7 มกราคม 2548 21:06 น.

ถูกปล่อยเกาะ..

คนเมืองลิง

ถูกตัดหาง ปล่อยวัด คัดปล่อยเกาะ
ถึงคราวเคราะห์ หมดอาลัย ไร้สงสาร
เคยพากเพียร เรียนสอน เรื่องกลอนกานท์
ฝึกเขียนอ่าน เลือนนิด ผิดใจครู..

คงรำคาญ พานเบื่อ เหลือจะรับ
ถึงต้องขับ ต้องไล่ ให้อดสู
หมดเยื่อใย ไมตรี ที่เอ็นดู
แสนหดหู่ รันทด หมดแล้วใจ

หมดทางเลือก ถูกเสือกไส แถมไล่ส่ง
ขืนอยู่คง ทุกข์ท้น ทนไม่ไหว
ขอเลือกเกาะ หลังครู อยู่ต่อไป
มิขอไกล เป็นดั่งเงา เฝ้าตามตัว

ยิ่งสลัด ยิ่งยึดติด มิคิดปล่อย
ตาละห้อย วิงวอน อ้อนไปทั่ว
อย่าสะบัด พลัดหลุด สุดหวาดกลัว
ใจระรัว พานจะล้ม เป็นลมพลัน

หากคิดปล่อย ลอยแพ  แลที่เหมาะ
เลือกจำเพาะ เกาะสวาท หาดสวรรค์
เกาะเสม็ด เพชรระยอง ผ่องอำพัน
คงสุขสันต์ ธรรมชาติ ปราศมลทิน

น้ำทะเล แสนสะอาด พิลาสใส
งามวิไล ทั่วถ้วน ชวนถวิล
วอนคุณครู ช่วยส่ง คงสมจินต์
ยอมสู่ถิ่น เชิญปล่อย ลอยแพเรา

ถ้าครูว่าง วันไหน ขอให้บอก
ไม่กลับกลอก ของใช้ ใส่กระเป๋า
เตรียมตัวพร้อม เดินทาง อย่างซบเซา
ปลายทางเรา มีพี่ปราย หมายเลี้ยงดู


ฮือ...ฮือ..จ๋อถูกปล่อยเกาะอ้ะ..เศร้า เหงา โดดเดี่ยว เดียวดาย เฮ้อ..เดี๋ยวพี่ๆน้องๆคงตามมาอยู่เป็นเพื่อนนะ.. 



           * ปลอบใจจ๋อ *       กอกก

มาสิมา  จ๋อจ๋า  มาอยู่เกาะ
รับเฉพาะ  คนดี  ที่เฟ้นหา
หนึ่งในแดน  แผ่นดิน  ถิ่นพารา
มีวาสนา  พำนัก  สักเท่าใด

กระท่อมน้อย  คอยจ๋อ  รอริมหาด
ตามฝันวาด  ระเบียงกว้าง  สว่างใส
ดูตะวัน  นั้นลา  ขอบฟ้าไกล
โมบายไหว  ไกวแกว่ง  ตามแรงลม

โต๊ะไม้ตั้ง  นั่งเพียร  เขียนกานท์กาพย์
รู้ซึมซาบ  กับอักษร  เป็นกลอนขม
น้ำตาไหล  ให้ย้อน  ตอนอกตรม
ปวดระทม  ครูทิ้ง  ยิ่งโศกา

บ่นคิดถึง  ซึ้งใจ  ในน้องพี่
ไทยโพมนี้  มีไหม  ใครห่วงหา
ยิ่งยิ่งคิด หลั่งมา  นะน้ำตา
จ๋อโหยหา  ขอคอมพ์  มาย้อมใจ

ไม่เอาน่า  จ๋อจ๋า  อย่าโศกเศร้า
เดี๋ยวจะเอา  ปูม้ามา  อย่าเฉไฉ
ปลาหมึกลวก  บวกกั้งทอด ..ยอด..สะใจ
หม่ำเข้าไป  ให้ลืม..ขมขื่นทรวง

             *****************

เมื่อต้องมามีภาระดูแลจ๋อ  เหนื่อยไหมใจ
คอมพ์ก็จะเอา บอกว่าขาดไม่ได้ ใจจะขาด
น้ำเมรัยก็ขอหน่อย บอกว่าแก้กระหาย
กุ้ง ปู ปลา กั้ง หอยหวาน วนเวียนสลับเสิร์ฟออกมา
ตาละล้า..ร้องหา คาราโอเกะอีก  โอย..
โอย..จะบ้าตาย
ใครก็ได้ถ้าอยากมา พี่ปรายก็ขอเชิญ
				
22 ธันวาคม 2547 20:17 น.

แซบ...ค่ะ

คนเมืองลิง

มาเยือนถิ่น ดินแดน แคว้นอีสาน
มีลำธาร ท้องนา และป่าเขา
ธรรมชาติ วาดฝัน อันพริ้มเพรา
ที่หมองเศร้า กลับกลาย มลายพลัน

ฝูงวัวควาย เดินแวะ แทะเล็มหญ้า
ตามคันนา เด็กน้อย พลอยสุขสันต์
วิ่งไล่จับ กับเพื่อน เหมือนทุกวัน
ให้ขบขัน เดี๋ยวล้มลุก และคลุกคลาน

กลิ่นปลาร้า หอมหวน ชวนให้หิว 
แกงปลาซิว กุ้งเต้น เป็นอาหาร
ทั้งส้มตำ ยำพล่า พาสำราญ
อีกตับหวาน อ่อมหมก จกกันเพลิน

ปั้นข้าวเหนียว จิ้มแจ่ว แล้วเข้าปาก
ลืมกระดาก แซบหลาย ไม่มีเขิน
อร่อยเด็ด เผ็ดแสบ ปากแทบเยิน
ม่วนเหลือเกิน หรรษา พาเบิกบาน

แสนสดชื่น รื่นรมย์ สมถวิล
ยามได้ยิน สำเนียง เสียงขับขาน
นกการ้อง ก้องไพร ให้กังวาน
ดั่งประสาน บรรเลง เพลงดนตรี

มองดูดาว พราวพร่าง กระจ่างฟ้า
ดวงจันทรา พาใจ ให้สุขี
คึดฮอดเพื่อน เรือนไทย ในทันที
ป่านฉะนี้ ลืมเลือน เพื่อนหรือยัง

ต้องรีบกลับ มาตาม ความคิดถึง
ยังคะนึง บ้านกลอน ย้อนความหลัง
รักลึกซึ้ง ห่วงหา วอนอย่าชัง
ฝากความหวัง พักพิง อิงดวงใจ

				
15 ธันวาคม 2547 22:40 น.

เลิกไม่ได้

คนเมืองลิง

ทำอย่างไรให้หาย วุ่นวายจิต
เหมือนเสพติด ต้องตาม หาความหมาย
เรือนไทยโพม โน้มน้าว จนเมามาย
ถึงกับย้าย ถิ่นฐาน จากบ้านเดิม

มาลงหลัก ปักฐาน เรือนชานนี้
อบอุ่นมี ญาติมิตร สนิทเสริม
กรุณา อารี ปราณีเติม
หยอกเย้าเพิ่ม สีสัน ทุกวันคืน

คนละภาค ฟากฟ้า มารวมอยู่
ร่ำเรียนรู้ งานกวี ไม่มีฝืน
จินตนาการ สานฝัน นั้นยั่งยืน
ไหลระรื่น ปรากฏ เป็นบทกลอน

ไม่มาเยือน วันใด ใจแทบขาด
พิศวาส คลั่งไคล้ เกินไถ่ถอน
คิดถึงเพื่อน เรือนไทย ไม่อยากจร
กลัวม้วยมรณ์ ลงแดง แสลงใจ

วิมานดิน ถิ่นนี้ มีความรัก
แจ้งประจักษ์  ภักดิ์มั่น ไม่หวั่นไหว
ความหวังดี มีล้น ปนห่วงใย
ซึ้งฤทัย  ดวงจิต ไม่คิดลืม				
15 ธันวาคม 2547 22:24 น.

ล.ิ ลิงไต่ราว

คนเมืองลิง

อึกทึก คึกไป ในไพรสณฑ์
แสนซุกซน ท่วงที ไม่มีเฉย
อยู่ไม่สุข ดุกดิก กระยิกเคย
เดี๋ยวก้มเงย ห้อยโหน ทะโมนไพร

เกาะต้นโน้น กระโจน ไปต้นนั้น
วุ่นทั้งวัน เตร็ดเตร่ เถลไถล
ทำหน้าวอก กลอกกลับ ขยับไป
แยกเขี้ยวใส่ ร้องเจี๊ยก เขาเรียกลิง..

แสนฉลาด ปราดเปรียว เคี้ยวอาหาร
เอมสำราญ หลับไหล ไม่สุงสิง
ถุงข้างแก้ม กักตุน เป็นทุนจริง
เพื่อประวิง เวลา คราสำรอง

คนเปรียบเปรย สำนวน แล้วชวนขัน
ซุกซนนั้น เหมือนลิง จริงทั้งผอง
 ลิงหลอกเจ้าเขาว่า ไม่น่ามอง
อย่าคะนอง ล้อหลอก บอกไม่ควร

 พูดจนลิง หลับไหล คล้ายเพ้อเจ้อ
พร่ำเสมอ จะทำ ให้กำสรวล
ก่อนจะพูด หยุดนิด คิดทบทวน
ทุกถ้อยล้วน สำคัญ จำนรรจา

อีก ฤาษี เลี้ยงลิงยิ่งเดือดร้อน
จะนั่งนอน ยุ่งยาก ลำบากหนา
แสนรำคาญ วุ่นวาย หน่ายอุรา
เอือมระอา ซุกซน ปนดื้อดึง

อีกทั้ง ลิง ตกต้นไม้ ใช่พลั้งเผลอ
ด้วยเลินเล่อ  ผิดพลาด คาดไม่ถึง
ผู้เชี่ยวชาญ ช่ำชอง ต้องคำนึง
ควรรำพึง สังวร ก่อนจาบัลย์

อุปมา อุปไมย ใครเขาเอ่ย
ถ้อยเฉลย จอมซน ระคนรั้น
ว่าเหมือนลิง กลิ้งกลอก ชอบหลอกกัน
ช่างเสกสรร จันโจษ ลงโทษลิง				
1 ธันวาคม 2547 23:01 น.

ไม้มะยม...อันนี้ค่ะ

คนเมืองลิง

ไม้มงคล ชนชื่นชม นิยมปลูก
ออกผลลูก คราใด น้ำลายสอ
หญิงมีครรภ์ นั้นปรี่ ไม่รีรอ
รีบร้องขอ กินแก้ แพ้ท้องพลัน

ต้นมะยม ชมเชย ไม่เคยห่าง
ปลูกไว้ข้าง รั้วร่มเย็น เป็นมิ่งขวัญ
ไม้มะยม ชมชอบ มอบรางวัล
ถ้าใครนั้น ทำผิดพลาด อาจถูกตี (อิอิ)

ขอขอบคุณ คุณครู ผู้ปราดเปรื่อง
รอบรู้เรื่อง กลอนกานท์ สานวิถี
สั่งสอนศิษย์ บรรเลง เพลงกวี
สร้างสรรค์ศรี บรรเจิด ขอเชิดชู

ไม้มงคล ต้นนี้ มีค่าล้น
ผลาผล ปรากฏ ไม่อดสู
ไม้มะยม รมณีย์ เพราะมีครู 
สอนให้รู้  คุณค่า ภาษาไทย...




ชื่อท้องถิ่น

ทั่วไป เรียก มะยม 
ภาคอีสาน เรียก หมักยม, หมากยม 
ภาคใต้ เรียก ยม 
สรรพคุณทางยา

ราก รสจืด สรรพคุณแก้โรคผิวหนัง แก้ผดผื่นคัน ช่วยซับน้ำเหลืองให้แห้ง แก้ประดง ดับพิษเสมหะ 
เปลือกต้น รสจืด สรรพคุณแก้ไข้ทับระดู ระดูทับไข้ และแก้เม็ดผดผื่นคัน 
ใบ รสจืดมัน ปรุงเป็นส่วนประของยาเขียว สรรพคุณแก้ไข้ ดับพิษไข้ บำรุงประสาท ต้มร่วมกับใบหมากผู้หมากเมียและใบมะเฟืองอาบแก้คัน ไข้หัด เหือด และสุกใส 
ดอก ดอกสดใช้ต้มกรองเอาน้ำแก้โรคในตา ชำระล้างในตา 
ผล รสเปรี้ยวสุขุม กัดเสมหะ แก้ไอ บำรุงโลหิต และระบายท้อง 

คติความเชื่อ ตามตำราพรหมชาติฉบับหลวง กล่าวว่ามะยมเป็นต้นไม้ที่ควรปลูกไว้ทางทิศตะวันตก (ประจิม) เพื่อป้องกันความถ่อย ถ้อยความ และผีร้ายมิให้มากล้ำกราย ในบางตำราก็ว่า เป็นต้นไม้ที่มีชื่อเป็นมงคลนาม ปลูกแล้วผู้คนจะได้นิยมเหมือนมี นะเมตตามหานิยม				
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟคนเมืองลิง
Lovings  คนเมืองลิง เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟคนเมืองลิง
Lovings  คนเมืองลิง เลิฟ 0 คน
Calendar
Lovers  0 คน เลิฟคนเมืองลิง
Lovings  คนเมืองลิง เลิฟ 0 คน
ไม่มีข้อความส่งถึงคนเมืองลิง