22 ธันวาคม 2551 13:39 น.

เทคนิคการเขียนบทกวี ของ ต้นกล้า อันดามัน

กระต่ายใต้เงาจันทร์

การเขียนบทกวี  ถือได้ว่าเป็นงานศิลปะที่ต้องใช้ความรู้สึก 
 องค์ความรู้  ถ่ายทอดผ่านถ้อยคำและภาษา  เพื่อสื่อให้ผู้อ่านได้รับสารที่กวีส่งถึงโดย
มีความเข้าใจหลังจากได้รับสารนั้นๆ แล้ว 
 ซึ่งอาจเป็น  กาพย์  กลอน  โคลง  ฉันท
์  ร่าย  หรืออื่นๆ   ซึ่งในตำราที่ผู้สนใจศึกษาดูจะเห็นว่า
 มีลักษณะเหมือนกันคือ 
 มีแต่รูปแบบของฉันทลักษณ์ของแต่ประเภทร้อยกรอง  ซึ่งเหมือนไม่อาจบอกอะไรได้มากกว่านั้น  
ซึ่งตัวผู้เขียนเองก็ศึกษาจาก
กระบวนการเริ่มต้นนี้เช่นกัน 
 แต่เมื่อได้ลองลงมือเขียนแล้วจริงๆ จึงได้รู้ว่าบทกวี  ไม่ได้มีแค่ฉันทลักษณ์ที่งดงามอย่างเดียวเท่านั้น 
 บทกวีมีหลายสิ่งหลายอย่าง  
เท่าที่ผู้เขียนรู้สึกได้นั้น  ได้แก่  
ความมีชีวิตของคำและภาษาที่กวีสื่อออกมา,  ความเคลื่อนไหวหรือความมีชีวิตของถ้อยคำ,  
ความยิ่งใหญ่ที่ไม่อาจมีในที่อื่นๆ  เป็นต้น
		ซึ่งตัวผู้เขียนเองเรียนรู้ผ่านหลายๆ วิธี โดยเริ่มตั้งแต่การศึกษาฉันทลักษณ์ที่มีอยู่ต
ามที่กล่าวไปแล้ว ,  การหางานกวีรุ่นเก่า-รุ่นใหม่ มาอ่านให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้,  
การได้แลกเปลี่ยนพูดคุยกับกวีหรือนักเขียน
เท่าที่มีโอกาส 
 เนื่องจากว่าในมุมมอง-วิธีคิดและการมองโลก
ของนักเขียนมีอะไรที่น่าสนใจ 
(แต่ก็ต้องดูว่ามุมมองนั้นสร้างสรรค์หรือทำลายนะ)  ซึ่งทั้งหมดนี้เมื่อผ่านเวลาไปสักพักหนึ่ง
คนเขียนจะเริ่มเห็นแนวทางและความชัดเจน
ในการเขียนมากขึ้น แต่หมายความว่าผู้ที่จะเป็นนักเขียนต้องมี
การฝึกฝนอย่างจริงจังด้วยประการหนึ่ง  
		ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ คล้ายว่าเป็นพื้นฐานที่คนเขียนหนังสือหรือบทกวี
ต้องเริ่มพร้อมๆ กัน  ในส่วนอื่นๆ ผู้เขียนเอง
พอจะรวบรวมเป็นประเด็นไว้บ้าง ซึ่งอาจเป็นประโยชน์
กับผู้ที่สนใจได้บ้าง  ดังนี้
	1.  เป็นคนช่างสังเกต  การเป็นคนช่างสังเกตจะทำให้เรามองเห็นในเรื่องราวต่างๆ 
ต่างไปจากคนทั่วไป  เช่นว่า ในการเดินทางของเรา  เมื่อเราเห็นต้นไผ่ริมทางเราอาจมองให้ลึกซึ้งว่า 
 ไผ่ไหวเอนหรือไม่  ไหวเอนเพราะอะไร
  ให้ความรู้สึกอย่างไร  ดินมีสภาพอย่างไร  ฯลฯ  เป็นต้น  ซึ่งประเด็นจากที่เราเริ่มหัดสังเกต  
จะผลต่อไปในอนาคตว่าเราจะสามารถ
เชื่อมโยงสิ่งที่เราสังเกตนี้เข้ากับโลกนี้ได้อย่างไร 
 เช่น  ต้นไผ่  มีที่ไปที่มาอย่างไร  
ไผ่เปรียบได้กับอะไร  
ไผ่ช่วยโลกและสัมพันธ์กับโลกนี้ได้อย่างไรบ้าง 
 ไผ่ทำให้คนมีน้ำกิน 
 มีที่อยู่อาศัย  มีอาหารได้อย่างไร  
เช่นที่  อาจารย์เนาวรัตน์เขียนไว้ว่า  ใบไผ่ไหวตะวัน  ก็ลองไปหาคำตอบดูว่าเป็นอย่างไร
	2.  พยายามใช้ความรู้สึกเข้าไปจับ  
หมายความว่า  ให้สมมติว่าถ้าเราเป็นสิ่งนั้น  
เราจะคิดอย่างไร  อย่างที่วิสุทธิ์  ขาวเนียม 
 เขียนไว้ในบทกวี ที่ชื่อว่า  เสียงผีเสื้อว่า 
 มาเริงรำด้วยกันกับฉันสิ  ถ้าเราอ่านดีด
ี จะเห็นว่า กวีกำลังเป็นผีเสื้อแล้ว ความรู้สึกอย่างนี้ต้องพยายามทำให้เกิดให้ได้ในงานเขียน
	3.  กระบวนการคิดและลำดับเรื่องราว 
  ตรงนี้นับว่ามีความสำคัญมาก  เนื่องจากงานเขียนเป็นงาน
ที่สื่อความคิดเป็นภาษา
ดังนั้นถ้าความคิดของผู้เขียนไม่ชัดจะทำให้คนอ่านสับสนไปด้วย  ผู้เขียนจะต้องคิดและลำดับ เรื่องราวให้ถี่ถ้วน  ซึ่งในช่วงแรกๆ  อาจยากจนทำให้หลายคนวางปากกาไปเลยก็มี  ซึ่งถ้าจะยกตัวอย่างที่ไม่ชัดก็มีเช่น  
		เมื่อเดินทางมาพบประสบรัก 
		อยู่ริมทางศาลาพัก คนเศร้าหงอย
		คงคาไหลเลื่อนเล่นกระทงลอย
		แล้วค่อยค่อยเอื้อมเก็บดอกหญ้าดม
	จะเห็นว่าสัมผัสได้ตามฉันทลักษณ์ กลอนสุภาพเป็นอย่างดีแต่อ่านเนื้อหาแล้วอยู่คนละเรื่องกันเป็นต้น  ซึ่งถ้าจะยกตัวอย่างกลอนที่เป็นเอกภาพเช่น 
		พับยาเส้นใบจากเชี่ยนหมากไม้
		ผู้เฒ่าชราวัยนัยตาฝัน
		ชานบ้านไม้ครึคร่ำยามเย็นนั้น
		มวลใบจากอวลควันตะวันพลบ
	อย่างนี้เป็นต้น 

4.  การเลือกใช้คำ และภาษา  เมื่อเราผ่านกระบวนการคิดในประเด็นที่เราจะเขียนถึงแล้ว  ต่อไปก็เป็นการเลือกคำมาใช้ให้เหมาะกับ
เหตุการณ์ที่เราคิดไว้  เช่น  ถ้าเราเขียนกลอนถึงเรื่องรัก  เราก็ควรที่จะใช้คำหวานๆ  ถ้าเราเขียนถึงเรื่องอดีต  
ก็ควรใช้คำที่เป็นอดีตบ้างเพื่อให้เห็นภาพของเมื่อวาน เป็นต้น
 ซึ่งการเลือกใช้คำนี้ ควรที่จะให้คำทุกคำได้ทำงานเนื่องจากบทกวีมีข้อจำกัดในการใช้คำ  ดังนั้นทุกคำควรเป็นคำที่มีความหมายที่คัดแล้วและวางได้อย่างถูกที่

5.  การหาความรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา  โดยส่วนตัวแล้วนักเขียนควรมีความรู้ที่กว้างและลึก
-รู้รอบและกว้าง  เนื่องจากทุกเรื่องราวเป็นประโยชน์
ในงานเขียนของเราทั้งสิ้น  ดังนั้น ไม่ว่าทางไหนที่จะเป็นประโยชน์กับเราต้องขวนขวายหามาเก็บไว้ 
 ไม่ว่าจะเป็น การอ่านหนังสือทุกประเภทเท่าที่จะหาได้  
ดูข่าว ฟังเพลง  ดูหนัง  เที่ยว พูดคุย ฯลฯ  โดยให้สังเกต
การใช้คำจากที่ต่างๆ ซึ่งในวันข้างหน้ารับรองได้ว่า 
จะเป็นประโยชน์แน่นอน

6.  การจดบันทึก  การจดบันทึกเป็นการเก็บความรู้สึก
ได้ดีที่สุดวิธีหนึ่ง  เมื่อเราผ่านเวลาไปนานๆ  แล้วเราได้กลับมาอ่านบันทึกเราจะได้ความรู้สึกนั้น
กลับมาด้วยไม่เชื่อลองดู 

ทั้งหมดนี้เป็นประเด็นที่ผู้เขียนเองปฏิบัติอยู่  
ซึ่งก็ยังไม่สมบูรณ์ทุกกระบวนการ  
และบางประเด็นก็อยู่ในช่วงที่ฝึกฝนอยู่  ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมดอยู่ที่การฝึกฝน
และความรักที่จะลงมือทำอย่างจริงจัง  
ผู้เขียนมีความเชื่อว่า  ในความธรรมดาของบทกวีเรา
จะพบความยิ่งใหญ่อัศจรรย์อยู่ในนั้น  
ซึ่งไม่อาจอธิบายได้อย่างในตำราซึ่ง 
คงอยู่ไม่ไกลแล้วจริงๆ .

								ต้นกล้า				
22 ธันวาคม 2551 13:31 น.

เทคนิคการเขียนบทกวี ของต้นกล้าอันดามัน

กระต่ายใต้เงาจันทร์



ว่ากันว่า  ธาตุกวีนั้น ประกอบขึ้นด้วยธาต
ุสรรพสิ่งที่ล้วนมีอยู่ในโลกนี้  นั้นก็คือ 
 ดิน  น้ำ  ลม  ไฟ  ดังนั้น
  กวีจึงเป็นหนึ่งเดียวกันกับสรรพสิ่งในโลกนี้  ไม่ได้เป็นสิ่งที่แปลกแยกแตกต่างออกไปจาก
สรรพสิ่งที่ว่าทั้งหลาย  ด้วยเหตุผลเช่นนี้  จิตของกวีจึงสถิตย์อยู่ทั่วทุกหนทุกแห่งในสากลโลกนี้    
นี่เป็นที่ไปที่มา  ว่าทำไมกวีจึงเขียนงาน
ออกมาได้อย่างลุ่มลึก  
เข้าถึงสิ่งต่างๆ  ได้อย่างถ่องแท้ยิ่งนัก 
แต่สำหรับต้นกล้า อันดามัน  
คงยังเดินทางไปไม่ถึงขั้นที่กล่าวมาแล้ว
 นี้หรอก  เพียงแต่ว่า เป็นคนที่มีความอ่อนไหว  และมักมีความรู้สึกที่ไวและมากกว่า
การใช้เหตุผลเข้าไปจับต้องกับสิ่งรอบตัว  
จึงทำให้มองเห็นสิ่งต่างๆ ได้อย่างเข้าใจเป็นพิเศษ

สำหรับในการเขียนกลอน นั้น  
มีหลักอยู่ไม่มาก  ดังนี้
1.  มองสิ่งที่เราจะเขียนถึงอย่างรอบรู้ 
 และรอบด้าน  คือ  พยายามที่จะเชื่อมโยง
เข้ากับสิ่งต่างๆ ให้ได้  ด้วยมีความเชื่ออยู่ว่า ไม่มีสิ่งใดอยู่ได้อย่างโดดเดี่ยวในโลกนี้
2.  ใช้ความรู้สึกไปจับกับสิ่งที่เราจะเขียนถึง  
ให้สมมติว่า ถ้าเป็นสิ่งนั้น  
เราจะรู้สึกอย่างไรในสถานการณ์นั้นๆ 
3.  ครุ่นคิด  ใคร่ครวญ  ให้เกิดจินตนาการ  (ให้เกิดภาพ)  
ขึ้นในความคิดนั้นให้ได้  ซึ่งอาจจะยากสักหน่อย
4.  เลือกคำที่มารองรับความคิดและภาพ
ที่เราสร้างขึ้นมานั้นให้ตรง มากที่สุด  เท่าที่จะทำได้


ซึ่งในข้อปลีกย่อยปฏิบัติ อยู่นี้  
มีความสำคัญอยู่ที่การฝึกฝน  อย่างเอาจริงเอาจัง  และที่สำคัญคือการได้อ่านหนังสือ  ซึ่งจะช่วยได้มากในการสร้างกระบวนการทั้งหมด
ให้เกิดขึ้นเป็นจริง  นั่นคือความสำเร็จ.  
				
22 ธันวาคม 2551 09:39 น.

ความรู้สึกของเด็กนักเรียนที่ห้วยกุ่ม

กระต่ายใต้เงาจันทร์


ความรู้สึกของอ้อม  
 สำหรับฐานพี่กระต่ายอ้อมก็ชอบน่ะค่ะ
เพราะเป็นฐานที่รักความสงบและรักในธรรม   การนั่งสมาธิทำให้จิตใจของอ้อมสงบและสบายใจ 
ขึ้นมากค่ะ  สำหรับอ้อม  อ้อมก็ชอบพี่กระต่ายน่ะค่ะ
เพราะพี่เป็นคนร่าเริง   มองดูแล้วเพลิดเพลิน  
 แถมยังหน้าตาดีอีกด้วยค่ะ  
 อ้อมขอให้พี่กระต่ายมีความสุขมากๆในปีใหม่นี้ค่ะ


ความรู้สึกจากใจจริง  พี่ต่ายเป็นวิทยากรที่ดีมาก  
 สอนให้ผมรู้จัก  หลายสิ่งหลายอย่าง 
 เช่นการนั่งสมาธิ  ผมเองก็ไม่รู้ว่า 
 มีหลายวิธีขนาดนี้  และผมก็ได้ทตามพี่ต่ายบอก  
ว่าเป็นคน  ต้องมีสมาธิ
ผมทำตามพี่ต่ายบอกได้ผลดีมากครับ

เหมือนกลับมาบ้านเก่าจังเลย  มาค่ายนี้  
ป่าไม้ให้อะไร  มากกว่าที่เราคิด 
 และเราก็ทำลายป่าไม้มากกว่าเราคิด

วันนี้ฉันได้เล่นฐาน  กับพิธีกรทุกฐาน
 และฐานพี่กระต่าย  พี่กระต่ายฝึกให้เรา 
 รู้จัก สามัคคี   
และสมาธิ และฉันได้เล่นสนุกๆทุกๆฐาน
                                                                
                                  (วีระนุช)

ความรู้สึก มีจิตใจที่สงบ  ว่างเปล่า  
แต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรทำ

ความรู้สึกในใจ   วันนี้ฉัน  รู้สึกดี 
 เมื่อได้  นั่งสมาธิ  และรู้สึกดีมาก  
เมื่อได้นั่งอีกครั้งตามที่พี่กระต่ายสอน  
 แต่ละฐานมีหลายรูปแบบ
ที่ได้ทั้งความรู้   กับข้าววันที่สองอร่อย  
 มาก   มีทั้งฐาน  อนุรักษ์  
และเล่นน้ำตกตู้รถไฟ   
 ถึงจะเหนื่อยฉัน  ก็อดทนเสมอ
   ทำตามความสามารถ  ของฉัน  เต็มที่  
(สุภนา น้องเม )


ผมคิดถึงแม่ของผม มากในวันนี้   
 แต่ผมก็มีความสนุก ในวันนี้มาก 
เช่นกันครับผม    ผมคิดถึงและรักแม่ผมมากครับ    
 ในวันที่  ผมมาห้วยกุ่ม   ทำให้ผมมีความคิด  
ไม่มีอารมณ์ร้อน     ผมยังมีความรัก  
ให้พี่น้อง  ที่มาห้วยกุ่ม   นี้ครับ
ไม่ได้ความรู้อะไรเลย(จบ) ครับผม     ผมนัส


ความรู้สึกที่ได้เข้าฐาน  พี่กระต่าย
 เป็นฐานที่สุข ทั้งกายและใจ 
 ฝึกวิธีนั่งสมาธิที่ถูกต้องและ
 ให้ความสนุกสนานในการนั่ง  ทำให้รู้สึก  
สบายใจและสดชื่น  และพี่กระต่ายก็น่ารัก
  ยิ้มแย้มตลอดเวลา  (สวย)
จาก  วิชัย   แก้วมนตรี (ต้า) taR
วิธีสอนของพี่กระต่าย  ทำให้ใจของสงบ
 ปกติ ตัวเรามักมีจิตใจไม่สงบ  
เพราะเป็นคนที่ไม่ค่อย  มีสมาธิ 
 จิตใจ โปร่งใส
การสอนของพี่กระต่าย   
ถือเป็นวิธีการสอนที่ดีที่สุด  
 เท่าที่เราเข้าค่าย  มาหลายค่ายด้วยกัน 
จึงขอขอบคุณพี่กระต่าย  
ที่ยอมเสียสละเวลา
 และมาให้อะไรดีๆกับชาวค่ายทุกคน
                                   (อริสา  ปุ๊ )

To....พี่ ต่าย  
เวลาเข้าฐาน
  พี่ต่ายแล้ว   รู้สึกมีความสุข สบายใจ 
 และพี่ต่ายให้คำแนะนำ  ที่ดีมากค่ะ 
 และก็ขอขอบคุณ พี่ต่ายมาก น่ะค่ะ 
 ที่เสียสละ เวลาอันมีค่า  
เพื่อมาเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่พวกเรา 
 ขอบคุณค่ะ  (น.ส.  นิตยา   มณีกัน  อรรี่ )

ดีใจมาก ที่เข้ามาเข้าค่ายในครั้งนี้  
ความรู้สึกที่ได้มานอนป่า   
ลมหนาวพัดพา  และ มีเสียงสัตว์ร้อง 
และ บรรยากาศ  เย็นสบายๆ
  ตอนกลางคืนวันแรก  ท้องฟ้า ไม่มีดาว
  และสนุกด้วยเสียงเพลง ของเพื่อนๆ


ความรู้สึกทำให้  เราเรียนอะไรก็รู้เรื่อง  
เมื่อได้เรียน  การนั่งสมาธิกับพี่กระต่ายแล้ว และพี่กระต่ายก็สอนดีมากเป็นกันเองมาก   ทำให้จิตใจของหนูสงบถึงแม้จะมีเวลาน้อยนิด  
ก็ตาม
ชอบพี่กระต่ายมากค่ะ  (น.ส.นภาวัลย์   มะยุโรวาท)

รู้สึกดีใจและประทับใจอย่างมาก  
ที่ได้มีโอกาส เข้าค่ายครั้งนี้ 
 การมาเข้าค่ายในครั้งนี้  ทำให้ดิฉันรู้จัก  
วิธีเรียนรู้ที่จะอยู่ในป่า  
และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและ
รู้จักการเอาตัวรอดในป่า
ขอบคุณ  พี่ๆวิทยากร  ทุกท่าน  
ที่ให้ความรู้แก่พวกเราพวกเราจะ 
เก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด 
ฝันดีน่ะค่ะ  ให้มีความสุขกันทุกคน
(น.ส.กุสุมา  นครทิพ(ซ้อ)

เก็บความรู้สึกดีดีนี้เอาไว้ 
 เพื่อในยามห่างไกล ในวันข้างหน้าจะได้  
จดจำวันเวลา  ที่ผ่านมานั้นมีค่า 
 เพราะมีเรา        รู้สึกดีใจมาก
ที่ได้มาเข้าค่ายในครั้งนี้  
ทำให้ได้อะไรต่างๆมากมาย 
 ทั้งมีประโยชน์และความรู้ต่อการดำรงชีวิต  
ของพวกเราเป็นอย่างมาก
ขอบคุณวิทยากรทุกท่านค่ะ (น.ส.กุสุมา  นครทัพ)

ขอบคุณอาจารย์
ที่ให้ความรู้กับผม  และเพื่อนๆ  
ได้นั่งสมาธิ ชอบ  พี่กระต่ายมากๆ  
ทำกิจกรรมต่างๆมีเพื่อนมากมาย  
สุขด้วยกัน   ทุกข์ด้วยกัน  รักเพื่อนทุกคน 
 ชอบที่พี่กระต่ายสอน   
ขอบคุณที่ให้รางวัลครับ

จากฐานพี่ต่ายทำให้ได้สมาธิ   
จิตใจอยู่กับสมาธิ 
 การทำสมาธิมีหลายแบบ
 นั่ง  ยืน  เดิน   นอน  สมาธิ 
 และได้บุญจากการทำสมาธิอีกด้วย
                          (ศักดิ์สิทธิ์)

เข้าฐานพี่กระต่าย   ได้สมาธิดี  
ได้ฝึกสมาธิ  และรู้สึกจิตใจสงบ 
 และ  ยังได้เกร็ดความรู้ว่าก่อนที่จะแต่งกลอน   ควรทำอย่างไรจึงจะไพเราะและคล้องจอง  
                                   (นุ๊คร๊าบ)

ความรู้สึกที่ได้มาเข้าค่าย  
ดีใจและฉันมีความสนุกมาก
  ที่ได้มาเข้าค่ายอนุรักษ์ และเล่นฐานต่างๆ 
ได้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องสัตว์ต่างๆ
ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าสงวนของไทย 
 การตกแต่งบ้าน  การสร้างบ้าน 
  และได้ฝึกแต่งกลอน  และการนั่งสมาธิ  
(ด.ญ. นิภา  เสาะสาย)

 ชอบฐานพี่กระต่าย
  เพราะได้ทั้งความสนุกสนาน
  และจิตใจที่สงบ  ทำให้เรา
  มีสมาธิในการนั่ง 
 และพี่กระต่ายเป็นคนร่าเริง  
เป็นตัวของตัวเอง  (สวย    เซ็กซี่)   
                    จาก   ประกายเดือน

ความรู้สึกที่เมย์  อยากจะบอกน่ะค่ะ 
 เมย์รู้สึก  เบื่อๆ  คิดถึงบ้าน  
 ง่วงนอน  เวลาที่วิทยากรพูด  
หนูรู้สึก  ฟังหูช้ายทะลุหูขวา
แต่หลังจากได้เรียนการนั่งสมาธิ 
เมย์รู้สึกว่า  สบาย   มีสมาธิมากขึ้น  
 อารมณ์ดี  จากที่ง่วงนอน  
พอพี่ๆวิทยากรพูด 
ก็เข้าใจคิดอะไรได้หลายอย่าง
  สิ่งที่อยากจะบอกน่ะค่ะ 
 เมย์ขอบคุณพี่กระต่ายมากค่ะ 
 ที่สอนให้เมย์นั่งสมาธิง่ายๆ 
ไม่เครียดเกินไป  
แถมยังได้ประโยชน์อะไรหลายอย่าง 
มันมีประโยชน์อย่างมากเลยค่ะ 
แล้วเมย์จะนำไปปฎิบัติที่บ้านด้วย
  เมย์ขอโทษน่ะค่ะ  
ที่ไม่ได้เขียนกลอนหรือเรื่องสั้นให้อ่าน
เพราะเมย์ไม่ถนัดเรื่องนี้จริงๆค่ะ

ความรู้สึกที่ได้มาค่ายครั้งนี้
  พักและร่วมกับวิทยากรทุกท่าน 
 โดยเฉพาะฐานพี่กระต่าย  
ได้ฝึกสมาธิกับพี่ต่าย 
 ทำให้จิตใจสงบและรู้สึกดีใจมาก
ที่ได้มาค่ายครั้งนี้ค่ะ  ถ้ามีช่วงเวลาเช่นนี้อีก
หวังว่าเราคงได้เจอกันน่ะค่ะพี่ต่าย 
 สวัสดีปีใหม่ค่ะ ( ด.ญ.อภิรดี  นุชนิล)

ความรู้สึกที่ดิฉันได้มาค่ายครั้งนี้  
ดิฉันรู้สึกชอบ 
 ฐานที่ฝึกสมาธิเพราะทำให้เรารู้สึกดี  
จิตใจสงบคิดอะไรก็คิดออก  
แล้วพี่กระต่ายยังสอนให้เรา
เป็นคนดีและได้ทำบุญ
โดยการนั่งสมาธิอีกด้วย
 (น.ส.  ชไมพร   บุญนาดี  กิ่ง   )
	ความรู้สึกที่มี  รู้สึกดี   ค่ะ  
 
พี่ๆวิทยากรดูเป็นกันเอง 
 และดูแลอย่างใกล้ชิด
บรรยากาศเขื่อนห้วยกุ่มก็ดีมากค่ะ 
 ชอบค่ะ
(นางสาว  สายฝน   ชิณบุตร  (ฝน)

มอบความสุขนี้ให้พี่ต่ายค่ะ  
 เมื่อเข้าฐานกับพี่ต่ายครั้งแรกรู้สึกว่า 
 พี่ต่ายให้  ทำอะไรไม่รู้  ทั้งท่านั่ง  
ท่านอน  ต่างๆนาๆ  
แต่พอได้นั่งใหม่อย่างที่พี่ต่ายสอนแล้ว  
ทำให้จิตใจหนูเงียบสงบ  
และพี่ต่ายสอนสนุกสนานมากค่ะ
มีความสุขและยังสอนให้ได้รับรู้กับ 
การได้ยินเสียงจากสิ่งต่างๆรอบตัว  
หนูมีความสุขมากค่ะพี่ต่าย 
ลงชื่อ   มดแดง

จากการที่ได้นั่งสมาธิ 
 หนูรู้สึกไม่มีสมาธิ ในการเขียนอ่าน 
 และหลังจากหนูได้นั่งสมาธิแล้ว  
หนูรู้สึกจิตใจอยู่กับเนื้อกับตัวอ่านเขียน 
 เรียนอะไรก็คิดออก  
 ในการเรียนกับพี่กระต่าย 
 พี่กระต่ายสอนดีมาก
 พูดจาไพเราะ ยิ้มตอบรับ
  และยิ้มแย้มอารมณ์ดีตลอดเวลา  
 เวลาสอนพี่กระต่ายยิ้มด้วย
ความยินดีที่จะสอน
 (น.ส.  ศิริญญา   คำภักดี    (แก้ว)  )

				
22 ธันวาคม 2551 09:18 น.

หลากเรื่องราวประทับใจเมื่อไปห้วยกุ่ม

กระต่ายใต้เงาจันทร์

จากปีที่แล้ว  กระต่ายได้จากร้อยฝัน   
อันเป็นที่รักมา   ด้วยสัญญาว่าเราจะพบกันในงานค่ายอีกครั้ง    หลายคนสงสัยร้อยฝัน  คือใคร   
ทำไมกระต่ายใต้เงาจันทร์เรียกที่รัก  
 ตลอดเวลา  ฉันเองได้แต่อมยิ้ม   
ไม่มีคำตอบมอบให้   เดินทางจากพิษณุโลกด้วย
รถทัวร์เที่ยวเที่ยงวัน   ไปลงคอนสาร 
 ประมาณสี่โมงเย็นกว่า  
  แม่ร้อยฝันตัวดี    โทรศัพท์มาหา  ตัวเองถึงรึยัง  
เราก็ตอบกลับไปว่า  ถึงแล้วจ๊ะ   เสียงหวาน 
 ผ่านสายมาอีกครั้ง    รอแปปน่ะตัวเอง  
 เค้าซื้อของให้เด็กอยู่  เราก็รอ  แล้วก็รอ   
ร๊อๆๆๆๆๆๆๆรอๆๆๆจากครึ่งชั่วโมง   ไปหนึ่งชั่วโมง   
จนนึกในใจ   แม่ร้อยฝัน  เธอคงเป็นคน  
 กระเหรี่ยงที่อยู่ดอยไหน   เพราะแปปเธอเหมือน  คนดอยเค้าบอกให้กระต่ายรอเลยหล่ะ หกโมงเย็น   
แม่เพื่อนตัวดี  ขับรถมารับ  บอกว่า  เค้าไปกับรถตู้ไปกันหลายคนเลยต้องรอกันกลับ   
เราเองไม่ได้พูดอะไรสักคำ  เพราะตั้งแต่เราเริ่ม  
 นั่งสมาธิ  ทำให้  จิตเรานิ่งขึ้นอย่างมาก

สองสาวแวะซื้อของเพื่อให้เด็กไปค่าย   กินอาหารกันดูดดื่มแสนโรแมนติกกันสองต่อสอง   ผู้ปกครองกระต่ายโทรมาถามว่าถึงรึยัง
  ก็รายงานตัวกันไปตามระเบียบ
ถึงโรงเรียนมัธยมหนองอีเขียด  ญาติหนองอีกบ  สองสาวช่วยกันแพ็คของลงกล่องเผื่อขึ้นรถไปค่ายพรุ่งนี้
อาบน้ำ  มีโทรศัพท์  เสียงหล่อโทรมาอีก  
ตัวเองอยู่ไหน  ก็บอกว่าอยู่กับที่รัก 
 แถมมีการขอฟังเสียง   อ้อยร้อยฝันรับ  ฮั่นแน่   มาต่อว่าเราอีกไหนบอกว่าไปหาที่รัก   ไงผู้หญิง
ก็เรื่องมันมีอยู่ว่า  ร้อยฝันขึ้นเมลล์ไม่มีใครเรียกฉันว่าที่รัก  กระต่ายใต้เงาจันทร์เลยเรียกตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้
ตีห้าอีกวัน  ไปรับยังเยาว์   แหมเที่ยวนี่  
น้องสาวเราสวยผิดหูผิดตาขึ้นเยอะ  
จากนั้นช่วยกันเตรียมของ  อาหาร  
ไปค่ายโดยมีแม่ครัว  คนสวยหุ่นดี  เจ้าเบิ้ล  
มาร่วมวงอีกคน
เช้าอีกวัน  ครูอ้อยร้อยฝัน   เรียกเด็กๆชี้แจง
  กิจกรรมเป็นอย่างๆ   ครูกระต่ายช่วยแจมเป็นระยะ  โดยมีเจ้าเยาว์เป็นช่างภาพจำเป็น
ครูอ้อยบอกว่า  กลางคืนที่เราไปห้วยกุ่ม  
จะมีพิธีเทียน  กระต่ายเลยแจมรายละเอียดว่า
ครูจะจุดเทียนให้นักเรียนทุกคน  นำไปลนคาง 
 เพื่อมาทำน้ำมันพราย  ค่ะ   เรียกเสียงฮา 
 แต่ครูอ้อยหันมา   ไอ้ต่าย    เราก็ตีสีหน้าจ๋าจ๊ะ
  สิจ๊ะที่รัก
แวะรับ  ขอโทษครับผมเมา    ริมทางถนนที่ผ่าน 
 กระต่ายจำไม่ได้นี่   เลยไม่ลงให้พี่เมาขึ้นรถ 
 เพราะเที่ยวนี้   พี่แก  ดูดีมีชาติสกุลขึ้นเยอะ 
  ไม่เหมือนไปทริบครูใหญ่  โรงเรียนเล็ก
อ่ะน่ะ  หนูล้อเล่น   ขอโทษครับผมเมา    
 น่ารักค่ะเป็นผู้ชายน่าตาดีเวลาไม่เมา
พี่เมาเป็นผู้ชายที่แทคแคร์ผู้หญิงดีทุกคนค่ะ  
  ไม่พูดมาก  ใครใช้ใครให้ช่วยอะไรไม่มีขัด  
หนุ่มอีกคน  ครูอาร์ต  นี่ก็เหมือนกัน 
 กินอะไรเอาอะไรบอก  ทำให้กินตลอด 
 แม้แต่เวลานอน  กระต่ายนอนเปล  ร้อยฝัน 
 ยังเยาว์นอนบนผ้าปูข้างกองไฟ  อาร์ตเสียสละ 
 ผ้าห่มให้  แถมคอยก่อกองไฟให้สามสาวจนรุ่งเช้า  ไม่รู้เจ้าเยาว์จะรู้สึกผิดไหมที่ผ้าห่ม  ถุงนอนมัน  
ยังม้วนเรียบร้อยเหมือนเดิม  แต่ให้ครูอาร์ตนั่งหนาว
ทุกวัน  อาหารการกิน  สุดยอด  ขอบอก  เบิ้ล
  สาวสวยร่างสูงทำอาหาร  อร่อยมาก  
พร้อมครูสาวรูปร่างสมส่วน อีกคน  
 คอยช่วยเหลือดูแลกัน
ในกิจกรรมที่มีการแบ่งฐาน  หกฐาน 
  ฐานป่าไม้    ฐานร้อยกรอง    ฐานสร้างบ้าน 
 ฐานสรุปและนั่งสมาธิ  
 ซึ่งอาจจะไม่ลงหรือลงลืมฐานบางฐาน
   ให้ร้อยฝันตามเก็บรายละเอียดอีกที
ช่วงค่ำคืนมีกิจกรรม  สันทนาการ 
 และความรู้กับวิทยากรป่าไม้     พี่อาร์ม  
  พี่โก้     พี่มหา   พี่ไม้คาน    พี่โต้ง 
 และความรู้เกี่ยวกับป่าไม้    สัตว์ป่าและอื่นๆอีกมาย  
ซึ่งมีทั้งความสนุก  และสาระน่ารู้น่าเสียดาย แทน  ที่มีใครตั้งใจมากลับมาไม่ได้ในกิจกรรมนี้
วิทยากรร่วมกันหาของขวัญ     มาแจกเด็กๆที่เขียน  เรื่องสั้นและบทกลอนที่ผ่านการคัดเลือก
ซึ่งบางทีอาจจะสัมผัสเลือน   หรือไม่สัมผัสกันบ้าง   แต่กระต่ายดูเด็กๆมีความสุขกับการทำกร์ด
จากวัสดุธรรมชาติ  และช่วยกันคิดช่วยกันทำเป็นกลุ่ม  
ก่อกองไฟ  บางกลุ่มก็จัดกลุ่มร้องเพลงกันสนุกสนาน  จึงบอกเด็กๆเสมอเวลาสอน   ความสุขหาง่ายนิดเดียว  เพียงแต่เราเปิดใจยอมรับและยินดีทำ  
กับทุกกิจกรรมด้วยหัวใจที่เป็นสุข
ในการสอนฐานสรุป  ต้องขอบคุณ  เพื่อนที่แสนดี   
อย่างต้นกล้า    อันดามัน   ที่ขอความช่วยเหลืออะไรไม่เคย
มีข้อแลกเปลี่ยน  หรือเรียกร้องอะไร   
มีแต่ได้ๆๆต่ายเดี๊ยวเราเขียนให้น่ะ

เทคนิคการเขียนบทกวี  ของต้นกล้า  
 อันดามัน   ได้ถูกนำมาถ่ายทอด 
 สู่เด็กๆพร้อมความรู้สึกเพียงเล็กน้อย   ของกระต่ายใต้เงาจันทร์ในการเขียนแต่ละครั้ง  
น่าเสียดาย  ที่มีเวลาแค่สามสิบนาที  
ทำให้ถ่ายทอดให้เด็กไม่ดีพอ
จึงขออนุญาต  ต้นกล้า   อันดามัน  
ที่ส่งเทคนิคการเขียนบทกวีให้กระต่าย  
นำไปสอน
ลงไว้ในเรื่องสั้นเรื่องนี้  เพื่อเป็นวิทยาทานแก่เด็กๆ
ที่รอติดตามและตามรอ
ดูเรื่องสั้นเรื่องนี้อยู่
อาจารย์โต    น้องชายแสนดีคนนี้  
แม้จะติดภารกิจงานค่ายเพียงใด  เมื่อบอกว่า
  พี่กระต่ายไปค่ายร้อยฝัน 
  ให้ติดภารกิจหรือไม่สบายเพียงใด 
 จะต้องมาดูแลในยามเดินป่าเสมอ
พี่กระต่ายมีความสุขมากๆที่ได้สอนเด็กๆที่นั่น   น่ารัก  ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี  สดใสสมวัยทุกคน   คิดถึงเด็กๆทุกคนน่ะค่ะ
และคิดถึง  ร้อยฝัน  เพื่อนรักเพื่อนแท้   ที่ยังติดต่อ  ไปมาหาสู่กันตลอดเวลา  การมีเพื่อนแท้  สักคน  หาไม่ใช่ง่าย   หาน้ำใจ  ยิ่งยาก  น้ำใจเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องลงทุน   หรือหาซื้อได้ด้วยเงิน
เราให้ด้วยใจแต่อย่าไปคาดหวังว่าจะได้กลับมาทุกครั้ง
กระต่ายโชคดี  ในเรื่องเพื่อน    มีเพื่อนแท้  ที่เป็นทั้งนักศึกษาที่เราสอน    มีทั้งคนข้างกายที่เข้าใจและคอยดูแลช่วยเหลือทุกอย่าง
เพื่อนแท้คือเพื่อนที่จะมาหาเราเมื่อเรามีความทุกข์  เมื่อเรามีความสุข  เพื่อนก็จะเงียบหาย   เพื่อนคือสิ่งที่ร่วมหารความทุกข์ด้วยกัน  นี่คือ  คำพูดร้อยฝัน   เพื่อนที่แสนดี
อาจารย์   ไม่ต้องเดี๊ยวผมจัดการให้ทุกอย่าง    นี่ก็คือ  เพื่อนที่แสนดี   ไม่เคยร้องขอ  ไม่เคยเรียกร้อง    พี่เจี๊ยบจะยื่นมือมาช่วยเหลือทุกครั้ง  พอเราสบายดีพี่เจี๊ยบเงียบหาย
หนุ่มต่างประเทศ  ยังห่วงใยและช่วยเหลือ  เสมอในเวลาเราลำบาก  เพราะเหตุผลที่ว่า  การหาเพื่อนที่ดีจริงใจ  หายาก  ถึงกระต่ายมีครอบครัวไปแล้ว   เราก็ยังเป็นเพื่อนกันไม่เปลี่ยนแปลง
ลองเปิดใจให้ความจริงใจ  กับเพื่อนจากความรู้สึกแท้จริง  สักวันคิดว่า  คงจะได้สิ่งดีกลับมา  เหมือนฉันเช่นกัน
ในการจากคนอัน  เป็นที่รักมาทำงาน  ทำให้เรารู้สึกว่า   คิดถึงทุกวัน      ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไร      ไม่ว่านานเท่าใด    กี่สิบปี  หรือจนได้มาอยู่ด้วยกัน พ่อยังเหมือนเดิม  โทรหาทุกวัน   ดูแลอย่างดีในทุกเรื่อง       
มีคำพูดที่บอกว่า  ไม่ว่าแม่ไปไหน  อยู่ที่ใด  พ่อยังรอคอยแม่อยู่เสมอในที่เดิม
นั่นเพราะอะไร   เพราะเรามอบความจริงใจ   ไม่แสแสร้งเราก็จะได้รับกลับมาเช่นกัน
แต่มีข้อคิดฝากเด็กๆที่มาอ่านสักนิดน่ะค่ะ

บางทีเราคาดหวังกับสิ่งที่เราทำลงไป  แต่เราไม่สมหวังเพราะการคาดหวังกับการสมหวังมันคนละเรื่องกัน
ถ้าเราคิดว่าเราทำดีที่สุดแล้ว  แต่ทำไมคนอื่นยังคิดว่าไม่ดีพอ  ยังจู้จี้จุกจิกกับเรา  นั่นเท่ากับเราได้ฝึกบทเรียนบทสำคัญทำให้เราเก่งและแกร่งขึ้นในวันหน้า
และถ้าเราพยายามหลายอย่างเรายังเปลี่ยนความคิดคนอื่น  ไม่ได้  เราก็ต้องเปลี่ยนความคิดตัวเอง  ว่าคิดอย่างไรไม่ให้เป็นทุกข์
ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด  เท่าที่จะทำได้  ผลจะเป็นอย่างไรเราต้องยอมรับ
เหมือนพี่กระต่ายเขียนเรื่องสั้น  หรือกลอน  ไม่เคยคาดหวัง  แต่มีความสุขทุกครั้งที่ใส่ความรู้สึกและอารมณ์ลงไป   สำคัญคือ  เขียนด้วยหัวใจ
เพราะตัวอักษรไม่เคยทำร้ายใคร
                                                                                        กระต่ายใต้เงาจันทร์				
18 ธันวาคม 2551 09:55 น.

หลากเรื่องราวประทับใจเมื่อไปห้วยกุ่ม

กระต่ายใต้เงาจันทร์


จากปีที่แล้ว  กระต่ายได้จากร้อยฝัน   อันเป็นที่รักมา   
ด้้วยสัญญาว่าเราจะพบกันในงานค่ายอีกครั้ง    
หลายคนสงสัยร้อยฝัน  คือใคร   ทำไมกระต่ายใต้เงาจันทร์เรียกที่รัก   ตลอดเวลา  ฉันเองได้แต่อมยิ้ม   ไม่มีคำตอบมอบให้   เดินทางจากพิษณุโลกด้วยรถทัวร์เที่ยวเที่ยงวัน 
  ไปลงคอนสาร  ประมาณสี่โมงเย็นกว่า   
 แม่ร้อยฝันตัวดี    โทรศัพท์มาหา  ตัวเองถึงรึยัง  
เราก็ตอบกลับไปว่า  ถึงแล้วจ๊ะ   เสียงหวาน 
 ผ่านสายมาอีกครั้ง    รอแปปน่ะตัวเอง  
 เค้าซื้อของให้เด็กอยู่  เราก็รอ  แล้วก็รอ  
 ร๊อๆๆๆๆๆๆๆรอๆๆๆจากครึ่งชั่วโมง   ไปหนึ่งชั่วโมง  
 จนนึกในใจ   แม่ร้อยฝัน  เธอคงเป็นคน   
กระเหรี่ยงที่อยู่ดอยไหน   เพราะแปปเธอเหมือน  คนดอยเค้าบอกให้กระต่ายรอเลยหล่ะ หกโมงเย็น   
แม่เพื่อนตัวดี  ขับรถมารับ  บอกว่า  เค้าไปกับรถตู้ไปกันหลายคนเลยต้องรอกันกลับ  
 เราเองไม่ได้พูดอะไรสักคำ  เพราะตั้งแต่เราเริ่ม   น
ั่งสมาธิ  ทำให้  จิตเรานิ่งขึ้นอย่างมาก

สองสาวแวะซื้อของเพื่อให้เด็กไปค่าย   กินอาหารกันดูดดื่มแสนโรแมนติกกันสองต่อสอง   ผู้ปกครองกระต่ายโทรมาถามว่าถึงรึยัง  
ก็รายงานตัวกันไปตามระเบียบ
ถึงโรงเรียนมัธยมหนองอีเขียด  ญาติหนองอีกบ  สองสาวช่วยกันแพ็คของลงกล่องเผื่อขึ้นรถไปค่ายพรุ่งนี้
อาบน้ำ  มีโทรศัพท์  เสียงหล่อโทรมาอีก  
ตัวเองอยู่ไหน  ก็บอกว่าอยู่กับที่รัก  แถมมีการขอฟังเสียง   
อ้อยร้อยฝันรับ  ฮั่นแน่   มาต่อว่าเราอีกไหนบอกว่าไปหาที่รัก   
ไงผู้หญิง
ก็เรื่องมันมีอยู่ว่า  ร้อยฝันขึ้นเมลล์ไม่มีใครเรียกฉันว่าที่รัก  กระต่ายใต้เงาจันทร์เลยเรียกตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้
ตีห้าอีกวัน  ไปรับยังเยาว์   แหมเที่ยวนี่ 
 น้องสาวเราสวยผิดหูผิดตาขึ้นเยอะ  จากนั้นช่วยกันเตรียมของ  
อาหาร  ไปค่ายโดยมีแม่ครัว  คนสวยหุ่นดี  เจ้าเบิ้ล  มาร่วมวงอีกคน
เช้าอีกวัน  ครูอ้อยร้อยฝัน   เรียกเด็กๆชี้แจง  กิจกรรมเป็นอย่างๆ   ครูกระต่ายช่วยแจมเป็นระยะ  โดยมีเจ้าเยาว์เป็นช่างภาพจำเป็น
ครูอ้อยบอกว่า  กลางคืนที่เราไปห้วยกุ่ม  จะมีพิธีเทียน  กระต่ายเลยแจมรายละเอียดว่า
ครูจะจุดเทียนให้นักเรียนทุกคน  นำไปลนคาง  
เพื่อมาทำน้ำมันพราย  ค่ะ   เรียกเสียงฮา  แต่ครูอ้อยหันมา 
  ไอ้ต่าย    เราก็ตีสีหน้าจ๋าจ๊ะ  สิจ๊ะที่รัก
แวะรับ  ขอโทษครับผมเมา    ริมทางถนนที่ผ่าน  
กระต่ายจำไม่ได้นี่   เลยไม่ลงให้พี่เมาขึ้นรถ  เพราะเที่ยวนี้   
พี่แก  ดูดีมีชาติสกุลขึ้นเยอะ   ไม่เหมือนไปทริบครูใหญ่ 
 โรงเรียนเล็ก
อ่ะน่ะ  หนูล้อเล่น   ขอโทษครับผมเมา   
  น่ารักค่ะเป็นผู้ชายน่าตาดีเวลาไม่เมา
พี่เมาเป็นผู้ชายที่แทคแคร์ผู้หญิงดีทุกคนค่ะ    
ไม่พูดมาก  ใครใช้ใครให้ช่วยอะไรไม่มีขัด  
หนุ่มอีกคน  ครูอาร์ต  นี่ก็เหมือนกัน  
กินอะไรเอาอะไรบอก  ทำให้กินตลอด 
 แม้แต่เวลานอน  กระต่ายนอนเปล  ร้อยฝัน  
ยังเยาว์นอนบนผ้าปูข้างกองไฟ  อาร์ตเสียสละ 
 ผ้าห่มให้  แถมคอยก่อกองไฟให้สามสาวจนรุ่งเช้า  
ไม่รู้เจ้าเยาว์จะรู้สึกผิดไหมที่ผ้าห่ม  ถุงนอนมัน 
 ยังม้วนเรียบร้อยเหมือนเดิม  แต่ให้ครูอาร์ตนั่งหนาว
ทุกวัน  อาหารการกิน  สุดยอด  ขอบอก  
เบิ้ล  สาวสวยร่างสูงทำอาหาร  อร่อยมาก 
 พร้อมครูสาวรูปร่างสมส่วน อีกคน   
คอยช่วยเหลือดูแลกัน
ในกิจกรรมที่มีการแบ่งฐาน  หกฐาน  
 ฐานป่าไม้    ฐานร้อยกรอง    ฐานสร้างบ้าน  
ฐานสรุปและนั่งสมาธิ 
  ซึ่งอาจจะไม่ลงหรือลงลืมฐานบางฐาน 
  ให้ร้อยฝันตามเก็บรายละเอียดอีกที


ช่วงค่ำคืนมีกิจกรรม  สันทนาการ 
 และความรู้กับวิทยากรป่าไม้     พี่อาร์ม   
 พี่โก้     พี่มหา   พี่ไม้คาน    พี่โต้ง  
และความรู้เกี่ยวกับป่าไม้    สัตว์ป่าและอื่นๆอีกมาย  
ซึ่งมีทั้งความสนุก  และสาระน่ารู้น่าเสียดาย แทน  ที่มีใครตั้งใจมากลับมาไม่ได้ในกิจกรรมนี้
วิทยากรร่วมกันหาของขวัญ     มาแจกเด็กๆที่เขียน  เรื่องสั้นและบทกลอนที่ผ่านการคัดเลือก
ซึ่งบางทีอาจจะสัมผัสเลือน   หรือไม่สัมผัสกันบ้าง   แต่กระต่ายดูเด็กๆมีความสุขกับการทำกร์ด
จากวัสดุธรรมชาติ  และช่วยกันคิดช่วยกันทำเป็นกลุ่ม 
 ก่อกองไฟ  บางกลุ่มก็จัดกลุ่มร้องเพลงกันสนุกสนาน  จึงบอกเด็กๆเสมอเวลาสอน   ความสุขหาง่ายนิดเดียว  เพียงแต่เราเปิดใจยอมรับและยินดีทำ 
 กับทุกกิจกรรมด้วยหัวใจที่เป็นสุข
ในการสอนฐานสรุป  ต้องขอบคุณ 
 เพื่อนที่แสนดี   อย่างต้นกล้า    อันดามัน   ที่ขอความช่วยเหลืออะไรไม่เคยมีข้อแลกเปลี่ยน  
หรือเรียกร้องอะไร   มีแต่ได้ๆๆต่ายเดี๊ยวเราเขียนให้น่ะ

เทคนิคการเขียนบทกวี  ของต้นกล้า  
 อันดามัน   ได้ถูกนำมาถ่ายทอด 
 สู่เด็กๆพร้อมความรู้สึกเพียงเล็กน้อย   ของกระต่ายใต้เงาจันทร์ในการเขียนแต่ละครั้ง  
น่าเสียดาย  ที่มีเวลาแค่สามสิบนาที  
ทำให้ถ่ายทอดให้เด็กไม่ดีพอ
จึงขออนุญาต  ต้นกล้า   อันดามัน  
ที่ส่งเทคนิคการเขียนบทกวีให้กระต่าย  
นำไปสอน
ลงไว้ในเรื่องสั้นเรื่องนี้  เพื่อเป็นวิทยาทานแก่เด็กๆ
ที่รอติดตามและตามรอดูเรื่องสั้นเรื่องนี้อยู่
อาจารย์โต    น้องชายแสนดีคนนี้  
แม้จะติดภารกิจงานค่ายเพียงใด 
 เมื่อบอกว่า  พี่กระต่ายไปค่ายร้อยฝัน   
ให้ติดภารกิจหรือไม่สบายเพียงใด  
จะต้องมาดูแลในยามเดินป่าเสมอ
พี่กระต่ายมีความสุขมากๆที่ได้สอนเด็กๆที่นั่น   
น่ารัก  ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี  สดใสสมวัยทุกคน   
คิดถึงเด็กๆทุกคนน่ะค่ะ
และคิดถึง  ร้อยฝัน  เพื่อนรักเพื่อนแท้   ที่ยังติดต่อ  
ไปมาหาสู่กันตลอดเวลา  การมีเพื่อนแท้  
สักคน  หาไม่ใช่ง่าย   หาน้ำใจ  ยิ่งยาก  
น้ำใจเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องลงทุน   
หรือหาซื้อได้ด้วยเงิน
เราให้ด้วยใจแต่อย่าไปคาดหวังว่า
จะได้กลับมาทุกครั้ง
กระต่ายโชคดี  ในเรื่องเพื่อน  
  มีเพื่อนแท้  ที่เป็นทั้งนักศึกษาที่เราสอน    มีทั้งคนข้างกายที่เข้าใจและคอยดูแลช่วยเหลือทุกอย่าง
เพื่อนแท้คือเพื่อนที่จะมาหาเราเมื่อเรามีความทุกข์  
เมื่อเรามีความสุข  เพื่อนก็จะเงียบหาย   
เพื่อนคือสิ่งที่ร่วมหารความทุกข์ด้วยกัน  นี่คือ  
คำพูดร้อยฝัน   เพื่อนที่แสนดี
อาจารย์   ไม่ต้องเดี๊ยวผมจัดการให้ทุกอย่าง    
นี่ก็คือ  เพื่อนที่แสนดี   ไม่เคยร้องขอ  ไม่เคยเรียกร้อง    พี่เจี๊ยบจะยื่นมือมาช่วยเหลือทุกครั้ง  
พอเราสบายดีพี่เจี๊ยบเงียบหาย
หนุ่มต่างประเทศ  ยังห่วงใยและช่วยเหลือ 
 เสมอในเวลาเราลำบาก  เพราะเหตุผลที่ว่า 
 การหาเพื่อนที่ดีจริงใจ  หายาก  
ถึงกระต่ายมีครอบครัวไปแล้ว 
  เราก็ยังเป็นเพื่อนกันไม่เปลี่ยนแปลง


ลองเปิดใจให้ความจริงใจ 
 กับเพื่อนจากความรู้สึกแท้จริง 
 สักวันคิดว่า  คงจะได้สิ่งดีกลับมา  
เหมือนฉันเช่นกัน
ในการจากคนอัน  เป็นที่รักมาทำงาน  
ทำให้เรารู้สึกว่า   คิดถึงทุกวัน     
 ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไร    
  ไม่ว่านานเท่าใด    กี่สิบปี  
หรือจนได้มาอยู่ด้วยกัน พ่อยังเหมือนเดิม  
โทรหาทุกวัน   ดูแลอย่างดีในทุกเรื่อง       
มีคำพูดที่บอกว่า  ไม่ว่าแม่ไปไหน  อยู่ที่ใด
  พ่อยังรอคอยแม่อยู่เสมอในที่เดิม
นั่นเพราะอะไร   เพราะเรามอบความจริงใจ   ไม่แสแสร้งเราก็จะได้รับกลับมาเช่นกัน
แต่มีข้อคิดฝากเด็กๆที่มาอ่านสักนิดน่ะค่ะ



บางทีเราคาดหวังกับสิ่งที่เราทำลงไป  แต่เราไม่สมหวังเพราะการคาดหวังกับการสมหวัง
มันคนละเรื่องกัน
ถ้าเราคิดว่าเราทำดีที่สุดแล้ว  
แต่ทำไมคนอื่นยังคิดว่าไม่ดีพอ  
ยังจู้จี้จุกจิกกับเรา  นั่นเท่ากับเราได้ฝึกบทเรียนบทสำคัญ
ทำให้เราเก่งและแกร่งขึ้นในวันหน้า
และถ้าเราพยายามหลายอย่างเรา
ยังเปลี่ยนความคิดคนอื่น  ไม่ได้  
เราก็ต้องเปลี่ยนความคิดตัวเอง 
 ว่าคิดอย่างไรไม่ให้เป็นทุกข์
ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด  เท่าที่จะทำได้  
ผลจะเป็นอย่างไรเราต้องยอมรับ
เหมือนพี่กระต่ายเขียนเรื่องสั้น  
หรือกลอน  ไม่เคยคาดหวัง  แต่มีความสุขทุกครั้งที่ใส่ความรู้สึกและอารมณ์ลงไป   
สำคัญคือ  เขียนด้วยหัวใจ
เพราะตัวอักษรไม่เคยทำร้ายใคร 				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟกระต่ายใต้เงาจันทร์
Lovings  กระต่ายใต้เงาจันทร์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟกระต่ายใต้เงาจันทร์
Lovings  กระต่ายใต้เงาจันทร์ เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟกระต่ายใต้เงาจันทร์
Lovings  กระต่ายใต้เงาจันทร์ เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงกระต่ายใต้เงาจันทร์