27 มิถุนายน 2554 01:16 น.

เรื่องเล่าจากปลายสวน...คนบ้า

cicada

%2525E0%2525B9%252580%2525E0%2525B8%2525
บ้านก๋ง ตั้งอยู่ใกล้ๆวัด  ข้างหน้าเปิดเป็นร้านขายส่งของต่างๆ มีทั้งข้าวสาร ถ่านหุงข้าว น้ำปลา น้ำตาล ขนม น้ำหวาน....
ด้านหนึ่ง อี๊ น้องของแม่ เปิดเป็นร้านตัดเสื้อ  อีกด้านหนึ่งเปิดเป็นร้านกาแฟสตาร์บัค..(แซมพูดเล่น..) 
ร้านกาแฟของก๋ง มียายเป็น CEO , มีกู๋คนหนึ่งเป็นผู้จัดการ....
ภายในร้านกาแฟของก๋ง จะมีบรรยากาศที่คึกคัก ตั้งแต่เช้าตรู่ยันดึก...มีโต๊ะกลมๆ และเก้าอี้แบบไม่มีที่พิงตั้งอยู่รอบโต๊ะ
โต๊ะแบบนี้มีอยู่หลายตัว  เช้าๆ ก็จะมีคนมานั่ง สั่งกาแฟ  อ่านหนังสือพิมพ์  โขกหมากรุก   และคุยกันเรื่องสัพเพเหระ..
ถัดร้านกาแฟเข้าไปหน่อย  ก๋งให้คนมาเช่าทำร้านตัดผมผู้ชาย...ใครๆ ก็เรียกช่างตัดผมคนนั้นว่า  "อาบำรุง"
หลังบ้านของก๋งเป็นโรงคั่วกาแฟ แซมไม่ทราบว่า ก๋งสั่งเม็ดกาแฟมาจากไหน มาอย่างไร ...
จะมีเตาคั่วกาแฟขนาดยักษ์  และมีเครื่องบดกาแฟ...ร้านค้าย่อย ก็จะมารับกาแฟสดจากก๋งไปขาย...
นอกจากที่ร้านของก๋งจะส่งกาแฟสด, เป็นโรงส่งน้ำแข็ง....แล้วยังผลิตน้ำหวานที่มีรสชาดต่างๆ เช่นน้ำแดงกลิ่นมะลิ  น้ำเขียวกลิ่นผลไม้  น้ำหวานกลิ่นสัปปะรด
บรรจุขวดขายส่งอีกด้วย...
ไม่น่าแปลกใจเลยนะว่า  ที่แซมมีความขยันจนเกินเหตุ  ก็เพราะมี DNA  ของก๋งนี่เอง..
ด้านที่เป็นร้านกาแฟนี่ ติดกับศาลาท่าน้ำของวัดใหญ่แห่งหนึ่งของหมู่บ้าน...
และที่ศาลาท่าน้ำนี่เอง  ก็มีใครคนหนึ่ง  ที่มีชื่อเสียงมาก....
ไม่มีใครแถวๆนั้นจะไม่รู้จัก  "ตาไปล่บ้า..."
ตาไปล่  มาเมื่อไหร่  ไปเมื่อไหร่  แซมก็ไม่ทราบ..
รู้แต่ว่า เมื่อแซมจำความได้  ตาไปล่ก็อยู่ที่ศาลานั่นแล้ว..
ทุกๆวัน ตาไปล่จะมานั่งที่ศาลาท่าน้ำ...จ้องมองผู้คนที่ผ่านไป ผ่านมา  แล้วก็ด่าๆๆๆ
ด่าทุกคนที่แกเห็น....
ถ้าเป็นสมัยนี้  แซมจะนึกว่า ตาไปล่นี่เป็นบ้า เพราะอาการตึงเครียดและเกิดอาการเก็บกด ที่เลยเถิดจนควบคุมไม่ได้.
ถ้าช่วงไหนที่ผู้คนซาลง ไม่มาเดินให้อยู่ในรัศมีของแก.. ตาไปล่ก็จะแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า..
แล้วเริ่มด่าเทวดา....ด่าทั้งวัน ไม่หยุด นอกจากแกจะผลอยหลับไป....
ทุกๆ คนที่โดนตาไปล่ด่า  ก็ต่างทำไม่รู้ไม่ชี้.....เพราะเรารู้ว่าแกบ้า...
ไม่มีใครโกรธ....ไม่มีใครอาย....
และผู้คนก็ไม่มีใครเชื่อว่า ผู้ที่ถูกตาไปล่ด่า จะเป็นคนแบบนั้นจริงๆ  
มีแต่ตาไปล่เท่านั้น  ที่แกเชื่ออยู่ในหัวของแก...
ตาไปล่แก ก็มีความสุขอยู่ตามประสา...
ผู้คนรอบๆ ข้าง  ก็มีความสบายใจว่า ตัวเองไม่ได้บ้าแบบตาไปล่..
				
24 มิถุนายน 2554 21:19 น.

เรื่องเล่าจากปลายสวน...แซมอยากเป็นกำนัน

cicada

%2525E0%2525B9%252580%2525E0%2525B8%2525การเกิดเป็นเด็กบ้านนอก..ไม่ได้มีทุกสิ่งทุกอย่างที่เด็กในเมืองได้มี...ได้เห็น..
แซมมีนก..มีปลา...มีจิ้งหรีด..มีแมลง..และ ต้นไม้ ดอกไม้ ไว้เป็นเพื่อน..
มีท้องฟ้า และสายลมไว้ช่วยสร้างจินตนาการ...
มีดาวและเดือนไว้ก่อฝัน...มีสายน้ำเป็นลำนำในห้วงคำนึง
แซมรักการอ่าน..อ่านหมดไม่เลือก...
แม้แต่วารสารกำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน แซมก็อ่าน.... ทุกทีที่แซมไปบ้านย่า ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นบ้านของทั้งปู่และย่า  แต่ไม่ทราบว่าทำไมทุกครั้งที่พูดถึง จะเรียกว่า บ้านย่า..
ปู่ของแซมเป็นผู้ใหญ่บ้าน...พ่อของปู่เป็นกำนัน..พ่อของ พ่อของปู่เป็นอะไรไม่ทราบ.........อ้อ..เป็นพ่อของทวด
ที่บ้านย่า...ในห้องนอนของปู่  มีเตียงนอนที่สูงๆ  มีใต้เตียงที่แซมเข้าไปนั่งได้  แซมจะขนหนังสือสารพัดของปู่ไปนั่งๆ นอนๆ อ่านอยู่ใต้เตียงทุกครั้งที่เราไปบ้านย่าแซมชอบบอกปู่ว่า  โตขึ้น แซมจะเป็นกำนัน....ปู่ได้แต่บอกว่า "เอาเหอะ  ไอ้เมฆ..."
แซมเป็น "ไอ้เมฆ" ของปู่  เพราะแซมตัวดำ..... 
แซมไม่ชอบเป็นไอ้เมฆ ตอนก่อนที่ฝนจะตก  แซมมักจะอ้อนปู่ว่า....ให้แซมเป็นไอ้เมฆตอนฟ้าสวยๆ นะจ๊ะ....
ปู่บอกว่า.....ไม่ได้  เพราะแซมขี้แง  เป็นเมฆที่เดี๋ยวๆ ก็ร้องไห้ เหมือนตอนฝนตก......
ได้ฟังปู่บอกยังงั้น...แซมเลยร้องไห้อีก....

ก๋งของแซมมาจากเมืองจีน  เป็นเจ้าสัว  อิ..อิ..(นี่ โม้มั๊งเนี่ยะ..)  มาตั้งรกรากอยู่ในเมืองไทย ทำการค้าขายก้าวหน้า และภายหลังได้รับพระราชทานบรรณาศักดิ์เพราะทำอะไรๆ ให้เป็นประโยชน์แก่ชุมชนที่ก๋งมาอาศัยอยู่..
(เป็นท่านขุน หรือท่านอะไรก็ช่างเถอะ...ตอนเด็กๆ แซมเคยเห็นรูปใหญ่ที่ติดไว้ข้างฝาโรงคั่วกาแฟที่ก๋งเป็นเจ้าของอยู่..ก๋งตั้งชื่อกิจการเป็นภาษาไทยตามนามที่ได้รับ....) เรื่องเก่าๆ ที่แซมได้ฟังมา บางเรื่อง แซมก็เอามาจาก "เขาเล่าว่า" เพราะ แซมเกิดไม่ทัน...

แซมมี ปู่ ย่า ตา ยาย คอยดูแล  คอยสอนจริธรรม  มีเพื่อนบ้านคอยสอนให้รู้จักถึงการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่....แซมเรียนรู้ จากการที่เราต่างฝ่าย ต่างก็จะให้ซึ่งกันและกันและ คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน....
แซมมีน้า และ อาผู้หญิง ที่สอนให้ทำการฝีมือ  เย็บ ปัก ถัก ร้อย  สอนให้ร้อยมาลัยมะลิ  แทนที่จะเก็บมากองสุมๆในกระทง ไปไหว้พระ..
อาผู้ชายที่ยอมให้แซมแอบไปตีระนาดเล่น..,ยอมให้แซมไปเกะๆกะๆ เก้ๆ กังๆ  ที่ข้างๆเตาตาลและเอานิ้วจิ้มน้ำตาลที่อาเคี่ยวไว้ พออุ่นๆ ....มาดูด
(จิ้มหนึ่งที  และดูด หนึ่งที..มิได้ จิ้มดูด..จิ้มดูด..)
มีอากู๋ (น้าชาย) ที่บังคับให้แซมทำการบ้าน  และบังคับให้แซมไปเปลี่ยนกระโปรงเวลาที่เห็นแซมใส่กระโปรงสั้นๆ  หรือไล่ให้ไปเปลี่ยนเสื้อถ้าใส่เสื้อยับๆ
รวมทั้งส่งสายลับไปคุม เวลาแซมไปงานปาร์ตี้...(อ้อ..ก็สมควร  เพราะนั่นมันตอนแซม อายุ 15 )

มีโจรกอไผ่...ซึ่งรักษาศักดิ์ศรี..จะปล้นแต่ละที ก็ร้องบอกก่อนว่า  "ไอ้เสือเอาวา...."  ไม่งุบๆงิบๆ แอบๆลัก ขโมย หรือฉ้อโกง  เอารัดเอาเปรียบ...
(อ้อ....ขอโทษค่ะ  นั่นมันในหนัง....)

แซมรักชีวิตชนบท  ความรู้สึกที่อยากจะเป็นกำนัน ก็ยังคงผุดขึ้นมาเป็นครั้งคราว...แต่มานึกๆ ดูแล้ว  กำนันบ๊องๆ นี่ อาจจะทำให้ลูกบ้านสับสนกันทั้งหมู่บ้าน  
จะมีใครเชื่อฟังรึเปล่านะ...
และทุกๆวันในตอนสายๆ ลูกบ้านก็คงจะเห็นกำนันแซม เดินท่อมๆ อยู่ที่ปลายสวน  มีลูกน้องเดินตามเป็นพรวน  ทั้ง เจ้าแพะ... เจ้าเปี๊ยก... นังปุย...ไอ้เข้
(หมาอะไร  ชื่อจรเข้...)  และตามด้วย นังเหมียว... นังเหมียวนี่เป็นแมวที่ฉลาดมากๆ   เป็นแมวพูดได้.. 
เวลาถามว่า เอ็งชื่อไร...นังเหมียวจะบอกว่า  "เหมียว" หรือถามว่า เธอคือใคร  นังเหมียวก็จะตอบถูกอีกเหมือนกัน  ว่า  "เหมียว"
ฉลาดซะไม่มีหละ....

การเกิดเป็นเด็กบ้านนอก  สอนให้แซมทำอะไรๆ ก็เป็น...เรื่องเล็กๆ น้อยๆ บางอย่าง ก็แก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าไปได้...
ที่ทำงาน ใครจะกระโปรงขาด  กระดุมหลุด แว่นตาหัก..หมอแซม ซ่อมได้..ซ่อมได้..อยู่เสมอ
นอกจากนี้การเป็นเด็กบ้านนอก  ยังสอนให้แซมไม่เป็นคนหยิบโหย่ง ....
ถ้าใครบังเอิญเคยเห็นสาวคนหนึ่งนุ่งกระโปรงสั้นๆ ...ใส่รองเท้าส้นสูง กำลังเอาแจ๊คยกรถ..จ้ำบึ๊ดๆ เพื่อจะเปลี่ยนยางที่แบน...
นั่นอาจจะเป็นแซมก็ได้นะคะ.....แหะๆๆ  ไม่เคยต้องเปลี่ยนจนหมดครบกระบวนความหรอกค่ะ...พองัดแจ๊ค ออกมาทำท่าจ้ำบึ๊ด  เดี๋ยวก็มีคนมาช่วยเปลี่ยนให้

เดี๋ยวนี้ที่แซมอยู่  แซมมีประกันแบบ  Road Services ถ้ายางแบน ก็เรียกคนมาเปลี่ยน ไม่ต้องออกแรงจ้ำบึ๊ด....
				
  cicada
ไม่มีข้อความส่งถึงcicada