Home บ้านรักในรอยแค้น ตอนที่ 17

สมภพ แจ่มจันทร์

ตอนที่ 17

กิตติออกมาสูดอากาศที่หน้าบ้าน รันชรีดูแลต้นไม้และดอกไม้ได้ดี ต้นกุหลาบหลายต้นแข่งกันออกดอก และเบ่งบานอวดสีสันกัน ทั้งสีแดงสีขาวและสีเหลือง เขามองเลยไปที่รถยนต์ของเขาที่บัดนี้มันยังคงจอดอยู่หน้าบ้าน ใช่ เขาลืมไปเสียสนิท มัวแต่ดีใจที่ได้เจอกับรันชรี จนลืมเก็บรถมาจอดไว้ในบ้าน แต่ในขณะที่เขากำลังยืนมองดูรถตัวเองอยู่นั้น คนเก็บของเก่าสองคนก็ผ่านมา แล้วจ้องมองเขาแปลกๆ เขาคิดว่าคนทั้งสองคงอยากจะเข้ามาถามว่ามีของเก่าอะไรจะขายไหม

หญิงชายคู่นั้น หยุดมองเขาแล้วซุบซิบกัน

“ไอ้แก่ เอ็งว่าซอยนี้มันเงียบแปลกๆ ไหม”

“นั่นไง บ้านหลังนั้นมีคนอยู่ ลองเข้าไปถามสิว่าเขามีอะไรจะขายไหม”

“แต่ข้าว่ามันแปลกๆ นะ บ้านเก่าทรุดโทรมยังกะบ้านร้าง จะอยู่กันได้ยังไงวะ เอ็งลองดูสิ”

ว่าแล้วผู้เป็นสามีก็เห็นพ้องกับความเห็นของภรรยาตน เพราะดูจากสภาพบ้านแล้ว ไม่น่าจะเป็นที่อยู่อาศัยได้เลย รอบๆ บ้านต้นไม้พากันยืนต้นตายหมด สนามหญ้าก็แห้งกรอบ โดยเฉพาะสระว่ายน้ำเล็กๆ นั้น ที่ถูกใบไม้ทับถมไปเกือบครึ่งสระ กระจกประตูหน้าต่างถูกไม้ตีปิดตายทุกบาน แต่มันแปลกตรงที่ว่ามีผู้ชายคนนั้นและรถเก๋งคันหรูจอดอยู่

 “ข้าว่ารีบไปกันเถอะ ไม่ต้องไปถงไปถามอะไรหรอก ข้าบอกแล้วว่าอย่าเข้ามาในซอยนี้ก็ไม่เชื่อ เห็นไหมละ เจอดีเข้าแล้ว กลางวันแสกๆ” ฝ่ายหญิงพูดเชิงตำหนิ

คนทั้งสองเพิ่มแรงผลักรถเข็นซาเล้งคู่ใจ ให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้าเร็วขึ้น

แต่ทันใดนั้นฝ่ายชายกลับนิ่ง แล้วชี้ไปที่บ้านหลังดังกล่าว พร้อมกับอ้าปากค้าง

“ไอ้แก่ เอ็งเป็นอะไรไปวะ” ผู้เป็นภรรยาเขย่าตัวสามี

“ผะๆๆๆๆผีๆๆๆๆๆผู้ๆๆๆๆๆหญิงๆๆๆๆข้างๆๆๆๆ บนบ้าน” เพียงเท่านั้นคนทั้งคู่ก็ทิ้งพาหนะคู่ใจแล้ววิ่งหน้าตั้งออกมาจนถึงปากซอย

ภาพรันชรียืนหน้าซีดอยู่หน้าต่างชั้นบน กำลังจ้องมองคนทั้งสอง ทำเอาชายผู้มองเห็นอกสั่นขวัญแขวน

กิตติที่ยืนอยู่ระเบียงหน้าบ้านมองดูคนทั้งคู่ด้วยความสงสัย ว่าเหตุใดจึงแสดงอาการเหมือนหวาดกลัวอะไรอย่างสุดขีด แต่ป่วยการที่เขาจะคิดต่อ กิตติออกไปที่รถเพื่อจะขับเข้ามาจอดภายในบ้าน ก็ยังมองเห็นชายหญิงคู่นั้นอยู่ลิบๆ

วิ่งออกมาไกลเท่าใดก็ไม่รู้ รู้แต่เพียงว่าบัดนี้คนทั้งคู่หยุดหอบ แฮ็กๆ อยู่ที่หน้าร้านขายของชำเล็กๆ ร้านหนึ่ง ทำเอาผู้คนภายในร้านแตกตื่น เรื่องที่ชายหญิงเก็บของเก่าเจอผีผู้หญิงกลางวันแสกๆ

“ร้อยวันพันปี ไม่เห็นมีใครเข้าไปในซอยนั้น ชาวบ้านเขาย้ายหนีกันไปหมด ลุงกับป้าคิดยังไงถึงเข้าไปเนี่ย” เด็กสาววัยรุ่นเอ่ยถาม

“พวกฉันสองคนเพิ่งถูกเผาไล่ที่ แล้วก็ย้ายมาอยู่แถวนี้ ยังไม่ค่อยรู้จักอะไรมากนัก”

“งั้นฉันจะบอกลุงกับป้าอีกรอบนะว่าไม่จำเป็นอย่าเข้าไปซอยนั้นเด็ดขาด มีผู้หญิงฆ่าตัวตาย แล้วก็เฮี้ยนมาก จนคนทั้งซอยเขาประกาศขายบ้านกันหมด ตอนนั้นพวกไฟฟ้าเข้าไปตัดกิ่งไม้ที่ระสายไฟ ก็กลางวันแสกๆ นี่แหละ เผ่นออกมาแทบไม่ทัน”

“แต่เมื่อตะกี้ป้าเห็นบ้านหลังนั้นมีคนอยู่นะ เป็นผู้ชายรถยังจอดอยู่หน้าบ้านเลย”

“หรือมีบ้านที่ขายได้แล้ว” ชายคนหนึ่งออกความคิดเห็น

“โอ้ย ลุง ใครจะบ้ามาซื้อ ถามหน่อยถ้าเป็นลุงๆ จะซื้อไหม บ้านที่ติดกับบ้านร้าง บ้านผีสิงน่ะ” เจ้าของร้านร่วมสนทนาบ้าง

แต่การที่ชายหญิงคู่นั้นบอกว่ามีคนมาอยู่อาศัย ก็ทำให้คนทั้งหมดที่อยู่ในร้าน ต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา บ้างก็ว่ามีคนขายบ้านได้ บ้างก็ว่าคนเก็บของเก่าแต่งเรื่อง บ้างก็ว่าเป็นผี ล้วนแล้วแต่เป็นข้อสันนิษฐานทั้งนั้น

สามวันที่กิตติอยู่กับรันชรี เขาไม่อาจโกหกตัวเองได้เลยว่า เขามีความสุขมากเพียงใด รสมือของรันชรีไม่เคยตก เธอทำอาหารทุกอย่างที่เขาชื่นชอบ...เธอยังจำได้...รันชรียังจำได้ว่าเขาชอบอะไรและไม่ชอบอะไร

โอ้...รันชรี...ยอดรัก กิตติมิอาจหยุดยั้งใจรักที่มีต่อหญิงสาวได้

เขาไม่อยากกลับไปทำงานอีก ในทุกๆ วินาทีเขาต้องการอยู่กับรันชรี ซึ่งเขาเองก็ไม่อาจเข้าใจตนเองเหมือนกันว่าเหตุใดความรู้สึกมันช่างรุนแรง จนเขาไม่อาจต้านทานอยู่

ในที่สุดเขาก็ฝืนความรู้สึกตนเองไม่ไหว เขาต่อสายโทรศัพท์ไปยังสำนักงานใหญ่ และทำเรื่องลาพักร้อนต่อ เขาทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้อยู่กับรันชรีให้นานที่สุด

เขาขลุกอยู่กับรันชรีทั้งวันทั้งคืน จนแทบจะไม่อยากออกไปไหน ความสุขที่เขาดื่มด่ำมันยากที่จะลืมเลือนไปได้ เขาได้แต่หวังว่า เมื่อกลับไปทำงานอีกครั้งจะเก็บเงินแล้วแต่งงานกับรันชรีทันที ที่เธอพร้อม แต่เมื่อคิดถึงเรื่องงานแล้ว ก็ทำให้เขาอดที่จะเป็นห่วงงานไม่ได้ และในค่ำคืนหนึ่งเขาก็กล่าวกับรันชรี

                “รัน เห็นทีผมคงจะต้องกลับไปทำงานก่อน วันพักร้อนของผมเหลืออีกแค่สองวันเท่านั้น”

                “ไม่ค่ะ รันไม่ให้คุณไปไหนทั้งนั้น”หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงเว้าวอน

                “แต่ผมต้องทำงานนะ”กิตติพยายามชี้แจง เพราะจริงๆ แล้วเขาเองก็ไม่อยากจากเธอไปเช่นกัน

                “ผมไปไม่นานแล้วผมจะรีบกลับมาหาคุณ คุณรอผมอยู่ที่บ้านนะครับ คนดีของผม”

                “รันจะไม่รอคุณ เราจะไม่มีวันพรากจากกันอีก” รันชรีเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หนักขึ้น

                ฝ่ายกิตติเมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็เกิดความรู้สึกแปลก จากความรู้สึกที่ว่ารันชรีเพียงต้องการออดอ้อนเขาเท่านั้น แต่เมื่อประโยคเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา น้ำเสียงแปลกๆ ของหญิงสาว เขาเริ่มจะอึดอัดในการสนทนาครั้งนี้

                “เชื่อใจผมนะที่รัก ผมต้องทำงาน เพื่อสร้างครอบครัวของเราไง หรือคุณจะไปกับผมก็ได้นะ”

                กิตติเสนอให้รันชรีกลับไปกับเขาที่เมืองนั้นอีกครั้ง และจะได้นำเช็คไปคืนโชคด้วย แต่ฝ่ายหญิงกลับปฏิเสธพร้อมกับบอกเขาว่าโชคกำลังจะมาที่นี่

                “รันจะไม่มีวันปล่อยให้คุณไปจากรันอีกเป็นครั้งที่สอง เราจะต้องอยู่ด้วยกันจนวันตาย” กิตติขนลุกซู่กับคำพูดของรันชรี บัดนี้แววตาอันอ่อนโยนของหญิงสาวกลับแปรเปลี่ยนเป็นแววตาที่แข็งกระด้างและเย็นชาเหลือเกิน

                นี่เขาจะทำเช่นไร ใจหนึ่งก็ห่วงเรื่องงาน แต่อีกใจก็รู้สึกผิดกับรันชรี เขายอมเธอได้ทุกอย่าง และให้ได้ทุกอย่างที่เธอต้องการ แต่รันชรีน่าจะเข้าใจเรื่องงานมากกว่านี้

                “คุณคิดอะไรอยู่ คิดที่จะทิ้งรันอีกครั้งใช่ไหม” หญิงสาวตวาดลั่น

                แม้ว่าน้ำเสียงนั้นจะแสดงความไม่พอใจเป็นอันมาก หากแต่กิตติกลับโน้มใบหน้าลงจุมพิตหญิงสาวเพื่อปลอบโยน

                “ที่รัก ผมจะไม่มีวันทิ้งคุณไปไหนอีกแล้ว บอกแล้วไงว่าผมรักคุณ เราจะแต่งงานกันทันทีที่คุณต้องการ”

                “คุณก็ดีแต่พูด คำพูดของคุณทำร้ายรันมาครั้งหนึ่งแล้ว รันเจ็บปวดทรมานเหลือเกิน รันรอคุณทุกวัน แล้ววันนี้ที่คุณกลับมา คุณก็จะไปจากรันอีก รันไม่มีวันยอมให้คุณทำอย่างนั้นเด็ดขาด”

                น้ำเสียงที่อ่อนลงปนเสียงสะอื้น หยาดหยดน้ำใสๆ เอ่อล้นออกมาจากสองตา มิวายที่ชายหนุ่มจะเอื้อมมือไปซับน้ำตานั้น

                “คุณไม่รู้หรอกว่ารันเจ็บปวดแค่ไหน”

                “ผมรู้แล้วที่รัก ผมรู้แล้ว”

                “เพื่อนรันกำลังจะมาที่นี่ รันจะต้องเตรียมตัวเพื่อพบเพื่อน คุณนอนอยู่ที่นี่นะ แล้วอย่าคิดที่จะไปที่ไหนอีก” อีกครั้งกับถ้อยคำแปลกๆ ของหญิงสาว

                “แต่รัน...” ไม่ทันที่เขาจะเอื้อนเอ่ยต่อไป เขากลับรู้สึกชาไปหมดทั้งตัว ริมฝีปากที่กำลังจะขยับพูดต่อไป กลับขยับไม่ได้

                “เราเป็นอะไรไป”

                “รัน...คุณช่วยผมด้วย” กังวานของเขาที่ไม่สามารถเอื้อนเอ่ยออกมาได้

                รันชรีกำลังผละออกจากอ้อมกอดของเขา หญิงสาวลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า พร้อมกับจัดแจงท่านอนของเขาให้อยู่ในท่าที่สบายที่สุด ก่อนจะก้มลงมาจุมพิตที่ริมฝีปากของเขาเบาๆ

                “รัน...คุณเป็นอะไรไป”

                “อย่าถามอะไรเลยสุดที่รักของรัน เดี๋ยวคุณก็จะได้รู้ว่ารันเป็นอะไร”

                หญิงสาวนั่งอยู่ข้างๆ กายอันหนักอึ้งของเขา เสียงสะอื้นร่ำไห้อันแผ่วเบา มันล่องลอยอยู่ในห้องนี้ จากนั้นก็ดังขึ้นจนเป็นเสียงคร่ำครวญ กิตตินอนตาค้างกับภาพที่เขากำลังสัมผัสอยู่ในวินาทีนี้ รันชรีร้องไห้หนักขึ้นๆ ตามด้วยเสียงกรีดร้องอันแสนเจ็บปวด น้ำตาหยดใสๆ กลับกลายเป็นสีแดง กลิ่นคาวของเลือดโชยมาเตะจมูกเขา มันทำให้เขาพะอืดพะอมไม่น้อยหากแต่ไม่สามารถทำสิ่งใดได้ นอกจากการมองเพียงอย่างเดียว

                “ความรัก ที่ทำให้ฉันต้องเป็นแบบนี้ ความรักที่หลอกลวงของคนไม่จริงใจ ความรักของคนที่ใจร้าย คนใจดำ” สลับกับเสียงกรีดร้องอันโหยหวน

                “โอ้รันชรี” กับภาพที่เขาเห็นหรือมันเป็นเพียงความฝัน แต่เปล่าเลย เขายังรู้สึกตัวอยู่ทุกขณะ แต่ทว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้หัวใจของเขาแทบหยุดเต้นคือบัดนี้ห้องนอนอันแสนสวยนั้นกลับกลายเป็นห้องที่ทรุดโทรม เต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่ มีเพียงร่างเขาเท่านั้นที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงอันสกปรกนี้ และรันชรีที่เนื้อตัวเกรอะกรังไปด้วยเลือด

                “คุณ...เป็น...อะ...ไร” กิตติเอ่ยถามในใจ

                “เพราะคุณ คนใจร้าย หลอกลวงได้แม้กระทั่งผู้หญิงที่รักคุณหมดหัวใจ รันมอบกายและใจให้คุณไปหมดแล้ว แต่คุณกลับเหยียบย่ำความรักของรัน แล้วไปเสพสุขกับผู้หญิงอื่น หัวใจคุณมันร้ายกาจนัก วันนี้คุณกลับมาแล้ว รันจะไม่มีวันปล่อยคุณให้ไปอยู่กับใครอื่นอีก คุณต้องอยู่ที่นี่ อยู่กับรันคนเดียวเท่านั้น”

                “ไม่นะ...อย่าทำ...อะไรผมเลย” กิตติหวาดกลัวสุดขีด ดวงตาของเขาเบิกโพลง หัวใจเต้นแรงแทบจะทะลักออกมา

                “อีกไม่นานเพื่อนรักของรันกำลังจะมาที่นี่ แล้วเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป”

                รันชรีหายไปต่อหน้าต่อตา คงเหลือแต่เพียงเขาเท่านั้น ในห้องสกปรกห้องนี้

                “ใครก็ได้ช่วยผมที ผมยังไม่อยากตาย” กิตติคร่ำครวญอยู่ในใจ

                เวลาจะผ่านไปนานสักเท่าใดกิตติไม่สามารถล่วงรู้ได้ เขารู้แต่เพียงว่าเขาถูกตรึงไว้ในห้องๆ นี้นานเหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์ เมื่อเขาผล็อยหลับไป เขาอยากจะตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตนเองเพิ่งก้าวออกมาจากฝันร้าย แต่มันช่างตรงกันข้ามกับความเป็นจริง ทุกครั้งที่เขาลืมตาขึ้นมา สภาพทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม รันชรีที่เกรอะกรังไปด้วยคราบเลือด ก็ยังคงอยู่เคียงข้างเขาไม่ห่างกาย หญิงสาวพร่ำบอกแต่คำว่ารักกับเขาทุกครั้งที่เขารู้สึกตัวขึ้นมา

                หรือนี่คือผลกรรมที่เขาเคยกระทำไว้กับรันชรีและผู้หญิงเหล่านั้น ความสำนึกผิดอย่างนั้นหรือที่กลั่นกรองออกมาจากหัวจิตหัวใจของเขาในขณะนี้

                หากตัวเขาเป็นสาเหตุที่ทำให้รันชรีต้องเป็นเช่นนี้ เขาก็พร้อมที่จะรับโทษทัณฑ์ทุกอย่างที่เธอตระเตรียมไว้ให้

 

comments powered by Disqus

thaipoem ที่สุดกลอนดีๆ

thaipoem บ้านกลอนไทยที่ที่สร้างแรงบันดาลใจของทุกๆคน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา คอยปลอบใจเมื่อยามร้องไห้ ที่ที่อยากให้ทุกๆคนรู้ว่าสิ่งดีๆเกิดขึ้นได้ทุกวัน