31 ตุลาคม 2548 23:08 น.

รอยเท้าบนผืนทราย

keekie

หาดทรายสีขาว ..  
	คลื่นซัดสาดแตกฟองกระเซ็นล้อประกายแวววาวยามต้องแสงแห่งดวงอาทิตย์ ..
	ที่กำลังโผล่พ้นขอบฟ้า .. 	
	ภาพคุ้นตาเฉกเช่นทุกครั้งยามเยือนสุดปลายแผ่นดินจรดแผ่นน้ำ ..

	บรรยากาศยามเช้าริมทะเล .. 
	ทำให้อดไม่ได้ที่จะถอดรองเท้า .. ย่ำไปตามชายหาด .. 
	.. ฉันก้าวเท้าเดินไปเรื่อยๆ .. ก้าวแล้ว .. ก้าวเล่า .. 
	เคยคิดเล่นๆ เหมือนกันว่า .. จุดสิ้นสุดของผืนทรายมันอยู่ตรงไหน .. 
	และหากหันหลังกลับมามอง .. ฉันจะจำได้ไหมนะ? .. ว่าจุดเริ่มต้นมันอยู่ตรงไหน? .. 	

	ก้าวเดินไปตามผืนทราย ..
	ต้องเอียงกายหันไปมอง ..
	เพ่งตามองฉันต้องแปลกใจ .. 
	เหตุไฉนไม่มีร่องรอย ..

	แล้วฉันก็ไม่เคยได้รู้ .. ว่ามันเริ่มต้นจากตรงไหน ..
	เพราะคลื่นซัดสาดรอยเท้านั้น .. หายไปแล้ว .. ไร้ร่องรอย .. 
	เหลือไว้เพียงรอยในทรงจำของฉันเท่านั้นว่า .. 
	.. ครั้งหนึ่ง .. ฉันได้ย่ำเท้าลงบนผืนทราย .. และมันเคยมีรอย ณ ตรงนั้น .. 

	คิดว่าความรักเรา ..
	ดั่งรอยเท้าบนผืนทราย ..
	คลื่นซัดสาดเห็นรอยเท้าสลาย ..
	ดุจดังความรักต้องกลับกลายสูญจากไป .. 
	.. ทิ้งเอาไว้รำพึง ..

	ให้คะนึงถึงเรื่องผ่านมา ..
	ต้องเจ็บอุราเพราะรอยพิมพ์ใจ ..

	วันนี้ .. ทั้งที่รู้ว่าแม้จะย่ำเท้าบนผืนทรายเท่าใด ..
	อีกสักเดี๋ยวมันก็จะเลือนหาย .. 
	แต่ .. ฉันยังคงเดินต่อไป .. 	
	
	ต่อไปฉันจะหยุดยืนไม่เคลื่อนกาย ..
	อยู่บนทรายนิจนิรันดร์ ..
	ไม่มีวันคลื่นจะกล้ำกราย ..
	ให้รอยเท้าจางหายไป .. 

	ทรายเม็ดละเอียด .. ยามปราศจากน้ำ .. มันรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน ..
	เท้าที่ย่ำลงไปกดน้ำหนักให้เกิดรอยบนผืนทราย .. 
	
	แต่ธรรมชาติ .. สร้างน้ำทะเลให้สาดซัดชายฝั่ง .. 
	ละลายให้เม็ดทรายนั้นสลายไหลลงสู่ทะเล .. 
	แม้ทรายนั้นจะอยู่ใต้เท้าฉัน .. โดยที่ฉันไม่ขยับตัวก็ตาม .. 

	 
	ก้าวเดินไปตามผืนทราย ..
	ต้องเอียงกายหันไปมอง ..
	เพ่งตามองฉันต้องแปลกใจ .. 
	เหตุไฉนไม่มีร่องรอย ..
	
	คิดว่าความรักเรา ..
	ดั่งรอยเท้าบนผืนทราย ..
	คลื่นซัดสาดเห็นรอยเท้าสลาย ..
	ดุจดังความรักต้องกลับกลายสูญจากไป .. 
	.. ทิ้งเอาไว้รำพึง ..

	ให้คะนึงถึงเรื่องผ่านมา ..
	ต้องเจ็บอุราเพราะรอยพิมพ์ใจ ..		 

	ต่อไปฉันจะหยุดยืนไม่เคลื่อนกาย ..
	อยู่บนทรายนิจนิรันดร์ ..
	ไม่มีวันคลื่นจะกล้ำกราย ..
	ให้รอยเท้าจางหายไป .. 
	
	โปรดเถิด .. หากจะพัดพารอยเท้าให้หายไปจากผืนทราย .. 
	โปรดพัดพารอยในใจของฉันไปด้วย .. อย่าให้ฉันจำได้ว่า .. 
	.. ครั้งหนึ่งบนผืนทรายแห่งนี้เคยมีรอย				
11 ตุลาคม 2548 13:53 น.

.. ทะเล - อารมณ์ ..

keekie

หญิงสาวนั่งเหม่อมองท้องทะเลเบื้องหน้า ..
	อีกครั้งแล้วสินะ .. ที่เธอมาที่นี่คนเดียว ..
	นั่งบนหาดทรายเม็ดละเอียด .. ละเลียดอารมณ์สับสนของตัวเอง ..
	
	ท้องฟ้ากลืนเป็นสีเดียวกับผืนทะเล .. 
	ลมแรงขึ้น .. ฟ้าแลบเป็นสายและส่งเสียงครืนอยู่ไกลๆ ..
	
	เธอมองท้องทะเลที่ปั่นป่วน .. เสียงคลื่นสาดซัดชายฝั่งอื้ออึง .. 
	ฝนเริ่มโปรยเม็ด .. และตกแรงขึ้น .. 
	เธอห่อไหล่ .. เมื่อสายลมหอบละอองฝนกระเซ็นเข้ามาเปียกปอน ..

	ฝนตกในทะเล .. ยามฟ้ามืด
	ความแปรปรวนแห่งท้องทะเล .. ยากนักจะคาดเดาได้ล่วงหน้า .. 
	โดยเฉพาะในยามค่ำคืนเช่นนี้ .. 

	คงเหมือน .. อารมณ์ .. ล่ะมั้ง .. 
	ความแปรปรวนแห่งทะเลอารมณ์ .. มิมีใครคาดเดาได้ .. แม้แต่เจ้าตัว ..

	หากทว่า .. ความแปรปรวนนั้นมันก็น่าลุ่มหลงนักมิใช่หรือ? .. 
	เธอถึงยังคงนั่งมองความแปรปรวนนั้น ..
	ความแปรปรวนแห่งทะเล .. อารมณ์ ..  

	"คุณเปียกหมดแล้ว .. "  เสียงห้าวดังขึ้นใกล้ๆ .. 

	หญิงสาวหันมองไปทางต้นเสียง .. แสงสว่างที่ทอดทอจากห้องพักบนหาด .. 
	ทำให้พอมองเห็นร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มได้ลางๆ ..
	กางเกงยีนส์สีซีดและเชิ้ตสีขาวเปียกชุ่มด้วยน้ำฝน .. 

	"ฉันชอบบรรยากาศแบบนี้"   
	เธอยกมือขึ้นปาดน้ำฝนที่ไหลผ่านจากตาสู่ร่องแก้ม .. หยาดน้ำฝน .. 

	"ผมก็เหมือนกัน .."  เขาก้าวมานั่งลงข้างเธอ ..
	ใกล้เสียจนเธอได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ..   "มันทำให้ผมนึกถึงเสียงกีต้าร์"  

	เธอหันหน้ามองเขา .. 
	เธอกำลังนึกถึงเสียงกีต้าร์ .. 

	"หลายคนเคยบอกฉันว่า .. ริมทะเลยามฝนตกแบบนี้ .. มักทำให้เขานึกถึงบทกวี ..
	รูปวาด .. เสียงเพลง .. และอีกหลายๆ อย่าง .. แต่ไม่เคยเลยสักคนที่จะบอกว่า ..
	เขานึกถึงเสียงกีต้าร์ .. "  หล่อนบอก ..

	"หรือคุณว่าไม่จริง .."  
	เขากระเถิบเข้ามาใกล้เธอเสียจนช่วงไหล่ของเธอเบียดกับต้นแขนของเขา ..

	"ยิ่งเสียงกีต้าร์ที่กระแทกกระทั้น .. มันดิบ .. รุนแรง .. แต่จริงใจแล้วก็มีสีสัน ..
	ในขณะที่มีความน่ากลัวพอๆ กับความน่าตื่นตาตื่นใจ ..  "  

	"คุณเล่นกีต้าร์ได้ไหม?"  เธอเงยหน้าขึ้นถาม ..

	"คุณอยากฟังหรือ?"   เขาก้มลงมอง .. ดวงตาคู่คมกริบเปล่งประกายระริกเร้น .. 
	"ไปที่บังกาโลผมสิ .."  เขากระซิบบอกหล่อนเบาๆ ข้างหู ..

	..

	...

	....

	.....

	......


	เธอนั่งห่มผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ของเขาอยู่บนเก้าอี้หวายเก่าๆ
	แก้วเปล่าสองใบวางคู่กับขวดวิสกี้ที่พร่องไปกว่าครึ่งอยู่บนโต๊ะตัวเตี้ย ..
	รองเท้าผ้าใบเปียกชื้นสองคู่ถูกถอดทิ้งไว้ข้างประตู ..

	ชายหนุ่มนั่งกับพื้น .. ร่างกายท่อนบนเปล่าเปลือย .. หยาดน้ำจากกางเกงยีนส์หยดลงเป็นทาง
	เขาอัดบุหรี่เข้าปอดแรงๆ ก่อนวางก้นที่ยังเหลืออยู่อีกยาวในที่เขี่ยข้างตัว .. 
	และหันไปหยิบกีต้าร์โปร่งที่พิงอยู่ข้างฝาขึ้นมาถือไว้ในมือ ..

	เธอนั่งกอดเข่าบนเก้าอี้ .. เกยคางไว้บนหัวเข่า .. 
	.. มองดูชายหนุ่มที่กำลังลองเสียงกีต้าร์ด้วยสายตาเรียบๆ ..
	
	"เอาล่ะ .. "  เขาเงยหน้าขึ้นจากกีต้าร์ .. สะบัดหน้าให้ปอยผมที่ตกลงมาเรี่ยตาเข้าที่ .. 
	วางปิกลงบนสาย .. อีกมือหนึ่งเลื่อนไปจับคอร์ด ..

	ทอดสายตามองหญิงสาวบนเก้าอี้ .. ก่อนเริ่มกรีดนิ้วบนสายกีต้าร์เปล่าเปลือย .. 

	เสียงเพลงเริ่มขึ้น .. 

	หญิงสาวนั่งกอดเข่านิ่งฟังท่วงทำนองกระแทกกระทั้นนั้นเงียบๆ .. 	
	
	ฟ้าแลบเป็นสาย .. และส่งเสียงครั่นครืนอยู่ไกลๆ .. 
	ประสานเสียงกีต้าร์ .. เร่าร้อน .. รุนแรง .. ดั่งแฝงปรารถนาในอารมณ์ .. 

	..

	...

	....

	.....

	......

	เสียงกีต้าร์เงียบไปนานแล้ว .. แต่ทั้งเขาและเธอยังคงนั่งจมอยู่ที่เดิม ..
	จมอยู่ในห้วงแห่งอารมณ์ .. 

	เสียงคลื่นและเสียงฝนแทรกแซมเข้ามาไม่ขาดสาย ..
	ลมฝนที่เจือด้วยกลิ่นอายทะเล .. 

	เสียงฟ้าร้อง ..
	ปลุกหญิงสาวให้ตื่นจากห้วงลึกที่จมอยู่ ..

	"ตายจริง .. ห้าทุ่มแล้ว .. "  เธออุทานหลังจากดูนาฬิกาข้อมือ ..

	ชายหนุ่มหยิบบุหรี่ตัวใหม่ที่คาบอยู่บนริมฝีปาก .. วางบนที่เขี่ยข้างตัว ..
	มันส่งควันสีเทาจางๆ .. เขามองเธอผ่านม่านควันนั้น .. 

	"ได้เวลาต้องไปเสียที .. "  
	หญิงสาวหยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ที่คลุมตัวเธออยู่ .. พาดบนพนักเก้าอี้ ..

	เสียงฟ้ายังคงร้องคำราม .. 

	เธอลุกจากเก้าอี้เดินไปที่ประตู ..
	ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน .. เดินไปส่งหญิงสาว .. 

	เธอสอดเท้าในรองเท้าผ้าใบเปียกชื้น .. เงยหน้าขึ้นสบตาเขา ..
	"ขอบคุณสำหรับเสียงกีต้าร์วันฝนตก .. "  เธอยิ้มขอบคุณจริงใจ .. 

	"เอาเสื้อผมคลุมหัวไปเถอะ .. ข้างนอกฝนยังตก .. "  เขาส่งเสื้อเชิ้ตสีขาวชื้นๆ ให้ .. 

	เธอเอื้อมมือมารับเสื้อจาก .. มือของเขา .. 
	ดวงตาคู่สวยสบดวงตาคมกริบของเขา .. 
	แววปรารถนาแห่งอารมณ์เร้นเต้นระริกในสายตาสองคู่นั้น .. 
	
	อย่างไม่ทันตั้งตัว ..
	เขารวบเอวบางเข้าไปไว้ในอ้อมกอด .. 
	
	ใกล้เสียจนไออุ่นจากลมหายใจปะทะใบหน้าของอีกฝ่าย .. 

	"ปล่อยเถอะ .. "  เธอบอก .. แทบกระซิบ .. 
	หากแต่ยังไม่หลบตา ..

	เขาสั่นศีรษะ .. ประกายความคมกริบในแววตาแรงจ้า .. 
	เธอรู้สึกถึงลมหายใจเร่าร้อน .. รุนแรง .. จากแผ่นอกที่สะท้อนขึ้นลง .. 

	"ฉันต้องการแค่เสียงกีต้าร์เท่านั้น .. "  เธอบอก .. ด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นคงนัก .. 

	.. 

	...

	.... 

	ชั่วครู่ .. ชายหนุ่มปล่อยเธอเป็นอิสระ .. 

	"เราแค่พบกันในคืนวันฝนตก .. และต่างนึกถึงเสียงกีต้าร์เหมือนกัน .. เท่านั้น .." 
	เธอยิ้ม .. 

	"พรุ่งนี้ฝนจะตกอีกไหม? .. "  
	เขาถาม .. แววปรารถนาซ่อนเร้นนั้น .. ยังคงเต้นระริกในแววตาคมกริบ

	"จะว่าอะไรไหม? .. หากฉันจะไม่เอาเสื้อตัวนี้กลับมาคืน .. "  เธอถาม ..

	ชายหนุ่มยิ้ม .. 

	หญิงสาวเปิดประตูออกจากบังกะโลของเขา .. 

	ฝนยังคงตก .. เสียงฟ้ายังคงร้องครืนๆ .. ไกลๆ .. 
	เธอใช้เสื้อเชิ้ตขาวตัวนั้น .. คลุมศีรษะ .. เดินตามชายหาด .. กลับที่ทางของตัวเอง ..

	ระหว่างเดิน .. เธอนึกถึงบทกลอนที่เคยคิด .. เคยเขียนเล่นๆ .. 



ฉันแค่เป็นฉันอย่างที่เป็นอยู่
	มันอาจดูไม่ดี .. มีมัวหมอง
	แค่ปล่อยทุกอย่างให้ดำเนินไปตามครรลอง
	ตามหัวใจร่ำร้อง .. ตามความต้องการ ..

	ฉันแค่รู้ใจตัวเอง ..
	อยากร้องบรรเลงเพลงแผ่วหวาน .. 
	หรือเพลงเศร้า .. เพลงรัก .. ก็ปล่อยมันดังกังวาน
	แค่รู้ว่าอยากขับขานเพลงของหัวใจ ..

	ฉันแค่เป็นตัวฉัน ..
	อดีตวานวัน .. อันเคยอ่อนไหว 
	ปัจจุบัน .. เป็นแบบนี้ .. ก็ปล่อยมันเป็นไป 
	เจ็บ ปวด ร้าว อย่างไร .. ช่างมัน 

	กับคำถาม .. 
	ตอบว่า .. ฉันแค่ทำตาม .. ความช่างฝัน 
	มิได้มี .. ความเป็นใคร .. มาพัวพัน ..
	ทุกอย่างที่ฉันทำนั้น .. คือตัวฉันเอง .. 	
	
	
	แม้ฉันจะตกอยู่ในห้วงอารมณ์แห่งความแปรปรวน .. 
	และมันน่าหลงใหลเพียงใด ..
	หากแต่ .. มันมิมีผลในความเป็นฉัน .. 

	 .. ฉันยังคงเป็นฉัน .. 
	ในทุกการกระทำ .. ย้ำความเป็นตัวฉันเอง ..
.. ฉันแค่รู้จักหัวใจตัวเอง .. 				
7 ตุลาคม 2548 23:02 น.

.. เธอ ..

keekie

คุณเดินผ่านฉันออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ .. 
	เดินออกจากชีวิตฉันอย่างเงียบๆ..

	ความเงียบ ..

	ฉันน่าจะชินชากับมันมาตั้งนานแล้ว..
	คุณเงียบทุกครั้ง ..ทุกครั้งที่ควรมีคำอธิบาย ..

	ครั้งนี้ก็เช่นกัน..	
	ระหว่างการอธิบายเพื่อไม่ให้ฉันเข้าใจผิด..กับ..การเดินจากฉันไป ..	
	
	..คุณเลือกอย่างหลังสินะ..
	ข้อนี้คุณไม่ต้องอธิบายหรอก..เพราะวันนี้คุณพิสูจน์มันแล้ว..
	
	ในขณะที่ฉันไม่เคยได้พิสูจน์ตัวเองให้คุณได้รู้ว่า..
	เหตุใด..คุณถึงไม่เคยไม่เชื่อมั่นในตัวฉัน..

	นั่นเพราะ..ฉันไม่เคยทำในสิ่งที่มันอาจกร่อนความเชื่อมั่นนั้น..

	แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา..
	กี่ครั้ง..กี่หน..ที่คุณปล่อยให้ใครคนอื่น..
	มาทำร้ายความรู้สึกของคนที่คุณบอกว่าคุณรัก..		
	
	ความเชื่อมั่นในตัวคุณ ..เชื่อมั่นในความรักที่คุณมีให้..	
	ฉันมีมันเต็มเปี่ยม..จวบจนวันนี้..

	หากแต่ว่าคุณรักษามันไว้ได้เท่าไหร่?..
	
	แต่เท่าที่รู้ ..มันคงเหลือไม่เพียงพอกับความต้องการของคุณ..
	ความจริงแล้ว..มันไม่เคยพอเลยต่างหาก..

	ฉันเองก็ไม่รู้จะหาจากที่ไหนให้คุณได้อีก..เพราะฉันมอบให้คุณไปหมดแล้ว..
	หัวใจหนึ่งดวง..มันมีเท่านั้น..

	หากมันยังไม่เพียงพอสำหรับคุณ.. .. .. .. .. .. .. ..

	ฉัน .. 	    

	         ...

	             ....

	                  .....


	นับจากนี้..
	ฉันคงต้องหัดทำตัวให้ชาชินกับความเงียบเสียที..
	เพราะยังไงซะฉันก็คงต้องอยู่กับมันอยู่ดี ..

	อยู่กับความเงียบยามมีคุณ..
	หรืออยู่กับความเงียบยามไม่มีคุณ..

	..มันต่างกันตรงไหน?..


				
5 ตุลาคม 2548 22:36 น.

..เขาและเธอ ..

keekie

ฝนตกพรำ ..
	หยดฝนด้านนอกจับกระจกจนเป็นฝ้า ..
	ข้างใน .. เครื่องปรับอากาศยังคงเปิดอยู่โดยที่ไม่มีใครใส่ใจที่จะปิด

	หญิงสาวนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง .. 
	ทอดสายตามองภาพสะท้อนของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ปลายเตียง .. 
	เนิ่นนาน .. ยังไม่มีคำพูดใด ..

	ในห้องมีเพียงแค่ความเงียบ ..
	แต่บางครั้ง ความเงียบก็ดูหนักอึ้ง .. ทั้งสองอาจเพียงแค่รอให้ใครสักคนเอ่ยปาก 
	ใคร..ที่อดทนน้อยกว่า จนต้องทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนี้ลง 

	หญิงสาวกระแทกแปรงผมลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง .."โครม .."  

	ชายหนุ่มเงยหน้าสบตาเธอผ่านภาพสะท้อนบนกระจก ..

	"เป็นอะไรไปล่ะ" น้ำเสียงนั้นเรียบ .. เรียบจนเหมือนเสแสร้งที่จะไม่รู้สึก 
	และหญิงสาวก็รู้ดีว่าเขาเสแสร้ง .. แปรงที่กระแทกลงจึงดังขึ้นกว่าเดิม 
	ซ้ำอีกสองสามที .. ก่อนจะเขวี้ยงไปอีกทางหนึ่ง 

	"คุณจะไม่อธิบายอะไรเลยหรือ" 
	.. หญิงสาวพยายามแล้วที่จะสะกดอารมณ์โกรธที่พุ่งเป็นริ้ว ..แต่เสียงเธอยังคงสั่น
	
	"เรื่องอะไร"	
	เสียงนั้นยังคงเรียบเฉยเช่นเดิม ..เรียบเฉยชนิดที่เธอร้องในใจว่า...เสแสร้ง..

	ชายหนุ่มลุกขึ้น เดินเข้าไปทางด้านหลังของหญิงสาว 
	ยกมือขึ้นเหมือนจะลูบผม .. หากแต่เธอปัดมันออกไปเสีย ..
	

	"คุณกำลังโกรธนะ แก้ว"

	"ผู้หญิงคนนั้นบอกแก้วว่า..."  เสียงเธอเงียบไป .. ราวพยายามกล้ำกลืนความน้อยเนื้อต่ำใจลงคอ .. ก่อนพูดต่อ .. "คุณบอกเธอว่า ..คุณรักเธอ .. "   	

	ชายหนุ่มถอนใจ หากแต่ไม่พูดอะไร .. 
	สายตาเบือนไปทางหน้าต่างกระจกที่พร่าสลัวจนมองไม่เห็นด้านนอก
	..จนเนิ่นนาน ค่อยมีคำหลุดออกจากปาก ..

	"เค้าบอกคุณเมื่อไหร่กัน"

	"นั่นไม่สำคัญเท่า .. คุณบอกเค้าเมื่อไหร่?" เสียงเธอตอบกลับทันควัน

	เขาถอนหายใจอีกครั้ง..

	"เค้าบอกคุณเมื่อไหร่.." 
	ชายหนุ่มถามซ้ำ .. ตายังคงทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง .. เสียงยังคงเนือย

	หญิงสาวเงียบ ..
	ลุกจากเก้าอี้ ..เดินไปเปิดประตูห้อง .. 

	"ถ้าคุณไม่มีคำอธิบายให้แก้วเดี๋ยวนี้ .. ก็ไม่ต้องอธิบายอีก"

	ชายหนุ่มละสายตาจากกระจก ..มองหน้าหญิงสาว 
	แววตาที่มองมามีอะไรบางอย่างที่เธออ่านไม่เข้าใจ

	"คุณรู้จักผมดีนี่แก้ว"

	"แล้วคุณล่ะ? .. รู้จักแก้วดีหรือป่าว?"

	"ผมรู้จักคุณดี"  คำพูดนั้นเน้นเสียงหนัก

	"แต่ผมไม่แน่ใจว่า..คุณรู้จักผมจริงๆหรือเปล่า"

	"แก้วรู้จักคุณดี .. ว่าคุณกำลังจะไม่ตอบคำถาม .. คุณรักเธอใช่ไหม?"

	สะท้อนในแววตาที่ยากจะตีความหมายนั้นเข้มขึ้น 
	..ยากที่จะอ่านว่านั่นคือรู้สึกผิด โกรธ หรือ ปวดร้าว..

	"เราเคยคุยเรื่องนี้กันมาหลายครั้งแล้วนะ แก้ว ..เรื่องของผู้หญิงคนนั้นน่ะ
	ทุกครั้ง มันก็จบที่ว่า นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะคุยกันเรื่องนี้
	แต่ก็ไม่เลย..ไม่เคยเลยแก้ว .."

	"แก้วไม่จบ หรือผู้หญิงคนนั้นที่ไม่จบ ..? ถ้าจบจริงเขาจะบอกแก้วอีกทำไม?
	แก้วเหนื่อย .. นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่แก้วจะพูดเรื่องนี้ .. และแก้วอยากให้มันจบจริงๆ" 

	เธอนิ่ง .. เหมือนรอคำอธิบายจากเขา

	"แก้ว.."  ชายหนุ่มหันมองไปที่หน้าต่างบานที่เป็นฝ้าบานนั้นอีกครั้ง 
	..นาน..ก่อนที่จะถอนใจ ..หลุดคำออกมา   "ผมเบื่อ.."

	เธอยิ้ม .. ดูเหมือนเป็นรอยยิ้มที่เย้ยหยันความรู้สึกของตัวเอง
	"แก้วก็เบื่อที่คุณไม่เคยอธิบายเลยสักครั้ง .." 

	"แก้ว..ผมบอกทั้งหมดให้คุณฟังตั้งแต่ครั้งแรกที่เราคุยกันเรื่องนี้แล้ว
	คุณจะต้องการคำอธิบายซ้ำๆ ไปเพื่ออะไร .. หากว่าคุณไม่เชื่อสิ่งที่ผมบอก"

	หญิงสาวยิ้มมากขึ้น .. ราวเย้ยหยันคำพูดของเขาด้วย .. 

	"แก้วเชื่อคุณ ..แก้วเชื่อมั่นในตัวคุณ ..
	แล้วคุณเคยรักษาความเชื่อมั่นนั้นไว้หรือเปล่า?..
	คุณอยากให้แก้วเชื่อมั่น .. อยากให้เข้าใจคุณ .. "

	"แก้ว .."  เสียงชายหนุ่มสอดแทรกขึ้น

	"ที่คุณกำลังทำอยู่น่ะ ไม่ได้เรียกว่าเชื่อมั่นหรอกนะ ..คุณไม่ได้เชื่อมั่นในตัวผมเลย 
	.. แก้ว .. คุณรู้ไหม"
  
 
	หญิงสาวนิ่ง ..  "ถ้าสิ่งที่แก้วทำมันไม่ใช่ความเชื่อมั่นที่คุณต้องการ .."
	แก้วก็ไม่มีอะไรจะให้คุณ .."  หญิงสาวเปิดประตูห้อง ..เป็นทีบอกให้เขาออกไป .. 

	ชายหนุ่มลุกขึ้นหยิบกุญแจรถบนหัวเตียง  "แก้ว .. ผมไม่เคยไม่เชื่อมั่นคุณนะ"
	น้ำเสียงนั้นขมขื่น    "มีแต่คุณนั่นแหละ .. ที่ไม่เคยเชื่อมั่นในตัวผม" 
	
	หญิงสาวนิ่ง .. ไม่มีคำพูดใดๆ  หลุดรอดริมฝีปาก ..แต่เธอยังคงยืนอยู่ที่เดิม

	ชายหนุ่มเดินไปที่ประตู .. ชลอฝีเท้าเหมือนลังเล ..เหมือนรอ..	

	หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเขา .. 
	มือเธอยังจับประตูแน่น .. เหมือนยังยืนยันว่าเขาต้องไป ..

	ชายหนุ่มสบตาเนิ่นนาน .. นานจนเธอมองเห็นแววประหลาดที่เธอไม่คุ้นเคยในดวงตาคู่นั้น ..
	แววเศร้าที่เศร้าเสียจนคล้ายคำอำลา..

	......ชายหนุ่มเดินผ่านเธอไปอย่างเงียบๆ  ออกจากประตู ..ฝีเท้านั้นแช่มช้าหากแต่สม่ำเสมอ ..
	...หญิงสาวมองตามหลังเขา .. น้ำตาเริ่มไหลริน .. 

	ความเงียบอันหนักอึ้งเข้ามาครอบคลุมอีกครั้งหนึ่ง
	
	หากแต่คราวนี้.. ไม่มีใครทำลายความเงียบ..
	
	จวบกระทั่งเสียงสตาร์ทเครื่องยนต์ดังขึ้นกลบความเงียบนั้นลง	

	เมื่อเสียงเครื่องยนต์ห่างและจางลงไป เสียงที่หลงเหลือก็มีเพียงเสียงสะอื้น..
	ที่ออกมาจากประตูห้องที่ยังคงเปิดอ้าอยู่ ..				
4 ตุลาคม 2548 14:11 น.

.. That's what you do ..

keekie

แดดหลังเที่ยงแผดแรงจ้า ..
	ฉันยืนมองมือแข็งแรงที่พยายามใช้กากบาทขันน็อตยางรถยนต์ .. 
	เสื้อยืดสีเทาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ..

	"ชายไม่เคยต้องตากแดดแบบนี้เลย .. "   
	เสียงห้าวติดตลกแม้อยู่กลางแดดจัด .. ไม่มีร่มเงาไม้ .. 
	แล้วเขาก็ใช้ปลายแขนเสื้อนั่นแหละ .. เช็ดเหงื่อที่ไหลโทรมหน้า ..

	ฉันยืนแอบยิ้มอยู่ข้างๆ .. แม้จะยิ้มไม่ค่อยออก ..

	.. รถยางแตก .. 


ฉันมีเรื่องราวเกี่ยวกับรถมากมาย ..
	อาจเป็นเพราะมีความซุ่มซ่ามเป็นสมบัติส่วนตัวที่ไม่เคยแบ่งให้ใครกระมัง ..
	จึงประสบเหตุเนื่องจากรถหลายต่อหลายครั้ง .. 
	และทุกครั้ง .. ฉันต้องจัดการมันด้วยตัวเองเสมอ ..  

	ไม่ว่าจะเป็นเจ้าแก่คันเก่า .. ที่เคยปั้มน้ำรั่วกลางสี่แยกเม็งจ๋าย ..
	ควันสีขาวพวยพุ่งจากฝากระโปรงหน้ารถ .. 
	เรียกร้องความสนใจจากรถราที่กำลังเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ เพราะการจราจรเข้าใกล้จลาจล .. 
	เหมือนในหนังเลย .. เพียงแต่นางเอกที่ก้าวจากรถไม่สวยเลิศเลอมากพอ ..
	ที่จะดึงดูดชายหนุ่มให้สละเวลามาช่วยเหลือได้ .. แม้แต่ตำรวจจราจร ..
	ที่มายืนโบกรถให้ .. แล้วก็ปล่อยฉันเข็นเจ้าแก่เข้าข้างทาง .. ลำพัง ..
	ดีนะ .. เกิดมาเป็นสาวแข็งแรง .. แม้จะไม่งามล้ำก็เหอะ .. 

	หรือในวันที่ไม่สบายเป็นไข้ตัวร้อนสามสิบแปดองศาเซลเซียส .. จำได้แม่น ..
	วันนั้นฝนตกหนักอย่างกับฟ้ารั่ว .. ตอนสองทุ่ม .. 
	บนถนนพระรามสองกำลังก่อสร้าง .. มีทางเบี่ยงซ้ายขวาตลอดเส้นทาง ..
	รถบรรทุกวิ่งกันให้สะเปะสะปะ .. ไร้เส้นแบ่งเลน .. 
	ฉันขับเจ้าแก่คันเดิมนั่นแหละ .. พวงมาลัยแมนนวล .. หนักชะมัด ..
	ปวดหัว .. ตาพร่า .. โอย .. จะมีอะไรรันทดไปกว่านี้อีกไหมเนี่ย ..

	"พ่อคะ .. ฝนตกหนักมากเลย .."  ขับรถคนเดียวมันวิเวกวิเหวโหวชอบกล ..

	"อืม .. "  เสียงพ่อดังมาตามสาย .. 
	ฉันพยายามเพ่งสายตาอันพร่าเลือนเพราะพิษไข้มองทางข้างหน้า .. 

	"เค้ากำลังทำถนน .. "  ฉันพยายามบอก .. 
	พ่อคงนึกออกแหละว่าทางมันวิบากขนาดไหน .. ก็มันถนนหน้าบ้านพ่อนี่นา .. 	

	"แล้วไง? .."  พ่อคงสงสัย .. บนถนนวันฝนตก .. มันมีอะไรแปลกที่ตรงไหน? ..

	ฉันนิ่ง ..   "อืม .. ไม่มีอะไรค่ะ .. แค่นี้นะ .. หนูขับรถอยู่ .."  แล้วก็วางสาย ..
	ยังไงซะ .. ฉันคงต้องพาตัวเองกลับให้ถึงบ้าน .. ด้วยตัวเอง .. 

	ความเงียบคงจะทำให้คนเป็นบ้าได้จริงแหละ .. ยามอารมณ์เช่นนี้ ..

	เหลือบซ้ายแลขวา .. บนเบาะหลังรถ .. 
	มีแต่ตุ๊กตาหมาเก่าๆ .. ที่พอบีบจมูกมันแล้วมันจะเห่าบ๊อกๆ .. 
	แต่ก็สุดปัญญาจะเอื้อมมือไปบีบจมูกมัน .. 	

	.. ฉันยัดเทปเข้าไปในเครื่องเล่น .. เทปของเจ้าเพื่อนตัวดีที่มาลืมไว้ .. 
	ไม่รู้หรอก เพลงอะไร ขอแค่มีเสียงอะไรบ้างก็พอ .. 

	.. ดูเอาเองก็แล้วกัน .. ว่าฉันนั้นเป็นอย่างไร ..  		
	
	เสียงห้าวกระแทกกระทั้น .. ดังมาจากเครื่องเล่นวิทยุในรถ
	.. เท่านั้น .. น้ำตาฉันไหลพราก .. ฝนที่ว่าตกหนัก .. คงน้อยกว่ากระมัง ..
	ในที่สุด .. ก็มีใครสักคนรู้จนได้ .. ว่าฉันอยู่ในอารมณ์ไหน ..

	.. ฝนหยุดตกแล้ว ..
	ฉันจอดรถ .. อุ้มเจ้าตุ๊กตาหมาตัวนั้นแหละ .. เดินร้องไห้สะอึกสะอื้นเข้าบ้าน ..  

	"เป็นไร? .. "  แม่ถาม 
	"หนูกำลังตกหลุมรัก .. "  ตอบด้วยเสียงสะอึกสะอื้น .. 
	"รักใคร ..? "  แม่คง งง ตกหลุมรักแล้วมันจะร้องไห้หาพระแสงดาบเลเซอร์อะไร? ..

	"ปีเตอร์ คอร์ป .. ไดเรนดัล .. "  ตอบเสร็จก็เดินเข้าห้อง .. นอนร้องไห้ต่อ ..

	นี่กระมัง .. ผู้ชายถึงมักพูดเสมอว่า .. ว่าแล้ว .. ว่าผู้หญิงขับรถ .. 

	กับอีกครั้งที่หนักที่สุด ..
	สี่ทุ่มคืนวันฝนตกอีกเช่นกัน .. ฉันขับเจ้าแก่คันเดิมนั่นแหละ  .. 
	รถปิคอัพตำรวจ .. เบียดรถฉันในขณะที่รถวิ่งด้วยความเร็วเก้าสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง ..
	ฉันหักหลบเลยขึ้นไปเกยฟุตบาธใต้สะพานต่างระดับ .. เสียงยางระเบิดดังกึกก้อง .. 
	รถยางแตกสองข้างด้านขวา .. ฉันตกใจไม่รู้จะทำยังไง .. ได้แต่ปล่อยรถให้ไหลไปตามยถากรรม ..
	จนมองเห็นตอม่อสะพานอยู่ข้างหน้า .. หากรถไม่หยุด .. ฉันยับแน่ .. 
	จึงเหยียบเบรคสุดแรงเกิด .. รถหยุดห่างจากตอม่อสะพานไม่เกินฟุต .. รอดไป ..

	ฉันนั่งสงบสติอารมณ์อยู่บนรถพักใหญ่ .. กว่าสติสัมปะชัญญะจะกลับเข้าที่เข้าทาง ..
	พอเปิดประตูลงจากรถ .. คุณตำรวจหนุ่มหล่อต้นเหตุ .. ก็อันตรธานไปเสียแล้ว ..
	แต่เขาก็ใจดีพอที่จะโทรศัพท์เรียกรถลากมาให้ฉัน .. 	
	
	มีไทยมุงยืนดูสถานการณ์อยู่บนฟุตบาธฝั่งตรงข้าม .. 
	คงคอยลุ้นว่า .. คนในรถจะยังหายใจอยู่หรือเปล่า .. 
	ฉันนับดู .. ก็มีไม่กี่สิบคนหรอก .. ถ้าฝนไม่ตกอาจจะถึงร้อยคนกระมัง ..

	"พี่คะ .. หนูขับรถชน .. "  โทรหาใครสักคน .. 
	"แล้วยูเป็นไรหรือป่าว? .."  เสียงบอสถามเรียบๆ .. 

	"หนูโอเค .. แต่รถยับเลย .. "  
	ฉันตอบไปตามจริง .. ไม่อยากให้ตกใจ .. แต่ท่าทางเขาก็ไม่ตกใจนี่ .. 

	"ดีแล้ว .. งั้นเดี๋ยวจะโอนเงินไปให้ .. กสิกรใช่ไหม? .."  
	อื้ม .. เงินคงจัดการทุกอย่างได้ .. แม้แต่ต้อนขวัญของฉันกลับเข้าที่ ..

	"ขอบคุณค่ะ .. งั้นหนูไม่รบกวนละ .. พรุ่งนี้พบกันนะคะ .."  ฉันวางสาย .. 

	ฉันคงต้องพาตัวเอง .. ให้พ้นจากสถานการณ์นี้ .. ด้วยตัวเอง ..
	นั่นเป็นสัจธรรมที่ฉันค้นพบ .. 



"โครมมมม !!! " .. เสียงแม่แรงล้ม .. ปลุกฉันตื่นจากความรู้สึกเลวร้ายในอดีตเหล่านั้น ..
	
	"ดินมันนิ่ม .. เมื่อคืนฝนตก .. "  เขาพยายามใช้แม่แรงยกรถ .. เพื่อถอดล้อที่ยางแตก .. 
	
	ฉันมองร่างชุ่มเหงื่อ .. เสื้อผ้าของเขาเปื้อนโคลน .. เพราะคลุกดินเลน .. 
	นิ้วกลางมือขวามีเลือดออก .. คงเพราะโดนแม่แรงดีดหรือไม่ก็ขูดกับดินขณะกำลังยกแม่แรง .. 

	"แม่แรงมันฝืด .. สงสัยไม่ค่อยได้ใช้ .. "  เขาพึมพำพลางใช้แขนเสื้อเช็ดเหงื่อที่ไหลโทรมหน้า .. 
	
	ฉันมองด้วยความรู้สึกบางอย่าง .. ที่งอกเงยในหัวใจ .. 
	
	.. คำว่า .. ขอบคุณ .. มันคงน้อยไป .. 
	
	.. วันนี้ .. คุณทำให้ฉันได้ค้นพบสัจธรรมใหม่ .. 
	
	
	Have  I  told  you  lately  that  I  love  you.
	Have  I  told  you  there's  no  one  else  above  you.
	Fill  my  heart  with  gladness  take  away  all  my  sadness
	ease  my  troubles  that  what  you  do.
	
	Take  away  all  my  sadness  fill  my  life  with  gladness
	ease  my  troubles  that's  what  you  do.				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟkeekie
Lovings  keekie เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟkeekie
Lovings  keekie เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟkeekie
Lovings  keekie เลิฟ 0 คน
  keekie
ไม่มีข้อความส่งถึงkeekie
>