19 กุมภาพันธ์ 2548 00:43 น.

...ถึงแม่... (อีกแล้ว)

keekie

..วันนี้หนูกลับเร็วค่ะแม่ .. ไม่ต้องเป็นห่วง .. หลังจากตระเวนทั่วกรุงเทพฯ ..
	เพื่อถ่ายรูป .. ทำงานน่ะค่ะ .. มีเหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้น ..

	รถเกือบชนกันกลางถนนสุขุมวิท ..
	เหตุเพราะรถกะบะ คันหนึ่ง อยู่เลนซ้ายสุด แล้ว เขาคงนึกขึ้นมาได้ว่า..
	เขาควรเลี้ยวขวา .. จึงเปิดไฟเลี้ยวขวา แล้ว เลี้ยวในทันที ...
	แท๊กซี่ที่ตามหลังมาด้วยความเร็ว .. เพราะเป็นจังหวะไฟเขียว ..
	จึงเบรคเสียงสนั่น ... เกือบชน ...

	แล้ว .. รถกะบะ คันต้นเหตุ ก็แค่เลี้ยวขวาไม่ได้ ... ดังใจคิด ..
	เขาจึง .. ขับรถ ตรงไป ... ก็เท่านั้น ... 

	เขาอาจไม่ได้รับรู้ .. ในผลแห่งการตัดสินใจชั่วครู่ .. ของเขา .. 
	เพราะ .. เขาขับรถจากไปแล้ว ...

	ส่วนแท๊กซี่คันนั้น .. ผู้โดยสารเป็นหญิงอินเดีย .. อายุน่าจะสัก ห้าสิบปีได้ค่ะแม่ ..
	เธอไม่ทันตั้งตัว .. จึงตกจากเบาะที่นั่ง ... หนูก็งง เหมือนกัน ...
	ผู้หญิงตัวอ้วน ๆ .. กลิ้งหลุนๆ ด้านหลังรถแท๊กซี่ ... ได้ยังงัย???

	สงสัย โตโยต้า อัลติส .. จะกว้างขวางนั่งสบาย .. มั้งคะ .. อิอิอิ .. 

	เธอคงเจ็บนะคะแม่ .. ป่านนี้ .. ไม่รู้ปวดเมื่อยมากขนาดไหน .. และคงตกใจมากด้วย .. 

	ตากล้องสมองไว อย่างหนู จับภาพไม่ทันค่ะแม่ .. เพราะมัวแต่ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ..
	ทั้งๆ ที่กล้องอยู่ในมือแท้ๆ .. 

	ไม่เช่นนั้นภาพที่ได้ .. คงจะแสดงให้เห็นว่า ..

	การที่ใครคนหนึ่ง .. ตัดสินใจ ทำอะไร แบบปุ๊บปั๊บ ฉับพลัน .. 
	หนูเข้าใจค่ะ .. เขาอาจไม่ตั้งใจ .. และคงคิดไม่ถึงว่า .. 
	การตัดสินใจของเขา ... จะก่อให้เกิดผลร้ายแก่ใคร .. 

	ในชีวิตของเขา ... คงขับรถทุกวัน .. จนมีความชำนาญในการบังคับรถ ..
	.. ให้เลี้ยวซ้าย .. เลี้ยวขวา .. เดินหน้า .. ถอยหลัง .. ได้ดั่งใจคิด .. จนมั่นใจในฝีมือตนเอง 
	และการขับรถของเขา .. อาจไม่เคยก่อให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรง ..
	หรืออาจเคยเกิด .. จนเขาชินเสียแล้ว .. ก็เป็นได้ .. 

	แต่การตัดสินใจที่อาจเกิดจากความไม่ตั้งใจนั้น ...
	ได้ส่งผลให้ .. ใครบางคน .. เจ็บ .. ปวด .. และเป็นทุกข์ .. 
	โดยที่เขาเอง .. ไม่ได้รับรู้เลย ..

	หญิงอินเดียคนนั้น .. อาจจะไม่เป็นอะไรเลยก็ได้ค่ะแม่ .. 
	แต่อีกแง่หนึ่ง .. เธออาจได้รับบาดเจ็บ .. ทางร่างกาย ..
	หรือ เธออาจ .. ตกใจมาก .. มากเกินกว่าที่หนุ่มๆ สาวๆ จะคาดคิดได้ ..
	
	ไม่มีใครรู้ .. ว่าตอนนี้เธอ เป็นอย่างไรบ้าง ..??
	คนขับแท๊กซี่ ที่ร่วมชะตากรรม .. เขาก็คงไม่รู้ ..
	คนขับรถกะบะ ก็คงไม่รู้ ..
	ผู้เห็นเหตุการณ์ .. ก็คงไม่มีใครรู้ ...

	หนูก็ไม่รู้ค่ะ แม่ ..

	คงมีแต่ เธอเท่านั้น .. ที่รู้ว่า .. ตอนนี้ตัวเธอเป็นอย่างไรบ้าง ..

	เฮ่อ ... แค่เหตุการณ์ ไม่กี่วินาที .. หนูยังเอามาวิเคราะห์ เป็นวรรคเป็นเวรได้ขนาดนี้ ..
	เคยมีคนบอกว่า .. หนูช่างคิด ..	คอยวิเคราะห์ว่า .. ใคร เป็น ยังไง??? ..

	สงสัยจะจริงค่ะแม่ ... เธออาจจะไม่เป็นอะไรเลยก็ได้ ...

	หลังจากเหตุการณ์จบลง .. ไทยมุงสลาย .. หนูก็ทำงานต่อ ..
	แช๊ะ ... แช๊ะ ... 

	กว่าจะเสร็จก็เย็น .. ตากแดดตัวดำ (ยิ่งขึ้นไปอีก) 
	
	เหนื่อยค่ะ ... หนูหลับไปตั้งแต่หัวค่ำ ...
	แต่เจ้าเพื่อนตัวดีน่ะสิคะแม่ .. โทรมาตะกี้น่ะค่ะ ... หนูลืมปิดเสียงโทรศัพท์ ...
	มันบอกว่า .. ไม่คิดว่าหนูจะหลับแล้ว .. เห็นเพิ่งห้าทุ่ม ...

	พอวางหูไป ... หนูก็เลยตาสว่าง .. นอนไม่หลับ ... และนึกถึงเหตุการณ์ในวันนี้ ...

	ปกติหนูเป็นคนนอนดึก ... แม่ก็ทราบนี่คะ ... 
	แต่พักนี้ ..	อาจจะเป็นเพราะความสับสนในจิตใจมั้งคะ ..
	ทำให้หนูต้องบังคับตัวเองให้นอนเร็วขึ้น ... เพื่อจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน ..

	นั่นแน่ !!!!!...
	
	หนูรู้น้าาาา... 
	แม่คงอยากถามว่า .. หนูสับสนเรื่องอะไร...?? .. ใช่ม้าาาา ...
	
	หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แม่ ..
	
	อาจจะเป็นผลจากการตัดสินใจของใครบางคน .. ก็ได้มั้งคะแม่ ..
	หรืออาจเป็นเพราะการตัดสินใจของตัวหนูเอง .. ก็เป็นได้ ..
	
	คราวนี้ .. หนูนึกคำสอนของแม่ไม่ออกแล้วค่ะ ...
	คำสอนวิเศษ .. ที่จะช่วยให้หนูทิ้งความสับสน .. พวกนั้น ไปได้...
	แม่คะ .. สอนหนูหน่อย ... นะคะแม่ .... นะคะ .. นะ .. น่านะ .. นะคะแม่ .. 				
16 กุมภาพันธ์ 2548 23:42 น.

..เหตุเกิดที่บ้านเหมือนจะร้าง..

keekie

ฉันกะเจ้าเอ็ม ... ทำงานพิเศษที่บริษัทวิจัยตลาดใหญ่โตแห่งหนึ่ง ... 
	(ตอนเป็นนักศึกษา เอ๊าะ ๆ ...ตอนนี้เจ้าเอ็ม ลูกสาวสี่ขวบแล้วจ้า ..)

	เรากำลังทำโครงการวิจัย ... เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในกรุงเทพฯ 
	บริษัทฯ จะระบุ ชื่อคน ... และที่อยู่ เพื่อให้เรามาสัมภาษณ์ โดยเฉพาะ ...
	
	และเรา... ก็ถูกส่งมาที่บ้านหลังนี้ ... !!!

	บ้านเนื้อที่ขนาดประมาณ  50 ตารางวา .. ตัวบ้านเป็นปูน สองชั้น เก่า ปูนแตกกระเทาะ .. 
	รอบๆ บ้าน รกไปด้วยหญ้า สูงเกือบท่วมหัว ... 
ประตูรั้วด้านหน้า ทำจากลวดเตี้ยๆ เปิดอ้าไว้ ... 
	เอ .. ไม่ใช่สิ ... มันคงปิดไม่ได้มากกว่า ... ประตูห้อยกะร่องกะแร่ง จะหลุดมิหลุดแหล่แบบนั้น...
	
	
	ไม่น่าเชื่อ ... หมู่บ้านใหญ่โต ... บ้านแต่ละหลังหรูหรา ... สวยงาม ...
	ทำไม ... บริษัทฯ ต้องส่งเรามาบ้านหลังนี้ด้วย (ฟะ) มีเป็นร้อยหลัง ... ทำไมน้าาาา ... เฮ่อ...!!!

	"สวัสดีค่ะ ... ขอรบกวนเวลาสักครู่นะคะ ..."  ถึงจะบ่น .. แต่ฉันก็ยังคงต้องทำงานอยู่ดี ...

	"กี้ ... สภาพนี้ ... ใครจะอยู่ ... กลับเหอะ ..."  เจ้าเอ็มจะกลับท่าเดียว 

	"กลับได้งัย ... ได้บ้านละหกร้อย ... ขืนกลับ ก็อดดิ่.."  ฉันยังคงดื้อ

	เงินสำคัญเสมอเพื่อน ... แม้เงินจะไม่ใช่ทุกอย่าง ... แต่ทุกอย่างต้องใช้เงินนะเพื่อน ...

	"พี่คนข้างบ้านตะกี้ ... เขาบอกให้เราเข้าไปได้เลย ... มีคนอยู่ ... เข้าไปกันเหอะ" 
 ฉันชวนเจ้าเอ็ม..

	"เฮ้ย .. ถ้ามีคนอยู่จริง ก็บุกรุกนะแก .."  เจ้าเอ็มปอดแหก ..

	ฉันไม่ฟัง ... คว้ามือเพื่อน .. ก้าวสวบๆ  เข้าไปยืนหน้าประตูตัวบ้าน ...
	แน่ะ...ประตูบ้านก็ไม่ปิดอีก ...
	
	บ้านเงียบจัง ... จะมีใครอยู่จริงหรอ ...

	ฉันมองเข้าไปภายในบ้าน ... ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ซักชิ้น ... นอกจากตู้เย็นขนาดเล็ก เก่าๆ 
	กับหิ้งไม้เก่าๆ  ผุๆ  มีโทรศัพท์เก่าๆ  อีกนั่นแหละ  วางอยู่ ...

	ทุกตารางเซ็นติเมตร ... มีแต่ฝุ่นจับ หนา เตอะ..ขวดน้ำดื่มเปล่าๆ วางระเกะระกะ เต็มไปหมด...

	ถ้ามีคนอยู่จริง ... เขาคงกินฝุ่นกันซะล่ะมั้ง ... 

	"สวัสดีค่ะ ... มีใครอยู่มั๊ยคะ?"  ฉันตะโกนเข้าไปในบ้าน ...


	เงียบ ......!!!


	"เฮ้ย... กี้ ... น่ากลัวว่ะ ... ไม่มีใครอยู่หรอก ... กลับเหอะ.."  เจ้าเอ็ม จะกลับอีกละ..

	"สวัสดีค่ะ ... มีใครอยู่ไม๊คะ .."  ฉันยังคงตะโกน ... ไม่สนเจ้าคนปอดแหก


	"...แค่ก ... แค่ก ...!!!" 


	ฉันกะเจ้าเอ็มมองหน้ากัน ... มีคนอยู่นี่ ..!!!

	เสียงผู้ชายไอ .. ดังมาจากชั้นสอง ...

	ฉันมองไปทางซ้ายของบ้าน ... มีบันไดไม้เก่าๆ เป็นทางขึ้นสู่ชั้นสองของตัวบ้าน... 

	
	"...แค่ก...แค่ก...!!!"


	เสียงคนจริงแหละ ...

	"คุณคะ ...ขอรบกวนเวลาซักครู่ค่ะ ... เชิญข้างล่างหน่อยได้มั๊ยคะ .."  
ดูความพยายามของฉัน 


	เงียบ ....!!!


	"เฮ้ย...กี้ ... ไปเหอะ...ฉันกลัวว่ะ"  แหม เพื่อนฉัน ...

	"กลัวรัย (ฟะ) ...กลางวันแสกๆ "  ฉันดุเจ้าเอ็ม ...

	"สวัสดีค่ะ ... มีใครอยู่ไม๊คะ .."  เสียงฉันนี่ ก็ดังดีไม่หยอกนะ..

	ระหว่างรอ ... ฉันก็สอดส่ายสายตาไปทั่วบ้าน ... มองนั่นมองนี่ ...

	สกปรกจริง ... อยู่กันได้งัยเนี่ย ... 

ดูดิ๊ ... ขวดน้ำกินหมดแล้วก็ไม่ทิ้ง ... รู้จักถังขยะมั่งป่าวนี่ ..
	แล้วดูโทรศัพท์ .. ใครจะกล้าใช้ ... ฝุ่นจับออกเขรอะ ขนาดนั้น ...
	แล้วยังพื้นอีก .. ให้ฉันใส่รองเท้าเข้าไปเดินยังไม่กล้าเลย ... ฝุ่นงี้หนาเป็นนิ้วเชียว ...

	แล้วนี่ .... 

เอ๊ะ ...!!!

	สายตาฉัน มาหยุดอยู่ตรงพื้นที่ปลายเท้า ... 

	"เฮ้ย... เอ็ม ... นี่มันรอยอะไรอ่ะแก..??" 	ฉันไม่แน่ใจ เลยถามเจ้าเอ็ม ..

	"ไหน?"  เจ้าเอ็มถาม ... พลางมองตามที่ฉันชี้ ..
	
	รอยหยดกลมๆ  สีแดงๆ  ดูเหมือนยังใหม่ๆ  เพราะยังไม่แห้ง ...
	
	"กี้ ................................."   เจ้าเอ็มเรียกฉันได้คำเดียว ... แล้วเงียบไป..

	"ไปเหอะ ... กี้ ... นี่มันรอยเลือดนี่หว่า!! .."  เสียงเจ้าเอ็มเริ่มไม่ดี ..

	ฉันมองตามรอยหยดเลือด ... มันเป็นทางยาวจากปลายเท้าฉัน .. หน้าประตู ... 
	ไปจนถึง  ... ห้องๆ หนึ่ง  ด้านหลังบ้าน ...

	"อืม .. ฉันก็ว่ารอยเลือด ... มันยังสดๆ อยู่เลยนะนี่ ... " 
	ฉันพูด พลางเอาเท้าเขี่ย  ... เลือด ... ลากเป็นทางยาวตามเท้าฉัน .. 


	เลือดสด สด ...!!!


	"กี้ ... แกไม่กลับ ฉันกลับแล้วนะ .. !!"  พูดจบ เจ้าเอ็มก็หันหลัง เดินอย่างเร็ว... 
	
	"เฮ้ย... ทิ้งกันได้งัยฟะ"  ฉันก็กลัวเหมือนกันนะเพื่อน ...
	ฉันรีบวิ่งตามเพื่อนออกมายืนหน้าบ้าน ...
	
	เรามองหน้ากัน ... "เอางัยดี ??.."  ฉันถาม ... 

	ใจหนึ่งก็กลัว .. แต่อีกใจก็สงสัย ... เลือดใครกัน? ...
	บ้านก็เหมือนจะร้าง ... แต่มีคนอยู่ ... ก็ได้ยินเสียงไอนี่ ..
	เอ ... หรือว่า ... เขาจับใครมามัด ... เชือด ... เฮ้ย ..!!!

	อุ้มฆ่า ... !!!  ฉันเคยอ่านหนังสือพิมพ์เจอบ่อยๆ 

	"กลับเหอะกี้ ..ฮือ ... ฮือ.."  เจ้าเอ็ม ...เริ่มมีเสียงคราง
	
	" .. ถ้ากลับ .. เราก็ไม่รู้ว่ามีอะไร ... เดี๋ยวฉันจะเข้าไปดูเอง" 

	ให้มันรู้ซะมั่ง ... ใครๆ ก็เรียกฉันว่า คุณกีกี้ผู้กล้าหาญ ...
ได้เหรียญกล้าหาญอันโตๆ มาหลายแล้ว ... 
(กัดฟันพูดน่ะ ..แหะ แหะ .. จริงๆ แล้ว กลัวจะตายไป .. 
... เลือด นะ  .. ใครไม่กลัวบ้างล่ะ!!!  .. ยกเว้น คุณหมอพรทิพย์..)

	"เฮ้ย .. กี้ ... แกจะบ้าหรือป่าว?? ... มีอะไรข้างในก็ไม่รู้ .. 
เกิด ... มี ... ศพ!!! แกจะทำงัย .."  

	นึกว่าฉันคิดคนเดียว ..เจ้าเอ็มก็คิดเหมือนฉัน


	...To be continued...				
12 กุมภาพันธ์ 2548 03:59 น.

..ออฟฟิศที่รัก..

keekie

"...ว้าย...!!!! ... " 

ตึง ๆๆๆๆๆ .... โครม !!!

	... เสียงพี่ดา แม่บ้านที่ออฟฟิศ ร้องโวยวายเสียงดัง 
	ตามมาด้วยเสียงโครมครามเหมือนคนตกบันได ... 



" ... ช่วยด้วยค่ะ ... ช่วยด้วย ..." พี่ดายังคงร้องไม่หยุด ...

	ฉันเปิดประตูห้องทำงาน เดินออกไปดู 

	"อะไรกันคะ...พี่ดา ... เสียงดังเชียว ..??"

	"  ...น้องกี้ ... " เสียงพี่ดาสั่น ... แบบนี้ ไม่มุขแน่ ..

	"  ใจเย็นๆ ค่ะ ... มีอะไรคะ ..." ฉันถาม พลอยตื่นเต้นตามไปด้วย 

	 " ... เมื่อกี้ พี่ดาอยู่ข้างล่าง ... ได้ยินเสียงคนเดินอยู่ข้างบนน่ะค่ะ ..."

	ออฟฟิศฉัน เป็นตึกแถว สี่ชั้นครึ่ง ... แต่เพิ่งตกแต่งเสร็จได้สองชั้น ... 
	ชั้นลอย เป็นที่เก็บเอกสาร ... ขึ้นไปชั้นสอง เป็นห้องทำงานของเจ้านายฉันเอง ...
	ชั้นสามยังตกแต่งไม่เสร็จ ... มีของวางไว้เกะกะ ... ชั้นบนสุด ... มีห้องพระ ... 

	ส่วนห้องทำงานฉัน อยู่ชั้นหนึ่ง ... ด้านหน้า เป็นส่วนของ ประชาสัมพันธ์ และ ธุรการ 
	มีเจ้านุ๊ก และ เจ้าป่าน  นั่งทำงานอยู่ ด้านหน้า ... แต่ตอนนี้ ทั้งสองคน มาอยู่ตรงนี้แล้ว ..
	เพราะตกใจเสียงร้องของพี่ดา ... 
	
	" พี่ดาก็นึกว่า น้องกี้ ... หรือว่า น้องป่าน อยู่ข้างบนน่ะค่ะ ... เลยขึ้นไปเก็บกวาด ...
	น้องกี้ก็รู้นี่คะ ... ถ้าไม่มีใครขึ้นไป ... พี่ดาก็ไม่กล้าขึ้นไปคนเดียวหรอกค่ะ ..."
	แม่บ้าน ยังคงเล่าต่อ ... เสียงสั่นด้วยความตกใจ กลัว 

	"พอขึ้นไปถึงชั้นสอง ... ห้องทำงาน คุณโอ๋ น่ะค่ะ ..." คุณโอ๋ คือนายฉันเอง ...
	"พี่ดาก็ได้ยินเสียงเดิน ... ลากเท้า ... มองซ้ายมองขวา ก็ไม่เห็นมีใคร ... ฮือๆๆ...
	พี่ดาก็วิ่งลงมาเนี่ยค่ะ ... พี่ดาบอกแล้ว ... ว่าที่นี่มีอะไรแปลกๆ น้องกี้ไม่เคยเชื่อเลย ... ฮือๆๆ" 
		
	ฉันมองรูปร่างพี่ดา กะน้ำหนักคร่าวๆ คงไม่น่าต่ำกว่า   90 กก. มั้ง ... แล้วพี่ดาวิ่งลงบันได ... 
	...ไม่อยากคิด ..

	"หูฝาดหรือป่าวคะพี่ดา ... " ฉันถาม 
	"ไม่นะคะ ... น่ากลัวจริงๆ  ... กลางวันแสกๆ ..." พี่ดายืนยัน  

	เจ้าป่านกับเจ้านุ๊ก ชักหน้าเสีย ... เพราะส่วนใหญ่ ทั้งสองคน จะต้องอยู่เฝ้าออฟฟิศ 
	ดีนะ ที่วันนี้ ฉันอยู่ด้วย ไม่งั้น คงขวัญเสียกันไปใหญ่ ...

	"ใจเย็นๆ ค่ะ คงไม่มีอะไรหรอก ... เอ ... พี่นิคหายไปไหน ??" 

	"นั่นสิคะ ... " เจ้านุ๊กมองซ้ายขวา .. "ตะกี้พี่นิค ยังนั่งอยู่กะนุ๊กเลย ...หายไปไหนแล้ว "

	"อาจจะเป็นพี่นิคก็ได้ ... คงขึ้นไปหาเอกสารในห้องคุณโอ๋มั้ง ... 
ไปๆๆ นุ๊กกะป่านไปทำงานได้แล้ว ..

	พี่ดาคะ ... กี้ขอกาแฟซักแก้วสิ ... เอาสูตรเดิมที่กี้บอกไว้นะคะ " 
	
	ฉันตัดบท รีบสรุปว่า เสียงที่พี่ดาได้ยิน เป็นเสียงพี่นิค ...

	ทั้งๆ ที่รู้ว่า ... พี่นิคออกไปกินข้าว ร้านข้างๆ ออฟฟิศนี่ ... และยังไม่กลับเข้ามา 
	...ในออฟฟิศ ก็มี เพียง พี่ดา เจ้านุ๊ก เจ้าป่าน และฉัน เท่านั้น ...

	นายฉันมาเจอตึกที่นี่ ... เมื่อสองเดือนก่อน เห็นว่าถ้าตกแต่งทำสำนักงาน ก็ไม่ต้องทำอะไรมาก 
	เพราะกั้นกระจกไว้เป็นสัดส่วนดีอยู่แล้ว ... แค่ทาสีใหม่ ... แล้วก็หาเฟอร์นิเจอร์นิดหน่อย
	ก็ใช้ได้แล้ว ... ค่าเช่าก็ไม่แพงเสียด้วย ...
	
	แต่...เจ้าของตึกไม่ยอมบอกว่า ... ทำไมคนเก่าถึงยอมเสียค่ามัดจำ แล้วย้ายออก ก่อนหมดสัญญา 

	ความจริง ฉันเอง .. ก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาที่นี่แล้ว ...		
	แต่นายฉัน ... เขาไม่ค่อยเชื่อซิกเซนส์ ไร้สาระของฉันเท่าไร...
	ก็เลยต้องปล่อยเลยตามเลย ...

	หลายครั้ง ... ที่ฉันนั่งทำงานอยู่คนเดียวถึงสองทุ่ม ...
	ก็มักจะรู้สึกเสมอว่า ... มีใครอยู่ข้างๆ ... จ้องมองฉันอยู่ ... จนรู้สึกได้ ...
	พอฉันลุกเดิน ... ฉันก็รู้สึกได้ ... ว่าเธอหรือเขา ... เดินตามไปด้วย ...
	เอ ... แต่ฉันรู้สึกได้ว่า เป็น ... เธอ ... นะ ....

	""ไร้สาระน่ะ ..." ฉันบอกตัวเองทุกครั้งที่ สัมผัสที่หก ทำงาน 
	แต่ก็ต้องรีบออกจากออฟฟิศ ขนงานกลับไปทำที่บ้าน เพราะกลัว ...

	เหตุการณ์เมื่อสักครู่ ... ฉันเชื่อ ... ว่าพี่ดา ได้ยินจริงๆ ... เสียงเดิน ... ลากเท้า ...
	เพราะ ฉันเอง ก็ได้ยิน !!!



........................................................................................................................



	" กี้ ... English Camp เสาร์หน้า ... พี่ยังไม่ได้  staff เลยนะ ...
	สงสัยต้องติดประกาศแล้วมั้ง ... " พี่นิค กำลังวุ่นกับการเตรียมออกแคมป์ 

	"ดีเลยค่ะ ... ติดข้างออฟฟิศนี่ก็ได้ ... เดี๋ยวกี้จะลงประกาศในเนทให้ด้วยละกัน ..."

	พี่นิคทำใบปลิว ใส่เบอร์โทรศัพท์มือถือ ทั้งของเขา และของฉัน 
	แล้วก็เอาไปปิดไว้ประตูกระจกข้างออฟฟิศ ...

	"หกโมงเย็นแล้วกี้ ... หิวจัง ... ไปหาอะไรกินก่อนกลับบ้านดีไหม?" พี่นิคที่น่ารัก ... คงกำลังหิวโซ 

	"ดีเหมือนกันค่ะ ... กี้ก็หิว ...	นุ๊ก กะ ป่าน จะกลับยัง ... พี่กี้จะกลับแล้วนะ ..."

	"กลับค่ะ ..." สองสาวตอบพร้อมกัน ... ส่วนพี่ดากลับไปแล้ว ตั้งแต่สี่โมงครึ่ง 
	
	เราช่วยกันปิดไฟ แอร์ ประตู หน้าต่าง เช็คความเรียบร้อยก่อนกลับบ้าน ...

	แล้วเดินออกจากตึกออฟฟิศ ... ทักทาย บอกลา ยามหน้าหมู่บ้าน ที่อยู่ติดกับออฟฟิศของเรา ...

	แยกย้ายกันกลับ ... ฉันกับพี่นิค แวะ เดอะมอลล์งามวงศ์วาน ... เพื่อหาอะไรกิน ...

	ขณะที่เราอยู่ในร้านอาหาร ... โทรศัพท์มือถือพี่นิคดัง ...

	"ครับ ... หรือครับ? ... งั้นเดี๋ยวผมกลับเข้าไปครับ .. ขอบคุณนะครับ .."
	
	"กลับไปไหนคะ ..?" ฉันถาม 
	
	"ยามโทรมาบอกว่า ... เราลืมปิด แอร์ ด้านหน้าน่ะ..." 
	
	ฉันงง ... ก็ฉันปิดเองกะมือ ... ฉันจำได้ ... 

	เอ ... หรือว่า ฉันปิดไม่ดี ... ปุ่มมันเลยเด้งกลับ ..
	เอ ... หรือว่า ฉันลืมปิด ... คิดว่าปิดแล้ว ... 
	เอ ... หรือว่า ...ไร้สาระน่า !!! สัมผัสที่หกของฉันเริ่มทำงานอีกแล้ว ...

	ฉันกินอาหารเย็น ... อย่างไม่รู้รสชาติ เพราะแปลกใจ ... 
	เดี๋ยวจะกลับไปพร้อมพี่นิค ... ดูให้แน่ ...
	อยากรู้ ... ฉันลืมปิดแอร์จริงหรือป่าว?? 

	พอกินเสร็จ เรากลับไปที่ออฟฟิศ ... 
	
	ห้องกระจกด้านหน้า ... เย็นฉ่ำ ... มีไอน้ำเกาะที่กระจกแพรวพราว ...
	
	ฉันอึ้ง ... แต่ไม่ได้บอกพี่นิค ... ว่าฉัน คิด ว่าฉันปิดแล้ว ... กับมือตัวเอง ...
	เอ ... อาจจะลืมก็ได้ ... หลักฐานทนโท่อยู่นี่แล้วเจ้ากี้เอ้ย ... ยังมั่นใจอยู่อีก ว่าปิดแล้ว ...

	พี่นิคไขกุญแจออฟฟิศ  ... แล้วเดินเข้าไปปิดสวิทช์แอร์ โดยไม่เปิดไฟ ...
	มีพยาน คือ ยามหมู่บ้านข้างออฟฟิศที่โทรบอกเรานั่นแหละ มายืนดูอยู่ด้วย ... 
ว่าคราวนี้ ปิดแอร์แล้วจริงๆ 

	ส่วนฉัน ... ไม่ได้มองหรอก ว่า พี่นิคทำอะไร ... ได้ยินเสียงพี่นิคคุยกะยาม ... แต่ไม่รู้เรื่อง
	เพราะตาฉัน มองผ่านความมืด เข้าไปยังห้องทำงานด้านใน ...
	ใจหวั่น ๆ ... ไม่เห็นอะไรหรอก ... นอกจากความมืด ... แต่กลัว ..

	"พี่นิค .. กลับเหอะ ดึกแล้ว ..." ฉันร้องบอก ...ความกลัวเข้าครอบงำ ...
	ต้องรีบละสายตา จาก ความมืด ... ด้านใน ... 

	"ไปแล้วครับ ... ขอบคุณมากครับ ที่โทรมาบอก ..." พี่นิคขอบคุณยามคนนั้น ...
	"ขอบคุณนะคะ ..." ฉันหันไปบอกขอบคุณเขาด้วย ...
	
	สายตา ... ยาม ... มองฉัน ... แปลกๆ ... เหมือนอยากจะบอกอะไรซักอย่าง ...

	"ไม่เป็นไรครับ ... ช่วยกันได้ก็ช่วยกันไป ... ดีที่คุณติดใบปลิวนั่น ..
	ไม่งั้น ผมก็ไม่รู้จะช่วยยังไง..." แล้วเขาก็ละสายตาจากฉัน ... เดินกลับไปที่ป้อม ...

	ฉันกับพี่นิคขึ้นรถ ... พี่นิคสตาร์ทเครื่อง ...
	ฉันมองตัวอาคารพาณิชย์สูงสี่ชั้นครึ่ง อย่างหวั่นๆ ... สายตาหยุดอยู่ที่ชั้นสอง ...
	สัมผัสที่หกเริ่มทำงาน ...
	
	ฉันรู้สึก ... 
	... เธอ ... ยืนมองเรา จาก หน้าต่างชั้นสอง ... ห้องทำงานคุณโอ๋ ...
	
	บ้าน่า !!! ... เจ้ากี้ !!! ...ประสาท ...!!!

	ฉันรีบละสายตา ... กลัวสัมผัสที่หกของตัวเอง ...


........................................................................................................................


	เสียงอะไรดัง? ... โทรศัพท์มือถือปลุกหรอ ...?

	เอ ... วันนี้วันเสาร์ ... วันหยุดนะ ...

	ฉันสะลึมสะลือ ... หยิบโทรศัพท์มือถือ ... 	
	อ้าว ... ใครโทรมาแต่เช้า ...

	"ฮัลโหล ... " ฉันกรอกเสียงลงไป ...

	"คุณครับ ... ผม ยามหน้าหมู่บ้าน ที่ตึกสำนักงานของคุณน่ะ ..."

	เอ... ใครหว่า ...??? 

	อ๋อ... ยามคนเมื่อคืน ...

	"อ๋อ ... ค่ะ ...ว่าไงคะ โทรมาแต่เช้า..."

	"คือ ... ผมจะโทรมาบอกว่า ... 
	แอร์ ที่ห้องด้านหน้ามันเปิด ... เย็นฉ่ำเชียวครับ ......."

	!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!......				
4 กุมภาพันธ์ 2548 13:16 น.

..ความทรงจำ..

keekie

ฉันมักจะสะพายกล้องตัวเก่งไปไหนมาไหนด้วยเสมอ...
	
	กล้องใส่ฟิล์มรุ่นเก่า...


แช๊ะ....แช๊ะ				
2 กุมภาพันธ์ 2548 18:08 น.

..ผู้วิเศษ..

keekie

แม่คะ....

	วันนี้หนูเหนื่อยจังค่ะแม่ ... มีเรื่องให้คิด ... และตัดสินใจมากมาย ...
	ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เกินความสามารถหนูทั้งนั้น ...

	หนูรู้ค่ะ...ว่าคนเราต้องพัฒนาตนเอง...
	ทำในสิ่งที่ยากขึ้นไป เรื่อยๆ .... นั่นหมายถึง...เราเก่งขึ้น...
	มีประสบการณ์มากขึ้น...มีวุฒิภาวะมากขึ้น...
	หนูก็ไม่อยากแก่แต่อายุหรอกค่ะแม่.. 




แต่...........................

	เอ...ทำไมต้องมี ... แต่ ... ด้วย...
	หนูรู้ทุกอย่าง ... เข้าใจทุกอย่าง...แล้วทำไมยังมีเงื่อนไขอีก...

	เฮ่อออออ !!! หนูก็ยังเหนื่อยอยู่ดีค่ะ...

	หนูเหนื่อยกับ ...  คน ...

	อันที่จริง หนูก็เป็น คน นะคะแม่ ... อยู่กับ คน ...
	ทำงานกับ คน ... พบกับ คน ... ทุกวัน... น่าจะชินได้แล้ว...

	แต่หนูก็เบื่อค่ะ... ยิ่งในโลกของการทำธุรกิจด้วยแล้ว...

	มีแต่คนทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง...
	
	เอ...หนูก็กำลังทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองอยู่นี่นะ...!!!

	วันนี้หนูนั่งนึกถึงคำของแม่อีกแล้ว...
	เรื่อง ผู้วิเศษ น่ะค่ะ...

	แม่จำได้ไหมคะ...หนูเคยบอกแม่ว่า ... หนูอยากเป็น ผู้วิเศษ จัง...

	หนูจะได้เนรมิตตุ๊กตาสวยๆ ... เค้กช็อกโกแลตชิ้นโตๆ ...
	เสื้อผ้าสวยๆ ไว้ใส่ไปเที่ยว... 
	อ้อ...แล้วก็ไอศครีมด้วย...หนูจะได้กินไอศครีมทุกวัน...

	แต่แม่บอกหนูว่า... 

	" ผู้วิเศษ น่ะ ... ไม่เคยเนรมิตอะไรให้ตัวเองได้เลย...
	เพราะต้องคอยเนรมิตให้ผู้อื่น...ต้องคอยช่วยเหลือผู้อื่น...
	หน้าที่ของผู้วิเศษ น่ะ ยิ่งใหญ่มากนะลูก ... ลูกจะรับหน้าที่นั้นไหวหรือ..."


	ตอนนั้นหนูได้แต่สงสัย...ในเมื่ออำนาจวิเศษอยู่ในมือเรา...
	ทำไม...เราจะเนรมิตสิ่งที่ต้องการให้ตัวเองไม่ได้...


	แต่วันนี้หนูพอจะเข้าใจ ... แม่จะบอกหนูว่า ...

	ถ้า  ผู้วิเศษ   ทำอะไรเพื่อตัวเอง ... เขาก็คงไม่ใช่  ผู้วิเศษ   ใช่ไหมคะ
เขาก็คงไม่มีคุณสมบัติพิเศษใดๆ ที่สมควรจะได้รับอำนาจวิเศษ...

	เขาก็คงไม่ต่างจาก ... คน  ... เหมือนเราๆ  ใช่ไหมคะแม่...


	เฮ่ออออ!!!  ... (วันนี้ หนูถอนหายใจบ่อยจัง...)


	หนูเข้าใจแล้วค่ะแม่...
	ใครเขาจะเป็นอย่างไร ... ก็เป็นไป ... มันอยู่ที่ตัวเราใช่ไหมคะ ...

	
	วันนี้ หนูไม่อยากเป็น ผู้วิเศษ  แล้วล่ะค่ะแม่... หนูขอเป็น คน  นี่แหละ...

	หนูคงไม่สามารถ เนรมิตอะไรให้ใครได้ ... แม้แต่ตัวเอง ...

	เอาแค่ ...

	 คนอย่างหนู ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร...
	ไม่ทำให้ใครต้องเจ็บช้ำน้ำใจ... ก็พอแล้ว...ใช่ไหมคะแม่...


	แหม... คิดได้แบบนี้ หนูหายเหนื่อยแล้วค่ะ...


	คำสอนของแม่ ทำให้หนูหายเหนื่อยได้เสมอ...
	เอ...ยังมีคำสอนวิเศษ อะไรอีกน้าาาา....
	ที่แม่เคยสอนหนูไว้....				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟkeekie
Lovings  keekie เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟkeekie
Lovings  keekie เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟkeekie
Lovings  keekie เลิฟ 0 คน
  keekie
ไม่มีข้อความส่งถึงkeekie
>