10 พฤศจิกายน 2550 21:53 น.

วาดฝัน

windsaint

วาดฝัน

หยิบปากกาด้ามน้อยมาร้อยเรียง
คิดถึงเสียงพริ้วไหวของใครหนอ
ลมอุ่นอุ่นกรุ่นไอไล้เคลียคลอ
ให้ใจพอได้เย้ากระเซ้าตัว

จับปากกาด้ามนั้นลงวาดเขียน
เรื่องที่เพียรคิดไว้อยู่ในหัว
คือความฝันอันยิ่งใหญ่ไม่เกินตัว
ประกาศทั่วให้โลกรู้อยู่เต็มไป

กรีดปากกาเป็นภาพที่วาดฝัน
เรียนรู้มันมากมายหายสงสัย
ว่าชีวิตลิขิตเองเก่งก้าวไกล
อย่าท้อใจเปลี่ยนแปลงตามแรงลม

วาดปากกาต่อไปไม่ย้อท้อ
ต้องไปต่อแม้เรื่องราวจะคราวขม
ต้องสู้ต่อแม้จะพบกระทบตรม
ไม่ระทมจมจิตตรมติดทรวง

ปลายปากกาอาจสะดุดหรือหยุดบ้าง
อาจมีห่างมีเบี้ยวเลี้ยวเป็นห้วง
อาจมีทางวกวนที่คนลวง
แต่ไม่ล่วงล้ำลึกให้สึกไป

สุดปากกาจะมีภาพที่งามงด
หนึ่งหมึกหยดสีภาพที่สาดใส่
ประดุจดังภาพรักที่ปักใจ
ไม่มีใครงามเปรียบเทียบภาพเธอ				
14 มีนาคม 2549 23:16 น.

คำ

windsaint

คำ

แว่ววังเวงเหว่ว้าพาใจเหงา
แววตาเศร้าโหยหาพาใจหงอย
พลอยรำพึงพึ่งรำพันพลันใจลอย
หนึ่งใจคล้อยลอยคว้างอยู่กลางครัน

เสียงกังวาลประสานช่วงห้วงคำนึง
คอยคิดถึงหนึ่งคนที่ตนฝัน
คุยเมื่อคืนครุ่นคิดเมื่อคราววัน
คิดถึงกันบ้างไหมนะคนดี

เพลงเบาเบาหวานหวานกังวาลแว่ว
ดังแผ่วแผ่วพร่ำพร่ำในค่ำนี้
ยังนิ่งนิ่งคิดคิดอยู่ติดที่
คำดีดีดังดังว่ารักเธอ

อยากจะบอกทุกวันไม่มีเว้น
เพื่อให้เห็นว่ารักอยู่เสมอ
อาจจะดูเหมือนคนบ่นละเมอ
แค่จะบอกรักแต่เธอไม่เปลี่ยนไป

แม้ว่ารักไม่ต้องพูดอยู่ทุกวัน
แต่ก็ดันทุรังพูดจนได้
ความรู้สึกของวันนี้มีอย่างไร
บอกเอาไว้ให้รู้อยู่ทุกครา

รู้ว่ารักไม่ต้องพูดไม่ต้องบอก
จะพูดออกได้รู้แทนเห็นหน้า
ว่ารักว่าคิดถึงทุกเวลา
เพื่อแทนค่าที่เราไม่อาจเจอ

จะบอกรักพันครั้งยังไม่เบื่อ
ไม่คิดเผื่อหัวใจให้มีเผลอ
มองแต่เธอเท่านั้นไม่มีวันเบลอ
ก็จะรักรักเธอไม่ลืมตา

ไม่ว่ารักจะจบลงเมื่อใด
แต่หัวใจดวงนี้ยังคิดว่า
เธอคงอยู่ในหัวใจทุกครั้งครา
ไม่ลืมว่าอย่างน้อยเรารักกัน

อยากให้รู้รู้ไว้ว่าใจรัก
ผู้สมัครรักนี้ไม่ลืมมั่น
จะขอเป็นอย่างนี้ทุกวี่วัน
จะรักเธอนิรันดร์ นะ สุทธิดา				
10 ธันวาคม 2548 21:46 น.

วันแห่งธรรม(ศาสตร์)

windsaint

วันแห่งธรรม(ศาสตร์)
 
  ธรรมศาสตร์ประกาศเรื้อ   เรืองนาม
น้อยใหญ่ยังเกรงขาม     ต่อสู้
ดีเด่นระบือความ           สัตย์ซื่อ
นำชาติฝ่าวิกฤตกู้          ชาติด้วยผู้นำ

  ธรรมศาสตร์ประกาศไว้    ด้วยโดม
มิอาจเพียงเคียงโคม     เทียบฟ้า
หากเพียงฉาบฉวยโฉม  เติมแต่ง
ธรรมศาสตร์คงมั่นกล้า   อยู่ข้างปวงประชา				
6 พฤศจิกายน 2548 01:43 น.

สองมือ

windsaint

สองมือ

  มือหนึ่งประมวลกอดไว้  ข้างกาย  
อีกหนึ่งโอบนางหมาย  ปกป้อง  
หากวางหนึ่งมือคลาย   กระหวัด
ก็ไม่อาจเกี่ยวคล้อง    หนึ่งไว้ข้างกาย

  กอดประมวลหนึ่งข้าง  อยู่เคียง
เก็บค่าคอยค่อยเลี้ยง  ชีพไว้
ไม่โค้งไม่โน้มเอียง  ตรงต่อ
ความถูกต้องอยู่ได้  เกิดใกล้เพียงตา

  กอดเธอแนบแอบโน้ม  โฉมตรู
ข้างหนึ่งคอยแลดู  คู่เคล้า
แอบอิงส่งใจอยู่  ไม่ขาด
ยิ่งแย่หากขาดเจ้า  แหย่เย้าเคียงกาย

   มือหนึ่งขอกอดเจ้า  ข้างกาย
อีกหนึ่งกอดกฎหมาย  จดจ้อง
หากขาดสิ่งใดวาย  เพียงหนึ่ง
มิอาจอยู่คงต้อง  ดับสิ้นชีวา				
2 พฤศจิกายน 2548 16:15 น.

เพียงลม

windsaint

เพียงลม

เพียงสายลมผ่านพริ้วผิวสัมผัส
เสียงกิ่งซัดกิ่งสนต้นปลิวไหว
แค่วูบผ่านซ่านซึมครึ้มอยู่ใน
ลมละไมใจละเมียดเสียดสายตา

เสียงกระทบพบกันทันได้เห็น
กรีดกระเด็นส่งสำเนียงเสียงภาษา
แซ่กแซ่กซู่สู่ความนัยในสัญญาณ์
กระซิบคราคร่ำอยู่หูคนฟัง

หอมกลิ่นลมสัมผัสทัดจมูก
กลิ่นหวานลูกเรือนไม้ให้หวนหลัง
พฤกษชาติจำปาคราเมื่อยัง
คล้ายพลังเติมเชื้อเพื่อชาร์จไฟ

ภาพคำนึงเรื่องราวคราวครั้งก่อน
ยิ่งหวนย้อนวันคืนชื่นสมัย
แต่อดีตล่วงลับกลับอาลัย
ดุจดวงใจจากไปไม่กลับคืน				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟwindsaint
Lovings  windsaint เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟwindsaint
Lovings  windsaint เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟwindsaint
Lovings  windsaint เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงwindsaint
>