใจเมื่อได้รัก
เมื่อได้เรียนรู้จักสลักค่า
สลักความห่วงใยในแววตา
ในแววต่างห่วงหาคราห่างกาย
คราห่างเกินใกล้ชิดสนิทสนม
สนิทสนองต้องข่มอารมณ์หาย
อารมณ์แห่งโหยหาชีวาวาย
ชีวาวางปางตายเดียวดายเดิน
เดียวดายดุ่มโดดเดี่ยวเปลี่ยวชีวิต
เปลี่ยวชีวันมืดมิดคิดขัดเขิน
คิดขัดข้องขุ่นขวางทุกทางเดิน
ทุกทางดุจเผชิญห่างเหินกัน
ห่างเหินกายแต่ใจอย่าได้ห่าง
อย่าได้ห่วงก้าวย่างสู่ทางฝัน
สู่ทางใฝ่ให้ชื่นทุกคืนวัน
ทุกคืนเวลานั้นยังมั่นคง
ยังมั่นคือจริงใจมิไหวหวั่น
มิไหวหวาดหมื่นพันครั้นประสงค์
ครั้นประสานสายตาอย่าพะวง
อย่าพะวักรักจงตรงต่อเรา

แม้ความตายมาพราก

din


แม้ว่าคำปลอบใดไม่อาจช่วย
แต่อย่าม้วยมอดดับกับรักขม
ในนิรันดร์...หนาวเหน็บ...เจ็บระบม
มันซ่อนคมพิศวาทมิคลาดคลาย
ยังหวงห่วงอาลัยแม้ไกลห่าง
จวบเดือนจางลางลับกับฟ้าสาย
หากหนาวเหน็บเจ็บปวดรวดร้าวกาย
แม้ความตายมิอาจพรากเราจากกัน
ให้นิรันดร์ยาวนานที่พานพบ
จงเลือนลบปวดเจ็บที่เหน็บขวัญ
ณ จุดที่...คำปลอบใด...ไม่สำคัญ
แต่มันกลั่นจากห้วงดวงหทัย
ยังคงหวงห่วงแท้แม้อยู่ห่าง
จะอ้างว้างร้าวรานสักปานไหน
แผ่วระรวยโรยรินเหมือนสิ้นใจ
แต่คิดถึงห่วงใยไม่เคยจาง

อกหัก

nomi


ยังรักเธอเสมอ     แต่ว่าเธอไม่สนใจ
ฉันยังคอยห่วงใย แต่ในใจเธอไม่รัก
ฉันยังอยากรู้จัก    ว่าเธอนั้นคิดยังไง
เพราะเธอจากฉันไป และในใจเธอไม่แคร์

รักไม่ใช่...

กวีปกรณ์


คงได้ยินเรื่องราวเธอที่รัก
ยังชื่นสุขทุกข์หนักรับรู้เสมอ
กับรักใหม่ไม่นานที่พบพบเจอ
เฝ้ายินดีกับเธอทุกคืนวัน
เมื่อได้พานได้พบคนที่ใช่
เขาที่มอบสิ่งใดได้ดั่งฝัน
ชายคนนี้มีเพียงรักให้กัน
เพราะรักนั้นใช่ทุกสิ่งฉันเข้าใจ
ที่รัก
อย่าคิดหนักเรื่องเราดีกว่าไหม
พบเจอกันทักทายบ้างเป็นไร
สองเรานั้นห่างไกลเพียงสัมพันธ์
ส่วนตัวฉันตอนนี้ดีเหมือนเดิม
อาจมีเพิ่มความเหงาเข้าข่มขวัญ
กว่าผ่านพ้นคืนว้างอย่างบางวัน
ดุจดังฉันดั่งดาวหนาวค่ำคืน
ขอยอมรับตามตรงว่าคิดถึง
ความคำนึงมีให้ไม่อาจฝืน
มอบยิ้มให้แต่ใจน้ำตารื้น
บ่อน้ำตาตันตื้นแต้มทรวงใน
เพราะเธอคือคนที่ใช่สำหรับฉัน
เพราะเธอคือคนปลอบขวัญวันอ่อนไหว
เพราะเธอคือความคิดถึงยามห่างไกล
เพราะเธอคือความห่วงใยในทุกยาม
แล้วคำเธอที่บอกล้วนเป็นจริง
รักไม่ใช่ทุกสิ่งที่ไถ่ถาม
ไม่ใช่เธอ ไม่ใช่ฉัน ทุกผู้นาม
รักไม่ใช่ทุกความนามารมณ์
รักของฉัน ของเธอ ไม่เหมือนกัน
เราต่างคนต่างปั้นตามใจสม
สร้างสรรค์รักสวยงามแล้วชื่นชม
แต่งเติมตามความนิยมในยามนั้น
จนถึงวันที่เธอจากฉันไป
น้ำตานองร้องไห้หัวใจสั่น
ด้วยยอมรับและเข้าใจไม่โกรธกัน
รักไม่ใช่ เธอ-ฉัน ไม่ยั่งยืน
ยังรับรู้เรื่องราวข่าวของเธอ
สุขและทุกข์ที่เจอปลุกเราตื่น
รักไม่ใช่ความฝันยามค่ำคืน
รักอาจเป็นเพียงฟืนช่วยเติมใจ

เพียงนี้...

แมงกุ๊ดจี่


เครดิตภาพจาก : http://greenmindbook.com
ภพชาตินี้คงเคียงแต่เพียงฝัน
แอบผูกพันข้างเดียวทนเปลี่ยวเหงา
เขามองผ่านเลยไปไม่เห็นเงา
ทุกข์ทนเศร้า...เจ็บปวดร้าวรวดใจ...
มีสิทธิ์เพียงวาดภาพจนตราบสิ้น
เฝ้าถวิล...หนึ่งนั้นข่มหวั่นไหว
ขอได้มองห่วงหวงและห่วงใย
อยู่ไกลไกลตรงนี้ที่โค้งฟ้า...
คอยหวังดีมอบให้ด้วยใจภักดิ์
ด้วยประจักษ์สองเราเกินเข้าหา
อยู่ห่างเกินฟ้าปลายไกลสายตา
หวังเพียงว่าแอบฝันถึงวันเคียง...
ปรารถนาดีแด่พี่...ตรงที่เก่า
จักคอยเฝ้าห่วงใยอย่างไร้เสียง
ในปางพ์นี้บุญน้อยเกินร้อยเรียง
อยู่ร่วมเตียงเคียงเขนยลงเอยกัน...อิอิ

แสนห่วงใย

ทิพย์โนราห์ พันดาว


ฝากคำถ้อย ลอยฟ้า ไปหาเจ้า
อยู่ดีเล่า หรือทุกข์ใจ เพราะไกลห่าง
บนทางเดิน แห่งเรียวรุ้ง ที่รุ่งลาง
ฝันอำพราง สว่างใส ในความจริง
เห็นไหมนั่น ริมรอบ ตรงขอบฟ้า
ต้นดารา ดอกพราว ทุกราวกิ่ง
เพียงเพื่อเจ้า หมายหวัง ตั้งใจจริง
จงโน้มกิ่ง เกี่ยวคว้า ดาราชม
แม้เส้นทาง ขวากหนาม จะลามกั้น
เจ้าอย่าหวั่น เร่งฟันฝ่า มาให้สม
แม้นางไพร ล่อบ่วง ลวงให้ชม
อย่านิยม หวั่นไหว ใฝ่ว่างาม
ฝากคำถ้อย ลอยฟ้า ไปหาเจ้า
ห่วงใยเล่า กับหัวใจ คนไถ่ถาม
ใจดวงนี้ เปี่ยมคิดถึง ซึ้งทุกยาม
มองฟ้าคราม แสนห่วงใย คนไกลกีน
ทิพย์โนราห์ พันดาว

....แด่ คนไกล....

cicada


เหนื่อยมากไหมที่รักโปรดพักบ้าง
ส่งใจมาอยู่เคียงข้างเธอทราบไหม
ยามฟ้ามืด ทางนี้เหงาเฝ้าอาลัย
ถึงคนไกลด้วยห่วงหา อย่าร้างเลือน
อ้อมแขนอุ่น ยังว่างบ้างหรือเปล่า
คนที่เหงา อยู่แสนไกลคงไม่เหมือน
ดังดอกแก้วหอมบางอยู่ข้างเรือน
ถึงแชเชือนไปนิด ยังชิดใจ
คิดถึงกัน หรือเปล่า เช้าที่นั่น
ที่นี่นั้น ดึกเหงาเข้าวันใหม่
เกินข่มตา สุดหวง และห่วงใย
คนอยู่ไกลอ้อนออดขอกอดเธอ
และยามนี้แสงทองของวันรุ่ง
แดดทอรุ้งฉ่ำหวานจนมานเผลอ
ฝากจุมพิตผ่านลมพรมละเมอ
ขอให้เธอหลับฝันดี...นะที่รัก..

ฉัน คิด ถึง เธอ นะ

ทะเลใจ


เธอรู้อะไรไหม
ทุกครั้งที่ห่างไกลหายใบหน้า
ฉัน คิด ถึง เธอ นะ นี่ แหล่ะ ตลอด เวลา
ที่อยากบอกเธอทุกครายามหายใจ
ถึงแม้บางครั้งจะหายไปนานบ้าง
แต่ก็ใช่จะจืดจางความรักที่มีให้
มีเสมอเพียงแค่เธอรับมันไป
ทุกความห่วงใยคือเธอรู้ไหมคนดี

~~อักษรารำพัน~~

victoriasecret


๐ ยินเพรงกาล..หวานล้ำ..ในคำพจน์
เพียงมธุรส..ปลอบใจ..ที่ไหวอ่อน
ปลอบขวัญห้วง-อุรา-คราร้าวรอน
และลดทอน..ความเศร้า..ให้เบาบาง
๐ ความรวดร้าว..คราวจาก..ก็พรากสิ้น
รอยถวิล..ตรึงอยู่..มิรู้สร่าง
ที่ลำบาก..ยากเข็ญ..พอเห็นทาง
ประกายแห่ง..แสงสว่าง..นำทางเดิน
๐ จากที่เคย..ท้อแท้..กลับแน่แน่ว
เสียงกระซิบ..วิบแว่ว..เพียงแผ่วเผิน
ก็เพียงพอ..ชักนำ..ให้ดำเนิน
แม้เผชิญ..พลัดพราก..วิบากกรรม
๐ หากบุญญา..พารัก..สลักให้
สมดั่งใจ..ใฝ่เฝ้า..ในเช้าค่ำ
ความรวดร้าว..คราวเจ็บ..เคยเก็บ-จำ
ที่ครอบงำ..กลางมาน..ก็รานไป
๐ หมายนวลเรียง..เคียงขวัญ..ประหวั่นจิต
ด้วยรู้แจ้ง..แห่งฤทธิ์..พิสมัย
ยามรักจาก..พรากพลัด..ยากตัดใจ
ต้องคร่ำครวญ..หวลไห้..อาลัยนุช
๐ เพราะเพรงกาล..ขานสู่..จึงรู้ว่า
ปรารถนา..ในจินต์..มิสิ้นสุด
ยังหมายปอง..สองมือ..ยังยื้อยุด
หมายรั้งฉุด..รักไว้..มิให้กลาย
๐ คำกรองมอบ..ปลอบขวัญ..ในวันนี้
ทุกทุกถ้อย..ร้อยวลี..มีความหมาย
ปลุกปลอบห้วง..ดวงฤดี..ของพี่ชาย
ผ่อนความเศร้า.เหงากาย.ให้คลายลง (อักษรารำพัน)
๐ หากเป็นเพราะเพรงกรรมชักนำให้
สองดวงใจเวียนวัฏฏ์..กายพลัดหลง
หวังสายใยหวานล้ำผูกจำนง
ให้รักคงมั่นอยู่อย่ารู้คลาย
๐ แม้เนิ่นนานเพียงไหนขอใจชิด
ทุกขณะแห่งจิตนิมิตหมาย
ขอมีน้องแนบในห้วงใจชาย
ผูกเป็นสายใยฝันสู่วันครอง
๐ สุดแผ่นหล้าฟ้าห่างอยู่ต่างถิ่น
ฝากถวิลผ่อนปรนความหม่นหมอง
ปัดเป่าความเงียบงัน..สู่ครรลอง
ที่

ห่วงใย

ผ.อ.สมพิศ


เดือนสิบเอ็ด ย่างกราย ปลายหน้าฝน
สายลมวน พัดล่อง ลงต้องผิว
มองข้าวกอ ช่อไสว เอนใบปลิว
แลลิบลิ่ว เขียวขจี ที่ปลายนา
หนาวลมเหนือ เมื่อก่อน ตอนปีเก่า
เคยนั่งเศร้า สิ้นสุข ทุกข์นักหนา
ทั้งหนาวนอก เหน็บใน ใจวิญญา
วันนี้มา  บรรจบ พบอีกคราว
คนมีคู่ เคียงกัน มิหวั่นไหว
แต่ฉันไร้ เราจึง ถึงทนหนาว
อยู่คนเดียว อ้างว้าง อย่างยืนยาว
เจ็บปวดร้าว กมล จนชาชิน
พอหนาวกาย คลายด้วย ผ้าผวยห่ม
เมื่อหนาวลม ฝากั้น มันก็สิ้น
แต่หนาวใจ รักเลาะ มาเกาะกิน
จะหันหิน หน้าไป พึ่งใครเอย
จะแก้หนาว ให้อุ่น ต้องหนุนแขน
มีสาวแทน ต่างหมอน นอนเขนย
แอบอกอุ่น เนื้ออ่อน นอนเสบย
ก็มิเคย คิดไว้ เมื่อไรกัน
นั่งเขียนกลอน ตอนดึก รู้สึกเหงา
คิดถึงเขา อยากรู้จัก เพื่อนนักฝัน
หนาวจะเยือน เดือนนี้ ไม่กี่วัน
สาวคนนั้น ฉันห่วงใย รู้ไหมเธอ
ผอ. สมพิศ
พระนครศรีอยุธยา

เพียงแค่ระยะทางที่ห่างกัน

อรรธนิศา


มีเพียงฟ้าที่ขวางคอยกางกั้น
ให้เรานั้นอยู่ไกลเกินไปถึง
แต่ไม่อาจกั้นให้ใจคำนึง
ส่งใจซึ้งถึงเธอเสมอมา
แม้เธออยู่แห่งหนตำบลใด
ยังส่งใจหวังดีมีไปหา
แม้ไม่อาจมองได้ด้วยสายตา
เชื่อเถิดว่าจริงใจให้ต่อกัน
เราห่างกันแค่เพียงระยะทาง
เธอไม่ห่างร้างไกลจากใจฉัน
ยังสัมผัสถึงจิตคิดผูกพัน
ห่วงใยกันมั่นเธอเสมอมา
ไม่เคยคิดจะหึงหรือจะหวง
แต่เป็นห่วงด้วยใจเสน่หา
แม้ไม่ได้ส่งใจทุกเวลา
แต่ทุกคราส่งให้จากใจจริง
หน้า / 7  
ทั้งหมด 110 กลอน
>