19 มีนาคม 2554 18:37 น.

เพลงยาวถึงสาวมั่น

victoriasecret

๐ ใฝ่พะวง..หลงเฝ้า..แม่สาวมั่น
ทุกคืนค่ำ..ร่ำหา..แต่ลาวัลย์
จึงรำพัน..บรรเลง..เป็นเพลงยาว

๐ ได้พบเจอ..เธอนั้น..เมื่อวันเสาร์
ใจร้อนเร่า..เฝ้าหา..ทุกคราหาว
หลงรักเธอ..เพ้อหา..ทุกคราคราว
มองเห็นดาว..คราวใด..ให้คะนึง

๐ แอบเฝ้าตาม..งามใจ..อย่างใกล้ชิด
เพราะในห้วง..ดวงจิต..มันคิดถึง
โฉมสอางค์..ทางท่า..ช่างตราตรึง
เฝ้ารำพึง..ถึงนวล..หมายชวนชม

๐ สู้แอบมอง..จ้องดู..อยู่ห่างห่าง
ตรงหน้าต่าง..ข้างบ้าน..แถวพานถม
ทั้งรูปโฉม..โนมพรรณ..นั้นขำคม
ร่างเอวกลม..สมส่วน..รัญจวนใจ

๐ พิศ.วงพักตร์..ลักขณา..สุดาเลิศ
งามพริ้งเพริศ..เฉิดฉาย..น่ากรายใกล้
ผิวกายสาว..ขาวผ่อง..เป็นยองใย
หน้ารูปไข่..ใสสด..ช่างงดงาม

๐ มิกล้าเอ่ย..เผยนัย..ว่าใจรัก
จึงสลัก..อักษรา..มาไต่ถาม
หากไร้คู่..อยู่ชิด..อยากติดตาม
แม่นงราม..ทรามเชย..อย่าเฉยชา

๐ หากมีใจ..ให้กัน..บอกฉันหน่อย
อย่าปล่อยไว้..ให้คอย..ละห้อยหา
จะรีบไป..สู่ขอ..กับพ่อตา
แม่โฉมฉาน..กานดา..อย่าช้าเลย

๐ ทั้งแม่พ่อ..พอทราบ..คงปลาบปลื้ม
จนด่ำดื่ม..ลืมทุกข์..สุขละเหวย
ลูกไร้คู่..อยู่นาน..จนคานเกย
จะมีเขย..เผยตน..ให้คนลือ

๐ เมื่อหน้ามล..ยลสาส์น..ขอวานตอบ
ชอบไม่ชอบ..อย่างไร..อย่าไขสือ
จะจัดการ..งานใหญ่..ให้ฮาฮือ
จนระบือ..ลือเลื่อง..ทั้งเมืองไทย...ฯ				
12 มีนาคม 2554 11:34 น.

คืนไร้ดาว คราวไร้จันทร์ (กลบทสร้อยคู่สคราญ)

victoriasecret

๐ ค่ำคืนนี้..มีคน..หมองหม่นร้าว
คืนไร้ดาว..คราวมอง..หมองหม่นหมาง
เหลียวรอบกาย..คล้ายเหมือน..ดูเลือนลาง
ท้องนภางค์..ร้างเดือน..ดูเลือนไป

๐ สายลมโชย..โปรยผ่าน..สะท้านร่าง
ยามรักร้าง..กลางมาน..สะท้านไหว
โอ้รักเอย..เคยบาน..บนลานใจ
เเล้วไฉน..ให้หม่น..บนลานตรม...

๐ ฟ้าไร้ดาว..คราวใด..ไร้สุขสันต์
ฟ้าไร้จันทร์..พลันทุกข์..ไร้สุขสม
เฝ้าทุ่มเท..เสน่หา..แห่งอารมณ์
กลับเชยชม..ขมปร่า..แห่งอาวรณ์

๐ เคยภิรมย์..สมใจ..ในห้วงรัก
กลับถูกกัก..ปลักลวง..ในห้วงหลอน
ความเหว่หว้า..พาใจ..ให้ร้าวรอน
แทบม้วยมรณ์..นอนหนาว..ให้ร้าวราน

๐ หวังร่วมเรียง..เคียงข้าง..บนทางฝัน
ได้แบ่งปัน..ฝันร้าง..บนทางผ่าน
เหลือเพียงซาก..จากแผล..ทั้งแดดาล
กับดวงมาน..รานหวัง..ทั้งแดดวงฯ				
2 มีนาคม 2554 23:06 น.

วลีลักษณา-อักษรารำพัน (๒)

victoriasecret

๐ เพียงได้พบแล้วพรากเพื่อฝากแผล
ดังถูกแส้โบยส่งสิ้นสงสาร
กระหน่ำซ้ำสาสมจนซมซาน
เพื่อล่มรานด้วยร้าวเมื่อคราวร้าง

๐ ปล่อยคืนวันผันวนผ่านพ้นหวัง
เคยสุมสั่งคล้ายแสงแห่งรุ่งสาง
มืดดับแล้วพรายรุ้งยามเลือนราง
ย่อมอ้างว้างว่างวาบตราบวางวาย (วลีลักษณา)

๐ ตะวันรอน ผ่อนแสง อ่อนแรงล้า
พร้อมน้ำตา ราดริน มิสิ้นสาย
เหลือเพียงใจ บางเบา เหงากับกาย
ที่สลาย กับกาล เนิ่นนานเนา

๐ ยังประทับ กับฝัน วันฟ้าสวย
คงพอช่วย ปลอบขวัญ ในวันเหงา
เรื่องความหลัง ยังเห็น เป็นภาพเงา
อาจบรรเทา ทุกข์เหลือ ให้เจือจาง (อักษราฯ)

๐ เพียงเงาภาพทาบทรวงเป็นบ่วงคล้อง
อาจจำจองพ้องกันแต่หวั่นหมาง
กับรูปรอยแฝงเร้นเช่นภาพราง
คงไม่ต่างความฝันอันเลื่อนลอย

๐ กลับจะทุกข์ถาโถมโหมกระหน่ำ
หากถลำหลงเงาจนเศร้าสร้อย
และจะยิ่งทรมานกับการคอย
เหมือนฝากรอยแผลร้ายจวบวายปราณ (วลีฯ)

๐ หนามสะกิด นิดเดียว ที่เรียวก้อย
แล้วค่อยค่อย ลามแผล จนแผ่ซ่าน
แต่แผลกาย หายได้ ในไม่นาน
ยากสมาน สานแผล เกิดแก่ใจ

๐ หวังเพียงฟื้น ตื่นมา ครารุ่งสาง
แผลใจจาง ล้างข่ม อารมณ์ไหว
ทีปักลึก ผนึกแน่น ถึงแก่นใน
เพื่อรอฝัน วันใหม่ ไว้เชยชม (อักษรารำพัน)

๐ หากรู้เท่ารู้ทันยามฝันชื่น
เพียงปลุกใจเต็นตื่นคลายขื่นขม
ยอมรับรสพจน์หวานผ่านอารมณ์
แล้วเก็บบ่มความฝันนั้นแนบใจ

๐ ที่ห้วงลึกแดดาลอันหวานซึ้ง
ย่อมตราตรึงรอยรูปอยู่วูบไหว
และย่อมรู้รูปนั้นเพียงฝันไป
หาดังใช่สิ่งหวังที่ยั่งยืน (วลีลักษณา)

๐ แต่เมื่อหวัง ยังไม่ ไร้จนสิ้น
ยังถวิล รักหมาย คลายขมขื่น
แม้เคยพลั้ง พังยับ กับวันคืน
ยังหมายชื่น ฝันใหม่ ใครสักคน

๐ แม้ระโหย โรยแรง แทบแห้งเหือด
ถึงโดนเชือด เลือดหลั่ง กี่ครั้งหน
อดีตเจ็บ เหน็บหนาว ร้าวกมล
มิจำนน ค้นหา รักมาเคียง (อักษรารำพัน)

๐ คือดิ้นรนแห่งใจจะไขว่คว้า
ปรารถนายามหลากก็ยากเลี่ยง
ยังวาดหวังมีใครไว้ร่วมเรียง
แม้เป็นเพียงภาพฝันไม่หวั่นคอย

๐ จะกี่ครั้งกี่คราวที่หนาวเหน็บ
จะกี่เจ็บฤๅจะจำแม้ช้ำ, บ่อย
หรือกี่คราลาร้างจืดจางรอย
แม้เพียงน้อยรอยหวานให้ผ่านเยือน (วลีลักษณา)

๐ แม้ผ่านร้อน ย้อนหนาว กี่คราวครั้ง
ภาพความหลัง ครั้งอคีต ตามกรีดเฉือน
ถึงจะเจ็บ เหน็บนัก ยามรักเลือน
ยังแชเชือน หารัก พิงพักใจ

๐ ต้องตรอมตรม ซมซาน มานานนับ
ใจประทับ กับรอย แผลน้อยใหญ่
ยังไม่ล้า ราโรย หาโหยใคร
มารักษา แผลใน หัวใจตัว (อักษรารำพัน)

๐ เพราะหลายครั้งหลายคราวที่ร้าวรัก
คงเจ็บหนักจักผสานก็รานทั่ว-
ทั้งอกใจโดนเค้นจนเต้นรัว
คงน่ากลัวแท้เทียวจะเยียวยา

๐ ปล่อยลาลับกับกาลให้ผ่านพ้น
ความหมองหม่นใช่จักต้องรักษา
ไม่ช้านานผ่านล่วงที่ลวงตา
จะพบว่าแสงสว่างยังพร่างพราย (วลีลักษณา)

๐ เวลากลบ ลบเลือน ได้เหมือนว่า
คล้ายกับยา มาล้าง ให้จางหาย
แผลในใจ ใหญ่น้อย อาจพลอยคลาย
ดีกว่าหมาย ตะกายฝัน อันวังเวง

๐ ฝันใดเล่า เท่าฝัน วันสิ้นโศก
อยู่ในโลก ที่ไร้ ใครข่มเหง
แม้นมิอาจ ฝืนห้าม ความวังเวง
กอดตัวเอง ดีกว่า หาใครควง (อักษรารำพัน)

๐ ฝันใดเล่าเท่าฝันในวันเหงา
เพียงมีเงาเป็นเพื่อนเหมือนคอยหวง
มีพจน์หวานดังตาลผ่านสู่ทรวง
อื่นใดปวงฤๅล่วงห้วงคะนึง

๐ เสียงขลุ่ยคลอยามค่ำแสนฉ่ำหวาน
แทนคำขานเคยถามยามคิดถึง
เนิ่นนานแล้วแว่วเสียงเพียงรำพึง
เก็บความซึ้งซ่อนอยู่ไม่รู้เลือน (วลีฯ)

๐ เสียงขลุยแผ่ว แว่วครา ยามฟ้าหลัว
ช่างหมองมัว หัวใจ หาใดเหมือน
เสียงขลุ่ยครวญ หวนช้ำ มาย้ำเตือน
รอยอดีต กรีดเฉือน ย้อนเยือนตน (อักษราฯ)

๐ จันทร์เจ้าแฝงดวงรางคล้ายพรางงาม
จนผ่านยามราตรีทีมัวหม่น
ใจหนอยิ่งเย็นชืดมืดเสียจน
ห้วงเวหนห่างหายพรายดาวเดือน

๐ เพียงขลุ่ยครวญคล้ายปลอบและตอบรับ
จะคว้าจับรูปรอยก็คล้อยเคลื่อน
อยู่ท่ามกลางซ่อนเร้นเห็นรางเลือน
ยังแชเชือนเหมือนหลอกยั่วหยอกจินต์ (วลีฯ)

๐ เมื่อจันทร์แจ่ม แย้มพราย หลังกรายหลบ
กลับไม่พบ หน้านวล ครวญถวิล
อยู่กับความ เหว่ว้า จนชาชิน
จนไร้สิ้น น้ำตา เคยบ่านอง

๐ เก็บความช้ำ คร่ำครวญ ในส่วนลึก
ปิดผนึก เอาไว้ ใต้ความหมอง
ลืมความสุข ทุกเสี้ยว เคยเกี่ยวดอง
แล้วไปมอง ท้องฟ้า สบตาจันทร์ (อักษรารำพัน)

๐ เป็นจันทร์เพ็ญเด่นนวลให้หวนถึง
จะคว้าดึงย่อมได้เพียงในฝัน
มิไยที่เพ้อคำร่ำรำพัน
คงไร้วันที่หวังจะรั้งรอ

๐ คงหลุดลอยคล้อยเคลื่อนคล้ายเดือนลับ
โศกเศร้ากับอาวรณ์หากวอนขอ-
ให้เพ็ญจันทร์ผ่องพรายฉายแสง, ทอ
ประกาย ยอนวลพร่างลงกลางทรวง (วลีลักษณา)

๐ ล่วงอีกคืน ฝืนร่าง อย่างเหน็บหนาว
แสงเดือนพราว วาววับ ทาบทับสรวง
มีดาวแจ่ม แซมเห็น เป็นรุ้งรวง
งามโชติช่วง ห้วงฟ้า ดาราราย

๐ รักเคยสร้าง ทางฝัน อันเจิดจ้า
เหมือนนภา ราตรี มีจันทร์ฉาย
เมื่อโรยรา พาคว้าง อย่างเดียวดาย
เหมือนจันทร์กราย ย้ายเคลื่อน สู่เดือนแรม (อักษราฯ)

๐ ยามเดือนแรมรูปเรียวซีดเซียวหม่น
แต่เกลื่อนหนด้วยดาวยังพราวแต้ม
คืนผ่านพ้นวนวันจวบจันทร์แย้ม
เพ็ญกลับแจ่มกลางหาวอีกคราวครั้ง

๐ ต่างจากแสงข้างในที่ใจนั่น
กลับนับวันมัวหม่นจนสิ้นหวัง
ไร้วี่แววเรื่อรองส่องนวล,ดัง
ชีพไร้ฝั่งกลางมืดดับชั่วกัปกาล (วลีลักษณา)

๐ คืนเดือนแรม แก้มช้ำ น้ำตาไหล
สู้หมายใจ ได้ปอง ละอองหวาน
หวังครองคู่ ชูชื่น ยั่งยืนนาน
กลับร้าวราน รักลา ช่างน่าชัง

๐ จะกี่ปี กี่เดือน ดูเหมือนว่า
ใจที่ล้า รารอ หมายก่อหวัง
ถ้อยสัญญา ครานั้น ใจฉันยัง
เตือนให้ยั้ง รอคอย บนรอยเดิม (อักษรารำพัน)

๐ ได้ประจักษ์ในจิตซึ้งพิษรัก
ไม่หมายภักดิ์ผู้ได้มาไว้เสริม
เมื่อสิ้นแล้วไม่ขอรอต่อเติม
ไม่มีเริ่มไม่มีจบลบอาลัย

๐ มิเหลือใจแสนเจ็บไว้เก็บกัก-
ด้วยตรึงปักเงาหม่น..ยากพ้นได้
ยังมืดดำคล้ำเศร้าและเหงาใจ
จนไม่เหลือเยื่อใยมอบใครครอง

๐ สายเสียแล้วสายฝันเมื่อผันช่วง
ไม่อาจพ่วงพันให้หัวใจสอง
ได้สานเกลียวเหนี่ยวนำเข้าจำจอง
แม้หมายปองคล้องไว้ด้วยนัยเดียว

๐ แต่ว้าเหว่หวั่นไหวก็ไม่หยุด
เหมือนตามยุดฉุดเร้าด้วยเปล่าเปลี่ยว
แม้ว่ามานขาวซีดนั้นรีดเรียว
เกิดกว่าเกี่ยวสายฝันสู่วันไกล (วลีลักษณา)

๐ ดึกคืนนี้ มีดาว พร่างพราวแสง
แต่ฤาแข่ง แสงจันทร์ อำพันใส
ฟ้าสกาว พราวสวย โปรดอวยชัย
ช่วยเปลี่ยนใจ ใครหนึ่ง ซึ่งหมายปอง

๐ เธอถูกรัก หักอก จนหมกไหม้
เมื่อรักจาก พรากไป จนใจหมอง
แม้มีชาย หมายเมียง คู่เคียงครอง
ไม่แยแส แลมอง แม้ต้องตา

๐ ยังอาลัย ใจภักดิ์ ในรักเก่า
อยู่ใต้เงา เศร้าสร้อย ละห้อยหา
ทนอาวรณ์ นอนเดี่ยว เปลี่ยวเอกา
แม้เวลา จะผ่าน เนิ่นนานแล้ว

๐ วอนฟ้าสวย ช่วยให้ เผยใจนาง
ให้กระจ่าง พร่างพราย ประกายแก้ว
อาจบางที ที่.รัก จักฉายแวว
ให้เพริศแพร้ว อีกครา ใต้ฟ้างาม

๐ ทุกทำนอง สองเรา เคยก้าวผ่าน
ยังร้าวราน หวนไห้ เกินไหวหวาม
เมื่อนัยน์ตา มีน้ำ ผุดฉ่ำวาม
มิเหลือความ เข้มแข็ง แห่งดวงใจ

๐ จะเริ่มรัก ถักฝัน นั้นแสนยาก
เพราะรอยบาก ถากลึก ผนึกให้-
ใจหมางเมิน เกินจัก คิดรักใคร
จมหมองไหม้ เหมือนดั่ง กำลังล้า

๐ เส้นขอบโค้ง ตรงนั้น ตะวันตก
ยังพลิกผก ตะวัน ผันเจิดจ้า 
แต่ความรัก ที่ร้าง และห่างตา
มิกลับมา อีกแน่ รู้แก่ใจ

๐ ความทรงจำ ทำร้าย เวียนร่ายภาพ
และเจ็บปลาบ ทุกครั้ง เกินยั้งได้
คนหนึ่งพราก จากกัน พลันมีใคร
พร้อมก้าวไป สู่ฝัน ลืมกันแล้ว (อักษรารำพัน)

๐ หากอีกใจยังคงดำรงมั่น
ไม่แปรผันวาดหวานแม้ผ่านแผ่ว-
เรียวรีดรอยพิศสวาทฤๅคลาดแคล้ว
กลับตรึงแนวบอบบางลงกลางทรวง

๐ ด้วยไม่อาจลบรอยที่คอยหลอก
ยังยั่วหยอกรุมเร้าให้เฝ้าหวง
รู้รักเช่นเสน่หา..แค่ค่าลวง
ยังติดบ่วงพ่วงพันสุดบั่นทอน

๐ เสียงเพรียกจากหัวใจไม่เคยหยุด
และยากฉุดเหนี่ยวรั้ง..สิ้นหวัง,ถอน
สลักนั้นตรึงมั่นนิรันดร
และคอยย้อนรอยย้ำทุกค่ำคืน

๐ จันทร์เจ้าเอยนวลใยที่ในฟ้า
เคยเจิดจ้าอาบผ่านบนมาน, ผืน
กลับกลายหมองหม่นคล้ำให้กล้ำกลืน
สิ้นแสงโสมโลมรื่น..เหลือขื่นทรวง (วลีฯ)

๐ ยินเสียงใจ บอกจันทร์ วันฟ้ากว้าง
ดูเหมือนนาง วางใจ มิใคร่หวง
ราวจะบอก ความใน ใจทั้งปวง
ว่าแดดวง หนึ่งนี้...มีผู้ใด

๐ หรือจะอำ ความนัย มิใคร่เผย
ก็เกินเลย อันมนุษย์ สุดวิสัย
ถนอมนวล ชวนชื่น รื่นฤทัย
หรือเกรงใจ ใครอื่น ที่ชื่นครอง

๐ แม้ใจนาง ร้างใคร ที่ใฝ่ฝัน
ขอผูกพัน มั่นอยู่ เป็นคู่สอง
กับโฉมงาม ทรามวัย ที่ใฝ่ปอง
ขอจับจอง ห้องใจ มิไคลคลา (อักษรารำพัน)

๐ สรวงฟ้าเอยเผยให้เพียงได้ฝัน
เพื่อใครนั้นเฝ้าคอยละห้อยหา
เพียงร่ำพากย์ฝากให้ผู้ไกลตา
ด้วยหมายตราตรึงขวัญเกี่ยวพันไว้

๐ โปรดรับรู้อาวรณ์อันอ่อนหวาน
ที่จดจารจากขวัญผู้ฝันใฝ่
โปรดรับรู้ห่วงหาและอาลัย
มอบจากใจคนเหงาคอยเคล้าคลอ (วลีลักษณา)

๐ ค่ำคืนนี้ มีดาว สกาวใส
มีหนึ่งใจ ใครหมอง ร่ำร้องขอ
ให้หนึ่งใจ ใครนั้น ที่ฝันรอ
กลับมาก่อ ทอฝัน เหมือนวันวาน

๐ คิดเอย คิดถึง คนึงนัก
มอบใจภักดิ์ รักเอย เคยหอมหวาน
หมายสลัก รักไว้ ให้แสนนาน
หากร้าวราน ซานซม ฤาสมควร (อักษรารำพัน)

๐ รวยรินรา- ตรีหอมรอบล้อมถิ่น
ให้โชยกลิ่นรื่นหวานผ่านลมหวน
ออในอกผู้ร่ำคำคร่ำครวญ
ว่ารักรวนแรมร้างจืดจางแล้ว

๐ เพื่อปลอบขวัญคนไกลผู้ไฝ่ฝัน
คลายไหวหวั่นอาวรณ์ให้ผ่อนแผ่ว
แม้หนึ่งหวังเลือนรางเคยพร่างแพร้ว
อย่าคลาดแคล้วอีกหวังจนพังครืน (วลีลักษณา)

๐ ถึงเพียงแม้ แค่ฝัน อันลางเลือน
มิแชเชือน ชะตา หากฟ้ายื่น
ขอหัวใจ..ได้ซึ้ง แค่หนึ่งคืน
แม้เมื่อตื่น ลืมตา รักราโรย

๐ เพียงปลายก้อย น้อยหนึ่ง ก็ซึ้งค่า
กับอุรา ครวญคร่ำ ร่ำหาโหย
เหมือนดินแห้ง แล้งหมาย พระพายโชย
พาฝนโปรย พรายพร่าง หลังร้างไกล (อักษราฯ)

๐ สายฝนหล่นจากฟ้าสู่หล้าโลก
ให้ชุ่มโชคใจฝันผู้หวั่นไหว
รื่นเย็นอยู่เช่นนั้นทุกวันไป
จวบพบใจอีกใจฝากให้กัน

๐ ที่แสนไกลสุดเหลียวจะเกี่ยวก้อย
เพียงเฝ้าคอยพบได้แค่ในฝัน
ยังสบตาฝากไว้ในเพ็ญจันทร์
เพื่อพ่วงพันสายใยเป็นนัยเดียว (วลีลักษณา)

๐ ระยะทาง หว่างฟ้า ใช่สาเหตุ
ถึงห่างเนตร เจตจินต์ มิสิ้นเหนี่ยว
หากผูกพัน มั่นหมาย มิคลายเกลียว
ให้สุดหล้า ฟ้าเขียว ยังเกี่ยวพัน

๐ แต่หากใจ ไม่มั่น ยังหวั่นไหว
ถึงอยู่ใกล้ ไม่ต่าง กับร้างฝัน
หากมั่นใน ใจสอง ที่คล้องกัน
ห่างเพียงไหน ไม่หวั่น สัมพันธ์เลือน

๐ ขอเพียงใจ แน่นหนัก ในรักนี้
ห่มฤดี ที่รัก ฤๅจักเลื่อน
จะลาร้าง ห่างหาย หลายปีเดือน
ก็อุ่นเหมือน อยู่ใกล้ แนบใจกัน

๐ แต่หากชัง หวังใกล้ กับไกลห่าง
เพราะจินต์สร้าง กำแพง แอบแฝงกั้น
เบื่อและหน่าย คลายรัก หักสัมพันธ์
นั่งมองกัน แต่ใจ ไงกลับชัง (อักษรารำพัน)

๐ ยากยิ่งนักแยกได้คำใครนั้น
หากสานต่อทอฝันก็หวั่นหวัง
จะจบสิ้นถวิลหาถึงคราพัง
จึงควรรั้งใจตน..อาจกลลวง

๐ ปล่อยเวลาเผยเร้นที่เป็นอยู่
ว่าควรคู่หรือไม่ ที่ใจหวง
อาจสิ้นลบจบไปไม่ถามทวง
จึงกันทรวงพ้นช้ำเข้ากล้ำกราย

๐ เกรงเจ็บช้ำซ้ำหนจนยากหัก
ยามสิ้นรักดังวันขวัญสลาย
หากหลงลมเพลี่ยงพล้ำกับคำชาย
อาจต้องตายทั้งเป็นโดนเข่นทรวง

๐ ฉันใดหนอเชื่อได้นะใจนั้น
หลอกให้ฝัน..ปั้นคำร่ำว่าหวง
พิสูจน์ได้อย่างไรว่าไม่ลวง
หวั่นช้ำทรวงยิ่งนักหากรักใคร (วลีลักษณา) 

๐ หวังเอยหวัง ตั้งไว้ อย่าให้สิ้น
มิสมจินต์ เลยหรือ ฤา.ไฉน
เย็นน้ำค้าง ร่างสั่น หวั่นฤทัย
เฝ้าคอยใคร ให้กลับ ประทับทรวง

๐ เห็นน้ำค้าง พร่างพราย กลางสายหมอก
ราวเย้าหยอก หมอกพราย ก่อนหายล่วง
เมื่อตะวัน สาดแสง เต็มแดงดวง
ก็เกินหน่วง ห้วงฝัน อันพราวแพรว (อักษรารำพัน)
				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟvictoriasecret
Lovings  victoriasecret เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟvictoriasecret
Lovings  victoriasecret เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟvictoriasecret
Lovings  victoriasecret เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงvictoriasecret
>