28 กรกฎาคม 2548 01:50 น.

.. คือรัก ..

keekie

ฉันนั่งบนพื้นทรายสีขาว .. 
	เหม่อมองเรือหางยาว .. ที่กำลังโลดแล่นจากหาด .. 
	.. ห่างออกไป .. ไกลทุกที .. ทุกที ..	
	เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม ..
	เหมือนฉุดกระชากลากเอาไออบอุ่นคุ้นเคย .. เจนใจ .. ไปจากฉัน .. 
	 .. ให้จมดิ่ง .. หายในทะเล ..
	
	.. ไออบอุ่น .. ถูกกลืนกินโดยความหนาวเหน็บ .. 

	โอ้ความรักเอย ..
	ไฉนเลยร้างราลาจาก ..
	เจ้าเข้ามาพบ .. เพื่อพราก ..
	ทำหัวใจข้าฯ .. เป็นซาก .. กากเดน ..

	ฉันละสายตาจากเรือหางยาว - เจ้าฆาตกร - 
	มองผ่านชายกระโปรงลายดอกไม้ .. ที่พริ้วตามสายลม ..
	เส้นผมสีสวยสะบัดปลายไล้ลู่แผ่นหลัง .. เด็กหญิง .. 

	"หนูน้อย .. ทำไมหนูจึงเศร้านัก .. เกิดอะไรขึ้นหรือจ้ะ?"  
	เสียงกังวานหวานดังขึ้น ..

	เด็กหญิงเงยหน้ามอง .. นางฟ้าใจดีผู้เนรมิต .. ความรัก .. แด่เธอ ..
	ดวงตากลมโต .. ที่เคยสดใสส่งประกายวาว .. 
	บัดนี้ .. มัวหม่น .. มีแววหยาดน้ำใสเต้นระริก .. 

	"ความรักแสนสวยของหนู .. .. .. "   เด็กหญิงส่งเสียงเพียงแค่นั้น ..

	"มันจากไปแล้วใช่ไหมจ้ะ? .. " 
	เสียงกังวานหวานถามพลางทอดสายตามองเด็กหญิงอย่างอ่อนโยน

	เด็กหญิงเงยหน้าสบตา .. สั่นศีรษะ ..

	" .. หนูสัญญากับคุณไว้แล้วว่าหนูจะรักษา .. 
	.. ความรักแสนสวยไว้ชั่วนิรันดร์ในหัวใจรักของหนู"
	เด็กหญิงตอบพร้อมรอยยิ้มดูสุขล้ำอิ่มเอม .. หากแต่แววตามัวหม่น ..

	"เจ้ารู้จักความรักแล้วสินะ .. หนูน้อย .. "  
	เสียงกังวานหวานตั้งคำถามราวปรารภกับตัวเอง 

	
	ความรักคือการให้ใครนิยาม 
	ทุกบทความทุกตอนสอนให้รู้ 
	แม้กายห่างร้างไกลกันสุดกู่ 
	ใจจะคู่เคียงข้างมิวางวาย 

	ความรักคือการให้หัวใจนี้ 
	ฉันยอมพลีแด่เธอเพ้อมิหาย
	แม้นคืนค่ำเดือนดับมิกลับกลาย 
	ชีพสลายใจยังอยู่เคียงคู่เธอ 

	ความรักคือการให้อิสระ 
	ไม่ยี่ระยินดีพลีเสมอ
	อยากโบยบินถิ่นไกลเพื่อไขว่เจอ 
	จะมิเผลอหน่วงเหนี่ยวเกี่ยวรั้งไว้

	ความรักคือการให้ในทุกสิ่ง
	แม้นต้องทิ้งความฝันอันวิไล
	ยามเดียวดายจะพรายยิ้มพริ้มสดใส 
	ให้เธอไป .. คือสุดท้ายที่ให้เธอ ...

	"วันนี้หนูได้รู้จักความรัก .. มันเป็นเช่นนี้ ..
	หนูได้เข้าใจ .. ความรักมันแสนเบาหวิวพร้อมจะปลิวจากเราไปทุกเมื่อ ..
	หากใจเราหนักแน่นมั่นคงในรักนั้น .. จงเก็บมันไว้ในหัวใจรักตลอดไป ..
	หนูเก็บความรัก .. แต่มิอาจเก็บคนรัก .. "

	นางฟ้ายิ้มเศร้า ..

	"ฉันดีใจที่หนูได้พบความรักที่หนูตามหา ..
	แต่ .. ฉันอยากให้หนูกลับเป็นหนูน้อยคนเดิมที่วิ่งหาความรักนั่นดีกว่า ..
	ฉันมั่นใจ .. ความรักในฝันหนูน้อยคนเดิมคนนั้น .. คงสวยงามมากกว่า ..
	.. ความรักในหัวใจรักของหนูน้อยคนนี้มากมายนัก ..

	.. ฉันคงไม่กล้าเนรมิตความรักให้ใครอีกแล้ว .. "  

	เสียงคลื่นซัดสาด ..
	มองเห็นไกลสุดขอบฟ้า ..
	มีทะเลทุกเวลา ..
	แต่บางทีไม่มีเธอ ..

	คลื่นซัดหาฝั่ง ..
	เหมือนใจร่ำคร่ำครวญหา ..
	จากกันไปตามเวลา ..
	จากกันให้เธอสุขใจ ..
	
	แต่ไม่เป็นไร .. 
	ไม่เป็นไร ..
	ฉันพร่ำบอก.. 
	ให้เธอเข้าใจ ..
	เพราะรักจริงจริง .. 
	รักคือการให้ ..

	.. ฉันให้เธอ ..				
22 กรกฎาคม 2548 10:47 น.

.. คือรัก ..

keekie

วันที่อากาศแจ่มใส .. บนพื้นหาดทรายสีขาว .. 	

	.. เด็กหญิงตัวเล็กๆ รูปร่างแบบบาง .. 
	.. กำลังวิ่งไปตามแนวชายหาดที่ทอดตัวยาวสุดโค้งเขาสูงใหญ่ ..
	.. มีแสงอาทิตย์ละลายสีอยู่ในเส้นผมที่ยาวสลวย ..
	.. ฉันมองตามชายกระโปรงลายดอกไม้สีอ่อนที่พลิ้วไหว ..
	.. ไปตามจังหวะการวิ่งของเท้าเล็กๆ คู่นั้น ..	

	"แม่หนูน้อย .. วิ่งหาอะไรจ้ะ .. "  
	เสียงกังวานใสดังขึ้น .. เด็กหญิงหยุดวิ่ง ..
	"หนูเป็นเด็กดี .. ฉันจะเนรมิตสิ่งที่หนูกำลังหาให้ .. ดีไหมจ้ะ" 	
	
	นางฟ้าแสนสวย .. ปีกคู่ใสอยู่กลางหลัง .. ถือคฑาดอกไม้ ..
	.. เหินลงมาจากฟากฟ้า .. อยู่ตรงหน้าเด็กหญิง .. 

	"หนูกำลังตามหาความรักแสนสวยค่ะ .. คุณจะเนรมิตมันให้หนูได้ไหมคะ.."
	ฉันได้ยินเสียงเล็กๆ ตอบไปแบบนั้น 

	"หนูอยากได้ความรักจริงหรือ?"  
	เสียงกังวานหวานมีกระแสเอ็นดู .. ปนความสังเวชน้อยๆ ..
	
	"จริงสิคะ .. หนูวิ่งตามหามานาน .. ยังไม่พบสักที ..
	ความรักแสนสวยของหนู .. คุณนางฟ้าเนรมิตให้หนูได้ไหมคะ?"  
	เสียงเล็กๆ ออดอ้อน ..

	"ทำไมหนูจึงอยากได้ความรักล่ะจ้ะ .. "  นางฟ้าถามไถ่ด้วยน้ำเสียงเอ็นดู

	"ความรักเป็นสิ่งสวยงาม .. มันจะทำให้หนูมีความสุขค่ะ .. 
	หนูอยากมีความสุข .. อยากมีศรัทธาต่อความรัก .. อยากรู้จักความรัก"  
	เด็กหญิงตอบด้วยรอยยิ้ม .. กระแสแห่งความสุขแผ่ซ่านในแววตา ..

	"ความรักเป็นสิ่งแสนสวย .. ในขณะเดียวกันก็เป็นอีกหลายสิ่ง .. หนูยังเด็กนัก ..
	แต่ในเมื่อฉันรับปากแล้วว่าจะเนรมิตสิ่งที่หนูต้องการ .. ฉันรักษาคำพูดเสมอ" 
	นางฟ้าผู้ใจดีตอบ .. พร้อมวาดคฑาดอกไม้ ..
	ฉับพลันเกิดประกายสีเงินแวววาว .. เป็นทางยาว .. ตามปลายคฑาดอกไม้วาดไว้ ..  

	
	เจ้าความรักสีสวยแสนหวาน ..
	งดงามดังคำกล่าวขานเช่นนั้นหรือ? 
	อาจเป็นเพียงแค่คำร่ำลือ ..
	ฤๅตัวข้าฯ จะยึดถือครอบครอง ..?

	วันวาน ..
	กี่ร้อนหนาว .. ล่วงผ่านพาลหม่นหมอง
	ความงดงามที่ก้าวล้ำ .. ค้ำประคอง 
	เคยจับจอง .. คือความรัก .. หรือไร?
	
	โปรดเถิดคนบนฟ้า ..
	สั่งสอนข้าฯ ให้รู้จัก .. รัก .. ได้ไหม?
	ความรักคือ .. ความงดงามปานใด? 
	ศรัทธา .. ฝันใฝ่ .. ใคร่ขอลอง ..

	
	ฉันนั่งอยู่ใต้ต้นหูกวางริมทะเล .. 
	เหม่อมองไปไกลสุดปลายขอบฟ้า .. จรดขอบทะเล ..
	แผ่นฟ้ายังคงเหมือนเดิม .. เป็นสีฟ้าใสดังเช่นวันวาน .. ที่ฉันเคยเห็น 
	
	แต่ .. 
	
	ไออวลแห่งความอบอุ่นแผ่ซ่าน .. รอบกาย .. วนเวียนทั่วหัวใจ ..
	ฉันยิ้มรับลม .. ที่บังเอิญพัดผ่านมาและแวะทักทาย ..

	รู้สึกตัวเบาหวิว .. ราวจะล่องลอยไปพร้อมสายลม ..
	
	ยัง .. ฉันยังไม่อยากไปไหน .. 
	ขอฉันดื่มด่ำกับความรู้สึก ณ ตรงนี้อีกสักหน่อย ..

	มันช่างหวานล้ำ .. แผ่วเบา .. 
	จุ๊ .. จุ๊ .. จุ๊ .. เจ้าอย่าส่งเสียงดังนะเจ้าสายลม ..
	เดี๋ยวความสุขของฉัน .. มันจะกระจายหายไป ..
	ความสุขมันเบา .. เหลือเกิน .. 

	ขอบคุณคนบนฟ้า ..
	เนรมิตความรักมา .. ให้ข้าฯ ครอง ..
	ความสุขแผ่ซ่าน .. เราสอง ..
	หัวใจร่ำร้อง .. ปรารถนา ..

	"ขอบคุณค่ะ .. คุณนางฟ้า .. ที่เนรมิตของขวัญที่วิเศษที่สุดในโลกให้หนู ..
	.. หนูสัญญา .. จะรักษามันไว้ชั่วนิรันดร์ .. "  ฉันได้ยินเสียงเล็กๆ ตะโกนก้องฟ้า ..
	จากหาดทรายสีขาวด้านหนึ่งของฝั่งฟากทะเล ..

	เด็กหญิงหันหลังเดินกลับสู่ .. ความรัก .. ที่อิ่มเอม .. แสนสวย ..

	"เจ้ายังเด็กนักที่จะรู้จักความรัก .. หนูน้อย .." 
	เด็กหญิงคงไม่ทันได้ยินเสียงกังวานหวานที่แว่วมาจากปลายฟากฟ้าไกล ..				
10 กรกฎาคม 2548 11:34 น.

.. ฉันหรือเธอที่เผลอใจ (จบ) ..

keekie

"เมื่อไหร่จะมีใคร .. ใครสักคนที่เป็นของเรา ..
	เมื่อไหร่จะมีใคร .. ใครสักคนน๊ะ .. ที่รักเรา .. "

	อย่าตกใจไป .. เสียงริงโทนเรียกเข้ามือถือฉันเอง ..
	แหม .. ใครนะ .. เช้าวันอาทิตย์แบบนี้ .. เค้ายังไม่ตื่นกันหรอก ..
	
	เหลือบดูนาฬิกา .. เพิ่งจะ 10 โมงเอง ..
	ใครนะ .. โทรมาแต่เช้า ..

	"เฮโล๊ .. ใครจะคลอดลูกหรืองัย .. ถึงโทรมาแต่เช้า"  
	ฉันกรอกเสียงลงไป .. ไม่รู้หรอกว่าใคร ..
	แต่คาดว่าคงเพื่อนตัวดีนั่นแหละ .. ไม่งั้นคงไม่กล้าแหย่เสือหลับหรอก ..

	"นี่คู๊ณ .. สิบโมงแล้ว .. กรุงเทพฯ หายไปครึ่งเมืองแล้วนะคุณ
	นอนกินบ้านกินเมือง"   เสียงห้าวไหลมาตามสาย 

	"ฉันว่าคุณต่อผิดแหง๋.. เสียงคุณไม่คุ้น .. "
	ฉันหยิบโทรศัพท์ออกห่างจากหู .. ดูเบอร์ ..
	"เบอร์ก็ไม่คุ้น .."  แล้วก็แน่ใจ .. ต่อผิดแหง๋
	
	"วันนี้คุณว่างป่าว? .. "   แน๊ะ .. ต่อผิดยังมีหน้ามาถามอีก ..
	"เราไปเที่ยวกัน .."  คราวนี้ฉันตื่นจริงๆ .. หายงัวเงีย ..

	"คุณต่อผิด .. ไปชวนคนอื่นไป๊ .."  
	ฉันวางหูอย่างไม่สน .. จะเกรงใจทำไม .. ก็เขาต่อผิด ..

	เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีก ..
	
	"ฮัลโหล .. "  ฉันกรอกเสียงลงไป .. เสียงขุ่นๆ น่ะ ..

	"นี่คุณ .. มารยาทน่ะมีมั่งไม๊ .. วางหูใส่ผมได้งัยผมยังพูดไม่จบ" 
	เสียงห้าวเริ่มมีมะโห

	"ก็คุณจะพูดกะใครล่ะ .. ฉันไม่รู้จักคุณนี่.."  ฉันเถียงอย่างไม่ยอมแพ้ 

	"ก็พูดกะคุณนั่นแหละ .. เสาร์ที่แล้วเรายังไปดูหนังกันเลย .." เขาบอก .. 

	"เฮ้ย!! .. คุณมีเบอร์ฉันได้งัย .."  
	 .. พอนึกออกว่าใคร .. ฉันก็ร้องลั่น

	"แหม .. ผมมีเบอร์คุณตั้งแต่งานที่โรงพยาบาลวันนั้นแล้ว ..
	ไปคุ้ยๆๆๆๆๆ ในกล่องนามบัตรหน้างานน่ะ .."  เสียงห้าวฟังดูภาคภูมิใจ 

	ฉันนึกถึงกล่องใบใสหน้างาน .. บนโต๊ะลงทะเบียน ..
	ที่แขกเหรื่อทุกคนต้องหย่อนนามบัตรคนละใบใส่ไว้ ..
	พี่แอนนี่ .. ที่เป็น MC ในงาน .. ซี้กะฉัน .. คงบอกเขาเรียบร้อย ..

	หนอย .. ร้ายนัก .. ทำเป็นทิ้งเบอร์ไว้อ่อย ..
	ไอ้เราก็รู้สึกดี .. ที่ไม่ได้ขอเบอร์เรา .. ที่ไหนได้ ...

	"นะคุณ .. ไปเที่ยวกัน .. ผมอยากไปน้ำตก .. ทะเล .. ภูเขา .. 
	ที่ไหนก็ได้ที่มีคุณ .. "  แหวะๆๆๆๆ .. เรื่องชวนอ๊วกแต่เช้า ..

	"บทละครเรื่องใหม่หรืองัย .. มาซ้อมบทกะฉันเป็นวรรคเป็นเวร ..
	เก็บค่าเสียเวลานะคุณ .."  ถึงปากจะบอกไปแบบนั้น .. แต่ใจน่ะ .. 
	นึกถึงน้ำตกชันตาเถร แถวบางพระ .. ที่ฉันตั้งใจจะไปวันนี้อยู่แล้ว ..

	"แหมคุณ สาวๆ เป็นร้อยเขาอยากให้ผมบอกแบบนี้กะเขานะ ..
	คุณไม่ดีใจมั่งเลยหรืองัย .. ถามจริง"  นั่น .. มีโอ้อวดอีก ..

	"ใครเขาอยากฟัง คุณก็ไปพูดให้เขาฟังสิ .. ฉันไม่ได้ขอสักหน่อย.."
	ฉันเล่นตัว .. น่า .. มุขนี้แม่สอนไว้ ..

	"น่านะ .. ไปเที่ยวกันเห๊อะ .. ว่าแต่วันนี้คุณมีโปรแกรมไปไหนหรือป่าว?" 
	เขาถาม

	"มี .. "  ตอบแบบนี้แหละ .. ห้วนๆ สั้นๆ .. 

	บทสนทนาจะเป็นไงต่อไปก็ช่างมันเห๊อะ ..
	แต่ในที่สุด .. เขาก็นั่งรถฉันไปน้ำตกด้วยกัน ..
	เพราะฉันยืนยันกระต่ายขาเดียวว่า ..
	"ถ้าคุณจะไป .. ต้องไปรถฉัน .. " 
	
	"ทำไมล่ะ .."  เขาถาม 

	ฉันมองรถสปอร์ตสีแดงคันหรู 

	"จะไปหรือป่าว?"   ฉันไม่ตอบ .. 

	"ไปคร๊าบบบบบบบบบบ .. "  ว่าแล้วก็รีบเปิดประตูขึ้นไปนั่งบนรถ 

	เฮ่อออ!!! .. ผู้ชายตัวโตๆ นี่บางทีก็กลายเป็นเด็กห้าขวบได้เหมือนกันนะ

	วันนั้น .. ฉันได้ผู้ช่วยแบกกล้องส่องนก .. แบกขาตั้งกล้อง ..
	ได้คนช่วยซื้อข้าวกล่อง .. อาหารกลางวันน่ะ .. 
	แล้วก็ได้คนช่วยขับรถกลับกรุงเทพฯ ..

	คุ้มดีเหมือนกัน .. แค่ทนฟังเขากวนนิดกวนหน่อย ..
	
	ปกติถ้าฉันออกมาส่องนกนอกเมือง .. จะมาเป็นหมู่คณะ ..
	ตามเขามาเอาความรู้น่ะ .. นอกนั้นฉันก็จะมาคนเดียวทุกครั้ง ..

	นี่เป็นครั้งแรก .. ที่มี .. คนอื่น .. มาด้วย 
	
	ไม่นึกเหมือนกันว่าจะสนุกขนาดนี้ ..

	จุ๊ๆๆๆ .. อย่าเอ็ดไป .. ฉันบอกแค่พวกคุณนะ ..
	อย่าให้ตานั่นได้ยินเป็นอันขาด .. เดี๋ยวเขาจะคิดว่าฉันหลงเสน่ห์เขา ..

	ไม่หรอกน่ะ .. ไม่มีทาง .. ฉันไม่หลงเสน่ห์เขาหรอก				
9 กรกฎาคม 2548 10:38 น.

.. ฉันหรือเธอที่เผลอใจ (2) ..

keekie

"เจอกันอีกจนได้นะคุณ .. "  เขายิ้มทักทาย ..
	ฉันรีบกลืนแซนวิชปูอัดลงท้องโดยเร็ว ยังไม่ทันเคี้ยวด้วยซ้ำ

	"คุณเป็นนักข่าวหรือ?"   เขาถามฉัน .. สายตามองกล้องถ่ายรูปที่คล้องคอฉันอยู่
	"ป่าวค่ะ .. "  ฉันตอบ .. รีบตาลีตาเหลือกดื่มพันช์ก่อนแซนวิชนั่นจะติดคอ ..

	"สวัสดีครับพี่ .. "  เสียงนักร้องวัยรุ่นร้องทักทายเขาพร้อมยกมือไหว้ ..
	เอ .. ท่าทางกว้างขวางใช่ย่อยนี่ .. 
	
	"แล้วคุณล่ะเป็นนักข่าวหรอ?"   ฉันถามกลับมั่ง ..

	เขามองฉัน .. สีหน้าประหลาดใจ .. 
	เอ .. ฉันพูดอะไรผิดไปหรือไง ? ..

	"ท่าทางผมเหมือนนักข่าวหรอ? "  เขาถามยิ้มๆ 

	"ก็เพราะไม่เหมือนนี่ล่ะ .. ฉันถึงถาม .."  
	อย่างนี้เขาเรียกตอบแบบกำปั้นทุบดินหรือป่าวหนอ ..?

	เขายิ้มไม่พูดอะไรต่อ .. แล้วก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนกายไปไหน .. 

	เสียงพิธีกรบนเวทีกล่าวทักทายผู้เข้าร่วมงาน ..
	เป็นสัญญาณว่างานกำลังจะเริ่มซะที ..
	
	"โอกาสนี้ผมขอเชิญดาราหนุ่มเจ้าเสน่ห์ ที่วันนี้เขาได้ผันตัวเองมาเป็นคนเขียนหนังสือ ..
	เพื่อมาเผยเคล็ดลับการดูแลผิวพรรณด้วยครับ .. ขอเสียงปรบมือต้อนรับ คุณ ...... "  
	 เสียงพิธีกรบนเวทีประกาศ ..
	
	ฉันรู้สึกเหมือนถูกคว้าแขนกึ่งลากกึ่งจูงอย่างไม่ทันตั้งตัว ..
	ในมือฉันยังถือแซนวิชปูอัดอยู่เลย .. 
	กว่าจะรู้สึกตัวอีกที .. ก็ขึ้นไปยืนหราอยู่บนเวทีซะแล้ว .. แสงไฟส่องหน้า ..

	"สวัสดีครับ .. ขอบคุณที่ให้เกียรติ .. แล้วนี่เพื่อนผมครับ .. ชื่อคุณ ..... "  
	เขาใช้ศอกกระทุ้งฉัน .. พร้อมๆ กับที่พิธีกรยื่นไมค์มาจ่อที่ปากฉัน ..

	"คุณ .. บอกชื่อเขาไปสิ .. "  เสียงทุ้มนุ่มกระซิบข้างหูฉัน ..

	"เอ่อ .. เอ่อ .. กี้ค่ะ .. "   
	ฉันได้ยินเสียงตัวเองเหมือนสำลัก .. ตกกระไดพลอยโจนแท้ๆ .. 	
		
	แสงแฟลชวาบ .. กรรม!!!
	.. เจ้านายส่งฉันให้มาทำข่าวลงคอลัมภ์เล็กๆ ในวารสารของบริษัทฯ  ...
	.. แต่ตัวเองดันต้องกลายมาเป็นบุคคลในคอลัมภ์เสียเอง .. เวรแท้ๆ 
	แล้วนี่ฉันไม่ต้องเขียนถึงตัวเองหรือนี่ .. กรรมของเวรอีกที ..				
8 กรกฎาคม 2548 10:25 น.

.. ฉันหรือเธอที่เผลอใจ ..

keekie

"เล็กน้ำชามนึงค่ะ!!" 
	ฉันส่งเสียงสั่งพนักงานในร้านแล้วรีบทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่เพิ่งจะมีคนลุกไป ...
	โชคดี..เพราะเป็นโต๊ะเดียวในร้านที่ยังไม่มีคนนั่ง..

	ยังกะเล่นเก้าอี้ดนตรี !! แม้จะเสียเงินกินยังต้องชิงกัน ... 
	เฮ่ออออ ... นี่แหละ กรุงเทพฯ ... เมืองฟ้าอมร .. 
	แล้วยิ่งเป็นสยามสแควร์ด้วยแล้ว .. ต้องทำจายยยย ..  

	แม้จะบ่ายโมงแล้ว แต่ร้านนี้ผู้คนยังคงแน่น ... 
	มีทั้งนิสิตในเครื่องแบบ ... เด็กนักเรียนในชุดคอซอง ... กางเกงขาสั้น
	
	ฉันนั่งมองผู้คนรอบข้าง .. พลางนึกสงสัยในใจว่า ..
	... มากันทำไมนักว้าาาา ... เบียดเสียดยัดเยียด .. ของกินก็แพง ..
	... ถ้าฉันไม่ทำงานแถวนี้ คงไม่มาให้เมื่อยตุ้มหรอก .. 
	... มีแต่เด็กๆ (มาให้หลานๆ เค้าเรียกป้าทำไม๊) 

	นั่น!! ..คู่รักหวานแหววนั่งกระหนุงกระหนิง ..ป้อนลูกชิ้นกัน ..
	แหม ...ไม่อยากมอง .. เดี๋ยวก่อน .. อย่าเข้าใจผิด ..ไม่ได้อิจฉาเค้า..
	แต่ก๋วยเตี๋ยวของฉันมาพอดีต่างหากล่ะ .. หิว!!! .. กินดีกว่า .. มองไปก็ไม่อิ่ม ..

	ฉันเคี้ยวลูกชิ้น .. พลางสำรวจสภาพโดยรอบภายในร้านต่อ ..
	ก็เด็กกำลังโตนี่คุณ .. กินจุ .. แล้วก็อยากรู้อยากเห็น .. เป็นเรื่องธรรมดา

	ผู้ชายหัวล้านนั่น ..นุ่งผ้าคล้ายโสร่ง..ลวดลายสีสันน่าดูชม .. 
	กล้าออกจากบ้านได้งัยเนี่ย? ..มากับหนุ่มหล่อซะด้วย ...
	เอ...หนุ่มหล่อคนนี้หน้าตาคุ้นๆ แฮะ .. เคยเห็นที่ไหนหว่า?

	ฉันคีบเส้นเล็กใส่ปาก .. ตักน้ำซุปซดอีกหนึ่งช้อน ..
	แล้วเงยหน้ามองหนุ่มหล่อคนเดิมต่อ..
	พยายามขุดคุ้ยความทรงจำอันแสนรกระเกระกะ ..
	ก็ความทรงจำของฉันมันเยอะนี่ .. ล้วนแล้วแต่ดีดีทั้งน้านนน ..
	
	เอ ..หน้าตารูปร่างแบบนี้ .. เห็นครั้งเดียวก็น่าจะจำได้ ... ใครจะลืมลง .. 

	ฉับพลัน!!! .. ดวงตาคู่สวย .. คม เข้ม .. ตวัดแวบมามองฉัน ...
	
	เฮ้ย!!!... ฉันหลบสายตาวูบ ... หมดกัน .. ดันเห็นเราแอบมองจนได้
	... เป็นสาวเป็นนางไปนั่งจ้องเขา .. เดี๋ยวมันจะเป็นอื่นไป ..
	เสียฟอร์มหมดเจ้ากี้เอ้ยยย ... 	

	ฉันก้มหน้าก้มตา .. ซดน้ำซุปในชามแก้เขิน ..
	แล้วก็แอบเหลือบสายตาอย่างมีศิลปะ .. เออ .. หันกลับไปแล้วนี่หว่า ..

	คีบเส้นเล็กเข้าปาก .. พลางช้อนสายตาข้างขวาแอบมองเขาอีก ..
	หรือว่าเคยไปเที่ยวแล้วเจอกัน .. ไม่ใช่หรอก .. ฉันไม่ได้ไปเที่ยวนานแล้วนี่ 
	
	ลูกชิ้นลูกสุดท้ายในชาม .. ถูกคีบเข้าปากเคี้ยว .. พลางคิดต่อ ..
	หรือว่าเจอกันตอนทำงานหว่า? .. ไม่ใช่อ่ะ .. ไม่อยู่ในเมมโมรี่เลย .. 

	"น้องคะ .. เล็กน้ำอีกชามค่ะ.."  ปากตะโกนสั่ง แล้วหันหน้าไปมองเขาอีก ..
	คราวนี้พบ .. เขากำลังมองฉันอยู่ .. ตาสบตาเต็มๆ .. หลบยังไงก็คงไม่พ้น ..

	ฉันเลยยิ้มให้ซะเลย .. สาวมั่นปี 2005 สู้ตาย .. ใครจะว่าหนาห้านิ้วก็เหอะ ..
	
	แน่ะ .. ยิ้มตอบซะด้วยแฮะ .. 

	พอแระ .. สบตาคนหล่อนานๆ .. เดี๋ยวจะพาลอ่อนแอ .. 
	
	ก๋วยเตี๋ยวชามที่สองมาเสิร์ฟ .. กินดีกว่า .. ไม่สนแล้วว่าเคยเห็นที่ไหน ..
	กำลังคีบลูกชิ้นเข้าปากเพลินๆ ..
	ก็ให้รู้สึกว่า มีคนมานั่งฝั่งตรงข้าม .. เลยเงยหน้าขึ้นมอง .. 
	ฉันตาค้าง .. อ้าปากกว้างมีลูกชิ้นค้างอยู่ ..

	"สวัสดีครับ .. ผมจะมาบอกว่า .. ผมต้องไปละ .. ยินดีที่ได้พบครับ.." 
	เสียงทุ้มนุ่ม บวก หน้าตาหล่อไม่ต้องเหลา บวก ความคมเข้ม 
	ได้เท่ากับ .. ความอับอายซักกระบุงของสาวรุ่นเลขส ... อย่างฉันล่ะมั้ง 
	(ละไว้ในฐานคนใกล้ชิดเข้าใจละกัน .. อย่าให้บอกเลยว่า .. เลขอะไร ..)

	เขาส่งท้ายด้วยรอยยิ้มแสนเท่ห์ .. ก่อนเดินจากไป ..
	แล้วสาวสวยอย่างฉัน กำลังเคี้ยวลูกชิ้นอยู่เต็มปากเนี่ยนะ ..
	พระเจ้า!!!! .. ไยกลั่นแกล้งลูกได้ขนาดนี้ ..

	ก่อนเขาขึ้นรถคันงามกะตาอ้วนศีรษะล้านนั่น .. 
	ยังหันมายักคิ้วหลิ่วตาให้อีกแฮะ ..

	เอ๊า .. ก็ดี .. กินหนุ่มหล่อเป็นอาหารกลางวัน ..
	เอ๊ย .. กินอาหารกลางวันเคล้าหนุ่มหล่อ .. 
	เออ .. เอาเข้าไป .. 
	รีบกินรีบกลับไปทำงานต่อดีกว่า .. ก่อนจะถูกเชิญให้ออก

	เออ .. วันนี้ชวนเจ้าจิ๊บไปดูหนังดีกว่า .. มีหนังเข้าใหม่ .. 
	เจ้าจิ๊บน่ะ .. เป็นเลขาของนายฉันเอง ..
	ถึงจะชื่อจิ๊บ .. แต่ขอโทษ .. ตัวมันไม่จิ๊บนะฮ้า ..
	ไม่หล่อเหลาหรอก .. แต่เสื้อผ้าแต่ละชิ้นแบรนด์ทั้งน้าน ..
	เป็นหนุ่มเพลย์บอยอายุ 25 .. สาวน้อยหรือสาวมากกรี๊ดกร๊าดกันพอควร
	เฉพาะในตึกน่ะ .. สาวๆ ผลัดกันไปดินเนอร์กะมันรู้จักเท่าไหร่ ..
	แล้วที่อยู่นอกตึกอีกล่ะ .. ไม่อยากจะคิด ..

	แต่จะว่าไปเจ้าจิ๊บมันหล่อไม่ได้ครึ่งของคนตะกี้ร๊อก ..

	ถ้าเจอกันคราวหน้าจะงามให้หยาดเยิ้มชดเชยวันนี้เลยเชียว ..
	ตานายต้องอ้าปากค้างบ้างล่ะ .. คอยดู .. ฮึ่ม .. 
	เหอะ .. คิดไปก็เท่านั้น .. คงไม่ได้เจอกันอีกแล้วหรอก ..				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟkeekie
Lovings  keekie เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟkeekie
Lovings  keekie เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟkeekie
Lovings  keekie เลิฟ 0 คน
  keekie
ไม่มีข้อความส่งถึงkeekie
>